08 กุมภาพันธ์ 2569

แผนการใหม่ ของผีโสโครก ตอนที่ 1


 

 

พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


แผนการใหม่ของพวกมารหรือ “ผีโสโครก”

ซึ่งเดิมเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปีกบินได้คล้ายนกยักษ์

ที่มีตัวตนเป็นเพศชายหรือมีแต่ตัวผู้เพศเดียว

แต่มาถูกน้ำท่วมตายจนหมดฝูงอยู่ในระบบโลก

เพราะถูกชำระทิ้งในยุคโนอาดังกล่าวมาแล้วนั้น

หรือท่านจะรู้จักพวกนี้ในนาม ลูซิเฟอร์ ก็ได้


1.แผนการใหม่ประการแรก

ก็คือ เปลี่ยนคน


โดยทิ้งคนนำทางตาบอดชราในฝ่ายศาสนาไป

เปลี่ยนมาใช้กรรมกรแสงหนุ่มสาวรุ่นใหม่แทน

เพราะเล็งเห็นแล้วว่าโลกยุคนี้และยุคต่อไปนั้น

เป็นสังคมของคนเจ็นใหม่อย่าง Gen Z ขึ้นไป

พวกเขาจึงต้องปรับกลยุทธให้ทันสมัยมากขึ้น


2.แผนการใหม่ประการที่สอง

ก็คือ เปลี่ยนกลยุทธ


โดยทิ้งคำสอนคำสวดของนักบวชชราไป

จากวิธีส่งเสียงในหัวนักบวชชราผู้ที่ถูกเลือก

แล้วให้นักบวชนั้นมากล่าวสอนต่อญาติโยม

หันมาใช้สื่อโซเชี่ยลแทน


แผนการก็คือผีพวกนี้จะเรียกตัวเองว่า 

“กลุ่มผู้ทรงพลังแห่งการยกระดับจิตวิญญาณ”


อ้างว่าพวกตนมีหน้าที่ดูแลช่วยเหลือมนุษย์

ที่กำลังรู้สึกว่าตนโดดเดี่ยวเหมือนถูกทอดทิ้ง 

กำลังรู้สึกหมดสิ้นหนทางหรือว่าสิ้นหวังอยู่

กำลังรู้สึกว่าตนนั้นไม่เข้าใจโลกไม่เข้าใจชีวิต

รวมทั้งคนที่รู้สึกเหมือนว่าตนกำลังถูกมองข้าม


ผีโสโครกเล็งตรงมายังคนรุ่นใหม่ที่มีปมด้อย

เพราะสังคมโลกปล่อยให้ช่องว่างระหว่างวัย

ที่เป็นคนรุ่นเก่ากับเด็กรุ่นใหม่ถ่างมากเกินไป

จนยังผลให้เกิดปมปัญหาสังคมเหล่านี้ขึ้นมา

ภาษาวิชาการเรียกมันว่า #ปัญหาด้านจิตวิทยา

เพราะมนุษย์โลกส่วนใหญ่ลืมคิดกันไปว่า

โครงสร้างสำคัญของการเป็นมนุษย์ของตนนั้น

มันจะต้องประกอบกันด้วย 3 อย่าง คือ


1.โครงสร้างทางจิตวิทยา

ที่เป็นเรื่องซึ่งเกี่ยวข้องกับมิติแห่งจิตใจ

โดย “จิต” หมายถึง จิตหยาบ ก็คือจิตสามนึก

ส่วน “ใจ” คือแก่นแกนหมายถึง จิตวิญญาณ


สิ่งที่เกี่ยวข้องหมายถึงปัจจุบัน

ระดับจิตสามนึกของคนๆนั้นมีกี่มิติแล้ว

ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นมีคุณธรรมจริยธรรม

อันเกิดจาก จิตตปัญญา สูงได้ถึงระดับใด


2.โครงสร้างทางกายภาพ

ที่เป็นเรื่องของสุขภาพแห่งกายสังขาร

คือมีเครื่องยนต์แห่งกรรมที่สมบูรณ์ดี

ไม่เป็นผู้ที่ทุพลภาพหรือพิการไม่สมประกอบ

ดูว่าแข็งแรงดีไหมหรือว่าขี้โรคไหม เป็นต้น


หมายถึงเป็นคนกินดีอยู่ดีมากน้อยแค่ไหน

เป็นผู้ใส่ใจดูแลสุขภาพของตนหรือไม่นั่นเอง


3.โครงสร้างทางสังคม

เป็นเรื่องของความมีผู้นับหน้าถือตาของสังคม

ในมนุษย์แต่ละคนในสังคมจะได้รับไม่เท่ากัน

บางคนได้รับความนิยมยอมรับจากสังคมมาก

ขณะที่หลายคนสังคมจะรังเกียจหรือไม่ยอมรับ

โดยขึ้นอยู่กับ “การทำตน” ของคนๆนั้นด้วย


การทำตนที่ว่านี้ก็มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ

อยู่ที่ว่าใครจะเลือกเอาแบบไหนมาทำเท่านั้น

ระหว่าง “การแสร้งทำ” กับ “การทำจริง”


กรณีการแสร้งทำนั้นใครก็รู้ว่าไม่จริงใจ 

มันคือ “การเสแสร้งแกล้งทำเป็นว่า” ให้เห็น

คนรุ่นใหม่มองว่าการสร้างคอนเท้นท์นั่นแหละ


เราจะกล่าวความจริงให้รู้ว่า

ถ้ามนุษย์คนไหนมีโครงสร้างทั้งสามโครงนี้

ถึงพร้อมอย่างครบถ้วนบริบูรณ์มากเท่าไหร่

มนุษย์คนนั้นจะเป็นบุคคลที่สมบูรณ์แท้จริง

จะเป็นประชากรคุณภาพที่โลกนี้ต้องการ


โดยโครงสร้างทั้ง 3 โครงนี้

โครงสร้างหลักของการเป็นมนุษย์ก็คือ

โครงสร้างทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับจิตใจนั่นเอง

เพราะว่าจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว

ว่าด้วยเรื่อง ไตรลักษณ์ ของพระพุทธเจ้า

นั่นคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา


จิตหยาบที่เป็นอนัตตา

มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเกิดการสัมผัสรู้ดูเห็นสิ่งเร้าเข้า

จิตจะเปลี่ยนค่าความถี่ไปจากปกติคือเกิดทุกข์


เมื่อความถี่ของจิตเปลี่ยนไปจากเดิม

จิตหยาบนั้นก็เกิดสภาวะที่เรียกว่า “จิตตก”

เพราะความถี่นั้นจะตกต่ำลงไปจากปกติ

เช่นเกิดเป็นกิเลสตัณหาอารมณ์ขยะต่างๆ

แทนที่จะสุขสงบอยู่อย่างเดิม

ยังผลให้กายหยาบหรือกายสังขาร

สำแดงอาการหรือพฤติกรรมไปตามจิตด้วย

ทำให้อนิจจังที่แปลว่าไม่เที่ยงเป็นบทสรุป


เมื่อจิตหยาบทนต่อสิ่งเร้าที่เข้าไปกระทบไม่ได้

กายสังขารจึงทนไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนตามเช่นกัน


ดังนั้น

แผนการของพวกผีโสโครกในยุคปัจจุบัน

จึงนำเอาปมด้อยหรือจุดอ่อนของสังคมโลก

เข้ามาใช้ในแผนการของกลยุทธ์ใหม่นี้

ที่พี่น้องชาวโลกจะต้อง “ฉุกคิด” สะกิดใจ

ก้าวตามพวกเขาให้ทันตั้งแต่วันนี้เลย

ตั้งแต่พวกเขาเลิกใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือ

อลัชชีก็ทำให้ศรัทธาที่คนมีต่อศาสนาเสื่อมไป

คนส่วนใหญ่ไม่นึกบวกพูดบวกมองบวกกันแล้ว


ท่านต้องติดตามหาความรู้ผ่านพระโอวาท

ในช่องทางเพจที่พอมีช่องให้เผยแพร่ตรงนี้ไว้

จะได้ไม่ตกขบวนรถไฟเพื่อกลับไปสู่แดนสุญตา

ซึ่งเป็นสวรรค์นิรันดรคือพระนิเวศน์ของพระเจ้า

แทนที่จะหลงทางไปขังตนเองบนสวรรค์มายา

ซึ่งคนนำทางตาบอดชราพาไปและพาทำกัน


ต้องการรู้เพิ่มหรือรู้ต่อ

ก็ต้องติดตามกันในตอนต่อไป

 

กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

พระบุตรเอก

8/02/2569