27 กุมภาพันธ์ 2569

ตื่นรู้ ความทุกข์ไม่มีอยู่จริง


 

พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์โลกนี้แล้ว

จงอย่าขี้ขลาดตาขาวโง่ง่ายกับเรื่องไร้สาระเลย

โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับคำว่า ทุกข์ นี่แหละ

จงตั้งสติ “ตื่นรู้” ความจริงด้วยปัญญาที่ตนมีอยู่

ด้วยการรู้เท่าทันว่า “ความทุกข์” นั้นไม่มีอยู่จริง

อีกทั้ง “ความสุข” ที่เป็นเงาของความทุกข์เอง

มันก็ไม่ได้มีอยู่จริงด้วยเช่นเดียวกัน


ท่านทั้งหลายจงอย่าได้เกลียดกลัวความทุกข์

จนอยากจะมีความสุขกันโดยเด็ดขาดเชียวนะ

ยิ่งเกลียดกลัวมากยิ่งอยากไม่อยากมากเท่าใด

ทุกข์กับสุขก็จะเกิดเป็นอัตตาตัวใหญ่ขึ้นเท่านั้น


ทั้งที่ตัวทุกข์กับตัวสุขนั้นมันเป็นแค่นามรูป

พระเจ้ามิได้ทรงกำหนดสร้างไว้ในเอกภพนี้เลย

แต่จิตหยาบของมนุษย์ก็คือตัวท่านเองนะแหละ

จะเนรมิตตัวทุกข์หรือตัวสุขขึ้นมาด้วยตัณหา

ซึ่งเป็นความอยากและหรือความไม่อยากเสมอ

จิตหยาบเนรมิตอัตตาตัวตนของสิ่งที่ไม่มีจริงขึ้น

ก็เพื่อจะ “ยึดติด” นามธรรมหรือนามรูปนั้นให้ได้

เพราะจิตหยาบของมนุษย์ไม่อาจยึดความว่างได้


เมื่ออายตนะสัมผัสรู้ดูเห็นสิ่งใดก็ตาม

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีอัตตาตัวตนที่เป็นรูปธรรม

หรือว่าไม่มีอัตตาตัวตนให้เห็นเป็นรูปธรรม

ซึ่งพวกท่านจัดให้สิ่งนั้นเป็น “นามธรรม” ก็ตาม

จิตหยาบของมนุษย์จะสร้างอัตตาของสิ่งนั้นขึ้น

เพื่อจะได้ใช้จิตยึดติดมันเอาไว้เสมอ


อัตตาของสรรพสิ่งที่จิตหยาบสร้างขึ้นมาเองนี้

จึงเป็นเงาของสิ่งที่อาจจะมีจริงหรือไม่มีก็ได้

เช่นตัวทุกข์หรือตัวสุขที่เป็นนามรูปนี่แหละ

เพราะอายตนะภายนอกทั้งห้าสัมผัสมันไม่ได้

แต่จิตหยาบของท่านกลับสัมผัสและยึดติดได้

ด้วยพลังอำนาจแห่งความอยากไม่อยากไงล่ะ


ดังนั้น

อัตตาตัวตนที่เป็นปัญหาของมนุษย์ทั้งหลาย

จึงมิใช่อัตตาของสรรพสิ่งที่อยู่ภายนอกร่างกาย

แต่อัตตาตัวใหญ่ที่เป็นตัวร้ายมันอยู่ในจิตท่าน

จากทุกข์สุขที่ไม่มีอัตตาหรือไม่มีรูปธรรมอะไร

จิตหยาบก็เนรมิตขึ้นเองด้วยอยากไม่อยากได้

เพราะชอบใจติดใจกลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เพราะชอบใจความสวยงามของดอกไม้นั้น


ดอกไม้สวยและหอมที่ติดอกติดใจท่านอยู่นั้น

มันคือดอกไม้ที่จิตของท่านสร้างกันขึ้นมาเอง

มันคือดอกไม้ที่เป็นแค่เงามายาของดอกไม้จริง

ซึ่งจิตหยาบของท่านสามารถวาดฝันเอาเองได้


ดอกไม้ที่ท่านแลเห็นมันอยู่นั้น

เป็นเพียงแค่สิ่งเร้าจิตหยาบของท่านเท่านั้น

แต่ตัวที่ทำให้เกิดอยากไม่อยากมันคือเงา

ที่เกิดขึ้นภายในจิตหยาบของท่านต่างหาก


ถ้าท่านรู้ความจริงที่เรากล่าวมาเหล่านี้แล้ว

การหลงรูปจูบเงามันก็จะไม่เกิดขึ้นมาอีกเลย

ท่านไม่จำเป็นต้องใช้วิธีปลงสังขารด้วยซ้ำ


เพราะวิธีการ “ปลงสังขาร” นั้น

ท่านต้องไปจับเอาเรื่องของอนิจจังไม่เที่ยง

ตามกฎแห่งไตรลักษณ์ที่ว่าเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป

ซึ่งหลายคนที่ใช้วิธีนี้มาแล้วยังไม่เคยได้ผล

แต่ละคนยังมีกิเลสตัณหาเกาะจิตอยู่บานเบอะ


เราจะกล่าวความจริงให้ท่านได้คิดว่า

การพยายามหักดิบด้วยวิธีอสุภะกรรมฐานนั้น

ดูเหมือนว่าจะเข้าทีเข้าท่าดีอยู่ไม่น้อยเลย

แม้หลายท่านจะเชี่ยวกรรมฐานมากสักเท่าไหร่

ก็พบว่ากิเลสตัณหาที่ในจิตยังนิพพานได้ไม่สิ้น

เพราะว่าเป็นการเกาผิดที่หรือ #เกาไม่ถูกที่คัน

อาการคันที่เป็นกิเลสตัณหานั้นมันจึงไม่ดับสูญ


มรรควิถีจิตจักรวาล

จึงแนะเน้นวิธีการปฏิบัติแบบใหม่

ด้วยการชวนให้ท่าน #รับรู้แล้วอย่ารับเอา

โดยใช้ความจริงที่เรากล่าวมาข้างต้นจนรู้ทันนี้

มาเป็นเหตุผลที่จะไม่ปรุงแต่งมันให้เกิดกิเลส


ดอกไม้นั้นจะสวยไม่สวยหอมหรือไม่หอม

มันเป็นเรื่องของดอกไม้มิใช่หน้าที่ของท่าน

ชายหนุ่มคนนั้นจะหล่อไม่หล่อรวยหรือไม่รวย

ก็เป็นเรื่องของชายคนนั้นมิใช่หน้าที่ของท่าน

เห็นสักแต่ว่าเห็นเท่านั้นก็พอแล้ว

จะไปเสือกกับเรื่องส่วนตัวของเขาทำไม

ทำไมท่านจะต้องไปเกี่ยวกรรมกับเขาด้วย


กราบพระบาทพระบิดาทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

พระบุตรเอก

27/02/2569