21 สิงหาคม 2566

คัมภีร์อนุตรธรรมภาคจิตจักรวาล 21/08/2023

(เพื่อยุวจิตจักรวาลยุคสุดท้าย)
 
พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
 
พวกคุณจักต้องรู้ให้ได้ว่า...
 
1.จิตวิญญาณของคุณน่ะเป็นใคร?
2.จิตวิญญาณของคุณนี้มาจากไหน?
3.มาเกิดเป็นมนุษย์โลกเสรีกันทำไม?
4.ใครให้มาเกิดในเอกภพซึ่งอยู่ในระบบโลกนี้?
5.เมื่อมาเกิดแล้วคุณมีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง?
6.คุณมีเวลาในการทำหน้าที่นี้ยาวนานแค่ไหน?
7.ทำหน้าที่สำเร็จครบถ้วนแล้วจะคืนกลับอย่างไร?
 
ถ้าคุณไม่รู้ไม่เข้าใจคำตอบทั้ง 7 ข้อดังกล่าวนี้
คุณก็จะปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันอย่างไม่ถูกต้อง
 
มีคำถามว่า
ชาวโลกเสรีทั้งโลกจากอดีตมาจนถึงทุกวันนี้
จะมีใครสักกี่คนกันที่จะนึกถึงคำถามทั้ง
 7 ข้อนี้
ด้วยความกระหายที่จะใฝ่รู้ในคำตอบที่ตนต้องรู้
เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตนหรือ
 “ปฏิบัติทำ” ให้ถูกตรง
แต่คำถามทั้ง
 7 ประการเหล่านี้เป็น #อนุตรธรรม
อันเป็นความจริงที่ #มนุษย์โลกไม่รู้ว่าตนไม่รู้
เพราะเกินกำลังสมองทั้งสองซีกที่จะเข้าถึงมันได้
 
ดังนั้น
ที่ผ่านมาในกาลอดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
พระศาสดาที่ทรงเกิดจากโลกเองก็เข้าถึงไม่ได้
แม้จะทรงมีพระปรีชาญาณอันเป็นเลิศ
ทั้งสติปัญญาและปัญญาญาณเหนือมนุษย์ก็ตาม
เพราะความเข้มสนามแม่เหล็กโลกของพระเจ้า
เป็นผู้ควบคุมตาที่สามคือตาแห่งจิตวิญญาณไว้
ทำให้จิตหยาบไม่สามารถเข้าถึงตาวิเศษได้ง่ายๆ
 
หากจะเข้าถึงจิตวิญญาณคือตาวิเศษของตนได้
จิตหยาบจะต้องสั่นสะเทือนด้านบวกเป็นความถี่สูง
ด้วยการหมุนธรรมจักรในตนเองร่วมกันกับทุกคน
ที่ตนมีโอกาสปฏิสัมพันธ์และปฏิสันถารกันให้จงได้
ในระดับที่เรียกว่าเข้าถึงจิตวิญญาณของตนเองได้
โดยไม่ต้องใช้มนตราหรือว่าไสยเวทย์ใดๆทั้งนั้น
 
ถ้าคุณสามารถเข้าถึงจิตวิญญาณตนเองได้
โดยทำให้จิตหยาบที่ต่อมไพเนี่ยลบริเวรหน้าผาก
มันสั่นสะเทือนจนทำให้ต่อมพิทูอิทารีสั่นตามได้
นั่นคือการหมุนธรรมจักรด้วยความรักเพื่อให้นั่นเอง
หากคุณทำได้เป็นผลสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง
จิตคุณก็จะเกิดตัวรู้ขึ้นมาได้เองคือรู้แบบแว่บๆ
ซึ่งตัวรู้นี้มีทั้งสิ่งที่เรียกว่า
 “ล่วงรู้” และ “หยั่งรู้”
โดยจิตหยาบจะรับความรู้จากจิตวิญญาณมาได้บ้าง
ส่วนใหญ่จะเป็นความรู้ในอดีตและอนาคตเท่านั้น
 
จิตวิญญาณของคุณจะไม่ได้รับอนุญาตให้
บอกเล่ากล่าวความจริงของจิตวิญญาณ
ที่เป็นอนุตรธรรมทั้ง
 7 ประการดังกล่าวนี้ให้รู้ได้
เพื่อป้องกันการรู้ผิดจนความจริงถูกบิดเบือนไป
พระเจ้าจึงต้องส่งเรามาบอกกล่าวความจริงระดับนี้
ให้ชาวโลกเสรีทุกคนทุกศาสนาได้รับรู้พร้อมกัน
ให้รับรู้อย่างถูกต้องตรงกันทั่วโลกหล้าเลยทีเดียว
ผู้ที่มาทำหน้าที่นี้จึงมีเราแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นเอง
ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเป็น
 #บุตรเอกของพระเจ้า
โดยที่เราก็เป็นพี่ๆน้อง ๆของชาวโลกทุกๆคนด้วย
 
ถ้าคุณไม่รู้แน่ชัดว่า
#จิตวิญญาณคุณเป็นใคร? #มาจากไหน?
 
คุณก็อาจจะถูกหลอกว่าจิตวิญญาณของคุณนั้น
ถูกส่งมาเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในระบบโลก
โดยพระผู้สร้างที่เป็นพระเจ้าจากดาวดวงอื่น
ที่มีฤทธิ์อภิญญาและมีเท็คโนโลยีที่ล้ำหน้าโลก
เพื่อทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์บางอย่าง
 
คุณก็อาจจะถูกหลอกว่า
กายหยาบของพวกคุณนั้นเกิดจากจิตวิญญาณ
ซึ่งเป็นรูปธรรมทางพลังงานที่ล่องลอยไปทั่ว
เมื่อมาพบเจอ
 “ง้วนดิน” บนดาวโลกดวงนี้แล้ว
เสพกินมันเข้าไปเพราะตะกละตะกลาม
จิตวิญญาณทั้งหลายนั้นจึงมีกายหยาบเกิดขึ้น
แล้วเจริญเติบโตจนกลายเป็นมนุษย์ชายหญิงได้
โดยผู้หลอกบอกผู้ถูกหลอกให้รู้ว่าเพศชายหญิงนั้น
พระเจ้าหรือพระผู้สร้างผู้ทรงอำนาจแห่งดวงดาว
จะเป็นผู้เลือกเป็นผู้กำหนดเพศให้พวกคุณเองด้วย
 
แต่ถ้าคุณรู้ความจริงระดับอนุตรธรรมว่า
จิตวิญญาณของคุณก็คือ
 #พระจิต
ตามที่องค์พระเยซูทรงเปิดเผยเอาไว้ให้รู้บ้างแล้ว
โดยพระจิตหรือจิตวิญญาณเป็นรูปธรรมทางพลังงาน
ที่มีรูปทรงเรขาคณิตเป็น
 6 เหลี่ยมมุม
เกิดจากสามเหลี่ยมด้านเท่าสองรูปในวงกลมวงเดียว
 
พระจิตนี้เป็นรูปธรรมทางพลังงานที่สมดุลในตนเอง
โดยแบ่งภาคออกมาจากตัวตนภาคแรกที่สูงส่งนั้น
ซึ่งเป็นรูปธรรมทางพลังงานที่มี
 11 เหลี่ยมมุม
โดยพระเจ้าทรงเรียกตัวตนภาคแรกนี้ว่า
 #พระบุตร
สาเหตุที่พระบุตรต้องแบ่งภาคตัวเองออกมา
เพื่อให้เป็นตัวแทนของตนเองโดยข้ามมิติเข้ามา
จากแดนสุญตานอกเอกภพหรือพระนิเวศน์พระเจ้า
ด้วยการผ่านประตูมิติคือด่านนภาลัยเข้ามาในเอกภพ
เพื่อมาเกิดเป็นคนสองมิติอยู่ในระบบโลกเสรีนี้
 
ดังนั้น
พวกคุณจึงมีพระเจ้าหรือพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
ที่เราถวายพระนามว่า
 #จิตจักรวาลดวงใหญ่
 
พวกคุณจึงมีตัวตนภาคแรกที่สูงส่งคือ “พระบุตร”
ซึ่งพวกคุณทุกคนต่างล้วนมีตัวตนภาคแรกที่สูงส่ง
เป็นรูปธรรมทางพลังงาน
 11 เหลี่ยมมุมด้วยกันทั้งสิ้น
อันหมายถึงรูปธรรมของ
 #จิตจักรวาลดวงเล็ก นั่นเอง
 
พวกคุณจึงมีตัวตนแก่นแท้ที่มาเกิดเป็นมนุษย์
เป็นรูปธรรมทางพลังงานมี
 6 เหลี่ยมมุมอยู่ในมิติที่ 6
โดยแบ่งภาคพลังงานจากพระบุตรมามากกว่า 70%
เพราะข้างบนมีแค่ 30% จึงติดต่อลงมาหาตัวคุณไม่ได้
พระบุตรเอกทุกพระองค์ที่เสด็จเข้ามาฉุดช่วยพวกคุณ
จึงต้องทรงทำหน้าที่ช่วยเป็น
 “ทางผ่าน” ให้พวกคุณ
ติดต่อกับพระเจ้าและตัวตนภาคแรกที่สูงส่งของคุณได้
ด้วยปฏิบัติการที่เรียกว่า
 “ทำสามเหลี่ยม” นั่นเอง
 
นอกจากนั้น
พระเจ้ายังทรงอนุญาตให้จิตวิญญาณคือตัวคุณเอง
แบ่งภาคทางพลังงานออกมาเป็นพลังงาน
 189 กลุ่ม
เพื่อให้ทำหน้าที่เป็น
 “จิตหยาบ” ขณะเกิดเป็นมนุษย์
โดยหนึ่งในหน้าที่สำคัญคือสั่นสะเทือนเป็นขันธ์ห้า
อันหมายถึงเมื่อรับรู้สิ่งเร้าภายนอกด้วยอายตนะแล้ว
จิตหยาบจะสั่นสะเทือน
 5 ขั้นตอนหรือห้าขันธ์ทันที
เพื่อแสดงการ
 “รับรู้” ไว้สำหรับ “เรียนรู้” ในยามตื่น
 
แต่ส่วนมากพวกคุณถูกหลอกให้ “รับรู้แล้วรับเอา”
อันเกิดจากการหลงมิติมายาที่เป็นเงาของแก่นแท้ว่า
เป็นอัตตาตัวตนที่แท้จริงจึงเกิดกิเลสขึ้นมาที่ในจิต
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่ารับรู้แล้วรับเอาแทนการเรียนรู้ไป
จนทำให้ชาวโลกทั้งหลายหมุนกันแต่กรรมจักร
ด้วยกิเลสตัณหาราคะและอารมณ์ขยะตลอดทั้งวัน
จึงไม่อาจใช้เมตตาธรรมคือความรักที่ไร้เงื่อนไข
ผลิตสร้างพลังงานสะอาดช่วยค้ำจุนสมดุลโลกได้
เพราะไม่รู้ว่า
 #พลังงานสะอาด แบบที่โลกต้องการ
มันคือแบบไหนและต้องผลิตสร้างกันอย่างไร
 
เรากลับมาฉุดช่วยชาวโลก
เพื่อเปิดเผยอนุตรธรรมความจริงจำพวกนี้ให้รู้กัน
พวกคุณจะได้ถามตนเองว่าทุกวันนี้นั้น
ที่พวกคุณปฏิบัติธรรมกันอยู่แบ่งแยกศาสนากันอยู่
โดยนำเอาพิธีกรรมประหลาดเอาลัทธิอุตริมาถือทำ
ทุกสิ่งที่คนชอบธรรมกำลังทำกันอยู่ในปัจจุบันนี้นั้น
เป็นการทำหน้าที่ทางจิตวิญญาณที่ถูกตรงอยู่หรือไม่
เป็นการทำอวดอุตริมนุษยธรรมอยู่หรือเปล่า
 
บทต่อไปเรามาเรียนรู้ไปด้วยกัน
 
สื่อถ่ายทอดคลื่นความคิดในระบบจิตสู่จิต
จากองค์จิตจักรวาลดวงใหญ่
 
ปัญญาวิสุทธิ์
21/08/2566