สวัสดีกันวันพฤหัสบดี​ 17/09/2026

สวัสดีกันวันพฤหัสบดี

Good Morning Thursday


ศาสดาที่มาจากพระเจ้า

เล่าเรื่องในมิติของจิตวิญญาณได้

เพราะทรงรับสื่อพระโอวาท

ในแบบจิตสู่จิตตรงมาจากพระเจ้า

เพื่อเล่าเรื่องลูกสมัยเด็กให้ฟัง


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

มารหลอกมนุษย์ให้กลัวทุกข์ทำไม (ภาค 2)


 #มารหลอกมนุษย์ให้กลัวทุกข์ทำไม?

(ภาค 2)

 

พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


พระโอวาทบทนี้เราจะกล่าวต่อไปอีกว่า

มารพวกนี้หลอกมนุษย์ให้กลัวทุกข์กันทำไม


3.เพื่อใช้คนนำทางตาบอดเป็นกรรมกรแสงให้

เพราะจิตวิญญาณผีโสโครกไม่มีกายหยาบแล้ว

ไม่อาจหากินเองและเสพสิ่งที่อยากกินเองได้


สิ่งที่พวกท่านจะสังเกตได้ก็คือ

พวกคนนำทางตาบอดที่เป็นระดับเกจิดังๆนั้น

ส่วนใหญ่จะเชี่ยวชาญลือชาทางด้านมืดทั้งนั้น

เช่นเป็นพวกลงเลขเสขยันต์ปั้นพระเครื่องดูดวง

สะเดาะเคราะห์ล้างซวยให้หวยแม่น เป็นต้น

ไม่มีสาวกชื่อดังของพระศาสดารูปธรรมไหนเลย

ที่โด่งดังได้เพราะว่าเชี่ยวชาญด้านธรรมเทศน์


เมื่อจิตวิญญาณผีโสโครกสั่งยกเลิก

คนนำทางตาบอดชราประดาเกจิพวกนี้ทิ้ง

โดยเปลี่ยนมาใช้กรรมกรแสงหนุ่มสาวรุ่นใหม่

ที่สนใจเรื่อง “ลี้ลับ” แนวจักรวาลวิทยาแทน

เช่น สนใจเรื่องมนุษย์ต่างดาว เรื่องพลังงาน

เรื่องพลังจิต เรื่องของจิตวิญญาณ เป็นต้น

ผีโสโครกจึงเลือกใช้เรื่องเหล่านี้มาจูงใจกัน

โดยยึดเอาเรื่อง “กรรมฐาน” ไว้เป็นงานหลัก

เพราะเป็นธรรมะแบบเก่าที่คนรุ่นใหม่เสพง่าย


ดังนั้น

ทุกวันนี้จะมี “เจ้ากู” ผู้โด่งดัง

ที่ถูกผีโสโครกเลิกใช้งานจนถูกเผาบ้านทิ้ง 

ถูกกระชากหน้ากากออกมาให้เห็นกันทีละคน

ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้มีพฤติกรรมที่คาดไม่ถึง

เช่น จะเป็นนักบวชประเภทที่กินหรูอยู่สบาย

เป็นนักบวชที่ปากกว้าง “อมเงินวัด” นับร้อยล้าน

เป็นนักบวชที่มีฤทธิ์เดชเป็น “จอมขมังเวทย์” 

เป็นนักบวชชราประเภทที่มี “พลังทางเพศสูง”


คนนำทางตาบอดชราเหล่านี้

จะค่อยๆถูกเลิกใช้ไปทีละคนสองคน

โดยมารจะยืมมือ “สีกา” ชำระพระพวกนี้ทิ้งไป

แล้วหันไปหาคนรุ่นใหม่มาใช้งานแทน

ซึ่งทุกวันนี้พวกมารกำลังดำเนินการกันอยู่

ยังมีพระชราชื่อดังจะเสียท่ามารตามมาอีก

ทั้งวิชามูหรือวิชามารจะเผยแพร่กันมากยิ่งขึ้น


คนรุ่นใหม่ที่มีหน้าตาละอ่อน

จะออกมาทำตนเป็นคนสอนธรรมกันมากมาย

“ความธรรม” สาระธรรมที่นำออกมาสอนกันนั้น

แม้ตั้งใจฟังดูอยู่ตั้งนานกลับยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ

ไม่รู้ว่านางพวกนั้นหล่อนสอนว่าอะไรเป็นอะไร

ที่รับรู้ได้ก็เป็นเพียงนิยายน้ำเน่าของผีโสโครก

ที่ปั้นแต่งมันขึ้นมาเพื่อหลอกลวงโลกนั่นแหละ

อุบายที่มารใช้ก็คือ “ในจริงมีเท็จในเท็จมีจริง”

ซึ่งมารเคยใช้กลยุทธนี้ได้ผลกับคนชรามาแล้ว


สาเหตุที่หลอกว่าเกิดเป็นมนุษย์นั้นทุกข์

เพราะเห็นว่าพระศาสดาสอนเรื่องไตรลักษณ์ไว้

ซึ่งเป็นข้อธรรมที่ชาวบ้านเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก

พวกมารจึงหยิบฉวยเอามาใช้เป็นเครื่องมือ

โดยใช้วิธีส่งเสียงสั่งเข้าไปในหัวขณะนั่งสมาธิ


คนนำทางตาบอดที่นั่งปิดอายตนะอยู่เมื่อได้รู้ 

จึงเก็บจำแล้วนำเอามาสอนญาติโยมกันต่อว่า

กฎแห่งไตรลักษณ์ของพระพุทธเจ้าที่กล่าวไว้

เป็นสิ่งที่ทรงยืนยันว่ามนุษย์เกิดมานั้นมีทุกข์

เพราะประกอบด้วยอนิจจังทุกขังอนัตตาไงล่ะ


แถมยังหลอกคนนำทางตาบอดให้มาหลอกต่อ

ด้วยสัจธรรมเรื่อง “อริยสัจสี่” อีกหนึ่งบทใหญ่

โดยหลอกว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้สัจธรรมข้อนี้ไว้

ทั้งที่พระองค์ตรัสรู้ “ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร”

ซึ่งเป็นสัจธรรมที่สำคัญมากยิ่งกว่านั้นเสียอีก

พวกผีโสโครกจึงเป็นผู้ชักใบให้เรือเสียกันชัดๆ


จะโทษคนนำทางตาบอดว่าหูเบาโง่ง่ายก็ไม่ได้

เพราะโง่มาตั้งแต่ปิดอายตนะทั้งห้าของตนไว้

จึงไม่อาจรับรู้เพื่อเรียนรู้ความจริงของโลกได้

เท่าที่มนุษย์นั้นควรจะเป็นกันมาแล้วนั่นแหละ


(โปรดติดตามอ่านในตอนต่อไป)


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

#ปัญญาวิสุทธิ์

16/09/2569


#เปิดค่าการมองเห็น

#อนุญาตให้แชร์ได้

มารหลอกมนุษย์ให้กลัวทุกข์ทำไม

 #มารหลอกมนุษย์ให้กลัวทุกข์ทำไม?


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


เมื่อท่านรับรู้เพื่อเรียนรู้กันไปแล้วว่า

“มาร” เป็นศัตรูของมนุษย์โลกที่ไร้ตัวตน


โดยมารพวกนี้เป็นพวกจิตวิญญาณหรือผี

ที่เดิมเคยเป็นสิ่งมีชีวิตจากเผ่าดาวเผ่าหนึ่ง

ที่เข้ามาตายเพราะน้ำท่วมโลกในยุคโนอาห์

เมื่อตายแล้วก็กลับบ้านเกิดแดนสุญตาไม่ได้

เป็นเพราะว่าจิตวิญญาณของพวกเขาเหล่านี้

ไม่ได้ถือพันธะสัญญาหกติดตัวมาเกิดด้วย


พระโอวาทบทนี้เราจะกล่าวต่อไปอีกว่า

มารพวกนี้หลอกมนุษย์ให้กลัวทุกข์กันทำไม


1.เพราะว่าพวกเขาจมน้ำตายกันบนโลกนี้

จนสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไม่สามารถสืบทอดกันได้อีก

เหตุเพราะว่าพวกเขาเผ่านี้มีแต่เพศผู้หรือตัวผู้

ไม่เคยมีเพศเมียหรือตัวเมียที่พระเจ้าสร้างไว้


เหตุที่ต้องมาตายทั้งหมดบนโลกนี้

ก็เพราะพวกเขามีปีกบินได้เหมือนนกยักษ์

บินข้ามเผ่าดาวเข้ามาสมสู่กันกับมนุษย์โลก

จึงถูกชำระทิ้งด้วยภัยพิบัติจาก “น้ำท่วมโลก”


เมื่อตัวผู้ตายหมดแล้วจะเกิดใหม่อีกก็ไม่ได้

เหตุเพราะพ่อพันธุ์ตัวผู้ไม่มีให้ทำพันธุ์อีกแล้ว

จิตวิญญาณพวกนี้จึงยังนัวเนียนุงนังอยู่ที่โลก

ในฐานะของผู้คุ้นเคยนั่นแหละ


2.พวกนี้ต้องการใช้มนุษย์เป็นเครื่องมือของตน

เพราะว่าตนเองนั้นเหลือแต่จิตวิญญาณมิติเดียว

ไม่มีกายหยาบหรือกายสังขารใช้เหมือนเดิมแล้ว

เวลาที่หิวโหยกระหายหรือเกิดความใคร่ขึ้นมา

ก็สนองความต้องการตามสัญชาติญาณนั้นไม่ได้


ตัวอย่างเช่น

การหลอกลวงให้มนุษย์จัดหาเครื่องเซ่นไหว้

จำพวกอาหารคาวหวานต่างๆให้เป็นเครื่องบูชา

เพื่อแลกเปลี่ยนกันกับบางสิ่งที่มนุษย์ต้องการ

ซึ่งจิตวิญญาณพวกนี้ใช้อิทธิฤทธิ์บันดาลให้

อันเป็นที่มาของวิชามืดที่พระศาสดาไม่ส่งเสริม

โดยแรกๆที่ใช้อุบายนี้หากินกับมนุษย์โลกนั้น

เป็นไปเพื่อต้องการสนองสัญชาติญาณตนเอง

ซึ่งเป็นความหิวโหยและกระหายที่ยังคงมีอยู่


ต่อมาแม้กระทั่งความใคร่ในกาม

จิตวิญญาณของผีพวกนี้ก็พบว่าตนก็ดับไม่ได้

จึงต้องใช้วิชามารเข้ามาแฝงในร่างของมนุษย์

เพื่อการเสพกามโดยเลือกใช้คนนำทางตาบอด

เป็นเครื่องมือในการประกอบกามกิจของตน

เพราะว่าอาการจากสัญชาตญาณทั้งหลายนั้น

รวมทั้งสิ่งที่เป็นกิเลสตัณหาราคะต่างๆด้วย

เมื่อเกิดแล้วจักต้องมีการตอบสนองมันเท่านั้น

ถ้าไม่มีการตอบสนองแล้วมันจะดับไม่ได้

พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่า #ความใคร่ นั่นเอง


ถ้าท่านหิวท่านจึงต้องรับประทานดับหิว

ถ้าท่านกระหายท่านจึงต้องดื่มน้ำดับกระหาย

ถ้าท่านเหนื่อยล้าท่านจึงต้องพักผ่อน

ถ้าท่านง่วงหาวท่านจึงต้องหลับนอน

ถ้าท่านเกิดความใคร่จึงต้องบำบัดความใคร่


อาการทั้งหลายที่เรากล่าวมาเหล่านี้

เป็นเรื่องของความอยากจากสัญชาตญาณ

ที่ต้องการ “บำบัด” ซึ่งเป็นธรรมชาติกันทั้งสิ้น

ไม่มีใครห้ามความหิวกระหายของตนเองได้

เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วจิตวิญญาณจะสั่งก้านสมอง

ให้สั่งเครื่องยนต์แห่งกรรมตอบสนองมันเสมอ

ซึ่งพระผู้สร้างทรงออกแบบให้จิตวิญญาณ

เป็นผู้กำกับควบคุมดูแลสัญชาตญาณเหล่านี้

เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของจิตสามนึกให้น้อยลง

อีกทั้งเพื่อป้องกันจิตสามนึกที่อาจเหลวไหล

ทำให้เครื่องยนต์แห่งกรรมคือกายหยาบตายได้


ดังนั้น

เมื่อเกิดความใคร่จากสัญชาตญาณแล้ว

มนุษย์จึงต้องมีการตอบสนองมันเสมอ

การตอบสนองสัญชาตญาณก็คือการบำบัด

เพื่อที่จะดับสัญชาตญาณนั้นๆนั่นแหละ

การตอบสนองนี้จึงเป็นไปเพื่อการมีชีวิตรอด


ส่วนการตอบสนองความอยากแบบอื่น

เช่น ความอยากซึ่งมีฐานกำเนิดมาจากกิเลส

ที่ถูกบิดเบือนเบี่ยงเบนมาจากสัญชาตญาณ

มันเป็นคนละอาการกับที่เรากล่าวมาแล้วนั้น

จงระวังไว้อย่าได้เอาไปปะปนกันเด็ดขาด

เพราะความอยากประเภทที่ว่านี้มันคือตัณหา

ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากเวทนาหรือความรู้สึก

โดยความรู้สึกชอบไม่ชอบได้จากการปรุงแต่ง

ไม่ได้เกิดจากสัญชาตญาณแต่อย่างใด


ด้วยเหตุนี้เอง

พระศาสดาจึงไม่ทรงอนุญาตให้

ผู้หญิงบวชเป็นพระภิกษุณีอยู่ที่วัดกับภิกษุชาย

เพราะความใกล้ชิดกันจะกระตุ้นสัญชาตญาณ

ทางด้านกามคุณของทั้งสองเพศให้เกิดขึ้น

ซึ่งเป็นการป้องกันไว้ดีกว่าแก้ไขทีหลัง


ท่านเห็นหรือไม่ว่า...

พวกคนนำทางตาบอดชื่อดังตั้งหลายราย

นอกจากจะทำผิดฉาวเรื่องยักยอกเงินวัดแล้ว

ยังมีข่าวฉาวโฉ่เรื่องมั่วสีกาบ้าเสพกามอีกด้วย

นักบวชชื่อดังเหล่านี้มักจะเป็น “สายมูเตลู”

เป็นนักปลุกเสกเลขยันต์เป็นผู้สร้างผู้จำหน่าย

วัตถุที่มีคุณวิเศษจำพวกเครื่องรางของขลัง

ซึ่งผีโสโครกให้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนตอบแทน

มิใช่ผู้งดงามในศีลในธรรมในคำเทศน์คำสอน 

ที่พระหรือนักบวชสมควรต้องมีต้องเป็นเลย


(โปรดติดตามอ่านในตอนต่อไป)


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

#ปัญญาวิสุทธิ์

15/09/2569


#เปิดค่าการมองเห็น

#อนุญาตให้แชร์ได้