06 พฤษภาคม 2569

ระวังจะถูกยุแยงตะแคงรั่ว


 #ระวังจะถูกยุแยงตะแคงรั่ว


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


นอกจากท่านทั้งหลายที่เป็นมนุษย์แล้ว

ในระบบโลกซึ่งเป็นดาวเคราะห์หนึ่งในเก้าดวง

ของระบบสุริยะจักรวาลบนธารสายน้ำนมแห่งนี้

ไม่มีรูปธรรมอื่นใดที่จะเข้ามาแทรกแซง

ในภารกิจต่างๆที่เป็นของโลกนี้ได้


ผู้ที่จะเข้ามาแทรกแซงภารกิจของโลกนี้ได้

จะมีอยู่แค่เพียง 3 จำพวกเท่านั้นเองนั่นคือ


#พวกแรก 

จะเป็นช่างเทคนิคที่ส่งเข้ามาโดยพระเจ้า

ให้เข้ามาทำหน้าที่ประจำอยู่ในระบบโลก

เพื่อคอยกำกับดูแลแก้ไขความขัดข้องต่างๆ

ที่พี่น้องชาวโลกไม่รู้หรือแก้ไขกันเองไม่ได้


รูปธรรมที่เป็นช่างเทคนิคพวกแรกนี้ส่วนใหญ่

จะเป็นรูปธรรมทางพลังงานที่มีเพียงมิติเดียว

เนื่องจากการเข้าออกระบบโลกของพวกเขา

จะไม่มีปัญหาในการเพิ่มหรือว่าลดน้ำหนักมวล

ในอันที่จะทำให้ระบบโลกเสียสมดุลไปนั่นเอง


ตัวอย่างเข่นรูปธรรมกลุ่ม #แซจิตตาเรี่ยน

เป็นรูปธรรมทางพลังงานจากกลุ่มแซจิตตาริอุส

ซึ่งชำนาญการทางด้านอำนาจแม่เหล็กโลก

เป็นรูปธรรมกลุ่มที่เข้ามาช่วยรับผิดชอบเรื่องนี้

นับตั้งแต่ “จิตสามนึกมนุษย์” ตกต่ำมานานแล้ว

ถ้าไม่มีช่างเทคนิคกลุ่มนี้คอยช่วยเหลือดูแล

ระบบโลกจะย่ำแย่ยิ่งไปกว่าปัจจุบันนี้แน่นอน


#พวกที่สอง

เป็นรูปธรรมกลุ่ม #พลียะเดี้ยนส์ จากดาวลูกไก่

พวกเขากลุ่มนี้สามารถสำแดงตนได้ทั้งสองมิติ

คือจะแสดงตนเป็นรูปธรรมทางพลังงานก็ได้

หรือจะแสดงตนเป็นรูปธรรมทางกายภาพก็ได้

โดยมนุษย์โลกล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์ของพวกเขา

ตัวตนรูปลักษณ์ทางกายภาพจึงเหมือนมนุษย์


ภารกิจหลักของ “กลุ่มพลียะเดี้ยนส์” ก็คือ

คอยแนะนำวัฒนธรรมการดำรงชีพให้กับมนุษย์

เช่น การหุงข้าว การปลูกข้าว การปลูกพืชผัก

เพื่อเก็บเกี่ยวกินกันเป็นอาหารบริโภคอุปโภค

วัฒนธรรมการทำภาชนะใช้เป็นเครื่องปั้นดินเผา

วัฒนธรรมการทอผ้าและทำยาสมุนไพร เป็นต้น


#พวกที่สาม

จะเป็นรูปธรรมทางพลังงานที่เป็นจิตวิญญาณ

ซึ่งขันอาสาเข้ามาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ

ในบทบาทของ #พระบุตรเอก ของพระเจ้า

เพื่อมาทำหน้าที่กล่าวพระโอวาทจากพระเจ้า

ให้มวลมนุษย์โลกทั้งหลายได้สดับรับฟังกัน

เพราะสมองมนุษย์มีขีดจำกัดรับสื่อเองไม่ได้


พระศาสดาที่ทรงกล่าวถึงพระเจ้านั้น

ที่ผ่านมาถึงทุกวันนี้มีจำนวนไม่มากเท่าใดนัก

เช่น ท่านพระเยซูของทางศาสนาคริสต์

หรือท่านนบีมูฮัมหมัดของศาสนาอิสลาม

ล้วนทรงเป็น #พระบุตรเอกของพระเจ้า ทั้งสิ้น


ดังนั้น

หากมีใครมากล่าวอ้างในทำนองว่า

มีรูปธรรมกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดก็ตามที่มาช่วยโลก

ไม่ว่าจะเข้ามาแต่ตัวหรือเข้ามากับยานบิน

ท่านทั้งหลายจงอย่าหูเบาแล้วเชื่อตามทันที

เพราะโลกนี้เป็นของมนุษย์โดยมนุษย์คือผู้ดูแล

จะมีใครไหนอื่นเข้ามาทำแทนไม่ได้ทั้งสิ้น


ที่สำคัญคือพระเจ้าหรือพระผู้สร้าง

จะไม่ทรงยอมเสี่ยงให้รูปธรรมใดมาแทรกแซง

เพราะดาวโลกดวงนี้ทำหน้าที่ค้ำจุนเอกภพอยู่

หากเกิดการผิดพลาดขึ้นมาทุกอย่างจะหายนะ

ซึ่งจะทรงยอมให้เกิดขึ้นเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด

ทรงวางพระทัยในมนุษย์โลกทั้งหลายเท่านั้น

เพราะจิตหยาบของมนุษย์มีขันธ์ห้าติดตั้งอยู่


กายสังขารมนุษย์ใช้ทำงานร่วมกับจิตหยาบได้

เพราะมนุษย์ทุกคนเป็นคนสองมิติโดยสมบูรณ์

ซึ่งจิตหยาบใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกได้

โดยสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวอื่นที่มักถูกอ้างถึงนั้น

ไม่มีจิตหยาบทำหน้าที่แทนขณะที่มีกายหยาบ

เผ่าอื่นจะมีก็แต่จิตวิญญาณเป็นแก่นแท้เท่านั้น


ที่มนุษย์ต่างดาวเผ่าอื่นๆในจักรวาลอันไพศาล

ไม่มี “จิตหยาบ” ทำหน้าที่แทน “จิตวิญญาณ”

ขณะได้โอกาสมาเกิดมีภพชาติเป็นมนุษย์นั้น 

เพราะจิตวิญญาณของพวกต่างดาวในเอกภพนี้

ไม่ได้มีผู้ที่ถือพันธะสัญญาหกติดตัวมาเกิดด้วย

พวกเขาจึงไม่มีหน้าที่จะต้องหลุดพ้นกลับบ้าน

คงมีแต่เพียงจิตวิญญาณของมนุษย์โลกเท่านั้น

เมื่อเข้ามาทำหน้าที่ครบหกหมื่นปีคือสิ้นยุคแล้ว

จิตวิญญาณพวกท่านต้องกลับบ้านแดนสุญตา


จะ “หลุดลอยค้าง” เพราะ #หลงทางนิพพาน

ขึ้นไปบนสวรรค์มายาที่พระเจ้ามิได้สร้างมิได้

เพราะว่าหลุดลอยกับหลุดพ้นออกไปนั้นต่างกัน

ท่านทั้งหลายโปรดจงเข้าใจตามจริงเอาไว้ด้วย 


ดังนั้น

จงอย่าเชื่อว่าใครจะเทรินพลังงานอะไรลงมาให้

เพราะพระเจ้าสร้างให้พวกท่านมีอำนาจพอตัว

สามารถใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกเองได้

โดยมิพักต้องให้มนุษย์ต่างดาวเผ่าไหนมาช่วย


จงจำเอาไว้ว่าในโลกนี้มีเพียงมนุษย์เองเท่านั้น

ที่มีพลังอำนาจในตนเองสูงสุดที่เข้าถึงเองได้

โดยไม่ต้องให้ผู้ใดเผ่าไหนเข้ามาช่วยเหลือเลย

ดาวตกชิ้นเดียวเฉี่ยวเข้ามาในบรรยากาศโลก

ยังลุกไหม้จนหมดสิ้นก่อนจะตกสู่พื้นดินด้วยซ้ำ


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

#พระบุตรเอก

6/05/2569

งานสร้างไดโนเสาร์ของพระเจ้า



#งานสร้างไดโนเสาร์ของพระเจ้า


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


พระองค์ได้ทรงกำหนดสร้าง “ไดโนเสาร์”

ตามที่เรากล่าวไว้ในตอนที่ผ่านมาแล้วนั้น

พระองค์ทรงลดขนาดของแต่ละตัวให้เล็กลง

เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาด้านน้ำหนักมวล

เหมือนกับการที่ต้นไม้ใหญ่ทุกต้นของพระองค์

เมื่อเติบโตขึ้นน้ำหนักมวลก็เพิ่มไปตามกาล


แม้ว่าขนาดตัวของไดโนเสาร์ของพระองค์

จะเล็กกว่าต้นไม้ใหญ่ที่ทรงกำหนดสร้างขึ้นนั้น

ขนาดตัวของไดโนเสาร์ก็ยังโตใหญ่อยู่ไม่น้อย

เนื่องจากพระอัตตาของพระเจ้าหรือพระผู้สร้าง

ทรงเป็นรูปธรรมทางพลังงานที่บารมีแผ่ไพศาล

จนยากเกินกว่าจะประมาณการขนาดแท้จริงได้

เข้าทำนองคนตัวใหญ่มักทำอะไรที่ใหญ่ๆเสมอ

ขณะที่คนตัวเล็กก็มักจะทำอะไรที่เล็กๆเช่นกัน


เราจะกล่าวความจริงให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า

แรงบันดาลใจในการสร้าง “ไดโนเสาร์” ขึ้นมา

เพื่อให้ทำหน้าที่เป็น “เพื่อนร่วมงานกับโลก” 

ในการช่วยเติมเต็มพลังงานในส่วนที่ขาดพร่อง

โดยกรอบแห่งการกำหนดสร้างใหม่ขึ้นมานั้น

ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนย้ายตนเองได้อิสระ

ไม่ถูกยึดตรึงอยู่กับที่เหมือนรากของต้นไม้ใหญ่

เพราะทรงเห็นแล้วว่าแผ่นดินโลกมีพื้นที่จำกัด

ทางเลือกเดียวก็คือต้องให้สิ่งที่จะสร้างใหม่นั้น

ดำรงตนเองอยู่กับต้นไม้ใหญ่หรืออยู่กับป่าได้


โดยสิ่งมีชีวิตที่จะทรงสร้างขึ้นมาใหม่นี้

สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่บนแผ่นดินโลกได้

ทั้งบนบกในน้ำในทะเลในอากาศและในพื้นดิน

ซึ่งเป็นวิธีคิดเพิ่มปริมาณพื้นที่อันจำกัดบนโลก

ให้เพิ่มขึ้นได้มากพอต่อการสร้างใหม่ไปทันที


คราวนี้มาเรียนรู้กันต่อไปว่า

สิ่งที่พระองค์ทรงสร้างใหม่คือ #ไดโนเสาร์ นั้น

พระองค์ทรงได้อัตตาตัวตนรูปลักษณ์มาจากไหน

คำตอบก็คือทรงได้ต้นแบบมาจากต้นไม้ใหญ่

ที่เอนกายล้มอยู่เพราะยืนต้นต่อไปไม่ไหวแล้ว


ส่วนที่เป็นหัวของไดโนเสาร์คือยอดไม้ที่กุดด้วน

ขาหน้าทั้งสองขาทรงได้ต้นแบบมาจากกิ่งใหญ่

กิ่งที่ต้นไม้ซึ่งล้มอยู่นั้นใช้ค้ำยันอยู่กับพื้นดิน

ส่วนหางไดโนเสาร์ทรงได้แบบมาจากรากแก้ว

ที่ต้นไม้ใหญ่นั้นล้มลงมาแบบถอนรากถอนโคน

สองขาหลังที่ใหญ่และยาวกว่าสองขาข้างหน้า

ก็ได้แบบมาจากรากแขนงที่ค้ำยันอยู่กับพื้นด้วย


ลำตัวไดโนเสาร์ตะปุ่มตะป่ำก็ได้จากเปลือกไม้

สีน้ำตาลของลำตัวก็ได้แบบมาจากสีของต้นไม้

ที่เป็น “แม่แบบ” ในการกำหนดสร้างนั้นเช่นกัน


เมื่อทรงได้อัตตารูปลักษณ์ของสิ่งมีชีวิต

ที่สามารถย้ายที่ไปไหนมาไหนได้อย่างเสรีแล้ว

พระองค์ยังจะต้องทรงวาดฝันด้วยจินตนาการ

ที่ทรงสามารถบันดาลให้เป็นจริงขึ้นมาได้ด้วย


ถ้าเป็นความฝันหรือจินตนาการ

ที่ไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้นั่นคือ #เพ้อฝัน

ถ้าสานฝันนั้นให้เป็นจริงได้นั่นคือ #สร้างสรรค์


งานสร้างของพระองค์ที่เรียกว่า #กำหนดสร้าง

เพราะเป็นการจงใจสร้างหรือเนรมิตสิ่งนั้นขึ้นมา

อย่างมีหลักการมีเหตุและมีผลที่ต้องการชัดเจน

เมื่อสร้างขึ้นก็เรียนรู้มันแล้วต่อยอดกันไปเรื่อยๆ

เพราะการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆนั้นจะไม่มีต้นแบบ

ถ้าไม่ต่อยอดจากของเดิมก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่

โดยยึดหลักการยึดเหตุและยึดผลเท่านั้น

 

สิ่งที่พระองค์จะต้องทรงพิจารณาขั้นต่อไปก็คือ

จะทรงบังคับขับเคลื่อนสิ่งมีชีวิตทรงไดโนสาร์

ให้เคลื่อนย้ายตนเองไปในป่าบนแผ่นดินโลกนี้

ได้อย่างอิสระเสรีสมดังพระประสงค์กันอย่างไร

ทั้งยังสามารถผลิตพลังงานบวกให้โลกได้ด้วย

จะต้องกำหนดสร้างด้วยหลักการและเหตุผล

ที่เป็นแบบไหนอย่างไร เป็นต้น


เมื่อครั้งแรกที่ทรงกำหนดสร้างต้นไม้ใหญ่นั้น

สิ่งที่ทรงเลือกใช้ขับเคลื่อนพฤติกรรมของต้นไม้

ในการดำเนินชีวิตและการดำรงอยู่นั้น

ทรงกำหนดให้ต้นไม้ทุกต้นใช้ #วิญญาณ

ซึ่งเป็นกลุ่มพลังงานจำนวน 189 กลุ่ม

แบ่งกันทำหน้าที่เพื่อให้ต้นไม้นั้นเป็นสิ่งมีชีวิต

ที่ดำรงอยู่ได้เติบโตได้ตอบสนองสิ่งเร้าได้

สืบพันธุ์ได้ปรับตัวเพื่อการอยู่รอดปลอดภัยได้ 

ผลิตสร้างพลังงานไฟฟ้าบวกให้โลกได้ เป็นต้น


คุณสมบัติสำคัญทั้งหมดดังกล่าวมานี้

จะต้องมีอย่างครบถ้วนในสิ่งที่ทรงสร้างใหม่

ซึ่งเรียกกันอยู่ในปัจจุบันนี้ว่า “ไดโนเสาร์”


ดังนั้น

สิ่งที่เรียกว่า “วิญญาณ” ซึ่งขับเคลื่อนต้นไม้

ให้เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่ทรงกำหนดสร้างขึ้น

เพราะพระองค์ทรงเป็นแก่นแท้ของความว่าง

เมื่อทรงกำหนดสร้างหรือเนรมิตต้นไม้ขึ้นมา

ต้นไม้จึงมีแก่นแท้เป็นกลุ่มพลังงานอยู่ข้างใน

โดยแต่ละกลุ่มจะแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน


เมื่อทรงมีพระประสงค์จะสร้างสิ่งใหม่ขึ้น

โดยมีจำนวนรูปธรรมไม่มากจนเกินไปนัก

จักทำให้มีผลต่อน้ำหนักมวลบนพื้นโลกด้วย

พระองค์จึงทรงติดตั้งสัญชาตญาณของสมอง

ให้มีรูปธรรมทางพลังงานคือ “จิตวิญญาณ”

ข้ามมิติเข้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อน “ไดโนเสาร์”

ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์


ถ้าวิญญาณในต้นไม้ใหญ่ของพระองค์

เป็น “กลุ่มพลังงาน” จำนวนทั้งสิ้น 189 กลุ่ม

ที่พระองค์ทรงเนรมิตติดตั้งไว้ให้เมื่อแรกสร้าง

“จิตวิญญาณ” ที่เป็นแก่นแท้ของไดโนเสาร์

จึงเป็น “กล่องพลังงาน” ที่สมดุลในตนเองอยู่

ซึ่งเป็นรูปธรรมที่มีรูปทรงเรขาคณิตเป็น 6D 

ไม่ใช่เป็นกลุ่มพลังงานเหมือนในต้นไม้ใหญ่

ที่ต่างลดเลี้ยวเกี่ยวพันกันอยู่ในต้นไม้นั้น


จิตวิญญาณที่เป็นแก่นแท้ของไดโนเสาร์นั้น

พระเจ้าทรงประทานอนุญาตให้ “พระบุตร”

ที่เป็น “จิตจักรวาลดวงเล็ก” ซึ่งรูปธรรมมี 11D

ผู้ที่ขันอาสาพระเจ้าข้ามมิติเข้ามาสู่ระบบโลก

เพื่อขับเคลื่อน “ไดโนเสาร์” ของพระองค์

โดยทรงกำหนดให้จิตวิญญาณที่เป็นแก่นแท้

ใช้สัญชาตญาณที่ทรงติดตั้งเอาไว้ให้แล้ว

ทำงานร่วมกับสมองเพื่อขับเคลื่อนทั้งสองมิติ

ทั้งมิติโลกทางกายภาพและมิติทางพลังงาน


โดยเฉพาะในมิติทางพลังงาน

คือการสั่นสะเทือนจิตวิญญาณให้เกิดขันธ์ห้า

เพื่อผลิตสร้างพลังงานออกมาในแบบที่โลกใช้

ด้วยการให้ไดโนเสาร์ทุกตัวร่วมด้วยช่วยกันผลิต

ในลักษณะของ #พลังงานร่วม เพื่อมอบให้โลก

จะทำให้โลกได้รับพลังงานบวกได้มากกว่าปกติ

จึงทรงกำหนดให้ไดโนเสาร์อยู่ร่วมกันเป็นฝูง

คำว่า “ฝูง” คือให้อยู่ร่วมกันเกินสองตัวขึ้นไป


พลังงานร่วมของไดโนเสาร์ตั้งแต่ 3 ตัว

จะแทนค่าในสมการพลังงานที่เกิดขึ้นจริงดังนี้

นั่นคือ Σβₓ = 3x²(β₁+β₂+β₃+…+βₓ)


สมการนี้อ่านว่าผลรวมทางพลังงานด้านบวก

ของไดโนเสาร์รวม “เอ็กซ์” ตัวคือสามตัวขึ้นไป

จะมีค่าเป็น 3 เท่าของจำนวนไดโนเสาร์ฝูงนั้น

คือ “เอ็กซ์ตัว” หรือสามตัวขึ้นไปยกกำลังสอง

แล้วคูณกับผลรวมทางพลังงานจิตด้านบวก

ที่ไดโนเสาร์แต่ละตัวสามารถผลิตกันออกมาได้


เพราะสมการทางพลังงานด้านบวกคือ Σβₓ นี้

พระเจ้าจึงกำหนดให้ไดโนเสาร์อยู่กันเป็นฝูง

เพื่อผลลัพธ์ที่ต้องการคือพลังงานร่วมดังกล่าว

ถ้าไดโนเสาร์ตัวเดียวจะสร้างพลังงานร่วมไม่ได้

เพราะไม่มีตัวอื่นช่วยเป็นเงื่อนไขให้กันและกัน


(อยากติดตามตอนต่อไปก็ให้ยกมือขึ้น)


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

#ปัญญาวิสุทธิ์

6/05/2569

CR: photo by Pee C.


สวัสดีกันวันพุธ​ 6/05/2026


สวัสดีกันวันพุธ

Good Morning Wednesday


พระเจ้ามิได้เป็นผู้สร้างความชั่ว

แต่เกิดจากกิเลสต้ณหาอารมณ์ขยะ

ที่จิตมนุษย์ไปเสพติดกันเอง

พระเจ้ามีกฎแห่งกรรมให้รู้ดีรู้ชัวแล้ว

อย่าบังอาจไปเพ่งโทษพระเจ้า


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกล

จิตจักรวาลสถานธรรม