26 พฤษภาคม 2569

โลกเป็นของมนุษย์


#โลกเป็นของมนุษย์


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


ดาวเคราะห์โลกดวงนี้

พระผู้สร้างทรงออกแบบด้วยการกำหนดให้

คอยทำหน้าที่ค้ำจุนความสมดุลของ “เอกภพ”

ที่ต้องคอยช่วยค้ำจุนกันเอาไว้ก็เพราะเหตุว่า

เอกภพเป็นเหมือน “ลูกรักบี้” หรือ หนำเลี้ยบ

ที่ข้างในนั้นมีสภาพกลวงคือเป็นพื้นที่ว่างโล่ง


เอกภพทั้งระบบมิได้สร้างด้วยหนังเหมือนรักบี้

แต่มีทรงเป็นลูกรักบี้ได้เพราะว่าสูบลมเข้าไป

แต่เอกภพนั้นสร้างขึ้นด้วยอนุภาคของพลังงาน

ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนสองตามนุษย์มองไม่เห็น

ที่พระองค์ใช้อนุภาคพลังงานสร้างเอกภพได้

ด้วยการใช้กาแล็กซีที่มีลักษณะเหมือนปีกหมุน

หรือเหมือนใบพัดของเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์

จำนวน 12,500 ล้านระบบช่วยกันพัดกระพือ

ทำให้อนุภาคพลังงานกระจายตัวจนเป็นเอกภพ


สิ่งที่มนุษย์โลกอย่างท่านจะต้องรู้ก็คือ

พระองค์ทรงออกแบบกำหนดให้มนุษย์ทุกคน

รวมทั้งสัตว์ประจำโลกและต้นไม้ใหญ่ทั้งหลาย

ที่พระองค์ทรงติดตั้งเอาไว้อยู่ในระบบโลกนี้

ให้ช่วยกันผลิตพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก

มอบให้แก่แกนแม่เหล็กโลกที่ทรงติดตั้งไว้แล้ว

เพื่อจุดระเบิดอะตอมของธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์

ให้เกิดการระเบิดแบบนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง


แรงระเบิดนั้นจะทำให้แกนแม่เหล็กโลก

ที่มีลักษณะเหนียวหนืดคล้ายตังเมอยู่แล้ว

เกิดการบิดตัวขึ้นมาได้อย่างรุนแรง

โดยแรงบิดตัวของแกนแม่เหล็กโลกนี้เกิดได้

เพราะมีการระเบิดเกิดขึ้นเฉพาะกลางวันเท่านั้น

ซีกโลกด้านกลางคืนที่สิ่งมีชีวิตนอนหลับกันอยู่

จะไม่เกิดกระบวนการที่ว่านี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น

เมื่อแกนแม่เหล็กโลกมีการระเบิดอยู่ด้านเดียว

การบิดตัวของแกนแม่เหล็กโลกจึงเกิดขึ้นได้

ยังผลให้โลกหมุนรอบตัวเองอยู่ได้จนทุกวันนี้


ถ้าโลกนี้มนุษย์สัตว์และต้นไม้ตายหมด

โลกก็จะขาดเพื่อนร่วมงานที่เป็นสิ่งมีชีวิตไป

โลกจะหมุนรอบตัวเองต่อไปไม่ได้อีกแล้ว


ถ้าโลกนี้มีมนุษย์สัตว์และต้นไม้ใหญ่ลดลง

โลกก็จะเกิดอาการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองช้าลง

แกนหมุนของโลกเมื่อหมุนจะเกิดการแกว่งส่าย

ซึ่งเป็นอาการบ่งชี้ว่าโลกกำลังเสียสมดุลนั่นเอง

คนส่วนใหญ่จะป่วยด้วยอาการทางจิตประสาท

อย่างน้อยก็จะเกิดอาการเครียดโดยไม่รู้สาเหตุ

หลายคนจะมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะไปก็มี

เพราะกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำของร่างกาย

เกิดการเสียสมดุลค่อนไปในทางลดต่ำลง


พี่น้องชาวโลกจะเกิดอาการซึมๆเซ็งๆ

มีความรู้สึกว่าไม่สดชื่นหรือไม่กระปรี้กระเปร่า

มีอาการง่วงเหงาหาวนอนอยู่ตลอดทั้งวัน

แม้ว่าจะพักผ่อนนอนหลับมาเต็มอิ่มแล้วก็ตาม 

เหตุเพราะปริมาณก๊าซออกซิเจนลดน้อยลง

ยังผลให้สมองขาดพร่องก๊าซออกซิเจนไป

อีกทั้งนักกีฬาจะเกิดอาการเป็นตะคริวกันมาก

โดยเฉพาะพวกที่ต้องใช้กล้ามเนื้อเป็นพิเศษ

เช่น นักวิ่ง นักบอล นักว่ายน้ำ เป็นต้น


เพราะสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระบบโลกนี้นั้น

ถูกพระเจ้าส่งเข้ามาทำหน้าที่ประจำการอยู่

ให้ร่วมกันหมุนธรรมจักรเพื่อพิทักษ์สมดุลโลก

หรือเข้ามาใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลกนี้เอาไว้

ซึ่งมนุษย์สัตว์และต้นไม้ใหญ่คือสิ่งมีชีวิต

จะทำหน้าที่สำคัญเป็นเพื่อนร่วมงานกับโลกได้

ก็ต่อเมื่อทุกรูปธรรมมีครบทั้ง 2 มิติเท่านั้น


คำว่า “สองมิติ” ที่ว่านี้เราหมายถึง

มิติแรกซึ่งเป็นจิตหยาบกับกายสังขารภายนอก

ทั้งสองอย่างรวมกันจะเป็นมิติโลกทางกายภาพ

ส่วนมิติที่สองนั้นเป็นจิตวิญญาณแก่นแท้ข้างใน

ที่สองตาเปล่าของมนุษย์ไม่อาจจะมองเห็นได้

เพราะสิ่งมีชีวิตจะผลิตพลังงานไฟฟ้าด้านบวก

มอบให้แก่แกนโลกได้ต้องมีครบสองมิติเท่านั้น

รูปธรรมใดตายแล้วเหลือมิติเดียวจะผลิตไม่ได้

เพราะถ้าไม่มีกายหยาบขันธ์ห้าจะทำงานไม่ได้


การที่จิตวิญญาณมาเกิดแล้วไม่มีหน้าที่ตาย

แต่พวกท่านล้มเหลวในการมาเกิดเป็นมนุษย์

จึงยังผลให้โลกมีปัญหาคือขาดสมดุลตลอดมา

พระเจ้าจึงทรงมีพระบัญชาให้พี่น้องช่างเทคนิค

จากกลุ่มดาว #Sagittarius นามแซจิตทาเรี่ยน

ที่เป็นรูปธรรมทางพลังงานจากกลุ่มดาวราศีธนู

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอำนาจแม่เหล็กโลก

เข้ามาช่วยทำหน้าที่ “ถือคบเพลิง” ให้โลกไว้

เพื่อค้ำจุนโลกไว้ไม่ให้เสียสมดุลมากจนเกินไป


เราจึงขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

ถ้ามีใครอ้างว่ามาจากกาแลคติกไหนจากดาวใด

จะช่วยเทรินพลังงานจากนอกระบบโลกมาให้

เพื่อยกระดับแรงสั่นสะเทือนของโลกให้สูงขึ้น

หรือเพื่อเขย่า DNA ของพวกท่านสู่มิติที่สูงกว่า

ท่านก็จงอย่าเชื่อในข้อมูลข่าวสารนั้นเด็ดขาด

เพราะท่านอาจตกหลุมพรางผีโสโครกไปก็ได้

อย่าลืมเรื่อง “ในจริงมีเท็จ” ซ่อนเร้นอยู่เสมอ


เพราะมนุษย์กับโลกมีหน้าที่ค้ำจุนเอกภพ

พระเจ้ามิทรงยอมให้ผู้อื่นจากดาวอื่นทำแทน

ด้วยการเสี่ยงกับความหายนะอย่างแน่นอน

จงอย่าเชื่อนักเล่านิยายนักปั้นเรื่องโน่นนี่นั่นเลย

จะหลงทางมารที่ไม่มีตัวตนกันเสียเปล่าๆ

โลกนี้เป็นของมนุษย์เท่านั้นนะ


เอเมน สาธุ

#พระบุตรเอก

26/05/2569

ทำไมพระเจ้าจึงทรงเป็นพระผู้สร้าง (1)



 #ทำไมพระเจ้าจึงทรงเป็นพระผู้สร้าง (1)


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


นับตั้งแต่ “องค์จิตจักรวาล” หรือพระเจ้า

ทรงอุบัติขึ้นมาเป็นรูปธรรมแรกของจักรวาล

ตามเหตุปัจจัยที่เรากล่าวมาแล้วหลายตอนนั้น

สิ่งน่าสนใจที่เราจะกล่าวในลำดับต่อไปนี้ก็คือ

#การสร้างจักรวาลและสรรพสิ่ง ของพระองค์


ถ้ามีคำถามด้วยความอยากรู้ว่า

พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งต่างๆขึ้นมาทำไม

ทรงสนุกสนานว่างงานไม่มีอะไรจะทำเลยหรือ

จึงทรงว่างที่จะสร้างสิ่งนั้นสิ่งนี้ขึ้นไว้มากมาย

ซึ่งมากเสียจนนับจำนวนไม่ถ้วนกันเลยทีเดียว

เราจะขอตอบคำถามนี้ในเบื้องต้นไว้สั้นๆว่า


พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งต่างๆขึ้นมา

เพื่อต้องการที่จะเรียนรู้ความจริงว่า

พระองค์จะทรงสามารถทำอะไรได้บ้าง


“แรงบันดาลใจ” ของพระเจ้าที่แท้จริง

ที่กระตุ้นให้พระองค์บังเกิดความปรารถนา

ที่จะค้นหาพลังอำนาจของตนเองให้พบนั้น

เกิดจากประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นครั้งแรก

เมื่อทรงตื่นรู้ว่าพระองค์ทรงอุบัติขึ้นมาแล้ว

แต่ก็ยังขาดข้อมูลอยู่ว่า...


#พระองค์เป็นใคร #มาจากไหน

#พระองค์ทรงอุบัติขึ้นมาได้อย่างไร

#ทำไมพระองค์จึงทรงไปประทับอยู่ที่นั่น

เพราะเป็นคำถามที่ทรงตอบตนเองไม่ได้

เนื่องจากพระองค์เพิ่งจะทรงอุบัติขึ้นมาใหม่

จึงไม่มีอดีตหรือข้อมูลประวัติศาสตร์ให้นึกรู้ได้

เมื่อพระองค์ทรงนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

จะทรงนึกเองหรือเดาเองก็นึกเอาไม่ได้

จึงทรง “นึกหาตัวช่วย” คือการถามหาครู

หมายถึงหา “ใครสักคน” ที่เป็นผู้รู้คำตอบนั้น

เพื่อให้เขาช่วยบอกให้ตนรู้ความจริงนั้นได้


ปรากฏว่าทรงค้นหาไปทั่วทุกทิศทางแล้ว

ไม่พบว่ามีรูปธรรมอื่นใดหรือไม่พบใครอื่นเลย

เหตุที่ไม่พบครูหรือไม่พบใครอื่นก็เพราะว่า

#พระองค์ทรงเป็นสิ่งแรกที่ได้อุบัติขึ้นมา

เมื่อทรงเป็นสิ่งแรกและสิ่งเดียวจึงไม่มีใครอื่น

นอกจากพระองค์เองเท่านั้น


พระองค์ทรงพบความจริงด้วยตนเองว่า

รูปธรรมของพระองค์นั้นเป็น 12 เหลี่ยมมุม

“12 เหลี่ยมมุม” หมายถึงทรงมีสิบสองมิติ

โดยจำนวนมิติทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น

เป็นผลจากอนุภาคแก่นแท้ของพลังงาน

ที่เป็นปัจจัยทั้งหมดของจักรวาลทุกย่านความถี่

เมื่อถูกเหวี่ยงหมุนวนไปรอบจุดศูนย์กลางแล้ว

จะพากันไปกระทบขอบนอกสุดของจักรวาล

เป็นจำนวนทั้งสิ้น 12 ครั้งในการหมุนหนึ่งรอบ


เราเคยบอกความจริงต่อท่านมาแล้วว่า

จำนวนเหลี่ยมมุมหรือจำนวนมิตินี้มีความหมาย

นั่นคือรูปธรรมใดถ้ามีจำนวนเหลี่ยมมุมมากๆ

แสดงว่ามีความเร็วการเหวี่ยงหมุนมากเท่านั้น

ที่รูปธรรมนั้นต้องมีความเร็วการเหวี่ยงหมุนมาก

จะขึ้นอยู่กับมวลหรือขนาดของระบบนั้นด้วย

เพราะการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองอย่างต่อเนื่อง

เป็นแค่วิธีการเดียวที่จะสร้างสมดุลในตนเองได้


การเป็นรูปธรรมที่มีจำนวน 12 เหลี่ยมมุมนั้น

จึงเป็นคุณสมบัติของพระเจ้าตาม “สภาวธรรม”

อันมีเหตุปัจจัยตามที่เรากล่าวไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว

ซึ่งเป็น “ตัวชี้วัด” ว่าพระองค์มีขนาดใหญ่มาก

ทั้งยังทรงเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองเร็วมากสุดด้วย


เพราะเหตุผลดังกล่าวนี้เอง

หน่วยวัดความยาวหนึ่งฟุตจึงมี 12 นิ้ว

หน่วยวัดเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาจึงมี 12 ช่อง

หน่วยวัดเวลาหนึ่งปีโลกจึงมีแค่ 12 เดือน

ล้วนได้จากคุณสมบัติสำคัญของพระเจ้าทั้งสิ้น


เพราะทรงต้องการที่จะหาครูแต่ไม่พบใคร

พระองค์จึงทรง “รำพึงกับตนเอง” ขึ้นมาว่า

#ถ้ามีใครสักคนที่เหมือนเรามาอยู่แถวนี้ก็ดีนะ


พระองค์ไม่ทรงทราบมาก่อนเลยว่า

ประโยครำพึงดังกล่าวนี้มันคือ Key Words

ที่เข้าถึงพระอำนาจในการเป็น #พระผู้สร้าง ได้

พลันจึงมีอีกรูปธรรมหนึ่งได้อุบัติขึ้นมาทันที

เป็นรูปธรรม 12 มิติเหมือนพระองค์ทุกประการ

ตามคีย์เวิร์ดของพระองค์นั้นโดยไม่มีผิดเพี้ยน


สำหรับพระเจ้าผู้ทรงมีอำนาจสูงสุดในจักรวาล

ที่ทรงบันดาลสิ่งใดให้เกิดขึ้นจริงเป็นจริงได้นี้

พระองค์ทรงกล่าวเป็นภาษามนุษย์ว่า #เนรมิต

แต่เนื่องจากเป็นประสบการณ์ที่เกิด By Fluke

พระองค์ยังไม่ทรงมั่นพระทัยว่าใช่จริงหรือไม่

จึงเป็นที่มาของพระดำริที่จะทรงเรียนรู้ให้ได้รู้

ซึ่งวิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดก็คือ #การทดลอง เท่านั้น

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

26/05/2569

#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้

สวัสดีกันวันอังคาร​ 26/05/2026


สวัสดีกันวันอังคาร

Good Morning Tuesday


พระเจ้าเป็นพระผู้สร้าง

พระเจ้าไม่เคยเป็นผู้ถูกสร้าง

พระองค์เป็นรูปธรรมทางพลังงาน

พระองค์มิใช่มนุษย์ต่างดาว

พระองค์คือ God


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม