พี่ๆน้อง ๆ ผู้เป็นคนชอบธรรมที่รักทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงในฐานะของพระบุตรเอก
ที่พระองค์ทรงเจิมแต่งและมีพระบัญชาให้เรา
ข้ามมิติมาสื่อพระโอวาทกับพระองค์บนโลกนี้
ให้พวกท่านทั้งหลายในปลายยุคพลังงานเก่า
ได้รับรู้รับฟังเพื่อเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้หรือรู้ผิดอยู่
ด้วยวิธี Vertical Telepathy คือสื่อสารแนวดิ่ง
ในระบบ “จิตสู่จิต” กับพระองค์โดยตรง
ประเด็นที่เป็นสาระแห่งสัจธรรมในวันนี้นั้น
เป็นเรื่องที่บางคนหลงผิดคิดเข้าใจไม่ถูกต้อง
โดยเฉพาะคนบางคนที่ไม่รับเชื่อในพระเจ้า
แล้วออกมากล่าวว่าที่ตนปฏิเสธพระเจ้านั้น
ตรงที่รู้มาว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างความชั่วขึ้นมา
ตนจึงรับไม่ได้ตรงที่รู้ว่าพระเจ้าสร้างความชั่ว
จึงทำให้โลกนี้มันวุ่นวายเพราะคนชั่วทั้งหลาย
ซึ่งรับรู้จากคนที่รับเชื่อในพระเจ้าเองเสียด้วย
ก่อนอื่นเราขอตำหนิคนที่ปฏิเสธพระเจ้า
แล้วกล่าวร้ายต่อพระองค์อย่างหยาบคาย
เพียงแค่ได้ยินได้ฟังเรื่องนี้จากปากใครก็ไม่รู้
ที่อ้างว่าเขาเป็นคนที่รับเชื่อในพระเจ้าคนหนึ่ง
ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากครูที่ #ผิดคน โดยแท้
แถมอีกเรื่องหนึ่งที่อ้างว่าตนเองไม่รับพระเจ้า
เพราะว่าพระเจ้าทรงสั่งประหารคนชั่ว
ตรรกะการเรียนรู้แบบนี้
มันมิใช่วิธีของคนที่มีกุศลจิตแต่อย่างใด
อีกทั้งบัณฑิตเมธีเขาก็ไม่สรุปง่ายๆแบบนี้ด้วย
ท่านจะต้องรู้ว่าคนที่รับเชื่อในพระเจ้าทุกคน
มิได้หมายความว่าเขาคนนั้นจะรู้จักพระองค์
จะเข้าใจและเข้าถึงพระองค์อย่างแท้จริงได้
เขาคนนั้นอาจมีเหตุผลส่วนตัวในการรับเชื่อ
ที่ยังจะใช้เป็นมาตรฐานที่ถูกต้องตรงจริงไม่ได้
ถ้าท่านต้องการจะรู้จักพระเจ้าอย่างแท้จริง
จึงต้องฉลาดที่จะเลือกเรียนรู้กับครูที่ถูกต้อง
มิเช่นนั้นแล้วการเลือกเรียนรู้กับครูที่ #ผิดคน
มันจะส่งผลร้ายต่อตัวเองไปทั้งชีวิตเพราะรู้ผิด
อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นอาทิ
ถ้าหาครูสอนเรื่องพระเจ้าให้ท่านรู้แจ้งไม่ได้
มานี่สิเราจะช่วยติดอาวุธทางปัญญาฆ่าตัวโง่ให้
เราจะชี้แนวทางสร้างแนวคิดให้ท่านคิดเองดังนี้
#ขั้นแรก
ให้หยิบยกเอาคำว่า #พระเจ้า ขึ้นมาเป็นตัวตั้ง
คำว่า “พระ” หมายถึงผู้ที่ทรงคุณงามความดี
คำว่า “เจ้า” หมายถึงผู้ที่ยิ่งใหญ่เหนือใครอื่น
สองคำรวมกันเป็นคำว่า “พระเจ้า” จึงหมายถึง
ผู้ที่ทรงคุณธรรมความดีงามเหนือใครทั้งปวง
#ขั้นที่สอง
ให้พิจารณาด้วยปัญญาของสมองซีกซ้าย
โดยไม่มีอคติหรือลำเอียงต่อพระเจ้าในด้านลบ
คือต้องไม่เอาแว่นตาสกปรกมาใส่ในขณะคิด
ท่านต้องคิดในสภาวะที่ #จิตว่าง จากอคติ
เพราะการคิดในขณะที่จิตมีอคติหรือมีอกุศลนั้น
เป็นการคิดโดยมีกิเลสครอบงำจิตท่านอยู่
#ขั้นที่สาม
ให้คิดพิจารณาโดยมองโลกตามความจริงว่า
ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกตกโต๊ะเก้าอี้
จนเกิดอาการหัวร้างข้างแตกอย่างแน่นอน
แต่พ่อแม่ที่ฉลาดจะสอนลูกให้รู้ได้ด้วยตนเอง
จากประสบการณ์ชีวิตที่เป็นแบบเชิงประจักษ์
ยอมให้ปีนป่ายโต๊ะเก้าอี้เพื่อจะหยิบนั่นเอานี่
โดยตนเพียงแค่คอยช่วยระวังป้องกันอยู่ไม่ห่าง
เพื่อจะให้ประสบการณ์จริงที่ผิดพลาดแก่ลูกว่า
“ทีหลังอย่าทำเช่นนั้นอีก เจ็บแล้วจำไว้นะลูก”
กรณีเรื่องความดีความชั่วนี่ก็เช่นกัน
พระเจ้าทรงยอมให้โลกนี้มีทั้งสองอย่าง
เพราะว่าสองอย่างนี้มีประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่
แต่ละคนมองเห็นประโยชน์นั้นกันหรือเปล่า
ใครโง่เพราะใช้ปัญญาไม่เป็นจะมองไม่เห็นค่า
อย่างกรณีคนสอนธรรมรายที่ปฏิเสธพระเจ้า
เพราะเขารับไม่ได้ที่รู้ว่าพระเจ้าสร้างความชั่ว
แทนที่จะสร้างความดีขึ้นมาอย่างเดียว
เพราะพระเจ้าต้องการสอนมนุษย์ทุกคน
ให้รู้เห็นคุณค่าของสองสิ่งที่คู่กันไม่ใช่หรือ
จึงทรงยอมให้โลกนี้มีกลางวันกลางคืน
ทรงยอมให้คนสอนธรรมนั้นมีเพศพ่อเพศแม่
ด้วยการให้เพศผู้กับเพศเมียพึ่งพากันและกัน
จึงสามารถตั้งท้องจนเกิดตนเป็นลูกออกมาได้
ถ้ามนุษย์มีแต่เพศผู้หรือเพศเมียเพศเดียว
แล้วจะสืบทอดเผ่าพันธุ์มนุษย์กันได้อย่างไร
ความดีความชั่วก็เหมือนนั่นแหละ
เหตุเพราะโลกนี้มีความชั่วอยู่ด้วยคนชั่วจึงมี
เหตุเพราะโลกนี้มีความดีอยู่ด้วยคนดีจึงมี
ที่มั่นใจว่าเป็นคนดีจริงเหตุเพราะมีคนชั่ว
ที่มั่นใจว่าเป็นคนชั่วจริงเหตุเพราะมีคนดี
โลกเป็นแบบนี้โดยที่ผู้คนรู้ดีรู้ชั่วกันได้
เพราะมีความดีความชั่วให้เห็นเป็นประจักษ์
คนสอนธรรมเองจะอ้างว่าตนไม่รับเชื่อพระเจ้า
จึงใช้วาจาก้าวล่วงพระองค์จนเกินกว่าหนึ่งหาว
เพราะอคติต่อพระเจ้าจึงมีปัญหาทางจิตปัญญา
จนพาให้คนที่ขาดสติทางวิญญาณอีกหลายคน
ประเภทเดียวกับคนสอนธรรมคล้อยตามไปด้วย
เราเห็นว่าเป็นการก่อเวรกรรมทำบาปอย่างยิ่ง
ถ้าคิดพิจารณากันให้ถ้วนถี่แล้ว
หากพระเจ้าไม่ทรงสร้างแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์
คนทั้งจักรวาลจะขานพระนามว่าพระเจ้าไม่ได้
ดูสิคนทั้งโลกยอมรับนับถือศาสนาที่มีพระเจ้า
มากที่สุดในประดาศาสนาที่ยังมีอยู่ด้วยซ้ำไป
คนส่วนใหญ่ในโลกเหล่านั้นจิตปัญญามิได้ป่วย
จนรับเชื่อในพระเจ้าแบบงมงายกันมิใช่หรือ
คนสอนธรรมแค่ฟังความจากคนรับเชื่อพระเจ้า
แต่ยังเข้าใจพระเจ้ายังไม่ลึกซึ้งจนถึงแก่นดีพอ
เขาเป็นแค่ศาสนิกผู้หนึ่งมิใช่ตัวแทนพระเจ้า
แล้วครูสอนธรรมคนนี้จะใช้ความรู้ที่ไม่ถูกต้อง
มาพิพากษาพระเจ้าผู้สูงส่งได้อย่างไร
สำเนียงส่อภาษา วาจาส่อสกุล
คุณธรรมสูงต่ำนำแสดงออกมาด้วยปัญญาญาณ
นั่นคือตัวชี้วัดมาตรฐานแห่งการเป็นคนสองมิติ
เอเมน สาธุ
ถ่ายทอดคลื่นการคิดจากจิตจักรวาลโดย
อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
จิตจักรวาลสถานธรรม
21/05/2569


