#วิธีค้ำจุนความสมดุลของเอกภพ
พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
พระเจ้าคือพระผู้สร้างหรือจิตจักรวาลดวงใหญ่
เมื่อทรงมีพระดำริด้วยการให้ดาวเคราะห์โลก
ค้ำจุนความสมดุลของดาวเคราะห์ทั้งแปดไว้
อันประกอบด้วยดาวพุธ ศุกร์ อังคาร พฤหัส
ดาวเสาร์ ยูเรนัส เนปจูน และ ดาวพลูโตนั้น
จึงทรงกำหนดให้ดาวเคราะห์โลกดวงสำคัญนี้
ทำหน้าที่สำคัญ 2 อย่าง คือ
1.เป็นผู้นำพาดาวเคราะห์ทั้งแปดดวง
กับดวงจันทร์ที่เป็นดาวเพื่อนของดาวเคราะห์
โคจรหมุนวนไปรอบๆดวงอาทิตย์ในแนวระนาบ
ลักษณะวงโคจรที่เป็นแบบของใครของมัน
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเฉี่ยวชนกันนั่นเอง
ทุกวันนี้ที่มนุษย์เห็นว่าดาวเคราะห์ทั้งแปดดวง
มีแผนที่การโคจรลักษณะกระจัดกระจายอยู่นั้น
เพราะแต่ละดวงห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน
อีกทั้งความเร็วการโคจรวนรอบดวงอาทิตย์นั้น
แต่ละดวงจะมีระยะเวลาไม่เท่ากันอีกด้วย
รวมทั้งดาวดวงใดมีมวลมากก็จะโคจรช้ากว่า
เป็นเหตุให้วงโคจรของดาวทั้งเก้าดวงของระบบ
แลดูเหมือนว่าพวกเขาจะไร้ระเบียบกันอยู่
ในทุกๆ 300 ปีโลก
พิกัดตำแหน่งการดำรงอยู่ของดาวทั้งเก้าดวง
ซึ่งจะมีดาวเคราะห์โลกเป็นดวงดาวแห่งผู้นำ
โดยจะมีดาวเคราะห์อีกแปดดวงห้อมล้อมอยู่
จะเป็นภาพจริงให้ท่านได้เห็นเป็นที่ประจักษ์
เพราะระบบสุริยะนี้จะครบรอบการเริ่มต้นอีกครั้ง
ถ้าใครเห็นภาพที่จะปรากฎเกิดขึ้นดังกล่าวนี้
จะเข้าใจผิดคิดว่าโลกเป็นศูนย์กลางของระบบ
มิใช่ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางแต่อย่างใด
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
มันคือ #วันมหาสุญตา ที่มนุษย์โลกทุกคน
จะไม่มีคนหนึ่งคนใดทำผิดคิดชั่วมั่วกามกิเลส
ที่เป็นเหตุให้โลกนี้วุ่นวายโดยจะสงบได้ 3 วัน
2.พระองค์ต้องทรงกำหนดให้
ดาวเคราะห์โลกดวงนี้มีพลังอำนาจในตนเอง
ที่มากพอต่อการเป็นผู้นำของระบบสุริยะได้
อีกทั้งต้องค้ำจุนความสมดุลของเอกภพได้ด้วย
เพราะพระองค์ทรงทราบดีอยู่แล้วว่า
#อำนาจของสรรพสิ่งได้จากการสั่นสะเทือน
หากทรงต้องการให้ดาวเคราะห์โลกมีอำนาจ
จึงต้องออกแบบให้ดาวโลกสั่นสะเทือนให้ได้
อีกทั้งทรงต้องให้โลกสั่นสะเทือนต่อเนื่องด้วย
อำนาจที่เกิดนั้นจึงจะมั่นคงและยั่งยืนยาวนาน
พระองค์ยังทรงทราบดีอยู่แล้วด้วยว่า
ความสมดุลของสรรพสิ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ
#สิ่งนั้นต้องมีการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเอง
หากทรงต้องการให้โลกทั้งระบบเกิดสมดุล
ต้องทรงออกแบบให้โลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเอง
ขณะโคจรวนไปรอบดวงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง
ด้วยอัตราเร็วคงที่และสม่ำเสมอให้ได้ด้วย
ปัญหาของพระองค์ในขั้นนี้จึงมี 2 ประการก็คือ
#หนึ่งจะทำให้โลกนี้มีพลังอำนาจได้อย่างไร
#สองจะทำให้โลกสมดุลมั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร
คำตอบที่ทรงคิดได้จนเป็นมหัศจรรย์งานสร้าง
จึงบังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมดังต่อไปนี้
ทรงกำหนดสร้างให้ภายในแกนโลก
มีก้อนธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ติดตั้งอยู่
โดยธาตุออกซิเจนนี้จะเหนียวหนืดคล้ายตังเม
อะตอมของก้อนธาตุดังกล่าวนี้จะมีความว่องไว
ต่อการทำปฏิกิริยาทางไฟฟ้ากับประจุบวกเสมอ
เมื่อมีประจุไฟฟ้าบวกเกิดขึ้นบนพื้นโลก
จะถูกอะตอมของก้อนธาตุออกซิเจนดังกล่าวนี้
ดึงดูดเหนี่ยวรั้งประจุบวกนั้นลงไปมีปฏิสัมพันธ์
กับอะตอมของธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์เสมอ
ถ้าประจุบวกนั้นมีจำนวนมากมายไม่หมดสิ้น
อะตอมของก้อนธาตุในแกนโลกที่ระเบิดนั้น
มันจะเกิดการระเบิดต่อเนื่องแบบปฏิกิริยาลูกโซ่
ผลลัพธ์ก็คือดาวโลกดวงนี้จะเกิดมีพลังอำนาจ
สมดังความปรารถนาของพระองค์ขึ้นมาได้
ปัญหาน่าคิดของพระองค์ลำดับถัดไปก็คือ
จะทรงนำเอาประจุบวกมากมายมาจากไหน
จึงจะทรงป้อนให้แก่แกนโลกที่ว่านี้ได้มากพอ
ทั้งยังทรงป้อนให้อย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย
นี่จึงเป็นที่มาของการทรงสร้างสรรพสิ่งที่เป็น
#เพื่อนร่วมงานกับดาวเคราะห์โลกขึ้นมา
มนุษย์ทั้งหลายเรียกกันว่า “ต้นไม้” ใหญ่น้อย
ทรงออกแบบให้ต้นไม้ผลิตสร้างประจุบวก
จากกระบวนการสังเคราะห์แสงเพื่อปรุงอาหาร
แล้วปลดปล่อยประจุไฟฟ้าบวกทางปลายราก
ให้แก่ก้อนธาตุออกซิเจนหรือแกนแม่เหล็กโลก
เพื่อทำให้พระดำริของพระองค์สัมฤทธิผล
ปฏิกิริยาที่เกิดจากการระเบิดในระดับอะตอม
ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องภายในแกนแม่เหล็กโลกนี้
มันจะเกิดขึ้นเฉพาะในเวลากลางวันเท่านั้น
เพราะพืชสีเขียวที่มีคลอโรฟิลที่ปรุงอาหารได้
เฉพาะตอนที่โลกมีแสงแดดจากดวงอาทิตย์
ซึ่งมันจะเกิดขึ้นเฉพาะตอนกลางวันเท่านั้นเอง
พระองค์จึงต้องทรงปลูกต้นไม้เอาไว้
รายรอบดาวเคราะห์โลกดวงนี้บนพื้นที่ๆปลูกได้
ที่ตรงไหนปลูกไม่ได้ก็ทรงสร้างพื้นที่นั้นเป็นน้ำ
ดาวโลกจึงมีพื้นน้ำสามส่วนกับพื้นดินหนึ่งส่วน
เพราะต้นไม้ใหญ่ของพระองค์ขึ้นในทะเลไม่ได้
อีกทั้งโลกทั้งดวงจะสว่างก็แค่เพียงด้านเดียว
โดยจะผลัดกันมืดผลัดกันสว่างอยู่เรื่อยไป
การระเบิดที่ภายในแกนโลก
มันจึงมิได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งวันคืน
มันจะเกิดขึ้นทีละด้านเท่านั้น
ผลลัพธ์จากการระเบิดรุนแรงดังกล่าวนี้
ก้อนธาตุเหนียวหนืดคล้ายตังเมในแกนโลก
จะสามารถบิดตัวของมันอย่างเสรีได้เลย
เพราะจะระเบิดจนบิดตัวเฉพาะด้านกลางวัน
เมื่อรุ่งเช้าฟ้าสางแสงแดดส่องลงมา
ต้นไม้ที่เคยหยุดงานตอนกลางคืนก็จะตื่น
เพื่อเข้าประจำการในการทำหน้าที่แทนต่อไป
ดังนั้น
ตราบใดที่โลกนี้ยังมีแสงตะวันอยู่
ตราบใดที่เพื่อนร่วมงานของโลกคือต้นไม้ใหญ่
ยังคงมีอยู่อย่างดาษดื่นบนพื้นโลกแห่งนี้
ไม่มีใครตัดโค่นทำลายต้นไม้ของพระองค์ทิ้ง
ดาวเคราะห์โลกดวงนี้จะยังคงสมดุลอยู่ได้
โลกยังจะค้ำจุนเอกภพและทุกสิ่งให้สมดุล
โดยอยู่รอดปลอดภัยตามพระประสงค์แน่นอน
(อยากติดตามตอนต่อไปก็ให้ยกมือขึ้น)
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
ปัญญาวิสุทธิ์
2/05/2569



