พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
เมื่อแรกที่พระเจ้าทรงกำหนดสร้างสิ่งมีชีวิต
เพื่อทดลองค้นคว้าหารูปธรรมที่เหมาะสมที่สุด
ที่จะส่งเข้ามาทำหน้าที่ประจำอยู่ในระบบโลก
ทรงยังมิได้จำกัดค่าสนามแม่เหล็กเฉพาะดาว
เพราะดาวแต่ละดวงที่เลือกใช้เป็นห้องทดลอง
อยู่ห่างเป็นระยะทางค่อนข้างไกลกันมากโขอยู่
ความเข้มสนามแม่เหล็กของดาวที่มีสิ่งมีชีวิต
จึงแทบจะมีค่าใกล้เคียงกันหรือเกือบเท่า ๆกัน
เพราะทรงเพิ่งจะเริ่มต้นทำการทดลองเท่านั้น
มาภายหลังทรงพบว่า
สิ่งมีชีวิตเพศผู้หรือผู้ชายลักษณะคล้ายมนุษย์
ที่มีปีกขนาดใหญ่สามารถบินไปไหนมาไหนได้
พวกนี้แข็งแรงมากขนาดบินข้ามดาวได้ด้วย
พระองค์ทรงคาดไม่ถึงมาก่อนว่าจะเป็นเช่นนั้น
เพราะแข็งแรงมากสิ่งมีชีวิตเพศผู้เผ่าแองเจิ้ลนี้
จึงเหินบินด้วยปีกขนาดใหญ่เหมือนนกยักษ์นั้น
เหาะข้ามจักรวาลจนมาถึงดาวเคราะห์โลกดวงนี้
แล้วเข้ามาปู้ยี่ปู้ยำทำปัญหาให้กับสตรีชาวโลก
ตามที่เราเคยประกาศให้พวกท่านรู้กันนานแล้ว
พระองค์จึงได้ปรับค่าสนามแม่เหล็กจำเพาะดวง
ให้ดาวแต่ละดวงที่ทรงสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นไว้นั้น
มีค่าสนามแม่เหล็กและค่าความเข้มไม่เท่ากัน
โดยดาวแต่ละดวงจะมีสนามแม่เหล็กห่อหุ้มอยู่
ที่สามารถปกป้องดาวดวงนั้นทั้งระบบได้ด้วย
ถ้ามีเทหวัตถุที่เป็นขยะอวกาศน้อยใหญ่
เคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็กของดาวเข้าไป
จะเสียดสีกันกับสนามแม่เหล็กนั้นจนร้อนมาก
ในระดับที่ไหม้หมดหรือแตกระเบิดก่อนถึงพื้น
สิ่งมีชีวิตและทุกสิ่งในระบบดาวนั้นจะปลอดภัย
นี่จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งซึ่งพระผู้สร้างทรงแก้ไข
อย่าคิดว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้วิเศษโดยเด็ดขาด
ท่านจึงต้องเข้าใจคำว่า ทดลอง เอาไว้ด้วย
สำหรับดาวเคราะห์โลกดวงนี้ก็เช่นกัน
พระองค์ทรงกำหนดออกแบบเอาไว้ให้
มีค่าสนามแม่เหล็กโลกตามปกติเป็น 14 เก๊าส์
ให้เป็นค่าเฉลี่ยบนพื้นราบหรือในระดับน้ำทะเล
ทั้งทรงกำหนดให้โครงข่ายสนามแม่เหล็กโลก
ลักษณะคล้ายตาข่ายที่ยกตัวสูงขึ้นจากพื้นโลก
เพื่อครอบคลุมโลกทั้งดวงเอาไว้สูงหกหมื่นฟุต
แปลว่าถ้ามนุษย์จะย้ายมาอยู่ยาวกันที่ดาวโลก
จะเข้ามาอยู่แบบถาวรเหมือนพวกแองเจิ้ลมิได้
หากจะย้ายก็ต้องย้ายเอาสนามแม่เหล็กมาด้วย
ดังนั้น
สิ่งมีชีวิตที่จะเดินทางข้ามจักรวาลมายังโลก
ซึ่งตามปกติแล้วพวกเขาส่วนใหญ่เหล่านั้น
จะมีค่าสนามแม่เหล็กของดาวต่ำกว่าของโลก
เครื่องยนต์แห่งกรรมของพวกเขาทั้งหลาย
ก็มีกลไกอวัยวะภายในทุกชิ้นและระบบเซลล์
ที่สามารถมีไฟฟ้าใช้หล่อเลี้ยงทั้งระบบได้
ด้วยการเหนี่ยวนำแบบเดียวกับมนุษย์นี่แหละ
เมื่อกายสังขารที่เป็นเหมือนแท่งแม่เหล็ก
ซึ่งถูกออกแบบเอาไว้ให้เหมาะสมกับอีกที่หนึ่ง
ย้ายมาสู่ระบบที่ความเข้มสนามแม่เหล็กสูงกว่า
แถมโลกยังหมุนรอบตัวเองเร็วกว่าดาวนั้นด้วย
ค่ากระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำในกายสังขารพวกนั้น
จะสูงกว่าค่ามาตรฐานจนเกินต้านได้ไหว
ขั้นรุนแรงที่สุดก็คือจะถึงขั้นเสียชีวิตกันได้เลย
ถ้าพวกต่างดาวฝืนเข้ามาอยู่ในระบบโลก
เบื้องต้นพวกเขาจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสมอง
เนื่องจากตาที่สามคือ “ต่อมไพเนียล”
จะถูกปิดมิติไว้จนไม่สามารถสั่นสะเทือนได้
เพราะอำนาจแม่เหล็กโลกเข้มข้นมากเกินไป
ไม่เหมาะสมกับเครื่องยนต์แห่งกรรมพวกเขา
ตามที่พระเจ้าทรงออกแบบเอาไว้ให้ตั้งแต่แรก
เหตุที่ค่าสนามแม่เหล็กโลกเข้มข้นกว่าดาวอื่น
เพราะมนุษย์โลกมีจิตหยาบเพิ่มมาอีกหนึ่งกลุ่ม
ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ทั้งหมดจำนวน 189 กลุ่ม
ทั้งยังมีสมองสองซีกที่มีความฉลาดถึงสี่ระดับ
ที่จะต้องทำงานแทนจิตวิญญาณเมื่อเป็นมนุษย์
กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำในร่างกายจึงต้องสูงกว่า
เพื่อให้เหมาะแก่การใช้งานนั่นเอง
ถ้าสนามแม่เหล็กของดาวใดมีความเข้มข้นสูง
อย่างเช่นกรณีความเข้ม 14 เก๊าส์ของดาวโลก
รูปธรรมสิ่งมีชีวิตคือมนุษย์โลกทั้งชายหญิง
จะมีความสมดุลสมบูรณ์และสวยงามอย่างลงตัว
มากกว่าสิ่งมีชีวิตบนดาวอื่นที่สนามแม่เหล็กต่ำๆ
รูปลักษณ์หน้าตาจะดูดีสู้พี่น้องชาวโลกนี้ไม่ได้
อีกอย่างหนึ่งที่ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ไว้ก็คือ
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์โลกเสรีแห่งนี้นั้น
เพราะความเข้มสนามแม่เหล็กที่สูงกว่าดาวอื่น
จึงมีอำนาจทางจิตปัญญามากกว่าเผ่าอื่นด้วย
แต่เงื่อนไขสำคัญอยู่ตรงที่ว่าใช้สมองเป็นไหม
ถ้าใช้ไม่เป็นแม้ว่าจะมีของดีถือครองอยู่ก็ไร้ค่า
ชาวโลกส่วนมากนิยม การท่องจำและลักจำ
มากกว่าจะฝึกคิดรู้ด้วยสติปัญญาของสมอง
มนุษย์ส่วนใหญ่จะนิยมการนึกด้วยจิตเท่านั้น
นึกเสียจนเคยตัวแล้วหลงผิดว่าตนนั้นคิดดีแล้ว
ยังผลให้เกิดการคิดผิดๆถูกๆอยู่ซ้ำซากทั้งชีวิต
เพราะว่าสร้างกระบวนการในการคิดกันไม่เป็น
ทำให้ต้องเสียทีที่รับโอกาสมาเกิดเป็นมนุษย์
พระพุทธเจ้าจึงทรงเรียกตนเองว่าเป็น พุทธะ
ทรงเรียกผู้เลือกก้าวตามพระองค์ว่า ชาวพุทธ
หมายถึงผู้ที่ต้องการเป็นฝ่าย จิตปัญญานิยม
เพื่อจะบรรลุมรรคผลทางโลกและจิตวิญญาณ
ด้วยความฉลาดทางจิตสามนึกที่ตนน่ะมีอยู่แล้ว
(ยังมีตอนต่อไปอีก)
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
พระบุตรเอก
13/02/2569