18 พฤษภาคม 2569

พระโอวาท​จาก​พระเจ้า​



 พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า 


หลังจากทีมงานของเราเผยแพร่พระโอวาท

ที่เราได้รับสื่อมาจากองค์จิตจักรวาลดวงใหญ่

โดยจัดสร้างเป็นภาพยนตร์สั้นๆขึ้นมา

ซึ่งมีนามชื่อเรื่องว่า #พระกำเนิดของพระเจ้า

ทั้งใน Tik Tok และใน “ยูทู้ป” ได้ระยะหนึ่งนั้น


มีคนบางคนที่ทำตนเป็นสาวกของเจ้าลัทธิหนึ่ง

ซึ่งปฏิเสธพระเจ้ามาใช้วาจาจาบจ้วงล่วงเกิน

ผู้ที่เข้ามารับชมแล้วกล่าว “เอเมน สาธุ” ทุกคน

โดยกล่าวเชิงเหน็บแนมไว้ใต้คลิปดังกล่าวว่า 


“ไหนหลายๆอาจารย์ทุกวันนี้

บอกว่าพระเจ้าสร้างทุกสิ่ง แล้วก่อนเกิดพระเจ้า

สนามแม่เหล็กและคลื่นความถี่มายังไง

แสดงว่ามีสิ่งที่มาก่อนพระเจ้าจริงไหม 5555”


แล้วแถมใช้วาจาก้าวล่วงต่อไปว่า

“ใช้สมองด้วยนะจ๊ะ ไม่ใช่อาเมนอย่างเดียว”


เพื่อทำความโง่ของคนบางคนให้กระจ่าง

เราจึงขอใช้พื้นที่ว่างตรงห้องเรียนพิเศษนี้

ให้กำลังใจพี่น้องชาววิสุทธิชนยุคสุดท้าย

ที่เชื่อมั่นในคำกล่าวของเราว่า


#ทุกศาสนาล้วนเป็นสากล

#ทุกศาสดาของโลกนั้นเป็นหนึ่งเดียวกัน

#ทุกสัจธรรมคำสอนมาจากต้นธารเดียวกัน

#ชาวจิตจักรวาลจึงกล่าวทั้งเอเมนสาธุกันได้


ผู้ใดปฏิเสธหรือต่อต้านคำกล่าวเหล่านี้

ไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุใดก็ตามนั่นเท่ากับว่า

คนผู้นั้นกำลังนำเอาศาสนามาทำเป็น “ลัทธิ”

ด้วยการทำตัวเป็นแค่ “สาวก” ของลัทธินั้น

พระศาสดาของศาสนานั้นจึงเป็นเจ้าลัทธิไป


ส่วนคนที่ตั้งตน “เป็นคนสอนธรรม” 

แล้วยึดติดพระศาสดาแต่มาปฏิเสธพระเจ้า

โดยมีสมองมีปัญญาแต่ไม่รู้จักใช้ในการเรียนรู้

ที่จะคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์สัจธรรมนั้นๆ

แทนการท่องจำคำสอนของคนอื่นเขามาพูด

ศรัทธาใครเชื่อใครก็หยิบเอาของคนนั้นมาพูด

คนพวกนี้จึงไม่เคย “ฉุกคิด” หรือเอะใจว่า


ก่อนจะมาเกิดเป็นมนุษย์ในภพชาติแรกนั้น

จิตวิญญาณของตนเป็นผู้เดินทางมาจากไหน

จิตวิญญาณของตนมาเกิดเป็นมนุษย์โลกทำไม

เมื่อมาเกิดแล้วตนมีหน้าที่จะต้องทำอะไรบ้าง


เมื่อมีญาติธรรมถามคนสอนธรรมผู้รู้ทุกเรื่องว่า

พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อะไรก็ตอบไม่ตรงคำถาม

คงงัดเอาสัจธรรมคำสอนที่พระพุทธองค์สอนไว้

ทั้งก่อนตรัสรู้และหลังตรัสรู้ขึ้นมาสาธยายแทน

ทำให้คนที่เขาถามต้องเตือนสติคนสอนธรรมว่า

“ผมถามท่านอาจารย์ในแนวทางญาณวิทยานะ”

แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะอีกฝ่ายไม่หยุดปากรับฟัง


คนที่ตั้งคำถามคนสอนธรรมรายนี้คงไม่รู้ว่า

เพราะคนสอนธรรมเขาตอบคำถามนั้นไม่ได้

จึงพล่ามตอบด้วยสัจธรรมคำสอนไปเรื่อย ๆ

เพื่อกลบเกลื่อนหรือแก้เก้อที่ตนไม่รู้นั่นแหละ

ซึ่งเป็นการตอบที่ไม่ตรงกับคำถามแต่อย่างใด


เราจะกล่าวความจริงให้โลกรู้ว่า

สิ่งที่พระพุทธเจ้าถึงกับตรัสว่า “เรารู้แล้ว”

ด้วยความดีพระทัยเป็นที่ยิ่งก็ตรงที่


“ตัวรู้” ที่เป็นคำตอบซึ่งผุดขึ้นมากลางพระจิต

ในราตรีกาลที่ทรงได้คำตอบคือตรัสรู้นั้นก็คือ

ทรงได้คำตอบจากคำถาม 3 ประการต่อไปนี้

1.จิตวิญญาณของตนมาจากไหน

2.จิตวิญญาณของตนมาเกิดเป็นมนุษย์ทำไม

3.มาเกิดแล้วตนมีหน้าที่จะต้องทำอะไรบ้าง


ทั้งสามคำถามที่เรากล่าวไว้ทั้งหมดนี้

เป็นคำถามที่พระองค์เพียรถามตนเองมาตลอด

ทรงแสวงหาคำตอบผ่านมาแล้วหลายภพชาติ

แต่ก็ไม่อาจเข้าถึงคำตอบที่ทรงต้องการรู้นั้นได้

ในภพชาติสุดท้ายเมื่อทรงเกิดตัวรู้ได้คำตอบ

จะมิให้พระองค์ปีติใจจนตรัสว่าเรารู้แล้วได้ยังไง

จึงเป็นที่มาของคำว่าพระพุทธองค์ตรัสรู้นั่นเอง


สำหรับพี่น้องชาวพุทธแล้วคำตอบสั้นๆ

ในสามคำถามที่เรากล่าวเอาไว้ข้างต้นนั้น

เราขอขยายความในพระนามของพระพุทธเจ้า

เนื่องจากคำตอบแท้จริงได้ถูกปกปิดมิดเม้มไว้

เราจะขอนำมากล่าวไว้ให้รู้กันไว้ในที่นี้ก็คือ


1.จิตวิญญาณของมนุษย์ทุกคน

เป็นผู้ที่ได้รับโอกาสให้เข้ามาเกิดในระบบโลก

ทุกคนจึงเป็นผู้มาจากพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ

พระบิดาแห่งจิตวิญญาณก็คือ #พระเจ้า

พระเจ้าก็คือ #องค์จิตจักรวาลดวงใหญ่ นั่นเอง


บ้านเกิดเมืองนอนของจิตวิญญาณมนุษย์

จึงเป็นอาณาบริเวณที่อยู่ภายนอก #เอกภพ

โดย “เอกภพ” เปรียบเสมือนห้องทดลองใหญ่

ที่พระเจ้าทรงเป็นผู้กำหนดสร้างมันขึ้นมาเอง

เพื่อเรียนรู้ว่าพระองค์จะทรงทำอะไรได้บ้าง


บริเวณพื้นที่ภายนอกเอกภพทั้งหมด

ที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของจิตวิญญาณมนุษย์

จะเรียกว่า #พระนิเวศน์ของพระเจ้า ก็ได้


2.จิตวิญญาณของท่านอาสามาเกิดเป็นมนุษย์

โดยจะต้องยกระดับจิตสามนึกหรือจิตหยาบ

ให้สั่นสะเทือนเป็นหนึ่งเดียวกันกับจิตวิญญาณ

เพื่อใช้สมองสองซีกขับเคลื่อนพฤติกรรม

ในการดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกันกับมนุษย์และสัตว์

อย่างมีสันติสุขทั้งที่เป็นมิติโลกทางกายภาพ

และในมิติทางพลังงานด้านของแก่นแท้ด้วย


โดยพวกท่านทุกคนจะต้องรักกันให้ได้ 

อภัยเขาให้เป็นและไม่เห็นแก่ตัวเด็ดขาด

ไม่ว่าคนรอบข้างของตัวท่านเขาจะทำดีทำชั่ว

ท่านจะทำตอบสนองเป็นลบไม่ได้เด็ดขาด

ท่านจะเห็นได้ว่าสัจธรรมคำสอนทุกศาสดา

ล้วนทรงกล่าวสอนกันมาในแนวนี้กันทั้งสิ้น

นั่นคือทรงสอนมนุษย์โลกให้รักกันนั่นแหละ


3.เมื่อจิตวิญญาณพวกท่านมาเกิดแล้ว

ทุกท่านมีหน้าที่จะต้องทำหลายอย่างด้วยกัน

แต่เราจะขอกล่าวพอสังเขปเอาไว้ดังนี้ คือ

ทุกท่านต้องหมุนธรรมจักรในตนเองให้สำเร็จ

สำเร็จแล้วท่านก็จะหมุนร่วมกันกับผู้อื่นได้ด้วย


ท่านคงจำคำกล่าวของพระพุทธเจ้าได้

ตรงประโยคที่ว่า “เมตตาธรรมค้ำจุนโลก”

ก็คือเมื่อพวกท่านหมุนธรรมจักรด้วยรักเพื่อให้

จิตสามนึกหรือจิตหยาบจะสั่นสะเทือนขันธ์ห้า

แล้วผลิตสร้างพลังงานงานจิตด้านบวกออกมา

ให้โลกเหนี่ยวรั้งลงไปจุดระเบิดแกนแม่เหล็ก

เพื่อทำให้แกนโลกบิดตัวต่อเนื่องจนโลกหมุน

เมื่อโลกหมุนรอบตัวเองต่อเนื่องได้โลกก็สมดุล


พระพุทธเจ้าจึงตรัสไว้เป็นประโยคต่อมาว่า

“เราคือโลก” และ “โลกคือเรา”


ทรงหมายความว่า

ถ้ามนุษย์สัตว์และสิ่งมีชีวิตทุกรูปธรรมบนโลก

สามารถใช้เมตตาธรรมขับเคลื่อนขันธ์ห้า

กระทำต่อกันและกระทำต่อดาวโลกดวงนี้ได้

ความสมดุลของระบบโลกและเอกภพ

ก็จะบังเกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างนิรันดร์ได้


ความจริงอันประเสริฐทั้งสามประการนี้ต่างหาก

เป็นคำตอบที่คนทั้งโลกไม่รู้ว่าตนเองนั้นไม่รู้

เป็นความจริงที่คนสอนธรรมช่างจำนรรจ์คนนั้น

ตอบคำถามผู้ที่ถามแนว “ญาณวิทยา” ไม่ได้ว่า

พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไรแน่ซึ่งเราเฉลยให้แล้ว


เราเชื่อว่าคนสอนธรรมช่างจำนรรจ์คนนี้

ต้องตอบว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจสี่เป็นแน่

แถมอาจจะสอดแทรกด้วยสวรรค์กับเทวดา

เห็นว่ามีทั้งหมดหกชั้นที่จะเป็นอรหันต์ได้

เป้าหมายต่อจากอรหันต์ก็คือ “นิพพาน”

ทางที่จะไปน่าจะเป็นทางสายเทวะนิยมนั้น

แล้วมากล่าวหาพวกเราผู้รับเชื่อพระเจ้าว่า

เป็นพวกเทวะนิยมหน้าตาเฉย


คราวนี้ย้อนกลับไปที่ตอนต้นของบทนี้

เราขอยกเอาคำกล่าวเหล่านั้นมาตรงนี้ทั้งดุ้นว่า


มีคนบางคนที่ทำตนเป็นสาวกของเจ้าลัทธิหนึ่ง

ซึ่งปฏิเสธพระเจ้ามาใช้วาจาจาบจ้วงล่วงเกิน

ผู้ที่เข้ามารับชมทุกคนซึ่งกล่าว “เอเมน สาธุ”  

โดยกล่าวเชิงเหน็บแนมไว้ใต้คลิปดังกล่าวว่า 


“ไหนหลายๆอาจารย์ทุกวันนี้

บอกว่าพระเจ้าสร้างทุกสิ่ง แล้วก่อนเกิดพระเจ้า

สนามแม่เหล็กและคลื่นความถี่มายังไง

แสดงว่ามีสิ่งที่มาก่อนพระเจ้าจริงไหม 5555”


แล้วแถมยังใช้วาจาก้าวล่วงต่อไปด้วยว่า

“ใช้สมองด้วยนะจ๊ะ ไม่ใช่อาเมนอย่างเดียว”


เราจะเมตตาให้ความรู้แก่ผู้อวดรู้ท่านนี้

ในพระโอวาทจากพระเจ้าตอนต่อไปดีกว่า

จะได้มีพื้นที่ถ่ายทอดพระโอวาทได้มากพอ

โดยไม่ต้องติดตามต่อกันหลายตอนดีมั้ย?


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

#พระบุตรเอก

18/05/2569


#แชร์ได้ #เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล

เหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า


 

#เหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า 


เรากล่าวถึงขั้นตอนการสร้างโลกของพระเจ้า

เฉพาะการ “สร้างเพื่อนร่วมงาน” ของโลก

ผ่านมาแล้วเป็นลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้ คือ


1.สร้างต้นไม้ใหญ่เป็นสิ่งแรก

2.สร้างไดโนเสาร์เป็นสิ่งต่อมา

3.ย้ายไดโนเสาร์ออกไปจากโลกทั้งหมด

แล้วสร้างสัตว์ประจำโลกตัวเล็กตัวน้อยแทน

เพื่อแก้ปัญหาการเสียสมดุลของระบบโลก

จะทำให้โลกและเอกภพดำรงอยู่อย่างมั่นคงได้


ท่านทั้งหลายจะเห็นความจริงที่กล่าวมาได้ว่า

แต่ละขั้นตอนในการสร้างของพระองค์ดังกล่าว

ล้วนเป็น #การสร้างใหม่ เพื่อดำรงอยู่ทั้งสิ้น

เมื่อทรงพบว่าระบบโลกนั้นยัง #ไม่เหมาะสม

พระองค์จึงทรงแก้ไขโดย #เปลี่ยนแปลงใหม่

ทั้งนี้เพื่อให้ระบบโลกยังคงดำรงอยู่ต่อไปได้

ตราบนานชั่วกาลนิรันดร์


ดังนั้น

#การสร้างใหม่

#การแก้ไขใหม่

#ทั้งหมดนั้นคือการเปลี่ยนแปลง


เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงก็คือ

การดำรงอยู่อย่างสมดุลในมิติคู่ขนานกัน

อันประกอบด้วยสมดุลกันในมิติทางพลังงาน

อีกทั้งสมดุลกันในมิติโลกทางกายภาพด้วย

โดยความสมดุลที่เกิดขึ้นนั้นต้องเป็นนิรันดร์

ซึ่งเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า


นับตั้งแต่การสร้างโลกและสร้างจักรวาล

พระเจ้าทรงกำหนดสร้างทุกสรรพสิ่งทีละขั้น

ทรงจัดวางสิ่งที่ทรงสร้างในเอกภพทีละอย่าง

โดยทรงกำหนดสร้างเท่าที่จำเป็นจะต้องสร้าง

ทุกสิ่งที่ทรงสร้างจึงล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น

การสร้างแบบนี้จึงเป็น #การกำหนดสร้าง

คือสร้างอย่างจงใจแม้จะเป็นการทดลองก็ตาม


สำหรับพระเจ้าแล้ว

#การทำลายบางสิ่งที่มีอยู่แต่เดิม

เพื่อสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาแทนที่สิ่งนั้น

โดยสิ่งเดิมมีความเหมาะสมดีงามอยู่แล้ว

พระเจ้าจะไม่ทรงกระทำเช่นนั้นแน่นอน

สมควรหรือไม่ที่จะเรียกว่า #ทรงกำหนดสร้าง


ด้วยเหตุนี้เอง

เพราะอัตตาตัวตนของพระเจ้า

ที่เปรียบเป็นดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ของจักรวาล

ซึ่งทรงอุบัติขึ้นมาเองจากเหตุปัจจัยธรรมชาติ

ที่ควรเรียกว่า #เหตุปัจจัยแรก (First Cause) 

โดยท่านจะคิดแบบจิตมนุษย์กันไม่ได้เลยว่า

#ใครสร้างพระเจ้า หรือ “พระเจ้าใครให้กำเนิด”


เพราะการถือกำเนิดของอัตตาของพระเจ้า

มิได้มีสิ่งใดที่มีอัตตาตัวตนเป็นผู้ให้กำเนิด

แต่พระเจ้ามี #เหตุ กับ #ปัจจัย แห่งการเกิด

โดยเหตุและปัจจัยแห่งการเกิดของพระเจ้านั้น

ไม่ใช่ “ใคร” ตามการคิดแบบจิตมนุษย์

#แต่พระเจ้าเป็นสิ่งเดียวที่อุบัติขึ้นจากธรรมชาติ


พระองค์ทรงเป็นเหมือน “คลื่นน้ำ” ในสระใหญ่

ที่เดิมมีน้ำอยู่เต็มสระใหญ่หมายถึงจักรวาลนั้น

หากน้ำไม่กระเพื่อมเพราะมีหินถูกโยนลงไป

คลื่นน้ำในสระใหญ่คือจักรวาลนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น


คลื่นน้ำในสระใหญ่หรือคลื่นในจักรวาลที่เกิดขึ้น

มันมิได้บังเกิดขึ้นมาเองแต่เกิดจาก #เหตุปัจจัย

องค์จิตจักรวาลดวงใหญ่หรือพระเจ้าของท่าน

จึงทรงอุบัติขึ้นมาเองจากเหตุปัจจัยบางสิ่ง

ในทำนองเดียวกันกับคลื่นน้ำในสระใหญ่นั่น

เหตุปัจจัยบางสิ่งที่ทำให้พระเจ้าอุบัติขึ้นมานั้น

มนุษย์สัมผัสรู้ดูเห็นด้วยอายตนะทั้งห้าไม่ได้

พระพุทธเจ้าทรงเรียกสิ่งนั้นว่าเป็น #อนัตตา

ซึ่งพระเจ้าตรัสย้ำกับเราที่เป็นพระบุตรเอกว่า

“อนัตตาเป็นผู้สร้างอัตตาเสมอ” ก็เพราะเหตุนี้


(โปรดติดตามตอนต่อไป)


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

18/05/2569

#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้

สวัสดีกันวันจันทร์​ 18/05/2026



สวัสดีกันวันจันทร์

Good Morning Monday


อนุภาคแก่นแท้ของความว่าง

เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนแต่ทว่ามันมีอยู่จริง

พวกเขาคือสรรพสิ่งที่เป็นอนัตตา

จักรวาลจึงเป็นพื้นที่อันว่างโล่ง

ซึ่งมีแก่นแท้ของความว่างดำรงอยู่


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม