11 มิถุนายน 2569

คำวิจารณ์​ "จิตจักรวาล" (2)


  #ตอนต่อจากเมื่อวานนี้


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย


มีผู้หวังดีท่านหนึ่ง

ส่งข้อความข้างล่างนี้มาให้เรา

เพื่อจะแจ้งเราให้รู้ว่ามีผู้กล่าวพาดพิงถึง 

#องค์จิตจักรวาล 


เพื่อให้เราตรวจสอบว่า

เป็นคำกล่าวที่วิปริตผิดความจริงหรือไม่

เพราะเขาอ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจ

เราจึงขอถ่ายทอดและตอบคำถามไว้ให้

โดยตัดตอนออกเป็นข้อๆเพื่อความสะดวก

ในการตอบแสดงความคิดเห็นไว้ดังต่อไปนี้

(ตอนนี้เป็นตอนที่ 2)


#มีผู้กล่าวว่า

2.แต่มีจิตใหญ่ระดับจักรวาล

ที่แผ่จิตไปได้ทั่วทั้งจักรวาลนั้นจิตนี้มี

และมีอยู่เป็นจำนวนมากก็คือพรหมทุกท่าน


#Answer:

ถ้อยความนี้เป็นคำกล่าวต่อเนื่อง

จากที่เรานำมาตอบไว้เมื่อวานนี้

เป็นการโชว์ความไม่รู้หรืออวดอุตริ

จากการที่มีผู้ถามถึงเรื่อง #จิตจักรวาล คือใคร

แล้วดันไปตอบคำถามนั้นเอาไว้ว่า


“จิตจักรวาลที่เป็นหนึ่งเดียว

ผู้ครองจักรวาลทั้งหมดนั้นไม่มี”

ซึ่งเป็นเท็จหรือไม่ใช่สัจจะอย่างแน่นอน


เราจะกล่าวความจริงให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า

คำตอบของนายคนนี้น่าจะได้คำตอบจาก

#การนึกเอง #การรู้สึกเอง #การเดาเอาเอง

โดยใช้ความรู้เดิมของตนเป็นฐานในการสรุป

ซึ่งความรู้พื้นฐานของนายคนนี้นั้นดูเหมือนว่า

จะรู้และเข้าใจเรื่อง #สวรรค์มายา แตกฉานยิ่ง


แสดงว่าเขาคนนี้ถูกผีโสโครกล้างสมองไปแล้ว

จึงเหมาเอาว่า #จิตจักรวาล หมายถึง #พรหม

เพราะพรหมในสวรรค์มายานั้นมีอยู่จำนวนมาก

นายคนนี้จึงสอนลูกศิษย์ของตนอย่างมาดมั่นว่า

จิตจักรวาลผู้ครองจักรวาลที่เป็นหนึ่งเดียวไม่มี

ทำให้ผู้ที่ยังสอบตกสัจธรรมเรื่อง #กาลามสูตร

หลงเชื่อตามจนหลงทางนิพพานตามพวกนี้ไป


เราจะกล่าวความจริงให้โลกรู้ว่า

ระดับสติปัญญาจากสมองสองซีกของมนุษย์

จะไม่อาจคิดรู้ในเรื่องของจิตจักรวาลดวงใหญ่

ซึ่งเป็นพระเจ้าเหนือทุกสรรพสิ่งที่ทรงสร้างได้

เพราะว่ามีขีดจำกัดทางปัญญาในการใช้งาน

จึงไม่สามารถเข้าถึงความจริงระดับอนุตรธรรม

เพื่อการเรียนรู้ด้วยการคิดรู้เองได้


พระเจ้าจึงต้องมีพระบัญชาให้

พระศาสดาและพระบุตรเอกที่มาจากพระเจ้า

ข้ามมิติเข้ามาทำหน้าที่กล่าวพระโอวาท

ต่อมวลมนุษย์โลกในพระนามแห่งพระองค์

เมื่อสิ้นยุคศาสดาพระองค์ที่เกิดจากโลกแล้ว


เพราะพระศาสดาที่มาจากพระเจ้า

จะทรงกล่าวถึงอนุตรธรรมเกี่ยวกับจิตวิญญาณ

จะทรงกล่าวถึงแต่เรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้า

จะไม่ทรงกล่าวถึงเรื่องโลกียะธรรมมากนัก

เพราะศาสดาที่เกิดจากโลกได้กล่าวไว้แล้ว

พระองค์จึงไม่จำเป็นจะต้องกล่าวซ้ำอีก


สำหรับคนชอบธรรมที่เป็นคนไทยใจพุทธ

มีอยู่ไม่น้อยที่เชื่อตามคนนำทางตาบอดชรา

โดยตนเองไม่เคยศึกษาหาอ่านพระไตรปิฎก

#จึงไม่รู้เลยว่าพระไตรปิฎกนั้นมีปกสีอะไร

ได้แต่ฟังนักบวชกับนักสวดบอกต่อมาอีกทีว่า


1.เกิดเป็นมนุษย์โลกนั้นมันทุกข์อย่างยิ่ง

2.ไปเกิดบนสวรรค์มายาเพื่อไปเป็นเทพพรหม

เมื่อได้ไปเกิดอยู่บนนั้นแล้วจะสุขสบายมากกว่า

แถมยังหลุดพ้นไปจากวัฏสงสารได้อีกด้วย


3.เชื่อว่าการตายแล้วไปเกิดอยู่บนสวรรค์มายา

โดยไปเกิดเป็นเทพเป็นพรหมอยู่บนนั้นตลอด

ไม่ต้องกลับลงมาเกิดเป็นมนุษย์โลกให้ทุกข์อีก

แสดงว่าตนนั้นพ้นทุกข์คือ #นิพพาน แล้ว


เพราะเข้าใจไปเองว่า...

การไม่ตกสวรรค์กลับมาเกิดเป็นมนุษย์โลกอีก

แสดงว่าตนเองนั้นได้ #ดับอัตตา สำเร็จแล้ว

ด้วยเชื่อว่าเหตุแห่งการเกิดก็คือ “อัตตา” นี่เอง

หากดับอัตตาของตนนั้นได้ก็จะไม่ต้องเกิดอีก

ทุกวันคืนจึงหลับๆตื่นๆอยู่ในกรรมฐานสมาธิ

โดยดำริที่จะดับอัตตาที่อยู่ในขันธ์ห้าให้จงได้


โดยหารู้ไม่ว่าความเชื่อดังกล่าวในเรื่องนี้

เป็นความเชื่อที่ไม่ใช่สัจจะไม่ใช่ความจริง

แต่เป็นสิ่งที่ผีโสโครกมันส่งเสียงเข้าไปในหัว

แล้วแต่งนิยายเรื่องสวรรค์มายาดังกล่าวนี้เป่าหู

เพื่อหลอกลวงให้คนดีที่อยากทำแต่ไม่รู้ธรรม

หลงทางนิพพานแบบตาลยอดด้วนมาตลอด


ไม่เว้นแม้แต่รายที่อวดอุตรินี้โดยกล้ากล่าวว่า

จิตจักรวาลก็คือพรหมที่อยู่บนสวรรค์มายานั่น

ซึ่งพรหมมีอยู่จำนวนมากไม่ใช่มีรูปธรรมเดียว

ทั้งยังปฏิเสธว่าพรหมครองจักรวาลไม่ได้ด้วย

ทำประหนึ่งหมื่นหยามพระบุตรเอกอย่างเราว่า

กล่าวคำเท็จไม่ใช่สัจจะความจริงหรือลวงโลก

อันเกิดจากความโง่ของเราหรือไม่รู้ทำนองนั้น

เป็นการยกตนที่โง่กว่าเพื่อนำมาข่มเราโดยแท้

ทั้งที่ความจริงทั้งหมดนั้นเราไม่ได้กล่าวเอง

แต่เรากล่าวตามพระโอวาทที่พระเจ้าสื่อมาให้


จงรับฟังพระโอวาทที่เรากล่าวตามพระองค์

ด้วยจิตใจที่ไม่มีอคติต่อเราและพระเจ้ากันเถิด

จะเป็น “ด๊อกเซ่อหรือด๊อกเตอร์” ก็เข้าใจได้แน่

ไหนบอกว่าปรารถนาจะนิพพานในชาตินี้ไง

แค่อัตตาเล็กๆในเรื่องนี้ก็ยังยึดติดอยู่วางไม่ได้

แล้วจิตวิญญาณจะนิพพานหลุดพ้นได้อย่างไร


นายคนนี้จะให้เป็นครูสอนธรรมที่ดีก็ไม่ได้ด้วย

เพราะนำเอาความรู้ผิดหรือรู้ไม่จริงมาสอนผู้อื่น

โดยสอนผิดในเรื่องของพระเจ้าอีกต่างหากด้วย

อย่างลึกคือนรกขุมที่สิบสามที่ต้องลงไปตามนั้น

หากลึกกว่านั้นเห็นทีจะไม่ได้ผุดเกิดกันอีกแล้ว


เพราะการเอาเรื่องของพรหมมาอ้าง

เพื่อปฏิเสธองค์จิตจักรวาลว่ามิใช่พระเจ้า

โดยไม่เข้าใจว่า “จิตจักรวาล” ไม่ใช่ “พรหม”

ทั้งไม่ได้ศึกษาทำความไม่รู้ให้กระจ่างก่อน

ถ้าไม่วิเคราะห์ว่านายคนนี้ถูกผีโสโครกครอบงำ

เพื่อให้ลุกขึ้นมาต่อต้านภารกิจพระเจ้าที่เราทำ

เพราะตกเป็นทาสของมารไปอีกคนหนึ่งแล้วนั้น

จะให้เรามองนายคนนี้แบบไหนอย่างไรดี


เราจึงวิเคราะห์ว่านายคนนี้ที่ปฏิเสธพระเจ้า

โดยเอาเรื่องของพรหมมาอ้างแบบมั่วๆนั้น

ต้องเป็นคนหนึ่งซึ่งเชื่อว่าสวรรค์มายานั้นมีจริง

ไม่เช่นนั้นจะรู้ดีในเรื่องพรหมได้อย่างไร


เราขอย้ำว่าสวรรค์มายานั้นพระเจ้ามิได้สร้างไว้

แต่เป็นหลุมพรางที่ผีโสโครกหลอกลวงมนุษย์

ที่เกลียดกลัวความทุกข์ในการมาเกิดเป็นมนุษย์

จะได้หนีทุกข์เพราะขาดสติจนตกหลุมพรางนั้น

โดยหลอกคนชอบธรรมให้หลงเชื่อว่ามีอยู่จริง

จนอยากไปเกิดอยู่บนนั้นตามจินตนาการตนเอง

ด้วยการเทศนาเป่าหูและดูภาพตามผนังโบสถ์

จนจิตหยาบบันทึกเอาไว้ในสัญญาขันธ์ของตน


เมื่อจิตวิญญาณนั้นสิ้นอายุขัยคือตาย

เพราะจิตหยาบเป็นคนสองมิติไม่สำเร็จ

จิตวิญญาณท่านจึงเนรมิตสวรรค์มายาขึ้นมา

ตามภาพที่เห็นและตามความรู้ที่ตนหลงเชื่อ

โดยสร้างขึ้นมาเพื่อ “กักขังตนเอง” เอาไว้

จิตวิญญาณพวกท่านจะมีสวรรค์แบบเดียวกัน

เพราะเนรมิตขึ้นตามพิมพ์เขียวที่เห็นกันทุกวัด


ถ้ากล่าวเป็นแบบยุคใหม่แล้ว

ก็กล่าวได้ว่าเป็นภาพ “โฮโลแกรม”

ที่ผีโสโครกหลอกมนุษย์ให้ใช้กิเลสเนรมิตขึ้น

กิเลสที่ผีหลอกให้ใช้นั้นมีอยู่ 3 อย่าง คือ


#อย่างแรก

เป็นความกลัวทุกข์ที่เป็นเท็จมิใช่สัจจะ


#อย่างที่สอง

เป็นความเชื่อที่ว่าสวรรค์มายานั้นมีอยู่จริง


#อย่างที่สาม

เป็นความอยากหนีทุกข์อยากมีสุขสบายกว่า

บ้างก็ไม่อยากกลับมาเกิดเป็นมนุษย์โลกอีก


พวกท่านไม่รู้ว่ากิเลสทั้งสามอย่างนี้

แม้มันจะเกิดจากจิตหยาบของท่านถูกหลอก

เมื่อท่านตายไปในภพชาตินั้นเมื่อไหร่ก็ตาม

รหัสของจิตหยาบทั้งสามอย่างนั้นจะเป็นพิษ

เพราะมันจะหล่นลงไปในจิตใต้สามนึกของท่าน

แล้วจิตวิญญาณของท่านจะเนรมิตมันขึ้นมาให้

ตามจินตมยปัญญาที่จิตหยาบถูกหลอกไว้นั้น


วิธีการที่ผีโสโครกหลอกก็คือ

นำเอาเรื่องเทพพรหมกับสวรรค์มายา

ที่พวกมารแต่งนิยายขึ้นมาเป่าหูเป่าหัวท่านไว้

ด้วยการบิดเบือน #ธรรมจักรกัปวัตนสูตร

ไปขยายความเป็นอริยสัจสี่กับมรรคมีองค์แปด

แล้วสอดแทรกด้วยระดับชั้นของเทพเทวดา

คนไม่รู้จึงเชื่อเพราะนึกว่าพระพุทธเจ้าสอนไว้

ทั้งที่พวกมารหรือผีโสโครกนักแต่งนิยาย

เป็นผู้สร้างหลุมพรางนี้เอาไว้เอง


(ยังมีตอนต่อไปให้ติดตามอีก)


เอเมน สาธุ

อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

ถ่ายทอดคลื่นความคิดจากจิตจักรวาล

ด้วยวิธี Vertical Telepathy ในระบบจิตสู่จิต

จิตจักรวาลสถานธรรม อ.หล่มเก่า 

จ.เพชรบูรณ์ ประเทศไทย


11/06/2569


#เปิดค่าการมองเห็น #อนุญาตให้แชร์ได้

#สงวนลิขสิทธิ์ไว้เพื่อวิสุทธิชนยุคสุดท้ายเท่านั้น

โลกกับมนุษย์ต้องเปลี่ยนแปลงจิตสามนึก


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามแห่งองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


สิ่งที่มนุษย์กับโลกจะต้องเปลี่ยนแปลง

เพื่อให้พร้อมที่จะเข้าสู่โลกยุคพลังงานใหม่นั้น

มันมีอยู่หลายเรื่องและหลายกรณีด้วยกัน

โดยเราพอจะแบ่งออกมากล่าวได้ คือ

#โลกกับมนุษย์ต้องเปลี่ยนแปลงจิตสามนึก


คำว่า “จิตสำนึก” ที่มนุษย์โลกกำลังใช้กันอยู่นั้น

แท้แล้วจะต้องเรียกว่า #จิตสามนึก จึงจะถูก

เพราะเป็นจิตหยาบที่ทำหน้าที่อยู่ถึง 3 นึก

นั่นคือ #นึกออก #นึกเอา และ #นึกเอง


พระบิดาแห่งจิตวิญญาณหรือพระเจ้า

ทรงบัญชาให้จิตวิญญาณแก่นแท้ของทุกท่าน

ที่ขันอาสาเข้ามาเกิดเป็นคนสองมิติอยู่ที่โลกนี้

จะต้องแวะที่ "วิหารสีขาว" ตรงด่านนภาลัย

ประตูเข้าออกระหว่างแดนสุญตากับเอกภพ

เพื่อทำหน้าที่สำคัญตรงด่านนี้อยู่ 2 อย่าง คือ


#อย่างแรก

จะต้องจับมือกันอย่างน้อย 2-3 รูปธรรม

เพื่อวางแผนเขียน “บทละคร” ร่วมกันว่า

จะสร้างบทละครในการเป็นครอบครัวเดียวกัน

ในลักษณะไหน แบบใด และอย่างไร

เพื่อให้สอดคล้องกับการเป็น “สัตว์สังคม”

ที่จะต้องร่วมกันใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

ด้วยสมการร่วมของจิตสามนึก คือ Σβₓ

โดย “X” แทนค่าด้วยจำนวน 3 คนขึ้นไป


เมื่อเข้ามาเกิดกันในภพชาติแรกนั้น 

ทุกคนทุกจิตวิญญาณจะต้องมีครอบครัว

โดยตัวละครหลักก็คือ #พ่อ #แม่ และ #ลูก

ส่วนบทละครที่จะแสดงร่วมกันเมื่อมาเกิดแล้ว

จะเรียกกันว่า #ชะตาชีวิต ก็ได้


#อย่างที่สอง

สิ่งต้องทำที่ด่านนภาลัยแห่งนี้กันก็คือ

ต้องสร้างชะตาชีวิตเพื่อให้เป็นบทละครหลัก

ที่จิตวิญญาณพวกท่านขีดเขียนร่วมกันขึ้นมา

เพื่อให้ “จิตหยาบ” หรือจิตสามนึกแต่ละคน

เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นเพื่อทำหน้าที่ต่างๆ

ในนามของจิตวิญญาณของตนเองได้

เมื่อได้โอกาสเกิดเป็นคนสองมิติบนโลกแล้ว


ดังนั้น

บทละครที่พวกท่านแสดงออกหรือทำต่อกัน

จึงเป็น “เงื่อนไข” ที่ใช้ในการกระตุ้นจิตหยาบ

ให้เกิดการสั่นสะเทือนหรือตื่นตัวขึ้นมาได้

โดยพระเจ้าได้ทรงออกแบบกำหนดเอาไว้ว่า

ให้มโนกรรมขับเคลื่อนวจีกรรมและกายกรรม

ตามที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ชอบแล้วว่า 

“จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว” นั่นเอง


ถ้าไม่มีเงื่อนไขอะไรกระตุ้นจิตหยาบ

การสั่นสะเทือนตอบสนองให้เกิดพฤติกรรม

เพื่อการดำเนินชีวิตมันก็จะเกิดขึ้นไม่ได้

จิตวิญญาณพวกท่านจึงต้องถือบทละครมาให้

โดยแลกเปลี่ยนเงื่อนไขนั้นมาแสดงร่วมกัน


ชะตาชีวิตของพวกท่าน

ที่ถือมาให้จิตหยาบเป็นผู้แสดงร่วมกันนั้น

มันจึงเป็น #บททดสอบจิตสามนึก 

คือเงื่อนไขที่จะกระตุ้นให้จิตหยาบมันทำงาน

เพื่อให้มันสั่นสะเทือนได้อย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะตอนกลางวันหรือในยามตื่น


ถ้าท่านทั้งหลายสั่นสะเทือนจิตสามนึก

เมื่อถูกกระตุ้นหรือปลุกเร้าด้วยเงื่อนไขนั้นแล้ว

การสั่นสะเทือนจิตหยาบหรือจิตสามนึกนั้น

มันจะเกิดขึ้น 5 ขั้นตอนที่เรียกกันว่าขันธ์ห้า

เพื่อแสดงว่าพวกท่านนั้นเป็น #คนสองมิติ

ซึ่งจะทำให้เกิดการกระทำทั้งทางกายภาพ

กับการกระทำในมิติของจิตวิญญาณคู่กันด้วย

เราก็เคยกล่าวว่าเป็นการกระทำในมิติคู่ขนาน

จะกล่าวแบบไหนก็เป็นเรื่องเดียวกันนั่นแหละ


ถ้าจิตวิญญาณไม่ถือเอาชะตาชีวิตมาให้

ภารกิจการใช้ขันธ์ห้าในการสร้างเมตตาธรรม

เพื่อช่วยค้ำจุนสมดุลโลกก็เกิดขึ้นจริงไม่ได้

เนื่องจากจิตสามนึกหรือจิตหยาบของท่านนั้น

แม้ว่าพวกมันจะซุกซนเหมือนลิงไม่เคยอยู่นิ่ง

แต่เป็นการซุกซนในแบบไร้สาระสะเปะสะปะ

พระเจ้าจึงทรงออกแบบบทละครให้ท่านเลือก


ในบทละครที่พวกท่านแสดงเป็นเงื่อนไขกันนั้น

มันจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ บทดีกับบทร้าย

ซึ่งจะกระตุ้นจิตสามนึกของท่านได้ทั้งสองแบบ

แถมในบางบทละครที่เป็นบททดสอบเหล่านั้น

มีทั้งที่ดีมากกับดีน้อยและร้ายมากกับร้ายน้อย

คละเคล้ากันไปอีกต่างหากด้วย


พระศาสดาแห่งโลกทุกพระองค์

ทรงรู้ความจริงในเรื่องนี้กันเป็นอย่างดี

จึงมีแนวทางในการสอนมนุษย์ให้รู้จักรักกัน

เพราะภารกิจของจิตวิญญาณของพวกท่าน

จักต้องใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกไงล่ะ

นั่นคือใช้ความรักเพื่อช่วยให้โลกหมุนให้ได้


วิถีจิตจักรวาลจึงไม่มีศีลให้ท่องจำแล้วทำตาม

มีเพียงแต่ชี้แนวทางให้มนุษย์ทำกันแบบง่ายๆ

ด้วยการดำเนินขีวิตตามหลักปฏิบัติต่อไปนี้ คือ

#ต้องรักให้ได้แม้ว่าเขาจะทำตัวไม่น่ารัก

#ต้องอภัยให้เป็นแม้เขาทำตัวไม่น่าให้อภัย

#ต้องมีจิตใจที่เมตตากรุณามุทิตาและอุเบกขา


โดยต้องปฏิบัติตามที่ว่านี้ได้อย่างไม่มีเงื่อนไข

รวมเรียกว่าเป็นการหมุนธรรมจักรร่วมกันนั่นเอง


ถ้าท่านไม่ปฏิบัติตามที่เรากล่าวมานี้

แสดงว่าตัวท่านคือจิตหยาบนั้นล้มเหลวแล้ว

จิตวิญญาณผู้มอบอำนาจให้จิตหยาบทำแทน

ก็ต้องล้มเหลวตามไปด้วยโดยไม่มีข้อแม้


ผู้สอบตกบททดสอบจะเป็นทาสกฎแห่งกรรม

เพราะว่าดันไปทำตาม “วิถีทางแห่งมาร” แทน

แบบใครดีมาข้าดีตอบใครชั่วมาข้าชั่วตอบ

ซึ่งมารเสี้ยมจิตหยาบพวกท่านเอาไว้ตั้งแต่เด็ก

โดยใช้กิเลสตัณหาอารมณ์ขยะครอบงำจิตไว้

ชีวิตมนุษย์ส่วนใหญ่จึงเป็นไปตามยถากรรม

เพราะเข้าถึงจิตสามนึกด้านบวกกันไม่ได้


ใครที่สอบตกบททดสอบ

ก็เท่ากับว่าได้เขียนบทละครใหม่ทับซ้อนขึ้นมา

บทละครใหม่ที่จิตหยาบเขียนกันขึ้นมาเองนั้น

พระเจ้าทรงให้เรียกมันว่า #ชะตากรรม

ซึ่งเป็นแบบ “กรรมใครกรรมมัน” วุ่นวายกันหมด

เพราะไม่รู้ว่าไหนชะตาชีวิตไหนชะตากรรม


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

11/06/2569


#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้



สวัสดีกันวันพฤหัสบดี​ 11/06/2026


 สวัสดีกันวันพฤหัสบดี

Good Morning Thursday


พรหมเป็นจิตวิญญาณ

ซึ่งเดิมเคยเกิดเป็นมนุษย์มาแล้ว

แต่หนีทุกข์จนหลงทางนิพพาน

จึงลอยไปติดค้างอยู่บนสวรรค์มายา

จงรู้เถิดว่าพรหมไม่ใช่พระเจ้า


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม