21 พฤษภาคม 2569

เหตุที่พระเจ้าทรงยอมให้มีความดีความชั่ว


พี่ๆน้อง ๆ ผู้เป็นคนชอบธรรมที่รักทั้งหลาย


เราจะกล่าวความจริงในฐานะของพระบุตรเอก

ที่พระองค์ทรงเจิมแต่งและมีพระบัญชาให้เรา

ข้ามมิติมาสื่อพระโอวาทกับพระองค์บนโลกนี้

ให้พวกท่านทั้งหลายในปลายยุคพลังงานเก่า

ได้รับรู้รับฟังเพื่อเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้หรือรู้ผิดอยู่

ด้วยวิธี Vertical Telepathy คือสื่อสารแนวดิ่ง

ในระบบ “จิตสู่จิต” กับพระองค์โดยตรง


ประเด็นที่เป็นสาระแห่งสัจธรรมในวันนี้นั้น

เป็นเรื่องที่บางคนหลงผิดคิดเข้าใจไม่ถูกต้อง

โดยเฉพาะคนบางคนที่ไม่รับเชื่อในพระเจ้า

แล้วออกมากล่าวว่าที่ตนปฏิเสธพระเจ้านั้น

ตรงที่รู้มาว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างความชั่วขึ้นมา

ตนจึงรับไม่ได้ตรงที่รู้ว่าพระเจ้าสร้างความชั่ว

จึงทำให้โลกนี้มันวุ่นวายเพราะคนชั่วทั้งหลาย

ซึ่งรับรู้จากคนที่รับเชื่อในพระเจ้าเองเสียด้วย


ก่อนอื่นเราขอตำหนิคนที่ปฏิเสธพระเจ้า

แล้วกล่าวร้ายต่อพระองค์อย่างหยาบคาย

เพียงแค่ได้ยินได้ฟังเรื่องนี้จากปากใครก็ไม่รู้

ที่อ้างว่าเขาเป็นคนที่รับเชื่อในพระเจ้าคนหนึ่ง

ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากครูที่ #ผิดคน โดยแท้

แถมอีกเรื่องหนึ่งที่อ้างว่าตนเองไม่รับพระเจ้า

เพราะว่าพระเจ้าทรงสั่งประหารคนชั่ว


ตรรกะการเรียนรู้แบบนี้

มันมิใช่วิธีของคนที่มีกุศลจิตแต่อย่างใด

อีกทั้งบัณฑิตเมธีเขาก็ไม่สรุปง่ายๆแบบนี้ด้วย

ท่านจะต้องรู้ว่าคนที่รับเชื่อในพระเจ้าทุกคน

มิได้หมายความว่าเขาคนนั้นจะรู้จักพระองค์

จะเข้าใจและเข้าถึงพระองค์อย่างแท้จริงได้

เขาคนนั้นอาจมีเหตุผลส่วนตัวในการรับเชื่อ

ที่ยังจะใช้เป็นมาตรฐานที่ถูกต้องตรงจริงไม่ได้


ถ้าท่านต้องการจะรู้จักพระเจ้าอย่างแท้จริง

จึงต้องฉลาดที่จะเลือกเรียนรู้กับครูที่ถูกต้อง

มิเช่นนั้นแล้วการเลือกเรียนรู้กับครูที่ #ผิดคน

มันจะส่งผลร้ายต่อตัวเองไปทั้งชีวิตเพราะรู้ผิด

อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นอาทิ


ถ้าหาครูสอนเรื่องพระเจ้าให้ท่านรู้แจ้งไม่ได้ 

มานี่สิเราจะช่วยติดอาวุธทางปัญญาฆ่าตัวโง่ให้

เราจะชี้แนวทางสร้างแนวคิดให้ท่านคิดเองดังนี้


#ขั้นแรก

ให้หยิบยกเอาคำว่า #พระเจ้า ขึ้นมาเป็นตัวตั้ง

คำว่า “พระ” หมายถึงผู้ที่ทรงคุณงามความดี

คำว่า “เจ้า” หมายถึงผู้ที่ยิ่งใหญ่เหนือใครอื่น

สองคำรวมกันเป็นคำว่า “พระเจ้า” จึงหมายถึง

ผู้ที่ทรงคุณธรรมความดีงามเหนือใครทั้งปวง


#ขั้นที่สอง

ให้พิจารณาด้วยปัญญาของสมองซีกซ้าย

โดยไม่มีอคติหรือลำเอียงต่อพระเจ้าในด้านลบ

คือต้องไม่เอาแว่นตาสกปรกมาใส่ในขณะคิด

ท่านต้องคิดในสภาวะที่ #จิตว่าง จากอคติ

เพราะการคิดในขณะที่จิตมีอคติหรือมีอกุศลนั้น

เป็นการคิดโดยมีกิเลสครอบงำจิตท่านอยู่


#ขั้นที่สาม

ให้คิดพิจารณาโดยมองโลกตามความจริงว่า

ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกตกโต๊ะเก้าอี้

จนเกิดอาการหัวร้างข้างแตกอย่างแน่นอน

แต่พ่อแม่ที่ฉลาดจะสอนลูกให้รู้ได้ด้วยตนเอง

จากประสบการณ์ชีวิตที่เป็นแบบเชิงประจักษ์

ยอมให้ปีนป่ายโต๊ะเก้าอี้เพื่อจะหยิบนั่นเอานี่

โดยตนเพียงแค่คอยช่วยระวังป้องกันอยู่ไม่ห่าง

เพื่อจะให้ประสบการณ์จริงที่ผิดพลาดแก่ลูกว่า

“ทีหลังอย่าทำเช่นนั้นอีก เจ็บแล้วจำไว้นะลูก” 


กรณีเรื่องความดีความชั่วนี่ก็เช่นกัน

พระเจ้าทรงยอมให้โลกนี้มีทั้งสองอย่าง

เพราะว่าสองอย่างนี้มีประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่

แต่ละคนมองเห็นประโยชน์นั้นกันหรือเปล่า

ใครโง่เพราะใช้ปัญญาไม่เป็นจะมองไม่เห็นค่า

อย่างกรณีคนสอนธรรมรายที่ปฏิเสธพระเจ้า

เพราะเขารับไม่ได้ที่รู้ว่าพระเจ้าสร้างความชั่ว

แทนที่จะสร้างความดีขึ้นมาอย่างเดียว


เพราะพระเจ้าต้องการสอนมนุษย์ทุกคน

ให้รู้เห็นคุณค่าของสองสิ่งที่คู่กันไม่ใช่หรือ

จึงทรงยอมให้โลกนี้มีกลางวันกลางคืน

ทรงยอมให้คนสอนธรรมนั้นมีเพศพ่อเพศแม่

ด้วยการให้เพศผู้กับเพศเมียพึ่งพากันและกัน

จึงสามารถตั้งท้องจนเกิดตนเป็นลูกออกมาได้

ถ้ามนุษย์มีแต่เพศผู้หรือเพศเมียเพศเดียว

แล้วจะสืบทอดเผ่าพันธุ์มนุษย์กันได้อย่างไร


ความดีความชั่วก็เหมือนนั่นแหละ

เหตุเพราะโลกนี้มีความชั่วอยู่ด้วยคนชั่วจึงมี

เหตุเพราะโลกนี้มีความดีอยู่ด้วยคนดีจึงมี


ที่มั่นใจว่าเป็นคนดีจริงเหตุเพราะมีคนชั่ว

ที่มั่นใจว่าเป็นคนชั่วจริงเหตุเพราะมีคนดี

โลกเป็นแบบนี้โดยที่ผู้คนรู้ดีรู้ชั่วกันได้

เพราะมีความดีความชั่วให้เห็นเป็นประจักษ์


คนสอนธรรมเองจะอ้างว่าตนไม่รับเชื่อพระเจ้า

จึงใช้วาจาก้าวล่วงพระองค์จนเกินกว่าหนึ่งหาว

เพราะอคติต่อพระเจ้าจึงมีปัญหาทางจิตปัญญา

จนพาให้คนที่ขาดสติทางวิญญาณอีกหลายคน

ประเภทเดียวกับคนสอนธรรมคล้อยตามไปด้วย

เราเห็นว่าเป็นการก่อเวรกรรมทำบาปอย่างยิ่ง


ถ้าคิดพิจารณากันให้ถ้วนถี่แล้ว

หากพระเจ้าไม่ทรงสร้างแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์

คนทั้งจักรวาลจะขานพระนามว่าพระเจ้าไม่ได้


ดูสิคนทั้งโลกยอมรับนับถือศาสนาที่มีพระเจ้า

มากที่สุดในประดาศาสนาที่ยังมีอยู่ด้วยซ้ำไป

คนส่วนใหญ่ในโลกเหล่านั้นจิตปัญญามิได้ป่วย

จนรับเชื่อในพระเจ้าแบบงมงายกันมิใช่หรือ

คนสอนธรรมแค่ฟังความจากคนรับเชื่อพระเจ้า

แต่ยังเข้าใจพระเจ้ายังไม่ลึกซึ้งจนถึงแก่นดีพอ

เขาเป็นแค่ศาสนิกผู้หนึ่งมิใช่ตัวแทนพระเจ้า

แล้วครูสอนธรรมคนนี้จะใช้ความรู้ที่ไม่ถูกต้อง

มาพิพากษาพระเจ้าผู้สูงส่งได้อย่างไร


สำเนียงส่อภาษา วาจาส่อสกุล

คุณธรรมสูงต่ำนำแสดงออกมาด้วยปัญญาญาณ

นั่นคือตัวชี้วัดมาตรฐานแห่งการเป็นคนสองมิติ


เอเมน สาธุ


ถ่ายทอดคลื่นการคิดจากจิตจักรวาลโดย

อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

21/05/2569

#เหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า (4)


#เหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า (4)


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


แก่นแท้ของความว่างซึ่งเป็น “อนัตตา”

เพราะยังไม่แสดงอัตตาคือไม่ปรากฏตัวออกมา

เป็นรูปธรรมหรือเป็นตัวตนที่ชัดเจนแต่แรกนั้น

เมื่อเหวี่ยงหมุนวนไปเรื่อย ๆรอบจุดศูนย์กลาง

ของพื้นที่ว่างโล่งซึ่งเรียกว่า “จักรวาล” เดียวกัน

แก่นแท้ของความว่างทั้งหมดก็จะไปรวมตัวกัน

ตรงศูนย์กลางของการหมุนนั้นอย่างหนาแน่น


จากการเบียดเสียดของแก่นแท้ของความว่าง

จึงเป็นเหตุให้แก่นแท้ของความว่างทั้งหมดนั้น

มีการสั่นสะเทือนขึ้นจนเกิดเป็นคลื่นพลังงาน

กระจายออกมาจากศูนย์กลางของการหมุนนั้น


คลื่นพลังงานที่กระจายตัวออกมา

จากจุดศูนย์กลางของการเหวี่ยงหมุนนั้น

จะกระจายขยายตัวออกมาเป็นแบบคลื่นวงกลม 

แต่มิได้กระจายตัวออกมาแค่เพียงระลอกเดียว

เพราะการหมุนวนของจักรวาลยังเกิดต่อเนื่อง

เมื่อเหตุปัจจัยแห่งการสั่นสะเทือนยังอยู่ครบ

คลื่นพลังงานจึงกระจายตัวออกมาอยู่ต่อเนื่อง

พระองค์ทรงเรียกคลื่นเหล่านี้ว่า #คลื่นความถี่


ลักษณะของคลื่นความถี่ที่เกิดขึ้นนั้น

กระจายตัวออกมาจากศูนย์กลางเป็นระลอก

ด้วยการกระจายออกไล่เรียงกันอย่างต่อเนื่อง


เมื่อระลอกแรกกระจายไปสุดขอบจักวาลแล้ว

คลื่นนั้นจะเกิดการกลับตัวหรือวกกลับทันที

เพื่อเดินทางกลับสู่จุดเริ่มต้นของคลื่นอีกครั้ง

นั่นคือคลื่นเกิดจากจุดไหนก็กลับไปยังจุดนั้น


ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้จึงเกิดขึ้นอยู่ต่อเนื่อง

เพราะจักรวาลที่ว่างโล่งนั้นไม่มีการหยุดหมุน

คลื่นจึงเคลื่อนที่ไปกลับแบบสวนทางกันตลอด

ไม่ต่างจากคลื่นที่เกิดจากก้อนหินตกกระทบน้ำ

ตรงจุดที่ก้อนหินตกกระทบน้ำนั้นมันจะเกิดคลื่น

แล้วกระจายตัวออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นระลอก

เป็นเช่นนั้นอยู่ได้ไม่นานคลื่นน้ำนั้นก็จะหายไป

เพราะจุดที่หินกระทบน้ำไร้แรงสั่นสะเทือนแล้ว


เมื่อเหตุแห่งการสั่นสะเทือนไม่มีอีกต่อไปแล้ว

การเกิดคลื่นน้ำจึงไม่ปรากฏให้เห็นประจักษ์อีก


ขณะที่จักรวาลเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองตลอด

จึงเป็นเหตุปัจจัยให้แก่นแท้ของความว่าง

หมุนวนเข้าไปเบียดเสียดกันอยู่ตรงศูนย์กลาง

จนเป็นเหตุให้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมาได้นั้น

คลื่นการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจึงเป็นคลื่นความถี่

ตามที่เราได้กล่าวเอาไว้ข้างต้นนั้นแล้ว


ในการเกิดเป็นคลื่นความถี่ทางพลังงานนี้

หรือในความเป็นอัตตาตัวตนของพระเจ้านั้น

ที่เรากล่าวมาดูเหมือนว่าแก่นแท้ของความว่าง

ปรากฏอัตตาตัวตนจนเป็นคลื่นความถี่ขึ้นแล้ว

แต่แท้จริงนั้นทั้งหมดยังเป็นอนัตตาอยู่ดังเดิม

ยังมิได้ปรากฏสำแดงตัวตนอะไรแบบใดเลย


เพราะเป็นเช่นนี้ไงล่ะสมองสองซีกของมนุษย์

ซึ่งมีขอบเขตจำกัดที่จะคิดเข้าใจกันเองได้ยาก

พระเจ้าจึงทรงมีพระบัญชาให้พระบุตรเอก

ข้ามมิติเข้ามาจุติเพื่อทำหน้าที่กล่าวพระโอวาท

ในเรื่องเข้าใจยากหากคิดด้วยจิตปัญญามนุษย์

ที่เป็นกลไกสมองสองซีกซึ่งทุกคนมีใช้กันอยู่


ถ้าในยุคนี้ใครคิดตามเราโดย #ไม่ต่อต้าน

ปัญญาปาฏิหาริย์ของเราที่เป็นพระบุตรเอก

จะช่วยเปิดมิติของจิตหยาบให้แก่พวกท่าน

ยกระดับจากปัจจุบันให้สูงขึ้นจนถึง 6D ได้

เพื่อช่วยเตรียมจิตวิญญาณของท่านให้พร้อม

ในการหลุดพ้นนิพพานโดยไม่ผ่านสวรรค์มายา

กลับไปกราบพระบาทพระบิดาเมื่อวันสิ้นยุคได้

ไม่ต้องหลงทางเพราะงมงายกันต่อไปอีกแล้ว


เราขอกล่าวความจริงต่อไปอีกว่า

เมื่อแก่นแท้ของความว่างซึ่งเป็นปัจจัยหลัก

ในการอุบัติขึ้นมาของพระเจ้าที่กล่าวมานั้น

มีการสั่นสะเทือนจนเกิดเป็นรูปธรรมแรกขึ้น 

โดยเราน้อมถวายพระนามว่า #จิตจักรวาล นั้น

พระองค์ทรงเป็น “อนัตตา” แต่ทรงมีอัตตาแล้ว

เพราะทรงเป็นจักรวาลที่เหวี่ยงหมุนอยู่ต่อเนื่อง


จากการเหวี่ยงหมุนอย่างต่อเนื่อง

จึงทำให้แก่นแท้ของความว่างที่เสมือนไร้ตัวตน

ยังสามารถดำรงตนเองอยู่ภายในจักรวาลนั้น

ไม่หลุดลอดออกไปจากจักรวาลหรือระบบได้ 

เพราะจุดศูนย์กลางจักรวาลที่กำลังเหวี่ยงหมุน

จะออกแรงโน้มถ่วงเหนี่ยวรั้งแก่นแท้นั้นเอาไว้


ไม่ต่างจากการใช้กระป๋องนมใส่น้ำจนเต็ม

แล้วใช้เชือกผูกไว้กับฝาประป๋องเอาไว้ให้แน่น

ปลายเชือกอีกด้านหนึ่งตัวท่านเองจับถือเอาไว้


ถ้าท่านจับปลายเชือกนั้น

เพื่อทำการเหวี่ยงหมุนกระป๋องน้ำดังกล่าว

ไม่ว่าจะหมุนเป็นวงกลมในแนวดิ่งหรือแนวนอน

ท่านจะพบว่า #น้ำในกระป๋องนมจะไม่หกเลย

แต่ท่านต้องเหวี่ยงหมุนอย่างต่อเนื่องเท่านั้น

ไม่ว่าท่านจะเหวี่ยงช้าหรือว่าเหวี่ยงเร็วก็ตาม

น้ำในกระป๋องนั้นจะไม่หกหรือไม่กระฉอกเลย


(โปรดติดตามตอนต่อไป)


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

21/05/2569

#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้

สวัสดีกันวันพฤหัสบดี​ 21/05/2026



สวัสดีกันวันพฤหัสบดี

Good Morning Thursday


เพราะว่ามีเหตุปัจจัย

ทำให้จักรวาลมีพระเจ้าทรงอุบัติขึ้น

แต่การอุบัติขึ้นของพระเจ้านั้น

เป็นปรากฏการณ์จริงทางวิทยาศาสตร์

มิได้เกิดจากการหลงมิติเพราะงมงาย


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม