วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563

สนทนาประสาจิตจักรวาล

 

สนทนาประสาจิตจักรวาล

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
หน้าที่หลักที่สำคัญซึ่งท่านจะต้องทำ
เพื่อจิตวิญญาณผู้เป็นแก่นแท้ของท่านให้ได้
โดยส่วนใหญ่แล้วล้มเหลวกันมาตลอดก็คือ
หลายท่านอาจนึกในใจว่า
ทำไมจึงต้องทำตัวเป็นคนใจพระแบบนั้นด้วย
เมื่อเขาทำไม่ดีกับเราแล้วเราจะไปดีด้วยทำไม
เพราะเมื่อเขาทำร้ายเราเขาก็เป็นศัตรูกับเรา
เขามิใช่มิตรของเราอีกต่อไปแล้ว
เมื่อเขาทำตัวเป็นศัตรูมันก็ต้องสู้รบกัน
เป็นเรื่องปกติธรรมดามิใช่หรือ
มีหลายคนยังนึกต่อไปอีกว่า
นอกจากเราต้องโกรธแค้นเขาแล้ว
เรายังสมควรตอบโต้ต่อสู้เขา
แบบหนามยอกต้องเอาหนามบ่งอีกด้วย
ใครๆเขาก็ทำแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น
พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เพราะพวกท่านมีพฤตินิสัยในแบบที่ว่านี่แหละ
ตลอดเวลานานนับหมื่นปีที่ผ่านมาจนบัดนี้
พวกท่านทั้งโลกจึงไม่ประสบผลสำเร็จ
ในการทำหน้าที่เพื่อจิตวิญญาณของท่าน
อีกทั้งยังมิอาจนำพาจิตวิญญาณของท่าน
หลุดพ้นนิพพานออกไปจากอนันตจักรวาลด้วย
เพราะชีวิต "ติดกรรม" จึงต้องติดอยู่ในสังสารวัฏ
สาเหตุหลักที่ชีวิตพวกท่านติดกรรม
จนไม่อาจหยุดการมีสังสารวัฏได้ก็เพราะว่า
1.รักคนที่ทำตัวไม่น่ารักไม่ได้
2.ให้อภัยคนที่ทำตัวไม่น่าให้อภัยไม่เป็น
3.กระทำก้าวล่วงตอบสนองคนทั้งสองพวกนี้
ตั้งแต่อดีตชาติจนจิตติดเป็นจริตสันดานไป
เมื่อผิดพลาดบกพร่องในสามประการนี้
จิตของพวกท่านจึงไม่ใสบริสุทธิ์
เพราะจะถูกครอบคลุมไว้ด้วยกิเลสตัณหา
และอารมณ์ขยะรายวันอีกมากมาย
วันๆพวกท่านจึงตกเป็นทาสกิเลสตัณหา
และอารมณ์ขยะทั้งหลายไปอย่างง่ายดาย
การก่อเวรเกี่ยวกรรมกันจึงบังเกิดขึ้นง่ายๆ
โดยมิอาจเลี่ยงมันได้พ้น
พวกท่านทั้งหลายจึงเห็นตัวอย่างไม่ดี
ที่คนส่วนใหญ่เขาประพฤติปฏิบัติต่อกันแบบนี้
โดยเห็นเสมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา
จึงพากันเอาเยี่ยงอย่างคนส่วนใหญ่ที่ไม่ถูกต้อง
เพราะนึกคิดเอาเองว่าเป็นเรื่องธรรมดา
พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะบอกความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ถ้าพวกท่านต้องการทำหน้าที่เพื่อจิตวิญญาณ
ท่านจะต้องสั่นสะเทือนจิตสามนึกของท่าน
ให้เป็นด้านบวกแต่เพียงด้านเดียวเท่านั้น
ไม่ว่าคนรอบข้างหรือคนใกล้ตัว
ใครจะทำดีหรือทำชั่วต่อตัวท่านก็ตาม
จงอย่าไปโต้เถียงกันว่าใครผิดใครถูก
เพราะการตัดสินพิพากษามิใช่นัยสำคัญอะไร
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ
ท่านต้องรักเขาให้ได้
ท่านต้องให้อภัยเขาให้เป็น
หรือให้อโหสิกรรมแก่เขาให้จงได้
ถึงแม้การคิดแบบจิตมนุษย์ดังว่านี้
ดูเหมือนจะไม่ยุติธรรมสำหรับท่านก็ตาม
แต่มันเป็นแผนการของจิตวิญญาณของท่าน
ที่กำหนดให้คนรอบข้างหรือคนใกล้ตัว
กระทำทั้งดีและชั่วต่อตัวท่านคละเคล้ากันไป
โดยมีเป้าหมายเดียวที่ต้องการก็คือ
พวกท่านจะต้อง "รัก" คนทุกจำพวกให้ได้
ใครดีมาก็ให้ทำดีตอบสนอง
ใครชั่วมาก็อย่าทำชั่วตอบสนอง
ให้นึกดีคิดดีพูดดีทำดีตอบสนองเท่านั้น
ถ้านึกดีคิดดีพูดดีทำดีตอบสนองเขาไม่ได้
ก็ให้ท่านจงวางเฉยเป็น #อุเบกขา เสีย
แค่รับรู้ว่าเขากำลังทำไม่ดีกับท่านก็พอ
โดยท่านต้องไม่เอามันมาเป็นเงื่อนไข
เพื่อทำให้ตัวท่านเอง "สะเทือนใจ" เด็ดขาด
มิเช่นนั้นท่านจะถือเป็นเหตุอันชอบธรรม
ที่จะต้องตอบโต้กลับคืนแบบตาต่อตาแน่นอน
เหตุที่ท่านต้อง "รัก" คนไม่น่ารัก
ด้วยการอดทน อดกลั้น และให้อภัยพวกเขา
เพราะว่าจิตที่สั่นสะเทือนเป็นความรักบริสุทธิ์
ในแบบ #รักเพื่อให้ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน
จะยังผลให้เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
โดยจิตหยาบของท่านทั้งหลายนี่แหละ
สามารถยกระดับแรงสั่นสะเทือนด้านบวก
เพื่อเข้าถึงการเป็นหนึ่งเดียวกันกับแก่นแท้ได้
เมื่อจิตหยาบสั่นสะเทือนเป็นหนึ่งเดียวกัน
กับจิตวิญญาณผู้เป็นแก่นแท้ของท่านได้
จิตวิญญาณของท่านที่ลึกเร้นอยู่ข้างใน
ก็จะสามารถขับเคลื่อนพลังงานความรักบริสุทธิ
ที่แบกขนข้ามมิติมาจากนอกอนันตจักรวาล
มอบให้แก่เพื่อนมนุษย์และดาวเคราะห์โลกได้
เพราะพลังงานความรักจากจิตวิญญาณมนุษย์
จะอยู่ในรูปของคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าด้านบวก
ที่ดาวเคราะห์โลกดวงนี้และทุกสิ่งต้องการ
โดยโลกจะนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง
ในการทำให้โลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเอง
ช่วยทำให้โลกผลิตก๊าซออกซิเจนได้
ช่วยสร้างโครงข่ายสนามแม่เหล็กคลุมโลกไว้
ให้ปลอดภัยจากอุกกาบาต
และสนามแม่เหล็กโลกยังช่วยให้
เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์ของท่าน
มีกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้นในระบบ
ที่กลไกอวัยวะภายในและเซลต่างๆ
มีไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงในการทำหน้าที่ได้
เป็นระบบอัตโนมัติเพราะอยู่นอกจิตสามนึก
ดังนั้น
พวกท่านจึงต้องรู้ว่า
ถ้าจะสั่นสะเทือนเป็นความรักตอบสนอง
ก็จงอย่างมงายอยู่กับใครถูกใครผิด
จงอย่าไปติดกับหลุมพรางต่างๆ
ที่เป็นบททดสอบจิตสามนึกแห่งรักเพื่อให้
ซึ่งคนรอบข้าง คนใกล้ตัว
เขากระทำดีๆชั่วๆต่อตัวท่านให้เสียเวลา
หน้าที่ของท่าน คือ ต้อง "รัก" ต้อง "อภัย"
เพียงเท่านี้จริงๆ
เคล็ดลับที่จะช่วยท่านให้ประสบความสำเร็จ
ในการรักเพื่อให้ในแบบที่เรากล่าวมาก็คือ
ท่านจักต้องใช้ #จิตปัญญา เป็นเครื่องมือ
แทนการใช้อายตนะภายนอกทั้งห้า
เพื่อมองให้เห็นสิ่งดีๆที่มีคุณค่าของเขาให้ได้
โดยท่านต้องใช้
หลักการและวิธีการพิจารณา #ข้าวหลาม
เป็นต้นแบบปฏิบัติเพื่อการนี้กล่าวคือ
1.ท่านต้องมองข้ามผ่าน
เปลือกนอกของกระบอกข้าวหลามที่ดำไหม้
ซึ่งเป็นสิ่งไร้สาระไร้ประโยชน์สำหรับท่าน
เพราะมันกินไม่ได้
2.แม้ท่านมองไม่เห็นภายในกระบอกข้าวหลาม
แต่เมื่อท่านใช้จิตปัญญาของท่านพินิจดู
ท่านก็รู้ว่าภายในกระบอกไม้ไผ่ที่ถูกเผาไฟนั้น
มีข้าวเหนียวหุงสุกที่ท่านชอบอัดอยู่เต็มกระบอก
ซึ่งทานแล้วอร่อยดีและมีประโยชน์อีกด้วย
3.ท่านจึงไม่เขวี้ยงทิ้งข้าวหลาม
ที่กระบอกภายนอกไฟไหม้กระดำกระด่าง
จนแลดูไม่สวยงาม ไม่น่ากิน
แต่เพราะท่านรู้ว่ามันบรรจุข้าวเหนียว
ที่ท่านชอบทานอยู่ข้างในนั่นเอง
พี่ๆน้องๆที่รักทั้งหลาย
การที่ท่านจะรักใครๆที่ไม่ดีต่อท่านได้
ท่านจึงต้องมองข้ามพฤติกรรมไม่ดีของเขา
ที่เราเปรียบเหมือนกระบอกข้าวหลามไฟไหม้
โดยให้ความสำคัญที่ "ข้าวเหนียว" อร่อยๆ
ซึ่งเร้นอยู่ในกระบอกไม้ไผ่แทน
หมายความว่า
ให้ท่านมองหาคุณค่ากับความดีงาม
อันเป็นคุณสมบัติของเขาคนนั้นให้พบ
แทนที่จะไปมองไปยึดติดพฤติกรรมขยะของเขา
ที่มันไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับท่านเลย
จงอย่าให้พฤติกรรมขยะของใครคนนั้น
เป็นเหตุให้ท่านเขวี้ยงเขาคนนั้นทิ้งไป
ทั้งๆที่ในตัวของเขายังมีสิ่งดีๆอีกตั้งมากมาย
ถ้าท่านเข้าถึงคุณค่าในตัวเขาได้ท่านจะไม่ทิ้งเขา
เหมือนไม่ทิ้งข้าวหลามอันแสนอร่อยแน่นอน
จงรับรู้ไว้ด้วยว่า
มนุษย์โลกทุกคนรวมตัวท่านคนหนึ่งด้วย
ไม่มีใครเลวไปหมดทุกสิ่งหรอก
จงรับรู้ไว้ด้วยว่าแต่ละท่านนั้น
ยังมีความดีงามเป็นคุณสมบัติด้วยกันทั้งสิ้น
ซึ่งใครจะแลเห็นคุณค่าเห็นความดีงามใครได้
มันขึ้นอยู่กับว่าจะใช้อารมณ์ขยะมองหา
หรือว่าใช้จิตปัญญาพิจารณาเท่านั้นเอง
ด้วยเหตุนี้เอง
ท่านจึงต้องมองคุณค่าของคนอื่นๆให้เห็น
ด้วยดวงตาแห่งปัญญามิใช่ตาเนื้อ
เมื่อท่านพบคุณค่าของคนรอบข้างได้
แม้ในวันเวลาที่เขาทำตัวไม่น่ารัก
ท่านก็สามารถรักทุกคนที่เขามีคุณค่าได้เสมอ
การหมุนธรรมจักรจะไม่ยากสำหรับท่านอีกเลย
กราบพระบาทพระบิดาฯ
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
21/12/2020

วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563

มหาสติกับปณิธานแห่งการหลุดพ้น


เหมาะสำหรับฆราวาส
ผู้ปรารถนาการหลุดพ้นนิพพาน
ออกไปจาก #อนันตจักรวาล"
โดยไม่ต้องผ่าน "สวรรค์มายา"
ไม่ต้องทิ้งสังคม
เพื่อหนีเจ้ากรรมนายเวร
เพื่อละทิ้งภารกิจทางจิตวิญญาณ
ไม่ต้องปลีกวิเวกหนีเข้าพงดงป่า
เพื่อหมายว่าจะไปสวรรค์คนเดียว
เพื่อไม่ต้องการจะเกี่ยวกรรมกับใคร
แต่ท่านทั้งหลาย
หากจะเข้าถึงการหลุดพ้นได้...ภายในชาตินี้
เพียงครองมหาสติซึ่งเป็น #ธรรมชาติสมาธิ ให้ได้
เพียงแสดง #ปณิธานแห่งการหลุดพ้น ให้ชัดเจน
ประตูนิพพาน "ด่านนภาลัย" ประตูเพื่อการหลุดพ้น
ก็จักถูกเปิดออกเพื่อต้อนรับท่านทันทีในชาตินี้
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
9/12/2020

สนทนาประสาจิตจักรวาล


พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ในปลายยุคพลังงานเก่าของโลกเสรีนี้
มีเวลาโลกเหลืออยู่เพียงน้อยนิดแล้ว
ที่จิตวิญญาณของท่านทั้งหลาย
ซึ่งเป็น "ลูกแกะ" ขององค์จิตจักรวาล
ที่พระองค์ทรงมีพระบัญชาให้เราติดตามดูแล
จักต้องเลิกก้าวตาม #คนนำทางตาบอด ได้แล้ว
เพราะเหตุว่าท่านทั้งหลาย
ผู้จำเส้นทางกลับบ้านไม่ได้
โดยไม่รู้ว่าการกลับบ้าน
ด้วยการ #นิพพาน เพื่อ #การหลุดพ้น นั้น
ต้องดั้นด้นก้าวย่างไปทางใด
จึงต่างตกอยู่ในสภาพของ #คนตาบอด
ผู้ที่มองไม่เห็นแสงสว่าง
เหมือน "คนนำทาง" ที่พวกท่านก้าวตามเช่นกัน
สภาพของคนตาบอดในที่นี้
เราหมายถึง "มองไม่เห็น" คือ ไม่รู้ว่า
เส้นทางหลุดพ้นกลับบ้านเดิมของแก่นแท้นั้น
จักต้องก้าวย่างไปทิศทางใด
นอกจากนั้นเรายังหมายถึง
ผู้ที่ขันอาสานำพาพวกท่านที่ตาบอดอยู่
ก้าวย่างไปในเส้นทางที่พวกเขาเข้าใจเองว่าใช่
ก้าวไปในเส้นทางที่พวกเขา "เดา" เองว่าถูกต้อง
ทั้งๆที่เส้นทางที่พวกเขานำพวกท่านก้าวไปนั้น
มันมิใช่เส้นทางที่ถูกต้องแท้จริงแต่อย่างใด
เหตุที่พาหลงทางเพราะว่าขาดพร่องทางปัญญา
กับขาดองค์ความรู้ที่เป็น #อนุตรธรรม
ซึ่งคนนำทางต่างล้วนขาดพร่องทั้งสองสิ่งนี้
พวกคนนำทางที่ขาดพร่องทางปัญญา
เพราะมีค่านิยมเพิ่มพูนความรู้เพื่อเป็นคนเก่ง
โดยละทิ้งความต้องการพัฒนาภูมิปัญญา
จึงไม่ฝึกคิด ไม่กล้าคิด ไม่ชอบใช้ความคิด
ฝึกแต่การท่องจำเพื่อ "ทำตาม" อย่างเดียว
เมื่อถึงคราวที่ไร้ครูอยู่เคียงข้างแล้ว
พวกเขาจึงไม่อาจพึ่งสติปัญญาของตัวเองได้
เหตุเพราะไม่ชำนาญในการใช้สมองนั่นเอง
ในที่สุดแล้ว
ถ้าพวกเขาไม่พาท่าน "หลงทาง" นิพพาน
ไปขึ้นเขาวงกตลดเลี้ยวขึ้นเขาพระสุเมรุ
พาท่านขึ้นๆลงๆนานนับเป็นอสงไขยแล้ว
ยังจะนำพาพวกท่านหลงผิดไปคิดเข้าใจว่า
แดนสวรรค์มายาของประดาผู้หลุดลอย
เป็นแดนนิพพานของผู้หลุดพ้นเสียอีกด้วย
ทั้งๆที่มันเป็น #นิพพานเทียมเท็จ เท่านั้น
พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจึงขอย้ำต่อท่านทั้งหลายว่า
เรามาจากพระบิดาฯ
พระองค์ให้เรากลับมานำพาพวกท่านกลับบ้าน
ที่เรากล่าวต่อท่านว่า #อย่าหลงทางนิพพาน
มันคือความจริงที่จริงแท้ที่เรากล่าวด้วยความรัก
เพื่อช่วยสร้างสติทางวิญญาณแก่ท่านให้ฉุกคิด
อีกทั้งยังช่วยติดอาวุธทางปัญญาให้ท่านด้วย
ถ้าท่านทั้งหลายไม่ยอมฟังเราแล้วฉุกคิด
ท่านก็จะดำเนินชีวิตอยู่ในความมืดกันต่อไป
เพราะท่านจะมีมุมมองและความเชื่อแบบเดิมๆ
เนื่องจากบนเส้นทางสู่ #ด่านนภาลัย
ประตูแห่ง "การหลุดพ้น" ของจิตวิญญาณนั้น
ตลอดทางจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและความมืด
ที่จิตหยาบหรือจิตมนุษย์ของท่านทั้งหลาย
จักต้องเผชิญมันเพื่อการข้ามผ่านหรือฟันฝ่า
ซึ่งต้องใช้ภูมิธรรมและภูมิปัญญาชั้นสูงยิ่ง
ถ้าท่านไม่ฟังเรา ไม่ยอมคิดตามเรา
ท่านจักไม่มีวันรู้ตัวว่าท่านเป็นหนึ่งในคนตาบอด
ที่ถูกคนนำทางตาบอดพาหลงทางมานานแล้ว
และปัจจุบันทั้งผู้นำกับผู้ตามก็ยังหลงทางกันอยู่
พวกท่านก็จะยังคงหลงทางกันอยู่ต่อไปอีก
จะยังผลให้เมื่อถึงกาลสิ้นยุคพลังงานเก่านี้
จิตวิญญาณพวกท่านจักสิ้นอนาคตไปพร้อมกัน
นั่นคือจะกลับบ้านไม่ได้และจะแตกสลาย
เพราะถูกชำระทิ้งออกไปจากระบบดั่งชำระขยะ
โดยช่างเท็คนิกผู้เป็นฑูตสวรรค์ของพระบิดา
พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราขอกล่าวความจริงให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า
กราบพระบาทพระบิดาฯ
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
9/12/2020

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สนทนาประสาจิตจักรวาล


สนทนาประสาจิตจักรวาล

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
พระบิดาแห่งจิตวิญญาณของท่านทั้งหลาย
ทรงเป็นผู้ใช้ให้เรากลับมาจุติยังโลกเสรีอีกครั้ง
เพื่อกลับมากล่าว #อนุตรธรรม ความจริง
ในบทบาทพระบุตรเอกของพระองค์
ให้ท่านทั้งหลายได้รู้ความจริงอันสูงสุดนี้
เพราะเป็นความจริงที่พวกท่านทุกคนต้องรู้
ถ้าไม่รู้ก็จะมีอาจหลุดพ้นนิพพานได้ทันเวลา
ก่อนที่พระองค์จะทรงเปลี่ยนโลกสู่ยุคพลังงานใหม่
เนื่องจากความจริงระดับ "อนุตรธรรม" นี้
มนุษย์โลกเสรีทั้งหลายไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้มาก่อน
ไม่มีผู้ใดรู้เป็นเวลายาวนานนับพันๆปีมาแล้ว
เพราะมันเป็นความจริงที่องค์สัพพัญญูก็รู้เองมิได้
นอกจากนั้น
พระองค์ยังทรงมีพระบัญชาให้เรา
มาเปิดเผยความจริงให้รู้ว่าโลกถึงกาลสิ้นยุคแล้ว
มันจะเกิดมหันตภัยพิบัติที่รุนแรงยิ่งกว่ายุคโนอาห์
ซึ่งพวกท่านทั้งโลกจะหนีการเผชิญหน้ามิได้เลย
มีเพียงทางเลือกเดียวคือทุกท่านจะทำอย่างไร
จึงจะเป็นปลาตัวที่ถูกชาวประมงลากอวนมาขึ้นฝั่ง
แล้ว "คัด" ปลาตัวที่ดีมีอนาคตขึ้นเรือ
ส่วนตัวที่เหลือก็จะถูกคัดทิ้งกลับลงไปในทะเล
แน่นอนว่า
พระบิดาฯมิได้ส่งเรามาเพื่อจะพิพากษา
คนที่ได้ยินคำกล่าวพระโอวาทของเราแล้วไม่ทำตาม
เพราะว่าเรามิได้มีหน้าที่มาพิพากษาโลก
แต่เรามาเพื่อจะช่วยให้โลกและท่านทั้งหลายรอด
ให้มีความปลอดภัยจากภัยพิบัติในปฏิบัติการชำระโลก
เนื่องในวาระสิ้นยุคพลังงานเก่า
เพื่อจะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานใหม่
ถ้าใครปฏิเสธเรา ไม่ยอมรับฟังคำของเรา
ในวันสุดท้ายนั้น "พระโอวาท" พระบิดา
ที่เรากล่าวไว้ทั้งหมดแล้วนั่นแหละจะพิพากษาเขา
เพราะทุกคำกล่าวเรามิได้กล่าวตามใจของเราเอง
แต่เรากล่าวตามพระบิดาฯที่ทรงสื่อผ่านเรามา
ดังนั้น
พระโอวาททุกคำที่เรากล่าวในพระนามพระองค์
จึงเป็นสัจจะความจริงทุกประการ
ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงหรือบิดเบือนได้
พระองค์ทรงบัญชาให้เรากล่าวว่าอย่างไร
เราก็กล่าวไปตามที่พระองค์ทรงสื่อถ่ายทอดมา
คำสอนของเรา คือ การชี้ทางรอด
เพื่อให้ท่านปลอดภัยจากการถูกชำระด้วยภัยพิบัติ
และชี้ทางหลุดพ้นนิพพานไปทาง #ด่านนภาลัย
โดยให้ก้าวตามมรรควิถีจิตจักรวาลอย่างมั่นตรง
พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
ด้วยเหตุนี้เองเราจึงได้กล่าวความจริงไว้ว่า
( #ยอห์น 12:47-50 )
"เราไม่พิพากษา
คนที่ได้ยินถ้อยคำของเราแล้วไม่ทำตาม
เพราะว่าเรามิได้มาเพื่อพิพากษาโลก
แต่เรามาเพื่อจะช่วยโลกให้รอด
ถ้าใครไม่ยอมรับเราและไม่รับคำของเรา
จะมีสิ่งหนึ่งพิพากษาเขา
คำที่เรากล่าวนั่นแหละ
จะพิพากษาเขาในวันสุดท้าย
เพราะเรามิได้กล่าวตามใจเราเอง
แต่พระบิดาผู้ทรงใช้เรามา
เป็นผู้บัญชาเราว่าจะกล่าวอะไรหรือพูดอะไร
เรารู้ว่าพระบัญญัติของพระองค์เป็นนิรันดร์
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพูดนั้น
เราก็พูดตามที่พระบิดาทรงบอกเรา"
กราบพระบาทพระบิดาฯ
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
30/11/2020

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สนทนาประสาจิตจักรวาล


สนทนาประสาจิตจักรวาล

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ทุกถ้อยธรรมที่เรากล่าวต่อท่านทั้งหลาย
เรากล่าวในพระนามของพระบิดาฯ
ทุกคำกล่าวจึงเป็นพระโอวาทของพระองค์
ทุกคำกล่าวจึงเป็น #สัจธรรม ความจริง
ที่พระองค์ทรงบัญชาให้เรากลับมาอีกครั้ง
เพื่อเข้ามาฉุดช่วยจิตวิญญาณของท่าน
ให้หลุดพ้นนิพพานได้ทันก่อนวันเปลี่ยนยุค
ด้วยการเข้ามาบอกกล่าวเล่าความให้ท่านรู้
ในสิ่งที่ท่านทั้งหลายยัง "ไม่รู้ว่าไม่รู้" แต่ต้องรู้
มิเช่นนั้นจิตวิญญาณของท่านจะหลงทาง
จะลอยเคว้งคว้างอยู่ในอนันตจักรวาลนี้
เพราะหาทางกลับบ้านไม่พบเจอนั่นเอง
โดยเฉพาะสัจธรรมระดับ #อนุตรธรรม
ที่เราเคยกล่าวย้ำต่อท่านทั้งหลายอยู่เนืองๆว่า
ถ้าไม่รู้ความจริงและไม่ยอมรับในเรื่องเหล่านี้
ต่อให้ท่านเป็นคนดี มีศีลธรรม
สั่งสมบุญสร้างทานบารมีเอาไว้มาก
และรักการนั่งกรรมฐานสมาธิเป็นชีวิตจิตใจ
ท่านก็พาจิตวิญญาณหลุดพ้นนิพพานไม่ได้
เรื่องที่ท่านทั้งหลายจะต้องรู้และยอมรับก็คือ
1.จิตวิญญาณของท่านเป็นใคร มาจากไหน
2.จิตวิญญาณของท่านได้รับอนุญาตจากใคร
3.จิตวิญญาณของท่านมาเกิดเป็นมนุษย์ทำไม
4.จิตวิญญาณของท่านมีหน้าที่ต้องทำสิ่งใดบ้าง
5.จิตวิญญาณของท่านจะทำหน้าที่นั้นๆได้อย่างไร
ความทั้ง 5 ประการนี้
เป็นความจริงขั้นสูงสุดระดับ "อนุตรธรรม"
ที่องค์สัพพัญญูก็ไม่สามารถกล่าวให้ท่านรู้ได้
นอกจากพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
พระผู้เป็นเจ้าเหนือทุกสรรพสิ่งเท่านั้น
ที่จะสามารถบอกกล่าวต่อท่านทั้งหลาย
ด้วยการสื่อผ่านพระบุตรเอกซึ่งเป็นบุตรมนุษย์
ที่เป็นบุตรโทนเพียงคนเดียวของพระองค์ได้
อนุตรธรรมสำคัญทั้งห้าประการนี้
ท่านทั้งหลายจะปฏิเสธโดยไม่รับรู้ไม่ได้
ท่านทั้งหลายเมื่อรับรู้แล้วจะต่อต้านก็ไม่ได้
ท่านทั้งหลายเมื่อรับรู้แล้วจะทำวางเฉยก็ไม่ได้
เราจะขอกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า
ถ้าท่านปฏิเสธอนุตรธรรมความจริงทั้งห้านี้
เท่ากับท่านปฏิเสธต้นกำเนิดของตัวท่านเอง
ปฏิเสธการมีพระผู้ให้กำเนิดของตนเอง
ปฏิเสธการมีภูมิลำเนาบ้านเกิดของตนเอง
ปฏิเสธหน้าที่ทางจิตวิญญาณของตนเอง
ปฏิเสธการปฏิบัติตามพันธสัญญา 6
ที่เคยให้สัจจะไว้ต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า
การปฏิเสธในสิ่งเหล่านี้
มันจะยังผลให้การมาเกิดต้องล้มเหลว
เพราะท่านเป็นเหตุให้จิตวิญญาณของท่าน
1.เป็นผู้พเนจร ไม่มีบ้านเกิดเมืองนอน
2.เป็นลูกกำพร้า เพราะจำพ่อแม่ไม่ได้
3.เป็นคนเหลวไหลเพราะไม่รู้หน้าที่ของตน
4.เป็นคนล้มเหลวเพราะทำหน้าที่ไม่สำเร็จ
5.เป็นผู้ที่จะถูกคัดทิ้งเพราะไร้สัจจะต่อพระองค์
จากการลืมพันธสัญญา 6 นั่นเอง
พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เมื่อท่านเป็นเหตุให้จิตวิญญาณของท่าน
กลายเป็นคนไม่มีบ้าน
ท่านจึงจะนิพพานเพื่อหลุดพ้นกลับบ้านไม่ได้
เมื่อท่านเป็นเหตุให้จิตวิญญาณของท่าน
ต้องกลายเป็นลูกกำพร้าไม่มีพ่อแม่
ท่านจึงเป็นเพียงคนพเนจรนอนไหนก็ได้
เพราะไม่มีพ่อแม่ให้โอบอุ้ม
เมื่อท่านเป็นเหตุให้จิตวิญญาณของท่าน
ละเลยหน้าที่ในพันธสัญญา 6
จนเป็นผู้ผิดสัจจะต่อพระผู้เป็นเจ้า
เท่ากับทำให้จิตวิญญาณของท่าน
ผิดบาปอย่างร้ายแรงจนยากแก่การเยียวยา
เพียงเท่านี้จิตวิญญาณของท่าน
ก็มิอาจหลุดพ้นนิพพานได้แล้ว
แต่ถ้าท่านรับฟังพระโอวาทแล้วเกิดสติ
ก็จงเร่งปรับเปลี่ยนจิตสามนึกของท่าน
แล้วยอมรับอนุตรธรรมทั้งหมดที่เรากล่าว
เพื่อปฏิบัติตามมรรควิถีจิตจักรวาล
ด้วยการก้าวเดินไปตามธารสายน้ำนมสีขาว
ซึ่งพระผู้ให้กำเนิดจิตวิญญาณของท่าน
ทรงประทับรอพวกท่านอยู่ที่นั่นตั้งนานแล้ว
พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราขอยืนยันต่อท่านทั้งหลายว่า
แม้ว่าฟ้า​และ​ดิน​จะ​ล่วง​ไป
แต่​บรร​ดา​ถ้อย​คำ​ของ​เรา​ที่กล่าวต่อท่าน
มันจะ​ไม่​สูญ​หาย​เลย....
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
26/11/2020