บทบาทนักสู้เพื่อการให้รู้แจ้ง
ถ้าท่านต้องการหลุดพ้นในภพชาตินี้
แผนกำจัดมอดไม้
วิธีใช้มหาสติ
คำเตือน
องค์ความรู้ที่สำคัญมาก
จิต 3 นึก
เรียนรู้ให้เป็น
ป้องกันจิตไว้มิให้โกรธ
ความโกรธ
นักสู้เพื่อการรู้แจ้ง
คิดทำเพื่อตนเองหรือคิดทำเพื่อผู้อื่น ?
...เว้นจาก...
คนตนเองให้เป็นมนุษย์
ขณะที่ท่านกำลังเลี้ยงฉลองวันเกิด
เพราะวันตายถูกกำหนดมาแล้วเช่นกัน
เข้าถึงนิพพานแน่ ถ้า....
พลียะเดี้ยนส์
กล่องพลังงานชีวิตผู้เป็นมิตรกับมนุษย์
ผู้มีความผูกพันกันกับมนุษย์โลกเสรี
มายาวนานนับหมื่นๆปี
ที่มีมายารูปลักษณ์แบบนี้นามว่า #พลียะเดี้ยนส์
มีฐานะเป็นตัวแทนแห่งพระผู้สร้าง
เป็นพี่เลี้ยง ผู้ดูแล และเป็นครู
เป็นผู้ที่มอบความรักและปรารถนาดี
ต่อมนุษย์โลกเสรีทุกคนอย่างใกล้ชิดตลอดมา
รูปธรรมกลุ่มพลียะเดี้ยนส์ผู้ดูแลโลกและมนุษย์
ก็จะรับผิดชอบช่วยเหลือฟื้นฟูความสมดุลให้
ยามใดที่โลกและมนุษย์กำลังมีภัย
พี่ๆน้องๆกลุ่มนี้ก็จะคอยเฝ้า
เข้าช่วยเหลืออย่างมิห่างหาย
ภารกิจหนักและยุ่งยากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
เพราะนอกจากโลกจะเสียสมดุลมาเกินปกติแล้ว
พระบิดาหรือพระผู้สร้างยังทรงปรารถนา
จะยกระดับพลังอำนาจดาวโลกเสรีนี้
ให้มีพลังอำนาจมากกว่าเดิม 2 เท่าอีกด้วย
ซึ่งมันจะทำให้ทั้งโลกและมนุษย์ที่รอด
มีพลังอำนาจร่วมกันมากขึ้นกว่าเดิม
การระดมสรรพกำลังการระดมสรรพวิธี
เพื่อคืนสมดุลให้โลกและยกระดับพลังอำนาจ
จึงมีความเข้มข้นสูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นพร้อมๆกันทั่วโลก
ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นทุกรูปแบบ
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนั้นมนุษย์โลก
อาจไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเป็นไปได้
จะไม่เคยคาดคิดหรอกว่ามันจะรุนแรงสุดๆ
รุนแรงขนาดฝูงชนหายและแผ่นดินหาย
ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกๆวันนาน 56 วัน
ดาวโลกเสรีนี้จะถูกความมืดยึดครองไว้รอบด้าน
ขณะที่ภายในระบบโลกเอง
ก็จะมิอาจหาแผ่นดินที่สงบสุขให้เหยียบยืนได้
นอกจากมนุษย์จะค้นพบกันได้เองว่า
แท้แล้วที่ว่างที่จะสร้างสงบสุขให้ตนเองได้
มันมิได้อยู่ที่ไหนมันมิได้อยู่ไกลเลย
เพราะมันอยู่ที่ "ใจตนเอง" โดยแท้
ความรักจากผู้มีพระคุณ #ตัวจริงแท้จริง
ที่ท่านทั้งหลายจะต้องคารวะ
เพราะว่ารูปธรรมกลุ่มพลียะเดี้ยนส์
ผู้เดินทางมาจากดาวลูกไก่อันไกลโพ้นนี้
คือบรรพบุรุษแห่งเครื่องยนต์แห่งกรรมมนุษย์
ที่สวยงามลงตัวและมีประสิทธิภาพที่สุด
ที่รูปธรรมมีชีวิตส่วนใหญ่ในเอกภพอันไพศาลนี้
พากันอิจฉามาเนิ่นนานแล้ว
ขอบพระคุณพี่ๆน้องพลียะเดี้ยนส์
ที่เมตตาจัดคลิปนี้มาให้เผยแพร่เพื่อการเรียนรู้
สำหรับมนุษย์โลกเสรีที่อยากรู้
และที่ยังไม่รู้ว่าตนไม่รู้
ป.วิสุทธิปัญญา
9-03-2018
จงอย่าหนีปัญหาถ้าปรารถนาจะนิพพาน
อย่าเย้ยฟ้าท้าดิน
เราขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
เรื่องพระผู้สร้างกำลังเร่งรัดปฏิบัติการชำระโลก
เรื่องมนุษย์โลกจะต้องทำสงครามกับภัยพิบัติ
เรื่องหายนะภัยที่รุนแรงจะทะยอยเกิดขึ้นบนโลก
มนุษย์โลกจักต้องเตรียมตนเองและจิตวิญญาณ
เอาไว้ให้พร้อมต่อการผจญภัยกันตั้งแต่เนิ่นๆ
ซึ่งเราได้ทำหน้าที่รับพระบัญชามา
โดยได้บอกกล่าวข่าวสารเหล่านี้ให้ชาวโลกรู้
ตั้งแต่ 30 ปีที่ผ่านมาแล้วอย่างต่อเนื่องนั้น
ไม่ใส่ใจใยดีในข่าวสารจากจักรวาลเท่าที่ควร
ก็ชิงปฏิเสธข่าวสารทันทีว่า
ไม่จริง ไม่เชื่อ ไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้
ก็ต่อต้านผู้กล่าวข่าวสารนี้ทันทีว่า
เพี้ยน บ้า อยากดัง ทำลายความสงบสุข
ปลุกเร้าผู้คนให้ตื่นกลัว ทำตัวอุตริ ฯลฯ
ซึ่งองค์จิตจักรวาลทรงเมตตาสื่อสารผ่านเรามา
จึงถูกผู้คนส่วนใหญ่วางเฉยอย่างไม่ใยดี
ทั้งๆที่ทุกสิ่งล้วนเป็นความจริง
ที่ทุกคนจะต้องรู้
ยิ่งรู้ล่วงหน้าได้นานเท่าใด
ก็ยิ่งจะเป็นประโยชน์มากเท่านั้น
พี่ๆน้องๆส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจแล้วว่า
"ไม่ใส่ใจและไม่เชื่อ" ในข่าวสารความรู้ใหม่
ที่พระบิดาทรงเมตตาสื่อผ่านเรามานั่นเอง
เพราะประสบการณ์ 7 ภพชาติสอนให้รู้ว่า
มนุษย์ส่วนใหญ่จะตัดสินข่าวสารความรู้ใหม่
ในทันทีที่ได้ "รับรู้" ด้วย "ความเชื่อ"
แทนการตัดสินด้วยวิธีรับรู้แล้ว "เรียนรู้"
เรียนรู้เพื่อให้รู้ว่า "อะไรเป็นอะไรอย่างไร"
แล้วจึงค่อยตัดสินใจ "ยอมรับ" ในบั้นปลาย
มนุษย์จึงใช้ความรู้สึกของตนเองเป็นตัวชี้วัด
ข่าวสารความรู้ใหม่โดยมิได้ใช้สติปัญญาที่มีอยู่
การตัดสินใจเชื่อหรือไม่เชื่อของมนุษย์
จึงผิดๆถูกๆตลอดมา
เพราะปัญหาเดียวคือ #งมงาย โดยแท้
มีการตัดสินใจเชื่อคนเชื่อคดีความมาผิดๆถูกๆ
จึงขลาดกลัวต่อการตัดสินใจของตนเอง
พอมีเรื่องใหม่สิ่งใหม่ให้ตัดสินใจกันในวันนี้
ก็จะพากันปฏิเสธหรือวางเฉยเอาไว้ก่อน
เพื่อป้องกันตนเองไว้มิให้เสียท่าอีก
#ข่าวสารความรู้ใหม่ของพระบิดา
ที่ทรงสื่อผ่านเรามาประกาศให้โลกทราบ
จึงถูกปฏิเสธและเพิกเฉยจากคนเหล่านี้
ขณะรับทราบรับฟังก็จะใช้จิตอีกกลุ่มหนึ่ง
ค้นหาความรู้นั้นจาก #ประสบการณ์เดิมของตน
คู่ขนานกันไปในขณะรับรู้อยู่
เพื่อจะได้ตัดสินใจว่า
ตนก็จะไม่ปฏิเสธความรู้นั้น
แต่จะปฏิเสธที่จะรับรู้รับฟังความรู้นั้นต่อ
โดยจะบอกกับตัวเองว่า "ฉันรู้แล้ว"
ซึ่งการตัดสินความรู้ใหม่ลักษณะนี้
ก็มิได้ใช้สติปัญญาพิจารณาแต่อย่างใด
ตนก็จะปฏิเสธความรู้ใหม่นั้นไปทันที
โดยจะสรุปว่า #เป็นความรู้ที่ไม่ถูกต้อง
เหตุที่ตัดสินว่าความรู้ใหม่นั้นไม่ถูกต้อง
ก็เพราะมันไม่ตรงกันกับ "ความรู้เดิม" ที่ตนรู้อยู่
เป็นการตัดสินใจโดยใช้ #ครูเก่าความรู้เก่า
เพื่อตัดสิน "ครูใหม่กับความรู้ใหม่"
ในเส้นทางของผู้งมงายกับการเชื่อไม่เชื่อ
เพราะขาดการใช้ #สติปัญญา อีกนั่นเอง
ตนไม่เคยรู้ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน
มนุษย์ก็จะมีทางเลือกอยู่ 3 ทาง
เป็นตัวกำหนดเลือก 1 ใน 3 ทางเลือกนั้น
กล่าวคือ
ข่าวสารความรู้นั้นทันทีว่า ไม่จริง ไม่เชื่อ ไม่ใช่
โดยยึดถือประสบการณ์ตัวเองเป็นสำคัญ
นั่นคือเพราะตนเองไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อน
ตนก็เลยไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริงจึงเพิกเฉย
ทั้งนี้เพราะยึดติด "อัตตา" ที่มีอยู่ในตน
ต่อต้านข่าวสารความรู้ใหม่ที่ตนไม่เคยรู้
โดยคนพวกนี้นอกจากจะยึดติดอัตตาตัวกู
หรือมีอีโก้สูงๆกันแล้ว
ด้วยการออกมาอวดปัญญาและภูมิรู้ที่แสร้งรู้
เพื่อต่อต้านโต้แย้งตะแบงความ
เพื่อที่จะบิดเบือนข่าวสารความรู้ใหม่
ให้สังคมที่งมงายเพราะพวกตนอยู่แล้ว
บังเกิดความลังเลสับสน
โดยให้หันมาเชื่อตนเองแทน
แล้วเพิกเฉยละเลยต่อความรู้ใหม่นั้นไป
ประสบการณ์เดิมของตน
ความเชื่อเก่าๆของตน
ครูคนเก่าๆของตน
ความคิดส่วนตัวของตน
สติปัญญาของตน
ความหลงตัวเองของตน
ความอยากเด่นอยากดังของตน
ฯลฯ
เพื่อการพิจารณาข่าวสารความรู้ใหม่นั้น
แทนการตัดสินใจรับรู้แล้วเชื่อไม่เชื่อ
โดยมิได้ใช้ความคิดหลักการและเหตุผล
เมื่อพบว่า "ผู้นำเสนอ" ความรู้ใหม่นั้น
เป็นคนหน้าแปลกที่ตนไม่รู้จักไม่คุ้นเคย
เป็นคนที่ตนเองรู้สึกว่าไม่น่าเชื่อถือ
เป็นคนที่ตนเองไม่ยอมรับด้วยจิตลบ
เป็นแหล่งข่าวที่ตนเองไม่รู้จัก
เป็นแหล่งข่าวที่ตนเองรู้จักแต่ไม่ศรัทธา
เป็นการใช้วิธีปฏิเสธความรู้ใหม่
เพราะไม่ยอมรับ "ผู้นำเสนอ" ความรู้ใหม่นั้น
ทั้งๆที่มันเป็นคนละเรื่องกัน
อ่านทบทวนบทเรียนสเตตัสนี้หลายๆรอบ
เพื่อค้นให้พบว่าท่านเอง
เป็นหนึ่งในแบบเหล่านี้บ้างหรือไม่
มรรควิถีจิตจักรวาลที่เราหมั่นนำเสนอนี้
กล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายทุกเรื่อง
เราอาจกล่าวแต่น้อย กล่าวมานาน
และมิได้กล่าวย้ำบ่อยนัก
แต่เราขอยืนยันต่อท่านว่า
เป็นจริงทุกเรื่องไม่มีเปลี่ยนแปลง
ตราบกระทั่ง...ทุกวันนี้
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
8-03-2018
มีคำถามก็มีคำตอบ : เหตุปัจจัยเงื่อนไขของพื้นที่สีแดง
<
#ตอบคำถาม : Anothai Bunjong
#Question 3:
อะไร เป็นเงื่อนไข เป็นเหตุ เป็นปัจจัย
เป็นตัวตัดสิน พื้นที่สีแดง
ในแต่ละจุด ของโลก ....
อะไรเป็นรากฐานของสาเหตุ ที่แท้จริง
ที่ด้ามขวานต้องหักค่ะ?
จะผ่อนหนักเป็นเบาได้ไหมค่ะ?
Answer:
1.พื้นที่สีแดง คือ
พื้นที่ซึ่งจะหายไปจากแผนที่โลก
หลังปฏิบัติการชำระโลกครั้งที่สี่สิ้นสุดลง
2.เงื่อนไขที่จะต้องหายไปมีหลายประการ
ในที่นี้เราขอตอบท่านเพียง 3 ประการ คือ
#ประการแรก:
เพราะเป็นการปรับสมดุลทางกายภาพ
ของดาวเคราะห์โลกดวงนี้ใหม่
เนื่องจากระบบโลกเสียสมดุลไปมาก
จนส่งผลกระทบทางด้านพลังงาน
แล้วพาลไปกระทบต่อสมดุลของจักรวาล
จึงมิอาจวางเฉยโดยไม่เยียวยาได้แล้ว
เหตุจากชาวโลกเสรีทำลายระบบนิเวศน์
โดยไม่แสดงความรักโลกของตนเลย
ด้วยการระเบิดภูเขา โค่นไม้ทำลายป่า
ฆ่าสัตว์ประจำโลกจนหลายชนิดสูญพันธุ์
ทำลายแหล่งต้นน้ำลำธารปิดกั้นแม่น้ำ ฯลฯ
#ประการที่สอง:
เพราะมนุษย์โลกส่วนใหญ่ไม่รักกัน
สั่นสะเทือนได้แต่กิเลสตัณหาราคะและงมงาย
เพียงเพื่อประโยชน์สุขส่วนตนเป็นเบื้องแรก
จิตสามนึกที่ตกต่ำทำให้ผลิตพลังงานบวก
มอบให้กับดาวโลกของตนไม่ได้
โลกจึงหมุนไปแกว่งไปเพราะไม่มีแรงเหวี่ยง
เมื่อแกนหมุนแกว่งส่าย
ภัยพิบัติต่างๆทางธรรมชาติจึงเกิดขึ้น
วันคืนเปลี่ยนไป ฤดูกาลเปลี่ยนไป
ดินฟ้าอากาศเปลี่ยนไป
สนามแม่เหล็กโลกก็เปลี่ยนไป
ความหนาแน่นของก๊าซออกซิเจนก็เปลี่ยนไป
ดังนั้น
พื้นที่ตรงพิกัดใดที่พลังด้านบวกขาดแคลน
พื้นที่ผืนนั้นจักเป็นพื้นที่ไร้ประโยชน์ต่อโลก
เพราะไม่มีผู้ใดสามารถให้ความรักแก่โลกได้
จึงต้องกำจัดทิ้งเพราะมันเป็นดั่งขยะ
#ประการที่สาม :
เป็นเพราะความเหมาะสมที่ต้องเพิ่มแผ่นดินใหม่
และต้องทำให้แผ่นดินเดิมบางพิกัดหายไป
เช่น ต้องปรับมุมเอียงของแกนหมุน 23.5 องศา
ไปเป็น 32 องศาแทนในยุคพลังงานใหม่
การลดแผ่นดินโลกในบางพิกัด
แล้วไปเพิ่มแผ่นดินโลกในบางพิกัด
จึงจำเป็นต้องกระทำอย่างเป็นรูปธรรม
ด้วยความจำเป็นทางด้านกายภาพ
หรือการที่ต้องทำให้เกาะแก่งทั่วโลกหายไป
ก็เพื่อทำให้ท้องทะเลและมหาสมุทรสะอาด
จักช่วยให้โลกหมุนรอบตัวเองราบรื่น
เพราะไม่มีเกาะแก่งเพิ่มแรงเสียดทาน
จนทำให้การเหวี่ยงหมุนของโลกมีปัญหา
เนื่องจากเกาะน้อยใหญ่มิใช่สิ่งที่ทรงสร้าง
มันเกิดจากตะกอนในทะเลรวมตัวกัน
ตามกาลเวลานับหมื่นๆปีนั่นแหละ
มันจึงเป็นขยะที่ต้องชำระทิ้ง
3.สาเหตุที่ด้ามขวานต้องหัก
มาจากคำตอบโดยรวมทั้ง 3 ประการข้างต้นนั้น
ดังนั้น
บางสิ่งที่ท่านเห็นว่าไม่เหมาะสมนั้น
มันคือความเหมาะสมแล้วที่ไม่เหมาะสม
ซึ่งทุกคนต้องยอมรับกันให้ได้
นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง
ที่เราจึงต้องเขียนแผนที่โลกยุคพลังงานใหม่
ประกาศให้ชาวโลกได้รู้ตัวล่วงหน้า
เพื่อเตรียมตนเองและจิตวิญญาณไว้ผจญภัย
เพื่อการตัดสินใจใดๆให้ถูกต้อง
และเผื่อไว้ว่าหลายท่านที่เป็นคนดีแต่มิอาจรู้
เพราะเป็นพื้นที่บอดของข่าวสาร
การต้องมีชาวประมงพร้อมเรือและอวนแห
คอยคัดปลาที่มีอนาคตขึ้นเรือให้ทันเวลา
จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมไว้ฉุดช่วยอยู่ทั่วหล้า
แม้กระทั่งพระบิดาทรงยอมให้แผ่นดินใต้
เหลือเป็นเกาะใหญ่ไว้ให้ยึดเกาะถึง 3 เกาะ
ก็เพราะรู้ว่ายังมีลูกที่ดีที่พร้อมจะหลุดพ้น
แต่ขัดสนเรื่องข่าวสารจากจิตจักรวาลกันอยู่
เมื่อวันที่มีภัยมาก็จะสามารถอพยพหลบภัย
ย้ายไปอยู่บนพิกัดทั้งสามเกาะนั้นได้ทันกาล
พระบิดามิทรงลืมบุตรทุกคนของพระองค์
ทรงรักและให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียม
คนดีก็ทรงรัก คนชั่วก็ทรงรัก
เพราะใครดีใครชั่วผลกรรมเป็นของตัวเอง
พระบิดามิอาจบังคับจิตใจลูกคนไหนได้
เพราะดาวเคราะห์โลกดวงนี้
เป็นดาวแห่งทางเลือกเสรี
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
28-02-2018
จิตจักรวาลสถานธรรม
ณ ภูกระต่าย อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์
เพื่อก่อสร้างโรงอาหารพร้อมห้องครัว
ตามแผนการก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม
สำหรับฆราวาสในมรรควิถีจิตจักรวาล
ด้วยเงินบริจาคของศิษย์จิตจักรวาลล้วนๆ
มีอาคารสัมมนาจุได้ 300-500 คนแล้ว
มีบ้านวิหารน้อย จำนวน 50 หลังแล้ว
แต่ยังขาด #โรงอาหารและห้องครัว อยู่
เพื่อเป็นสาธารณะธรรมสถาน ยุคพลังงานใหม่
เพื่อบริจาคปัจจัย วัสดุก่อสร้าง
เครื่องครัว และอุปกรณ์ในครัว
เชิญแจ้งความจำนงได้ที่ Tel.081-9349789
ป.วิสุทธิปัญญา
ภูกระต่าย
สำหรับเก็บและส่งน้ำอุปโภคบ
ภายในจิตจักรวาลสถานธรรม
เด่นเป็นแลนด์มาร์ค อยู่บนภูกระต่าย
แลเห็นได้ไกล
"ปฐมบท" ความลับเบื้องหลังมิติโลก
#บันทึกเสียง: บุญธรรม ทองคำ
#ตัดต่อ: ชายน้อย
#ให้เพลงประกอบ: ชลันทร
#ห้องบันทึกเสียง: Dimplex Studio
ไปเผยแพร่เป็นวิทยาทาน
โปรดติดต่อ "ชมรมจิตจักรวาลศึกษาแห่งโลก"
คุณตุ๊ก Tel.089-1052727


