#เหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า (3)
พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
สิ่งที่เป็น #ปัจจัยหลัก ที่มีอยู่แล้วในจักรวาล
ซึ่งเป็นดั่งสารตั้งต้นในการเกิดขึ้นของพระเจ้า
โดยมีอยู่ด้วยกันรวมทั้งสิ้น 2 ประการ คือ
1.บริเวณพื้นที่ว่างโล่งอันกว้างใหญ่ไพศาล
เสมือนหนึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งไร้ขอบเขตจำกัด
2.แก่นแท้ของความว่างที่เป็น “อนัตตา”
เพราะว่ายังไม่ปรากฏอัตตาตัวตนแต่อย่างใด
สิ่งต่อมาคือ #สาเหตุแห่งการเกิดของพระเจ้า
ซึ่งเป็นกระบวนการของจักรวาลที่มีอยู่แต่เดิม
คือ “การหมุน” ต่อเนื่องวนไปรอบจุดศูนย์กลาง
ของบรรดาแก่นแท้ของความว่างในจักรวาลนั้น
การหมุนวนของจักรวาลอย่างต่อเนื่องดังกล่าว
เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองไม่มีผู้ใดกำหนด
มันเป็นของมันเช่นนั้นมาตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้
ก่อนจะมีพระองค์นั้นจักรวาลก็หมุนวนอยู่แล้ว
กระทั่งทุกวันนี้จักรวาลก็ยังไม่เคยหยุดหมุนเลย
พระพุทธเจ้าทรงกล่าวเอาไว้ว่า
ทั้งเหตุและปัจจัยในการอุบัติขึ้นของ “พระเจ้า”
ตามที่เรากล่าวมาทั้งหมดนั้นมันคือ #ธรรมชาติ
พระเจ้าจึงเป็นสิ่งเดียวที่เกิดจาก #สภาวะธรรม
ตามเหตุปัจจัยที่มนุษย์ชอบอ้างอิงกันนั่นเอง
ที่เรากล่าวว่าพระเจ้าทรงอุบัติขึ้นมาได้
เพราะเกิดจาก “สภาวะธรรม” ซึ่งเป็นสัจธรรม
โดยต้องเป็นของมันเช่นนั้นเองเป็นอื่นไม่ได้
ถ้าประดาแก่นแท้ของความว่างทั่วทั้งจักรวาล
เหวี่ยงหมุนเข้าไปรวมตัวกันตรงจุดศูนย์กลาง
ทำให้เบียดเสียดยัดเยียดกันจนเกิดความเครียด
แล้วความเครียดนั้นทำให้เกิดการระเบิดใหญ่ขึ้น
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการระเบิดใหญ่
ยังผลให้แก่นแท้ของความว่างทั่วทั้งจักรวาล
มีการสั่นสะเทือนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
ประดาแก่นแท้ของความว่างทั้งหลายเหล่านั้น
จึงค่อยแสดงอัตตาตัวตนให้ปรากฏขึ้นมา
สิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้นจาก “สภาวะธรรม” ทั้งหมดนี้
เราน้อมถวายพระนามพระองค์ว่า #จิตจักรวาล
ดังนั้น
ท่านทั้งหลายอาจเข้าใจได้ว่า
พระเจ้าหรือองค์จิตจักรวาลที่อุบัติขึ้นมานี้
ทรงอุบัติขึ้นมาได้จากสภาวะธรรม
หมายความว่ามันต้องเป็นของมันเช่นนั้นเอง
จะกล่าวว่าธรรมชาติเป็นผู้สร้างพระเจ้าไม่ได้
เพราะธรรมชาติไม่มีอัตตาตัวตน
ธรรมชาติเป็นแค่เพียงเหตุและปัจจัยเท่านั้น
เมื่อพระเจ้าเป็นผู้เริ่มต้นกำหนดสร้างสิ่งต่างๆ
ทุกสรรพสิ่งที่ทรงกำหนดสร้างในกาลต่อมา
จึงถูกจัดว่าเป็นเรื่องของ “ธรรมชาติ” ทั้งสิ้น
เพราะว่าอัตตาตัวตนของพระผู้สร้างเองนั้น
ปัจจัยในการอุบัติขึ้นได้จากสิ่งที่เป็นธรรมชาติ
คือทรงเป็นศูนย์รวมของแก่นแท้ของความว่าง
ที่มีการหมุนวนรอบจุดศูนย์กลางตลอดเวลา
เพื่อสร้างสมดุลของระบบของพระองค์เอาไว้
ให้ดำรงรูปธรรมของพระองค์ไปจนชั่วนิรันดร
เพราะพระเจ้าทรงเป็นศูนย์รวมของความว่าง
แก่นแท้ของความว่างทั้งหมดที่เป็นอนัตตานั้น
สั่นสะเทือนขึ้นเมื่อไหร่จะมีอัตตาเกิดขึ้นเมื่อนั้น
พระเจ้าทรงเป็นจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล
ไม่ต่างจากสระน้ำขนาดใหญ่เท่ากับจักรวาล
เมื่อมีเหตุให้สระน้ำนั้นเกิดการสั่นสะเทือนขึ้น
เช่น มีก้อนหินก้อนหนึ่งถูกโยนลงไปในสระนั้น
ตรงจุดที่ก้อนหินก้อนนั้นตกกระทบพื้นผิวน้ำ
มันก็จะปรากฏเป็นอัตตาตัวตนของคลื่นน้ำขึ้น
ซึ่งมันกระจายตัวออกไปเป็นวงกลมโดยรอบ
ขณะที่ผิวน้ำนั้นแต่เดิมราบเรียบเพราะไร้คลื่น
พระเจ้าทรงกำหนดสร้างสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้
โดยทรงใช้ “แก่นแท้ของความว่าง”
ที่เป็นคุณสมบัติหลักของพระองค์เป็นปัจจัย
จึงยังผลให้ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกำหนดสร้าง
มีแก่นแท้ของสิ่งนั้นเป็น #พลังงาน เสมอ
เราจะขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ปัจจัยสำคัญในการเป็นตัวตนของพระเจ้าก็คือ
ทรงเป็นแก่นแท้ของความว่างที่มิได้ว่างเปล่า
เพราะแก่นแท้ของความว่างที่ทรงมีอยู่นั้น
เป็นผู้ให้กำเนิดอนุภาคแรกของทุกคลื่นความถี่
ที่มีอยู่จริงในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้
แบบเดียวกับการเกิดคลื่นเมื่อหินตกกระทบน้ำ
โยนหินลงไปในสระน้ำนั้นตรงจุดไหนก็ตาม
จะเกิดคลื่นกระจายตัวออกจากจุดนั้นได้เสมอ
การกำหนดสร้างของพระเจ้าก็เป็นเช่นนั้นเอง
เราขอกล่าวเตือนพี่น้องสติเฟื่องบางคนว่า
เรื่องของการรับเชื่อในพระเจ้าผู้สูงส่งนั้น
มิใช่เรื่องของพวก #เทวะนิยม อย่างที่กล่าวหา
เพราะพระองค์ทรงมีที่มาที่เป็นวิทยาศาสตร์
ซึ่งเราเรียบเรียงจากพระโอวาทของพระองค์
แล้วนำมาประกาศให้โลกรู้ต่อเนื่องจนถึงวันนี้
ต่างจากเรื่องเทพเทวดาพญาครุฑพญานาค
ไปจนถึงพระพรหมทั้งรูปพรหมและอรูปพรหม
ที่พวกท่านชาวพุทธหลุดออกจากกรอบมนุษย์
ตายแล้วอยากไปผุดเกิดอยู่บนสวรรค์มายานั่น
โดยไม่รู้สติว่าตนนั้นกำลังเป็นพวกเทวะนิยม
ประเภทตัวจริงเสียงจริงชัดเจนพันเปอร์เซ็นต์
เพราะว่าสวรรค์มายานั้นเป็นภพภูมิที่ไม่มีอยู่จริง
พระเจ้ามิได้ทรงสร้างสวรรค์มายาขึ้นไว้เลย
จิตวิญญาณมนุษย์ที่อยากหนีทุกข์ไปจากโลก
ถูกผีโสโครกหลอกผ่านคนนำทางตาบอดชรา
ทำให้คนชอบธรรมที่เกลียดกลัวความทุกข์
พากันหลงทุกข์หลงทำและหลงทางนิพพาน
ผ่านไปทางนั้นด้วยเชื่อว่าสวรรค์มายามีอยู่จริง
เพราะความอยากความเชื่อและความงมงาย
ที่จิตหยาบเคยก่อกรรมทำไว้ขณะตนยังไม่ตาย
ยังผลให้จิตวิญญาณแก่นแท้ของตนรับกรรม
ด้วยการเนรมิตสวรรค์มายาขึ้นมากักขังตนไว้
จนกลับลงมาเกิดเป็นมนุษย์ต่อไปอีกไม่ได้
เพราะจิตวิญญาณหลงมิติตามจิตหยาบกันอยู่
คนที่ก้าวล่วงจ้วงจาบพระเจ้า
โดยกล่าวหาว่าพวกเราเป็นพวกเทวะนิยมนั้น
ไม่ต่างจากผู้ที่สอนมนุษย์ให้เป็นบุตรอกตัญญู
ซึ่งเป็นการด้อยค่าพระองค์อย่างไร้สติโดยแท้
จงจำเอาไว้เถิดว่า…เทวะนิยมนั้น
เป็นพวกที่เชื่อเรื่องเทพเทวดาและพรหม
มันเป็นเรื่องของการเพ้อฝันหรือจินตนาการ
เรามิได้ปฏิเสธว่าพวกท่านไม่ได้ฝันกันจริงๆ
แต่ประสบการณ์ในฝันของท่านนั้นมันเป็นเท็จ
เรื่องพระเจ้าเท่านั้นที่เป็นจริงมิใช่จินตนาการ!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
#ปัญญาวิสุทธิ์
20/05/2569
#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้

