พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย
ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า
#ใครเก่งกว่าพระพุทธเจ้าเข่นนั้นหรือ?
เมื่อวานนี้...
หลังจากที่เราสื่อพระโอวาทมาจากพระเจ้า
เรื่อง “ทำไมมนุษย์ถูกหลอกให้กลัวทุกข์?”
ก็มีอย่างน้อย “ยายหรือป้า” หญิงชราคนหนึ่ง
เข้ามาเขียนระบายความกดดันของตนเอง
ในบทเรียนนั้นว่า #เก่งกว่าพระพุทธเจ้าอีก
เพราะเป็นการระบายความกดดัน
ที่เป็นความรู้สึกเกิดขึ้นภายในอกของนาง
มิใช่แสดงความคิดเห็นอันประกอบด้วยปัญญา
เราจึงเขียนย้อนถามนางกลับไปว่า
ที่กล่าวนั้นใครกันหนอที่เก่งกว่าพระพุทธเจ้า
เราถามนางไว้จนข้ามคืนแล้วแต่ไม่มีคำตอบ
เผื่อเราจะได้เกิดปัญญาเพิ่มขึ้นมาได้บ้าง
เมื่อนางไม่มีคำตอบที่จะเป็นความรู้ใหม่อะไร
เพื่อยังประโยชน์ต่อภูมิรู้ภูมิธรรมภูมิปัญญา
ที่จะพาให้เราสามารถเพิ่มพูนงอกงามขึ้นมาได้
เราจึงขอวิเคราะห์นางว่าดั่งนี้
1.นางเป็นแค่อีกคนหนึ่งซึ่งสัญจรผ่านมา
แล้วทิ้งลมหายใจอันไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกเรา
เอาไว้ตรงห้องเรียนศักดิ์สิทธิ์ของจิตจักรวาลนี้
โดยมิได้มีวัตถุประสงค์อันอื่นใด
แค่นางผ่านมา...แล้วหยุดเดิน
เพื่อหายใจรดพวกเราโดยมิได้คิดหวังอะไร
ก่อนที่จะเดินจากไปโดยไม่ได้ใส่ใจเรียนรู้ว่า
ห้องเรียนจิตจักรวาลห้องนี้มีอะไรที่น่าสนใจ
ทำไมจึงมีคำสอนไม่ตรงกันกับที่นางเชื่ออยู่
โดยเฉพาะเรื่อง “ไตรลักษณ์” กรณีของ #ทุกข์
จึงได้รำพันกับตัวเองเป็นถ้อยความก้าวล่วง
ทำนองว่า...เก่งกว่าพระพุทธเจ้าเสียอีก
ทั้งที่เรากำลังทำหน้าที่พิทักษ์พระพุทธองค์
โดยบอกความจริงให้โลกรู้ในนามพระองค์อยู่
ถ้านางจะกล่าวต่อเราแล้ว
นางต้องชมว่าเรา “กล้าหาญ” เสียมากกว่า
หาใช่การเหน็บแนมแบบไร้ปัญญาเช่นนี้เลย
2.นางเป็นคนหนึ่งซึ่งมั่นใจว่าตนรู้ธรรมมาก
เพราะหลับตาก้าวตามคนนำทางตาบอดชรา
โดยเชื่อมั่นจากการที่เขาอ้างพระพุทธเจ้า
จึงเชื่อตามไปโดยไม่ประกอบด้วยปัญญาเลย
ทั้งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนหลักการเชื่อไม่เชื่อ
เอาไว้ในสัจธรรมเรื่อง “กาลามสูตร” ไว้ให้แล้ว
ซึ่งคนพุทธทั้งหลายจะละทิ้งสัจธรรมนี้ไม่ได้
เพราะมันจะทำให้ท่านเป็นคนไม่งมงายไงล่ะ
คนที่งมงายจนโง่ง่ายนั้น
เราหมายถึงคนที่มีปัญญาของสมองสองซีก
ให้ใช้การได้อยู่อย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์แล้ว
แต่กลับไม่ยอมนำมันออกมาใช้ประโยชน์
จึงพึ่งพาอำนาจจิตปัญญาตนเองไม่ได้
เลยต้องหันไปพึ่งพาคนอื่นเหมือนต้นไม้เลื้อย
เพราะไม้เลื้อยจะยืนต้นได้ก็ต้องอาศัยหลักยึด
คนที่มีโมหะจะเป็นแบบนี้ด้วยกันทั้งสิ้น
จงจำไว้ว่ามนุษย์ที่เป็นคนสองมิตินั้น
พระเจ้าทรงกำหนดให้ลำตัวตั้งฉากกับพื้น
ไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลานที่ลำตัวขนานไปกับพื้น
โดยสัตว์จะขึ้นสู่ที่สูงได้ต้องปีนป่ายตันไม้ใหญ่
ถ้าให้ยืนสองขาแม้อาจจะยืนได้แต่ก็ไม่นาน
คนที่มีโมหะพวกนี้จึงดูแย่กว่าสัตว์ทั้งหลาย
เพราะว่ามีอำนาจในตนเองอยู่พร้อมแต่ไม่ใช้
หรือแม้ใช้ได้แต่กลับใช้มัน “ก้าวล่วง” เสียนี่
เสียทีที่ประกาศตนว่าเป็นสาวกแห่ง #พุทธะ
ซึ่งเป็นวิญญูชนผู้ประกอบด้วยปัญญาอันยิ่ง
3.โบราณว่า “จงอย่าติเรือทั้งโกลน”
แปลว่าเห็นแค่โกลนเรือหรือแค่โครงของเรือ
ท่านก็จงอย่าปากเสียไปตำหนิคนสร้างเรือเข้า
ทั้ง ๆที่เขายังสร้างเรือลำนั้นยังไม่แล้วเสร็จ
ดันคิดเองเออเองหรือตีตนไปก่อนไข้แล้วว่า
ไม่สวยไม่ดีไม่งามไม่เข้าท่าอย่างนั้นอย่างนี้
มันคือการอวดอุตริพิพากษาผู้อื่นอย่างไร้สติ
เพราะมีสันดานขันธ์จากกรรมเก่าติดตัวอยู่
จึงหารู้ไม่ว่าตนเองนั้นกำลังก้าวล่วงพระเจ้า
ที่ทรงบัญชาให้เรากลับมาฉุดช่วยสัตว์มนุษย์
เรานี่อดที่จะเวทนานางคนนี้ไม่ได้จริงๆ
ทุกท่านในห้องเรียนศักดิ์สิทธิ์นี้
ล้วนรู้ดีว่าเราเป็นใครเราสื่อพระโอวาทจากใคร
เรามิได้เป็นคนสอนธรรมด้วยภูมิของตนเอง
แต่เราเป็นผู้รับสื่อเพื่อนำมากล่าวต่อมนุษย์
เพื่อเติมเต็มสัจธรรมที่โลกขาดพร่อง
เพื่อแก้ไขสัจธรรมที่บิดเบือนของทุกศาสดา
เพื่อบอกความจริงว่าพระศาสดามิได้สอนผิด
แต่คำสอนที่ผิดพลาดที่เราเปิดเผยไว้บ้างแล้ว
เกิดจากคนนำทางถูกหลอกให้แกล้งตาบอด
จนหลงเชื่อตามพวกจิตวิญญาณผีโสโครก
ที่นำเอาพระโอวาทของพระศาสดามาบิดเบือน
ทำให้มนุษย์หลงทางนิพพานกันเป็นแถว
เราเชื่อว่านางคนนี้ก็คงเป็นหนึ่งอยู่ในนั้นด้วย
ที่ปฏิบัติธรรมทุกวันนี้มีเป้าหมายคือสวรรค์มายา
โดยฝันว่าตายแล้วจะขอไปเกิดเป็นเทพเทวดา
ไม่ต่างจากศิษย์เราบางคนก่อนหน้านี้นั่นแหละ
แต่วันนี้พวกเรา “ตื่นรู้” กันหมดแล้ว
ดังนั้น
ใครก็ตามที่ผ่านมาทางห้องเรียนจิตจักรวาล
จงทำตนเป็นกอสวะที่ลอยมาติดเกาะติดหลักนี้
แล้วอย่าเพิ่งรีบสลัดตนเองหนีออกไปทันที
ให้ใช้เวลาเพื่อตนเองเรียนรู้ทุกสิ่งที่เกาะนี้บ้าง
ถ้ากอสวะหลายๆกอร่วมกันก่อตัวรอบเกาะหลัก
จากเกาะเล็กๆจะกลายเป็นแผ่นดินใหญ่ไปก็ได้
ถ้าเกาะหลักนั้นแข็งแรงคงมั่นนั่นคือ #เกาะเรา
เพราะเราคิดเช่นนี้แหละ
คำตอบของนางจึงไม่มีความหมายสำหรับเรา
(เชิญติดตามอ่านในตอนต่อไป)
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
#ปัญญาวิสุทธิ์
13/09/2569


