02 พฤษภาคม 2569

วิธีค้ำจุนความสมดุลของเอกภพ

 




#วิธีค้ำจุนความสมดุลของเอกภพ

พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


พระเจ้าคือพระผู้สร้างหรือจิตจักรวาลดวงใหญ่

เมื่อทรงมีพระดำริด้วยการให้ดาวเคราะห์โลก

ค้ำจุนความสมดุลของดาวเคราะห์ทั้งแปดไว้

อันประกอบด้วยดาวพุธ ศุกร์ อังคาร พฤหัส

ดาวเสาร์ ยูเรนัส เนปจูน และ ดาวพลูโตนั้น

จึงทรงกำหนดให้ดาวเคราะห์โลกดวงสำคัญนี้

ทำหน้าที่สำคัญ 2 อย่าง คือ


1.เป็นผู้นำพาดาวเคราะห์ทั้งแปดดวง

กับดวงจันทร์ที่เป็นดาวเพื่อนของดาวเคราะห์

โคจรหมุนวนไปรอบๆดวงอาทิตย์ในแนวระนาบ

ลักษณะวงโคจรที่เป็นแบบของใครของมัน

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเฉี่ยวชนกันนั่นเอง


ทุกวันนี้ที่มนุษย์เห็นว่าดาวเคราะห์ทั้งแปดดวง

มีแผนที่การโคจรลักษณะกระจัดกระจายอยู่นั้น

เพราะแต่ละดวงห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน

อีกทั้งความเร็วการโคจรวนรอบดวงอาทิตย์นั้น

แต่ละดวงจะมีระยะเวลาไม่เท่ากันอีกด้วย

รวมทั้งดาวดวงใดมีมวลมากก็จะโคจรช้ากว่า

เป็นเหตุให้วงโคจรของดาวทั้งเก้าดวงของระบบ

แลดูเหมือนว่าพวกเขาจะไร้ระเบียบกันอยู่


ในทุกๆ 300 ปีโลก

พิกัดตำแหน่งการดำรงอยู่ของดาวทั้งเก้าดวง

ซึ่งจะมีดาวเคราะห์โลกเป็นดวงดาวแห่งผู้นำ

โดยจะมีดาวเคราะห์อีกแปดดวงห้อมล้อมอยู่

จะเป็นภาพจริงให้ท่านได้เห็นเป็นที่ประจักษ์

เพราะระบบสุริยะนี้จะครบรอบการเริ่มต้นอีกครั้ง

ถ้าใครเห็นภาพที่จะปรากฎเกิดขึ้นดังกล่าวนี้

จะเข้าใจผิดคิดว่าโลกเป็นศูนย์กลางของระบบ

มิใช่ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางแต่อย่างใด


ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

มันคือ #วันมหาสุญตา ที่มนุษย์โลกทุกคน

จะไม่มีคนหนึ่งคนใดทำผิดคิดชั่วมั่วกามกิเลส

ที่เป็นเหตุให้โลกนี้วุ่นวายโดยจะสงบได้ 3 วัน


2.พระองค์ต้องทรงกำหนดให้

ดาวเคราะห์โลกดวงนี้มีพลังอำนาจในตนเอง

ที่มากพอต่อการเป็นผู้นำของระบบสุริยะได้

อีกทั้งต้องค้ำจุนความสมดุลของเอกภพได้ด้วย


เพราะพระองค์ทรงทราบดีอยู่แล้วว่า

#อำนาจของสรรพสิ่งได้จากการสั่นสะเทือน

หากทรงต้องการให้ดาวเคราะห์โลกมีอำนาจ

จึงต้องออกแบบให้ดาวโลกสั่นสะเทือนให้ได้

อีกทั้งทรงต้องให้โลกสั่นสะเทือนต่อเนื่องด้วย

อำนาจที่เกิดนั้นจึงจะมั่นคงและยั่งยืนยาวนาน


พระองค์ยังทรงทราบดีอยู่แล้วด้วยว่า

ความสมดุลของสรรพสิ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ

#สิ่งนั้นต้องมีการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเอง


หากทรงต้องการให้โลกทั้งระบบเกิดสมดุล

ต้องทรงออกแบบให้โลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเอง

ขณะโคจรวนไปรอบดวงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง

ด้วยอัตราเร็วคงที่และสม่ำเสมอให้ได้ด้วย


ปัญหาของพระองค์ในขั้นนี้จึงมี 2 ประการก็คือ

#หนึ่งจะทำให้โลกนี้มีพลังอำนาจได้อย่างไร

#สองจะทำให้โลกสมดุลมั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร

คำตอบที่ทรงคิดได้จนเป็นมหัศจรรย์งานสร้าง

จึงบังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมดังต่อไปนี้


ทรงกำหนดสร้างให้ภายในแกนโลก

มีก้อนธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ติดตั้งอยู่

โดยธาตุออกซิเจนนี้จะเหนียวหนืดคล้ายตังเม

อะตอมของก้อนธาตุดังกล่าวนี้จะมีความว่องไว

ต่อการทำปฏิกิริยาทางไฟฟ้ากับประจุบวกเสมอ


เมื่อมีประจุไฟฟ้าบวกเกิดขึ้นบนพื้นโลก

จะถูกอะตอมของก้อนธาตุออกซิเจนดังกล่าวนี้

ดึงดูดเหนี่ยวรั้งประจุบวกนั้นลงไปมีปฏิสัมพันธ์

กับอะตอมของธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์เสมอ


ถ้าประจุบวกนั้นมีจำนวนมากมายไม่หมดสิ้น

อะตอมของก้อนธาตุในแกนโลกที่ระเบิดนั้น

มันจะเกิดการระเบิดต่อเนื่องแบบปฏิกิริยาลูกโซ่

ผลลัพธ์ก็คือดาวโลกดวงนี้จะเกิดมีพลังอำนาจ

สมดังความปรารถนาของพระองค์ขึ้นมาได้


ปัญหาน่าคิดของพระองค์ลำดับถัดไปก็คือ

จะทรงนำเอาประจุบวกมากมายมาจากไหน

จึงจะทรงป้อนให้แก่แกนโลกที่ว่านี้ได้มากพอ

ทั้งยังทรงป้อนให้อย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย


นี่จึงเป็นที่มาของการทรงสร้างสรรพสิ่งที่เป็น

#เพื่อนร่วมงานกับดาวเคราะห์โลกขึ้นมา

มนุษย์ทั้งหลายเรียกกันว่า “ต้นไม้” ใหญ่น้อย

ทรงออกแบบให้ต้นไม้ผลิตสร้างประจุบวก

จากกระบวนการสังเคราะห์แสงเพื่อปรุงอาหาร

แล้วปลดปล่อยประจุไฟฟ้าบวกทางปลายราก

ให้แก่ก้อนธาตุออกซิเจนหรือแกนแม่เหล็กโลก

เพื่อทำให้พระดำริของพระองค์สัมฤทธิผล


ปฏิกิริยาที่เกิดจากการระเบิดในระดับอะตอม

ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องภายในแกนแม่เหล็กโลกนี้

มันจะเกิดขึ้นเฉพาะในเวลากลางวันเท่านั้น

เพราะพืชสีเขียวที่มีคลอโรฟิลที่ปรุงอาหารได้

เฉพาะตอนที่โลกมีแสงแดดจากดวงอาทิตย์

ซึ่งมันจะเกิดขึ้นเฉพาะตอนกลางวันเท่านั้นเอง


พระองค์จึงต้องทรงปลูกต้นไม้เอาไว้

รายรอบดาวเคราะห์โลกดวงนี้บนพื้นที่ๆปลูกได้

ที่ตรงไหนปลูกไม่ได้ก็ทรงสร้างพื้นที่นั้นเป็นน้ำ

ดาวโลกจึงมีพื้นน้ำสามส่วนกับพื้นดินหนึ่งส่วน

เพราะต้นไม้ใหญ่ของพระองค์ขึ้นในทะเลไม่ได้

อีกทั้งโลกทั้งดวงจะสว่างก็แค่เพียงด้านเดียว

โดยจะผลัดกันมืดผลัดกันสว่างอยู่เรื่อยไป


การระเบิดที่ภายในแกนโลก

มันจึงมิได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งวันคืน

มันจะเกิดขึ้นทีละด้านเท่านั้น


ผลลัพธ์จากการระเบิดรุนแรงดังกล่าวนี้

ก้อนธาตุเหนียวหนืดคล้ายตังเมในแกนโลก

จะสามารถบิดตัวของมันอย่างเสรีได้เลย

เพราะจะระเบิดจนบิดตัวเฉพาะด้านกลางวัน

เมื่อรุ่งเช้าฟ้าสางแสงแดดส่องลงมา

ต้นไม้ที่เคยหยุดงานตอนกลางคืนก็จะตื่น

เพื่อเข้าประจำการในการทำหน้าที่แทนต่อไป


ดังนั้น

ตราบใดที่โลกนี้ยังมีแสงตะวันอยู่

ตราบใดที่เพื่อนร่วมงานของโลกคือต้นไม้ใหญ่

ยังคงมีอยู่อย่างดาษดื่นบนพื้นโลกแห่งนี้

ไม่มีใครตัดโค่นทำลายต้นไม้ของพระองค์ทิ้ง

ดาวเคราะห์โลกดวงนี้จะยังคงสมดุลอยู่ได้

โลกยังจะค้ำจุนเอกภพและทุกสิ่งให้สมดุล

โดยอยู่รอดปลอดภัยตามพระประสงค์แน่นอน


(อยากติดตามตอนต่อไปก็ให้ยกมือขึ้น)


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

ปัญญาวิสุทธิ์

2/05/2569

สวัสดีกันวันเสาร์ 2/05/2026

 

สวัสดีกันวันเสาร์

Good Morning Saturday


ทุกวันนี้โลกหมุนช้าลง

แกนหมุนรอบตัวเองจึงแกว่งส่าย

เพราะจิตสามนึกมนุษย์ตกต่ำ

แผ่นดินไหวภูเขาไฟระเบ็ดพายรุนแรง

ดินฟ้าอากาศวิปริตจะเกิดทั่วโลก


อนุตรธรรมมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
จิตจักรวาลสถานธรรม

01 พฤษภาคม 2569

จิตวิญญาณของท่านมาเกิดบนโลกนี้ทำไม



 ถ้าท่านเป็น “ผู้ประพฤติธรรม”

แสดงว่าท่านต้องเป็นคนชอบธรรมคนหนึ่ง

ซึ่งจะต้องหาคำตอบที่ถูกตรงกันให้ได้ว่า

#จิตวิญญาณของท่านมาเกิดบนโลกนี้ทำไม


เรามีคำตอบที่ถูกต้องตรงจริงให้ท่านแล้วว่า

จิตวิญญาณของท่านข้ามมิติเข้ามาเกิด

เพื่อเป็น #มนุษย์ ในบทบาทของ “คนสองมิติ”

โดยต้องคนทั้งสองมิติให้เข้ากันเป็นหนึ่งเดียว

แล้วสั่นสะเทือนทั้งสองมิติร่วมกันให้สำเร็จ

เพื่อแสดงบทบาทของมนุษย์ผู้มีจิตใจสูงให้ได้


ไม่ได้เข้ามาเกิดในเอกภพอันไพศาลนี้

เพื่อที่จะมาเกิดเป็นสัตว์ประจำโลกทั้งหลาย

เพราะโลกนี้มีพวกเขาอยู่แล้วมากมายเกินพอ


จิตวิญญาณท่านก็ไม่ได้เข้ามาเกิดในภพภูมินรก

เพราะนรกนั้นมีไว้ซ่อมแซมเฉพาะจิตวิญญาณ

ที่เป็นคนสองมิติแล้วป่วยด้วยอาการหลงมิติไป

มิใช่ภพภูมิหนึ่งซึ่งจิตวิญญาณต้องเข้ามาเกิด


นอกจากนั้น

จิตวิญญาณของท่านไม่ได้เข้ามาเกิด

เพื่อเป็นเทพไท้เทวดาอยู่บนสวรรค์มายาด้วย

เพราะการเป็นเทพเทวดาอยู่บนสวรรค์มายา

จะไม่สามารถใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก

หรือช่วยให้ดาวโลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองได้

นอกจากจิตวิญญาณท่านเป็นมนุษย์อยู่เท่านั้น


วิธีการคนสองมิติให้เข้ากันนั้น

พระพุทธเจ้าทรงเฉลยให้รู้เอาไว้แล้วว่า

มนุษย์ทุกคนทุกชาติทุกศาสนาบนโลกนี้

จักต้องใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกไว้

โดยการใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกนี่แหละ

ที่เราเรียกว่า #หมุนธรรมจักรด้วยรักเพื่อให้

ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้กับที่เรากล่าวมานี้

ล้วนเป็นเรื่องเดียวกันนั่นเอง


ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ว่า

นอกจากจะไม่หนีทุกข์ไปเกิดเป็นเทพเทวดา

จิตวิญญาณท่านล้วนมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำ

นั่นคือเข้ามาเกิดเพื่อใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลก


ถ้าท่านเป็นคนชอบธรรมแท้จริงแล้วจึงต้องรู้ว่า

#เมตตาธรรมหมายถึงอะไร

#ค้ำจุนโลกคืออย่างไร

#โลกหมายถึงสิ่งใดบ้าง


คำว่า “เมตตาธรรม” ในที่นี้เราหมายถึง

พลังงานจิตด้านบวกที่ท่านผลิตมันออกมาได้

โดยการสั่นสะเทือนจิตหยาบให้เกิดขันธ์ห้า

ด้วยความรักเพื่อให้ที่เป็นรักบริสุทธิ์แบบต่างๆ

เช่น อดทน อดกลั้น ให้อภัย เมตตา สงสาร

ซึ่งเป็นอาการตรงข้ามกันกับรักเพื่อเอา

จำพวกความโลภ ความงกและความเห็นแก่ตัว


จิตหยาบที่สั่นสะเทือนเป็นอาการเหล่านี้

จะผลิตพลังงานจิตในรูปคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็ก

ที่เป็นชนิดเดียวกันกับคลื่นแม่เหล็กโลก

แล้วเหวี่ยงออกมาภายนอกร่างกายของท่าน


นอกจากนั้นในสภาวะจิตท่านที่สุขสงบอยู่

เครื่องยนต์แห่งกรรมหรือกายสังขารทั้งสองมิติ

ก็จะสั่นสะเทือนเป็นบวกด้วยคลื่นความถี่สูงได้

แล้วเหวี่ยงพลังงานจิตด้านบวกออกมาเช่นกัน


ดังนั้น

คำว่า “เมตตาธรรม” ค้ำจุนสมดุลโลก

จึงมิได้หมายถึงท่านต้องรักเพื่อให้สถานเดียว

แต่เรายังหมายถึงสภาวะจิตที่สงบเป็นอุเบกขา

จนเกิดอาการปีติสุขหรืออิ่มอกอิ่มใจด้วยเช่นกัน


ถ้าท่านใช้ชีวิตแบบฆราวาส

ท่านต้องเน้นควบคู่กันไปในสองมิติแบบนี้ไว้


นอกจากนั้น

เมื่อใดที่ท่านทำบุญสร้างบุญกุศล

เพราะท่านรักศรัทธาในพระรัตนตรัยแล้ว

จงจำเอาไว้ว่าอย่าทำโดยหวังสิ่งตอบแทน

เพราะพลังงานความรักด้านบวกที่บังเกิดขึ้น

มันจะมี #รหัสกรรม ที่ท่านอธิษฐานกำกับอยู่

คลื่นพลังงานบวกดังกล่าวจึงไม่สะอาดบริสุทธิ์

ไม่ใช่พลังงานชนิดเดียวกันกับที่โลกต้องการ


ท่านจะต้องระลึกไว้เสมอว่า

กฎแห่งกรรมของมนุษย์นั้นยุติธรรมอยู่แล้ว

จะฉ้อฉลหรือขโมยกรรมดีที่เป็นบุญกันไม่ได้

เมื่อทำบุญสร้างกุศลจึงไม่ต้องขอสิ่งตอบแทน

ใครทำใครได้ ทำแทนกันไม่ได้อยู่แล้ว


จิตวิญญาณพ่อแม่บุตรหลานปู่ย่าตายาย

ที่เข้ามามีกรรมสัมพันธ์กันกับท่านในทุกชาติ

ล้วนมีคุณสมบัติของเมอร์คขะบาห์ใกล้เคียงกัน

อาจกล่าวว่าจิตวิญญาณมีบุคลิกคล้ายคลึงกัน

จนสามารถสั่นสะเทือนถึงกันได้เองอยู่แล้ว


ลูกหลานทำดีพ่อแม่ปู่ย่าตายายจะได้ดีด้วย

ลูกหลานทำชั่วพ่อแม่ปู่ย่าตายายจะได้ชั่วด้วย

ในทางกลับกันแบบย้อนศรก็มีผลถึงกันตลอด

ไม่ว่าใครจะดำรงอยู่ภพภูมิใดในนรกหรือโลก

ล้วนสั่นสะเทือนถึงกันตามที่เรากล่าวไว้ทั้งสิ้น

ยกเว้นพวกจิตวิญญาณที่ถูกหลอกขึ้นไปขังไว้

บนสวรรค์มายาที่พระบิดามิได้ทรงสร้างเท่านั้น

ซึ่งพวกนี้จะไม่อาจรับรู้แรงสั่นสะเทือนถึงกันได้


สำหรับคำว่า “ค้ำจุนโลก” นั้นเราหมายถึง

ความรักเพื่อให้แบบต่างๆที่เรากล่าวมานั้น

เป็นพลังงานจิตในรูปของคลื่นไฟฟ้าด้านบวก

ที่ดาวโลกซึ่งพวกท่านดำรงชีวิตกันอยู่นี้

จะนำไปใช้ในการจุดระเบิดแกนแม่เหล็กโลก

ให้เกิดการบิดตัวอย่างต่อเนื่องในทุกวินาที

เพื่อทำให้ดาวโลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองให้ได้


เงื่อนไขสำคัญก็คือ

มนุษย์ทุกคนทุกชาติทุกศาสนาบนโลกนี้

จะต้องยังมีชีวิตอยู่ครบทั้งสองมิติ

จะต้องสั่นสะเทือนจิตหยาบเป็นรักเพื่อให้

จะต้องมีความสงบสุขหรือปีติเป็นอารมณ์เสมอ

จะต้องทำบุญกุศลโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ทั้งสี่ประการนี้จะขาดพร่องหรือบิดเบือนไม่ได้


จงเลิกทำบุญสร้างกุศล

ไม่ว่าจะทำเพื่อตนเองหรือเพื่อใครอื่น

ไม่ว่าจะร้องขอเพื่อชาตินี้หรือชาติหน้า

เพราะท่านเป็นผู้ทำตัวท่านจึงได้รับกันอยู่แล้ว


ท่านทั้งหลายจงรับรู้กันด้วยว่า

ความรักบริสุทธิ์จากจิตมนุษย์เช่นพวกท่าน

เป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้โลกเหวี่ยงหมุน

ท่านจึงต้องรู้จักความรักและเห็นคุณค่าของรัก

เพราะว่าท่านเป็นมนุษย์ผู้มีจิตใสใจสวย


จงอย่ายอมให้กิเลสครอบงำจิตหยาบเอาไว้

จนสลัดเอาโลภโกรธหลงงมงายออกไปไม่ได้

เพราะมันจะทำให้จิตหยาบเข้าถึง 6D ไม่ได้

ในที่สุดจิตหยาบจะนำพาจิตวิญญาณกลับบ้าน

เพื่อย้อนคืนสู่แดนสุญตาที่ท่านจากมากันไม่ได้

คราวนี้แหละท่านจะต้องเจอเรื่องใหญ่เกินคาด

เพราะว่าบัดนี้โลกสิ้นยุคพลังงานเก่าไปแล้ว

จิตวิญญาณพวกท่านทุกคนจะต้องรีบกลับบ้าน


ถ้าใครยังหลงมิติติดค้างอยู่ในนรกขุมที่ลึกสุด

อาจจะมีโอกาสได้รับนิรโทษกรรมได้

แต่ถ้าใครหลุดลอยไปติดค้างอยู่บนสวรรค์มายา

จิตวิญญาณเหล่านั้นจะถูกระเบิดเพื่อทำลายทิ้ง

เพราะเมืองมายาสวรรค์นั้นเป็นขยะของเอกภพ

ที่จิตหยาบของมนุษย์ถูกหลอกให้เชื่อว่ามีจริง

อีกทั้งเป็นแดนที่จิตหยาบอยากไปอยู่ที่นั่นด้วย

เมื่อตายแล้วจิตวิญญาณจึงหลงมิติจนเนรมิตขึ้น

เพื่อสร้างเมทริกซ์ฉายภาพโฮโลแกรมสวรรค์นั้น

ขึ้นมาครอบขังจิตวิญญาณตนเองเอาไว้


ท่านจงจำไว้ว่า...

จิตวิญญาณพวกท่านอาสามาเกิดเป็นมนุษย์

ไม่ได้อาสามาเกิดเพื่อที่จะเป็นเทพเทวดา

อีกทั้งพวกท่านไม่ต้องเป็นโรค “บ้าบุญ” ก็ได้

แค่นึกดี คิดดี พูดดีและทำดีในปัจจุบันขณะไว้

ด้วยการครอง “มหาสติ” เอาไว้ให้ได้ตลอด

โดยไม่เบียดเบียนใครไม่ก้าวล่วงใคร

หรือไม่ทำผิดบาปต่อกฎแห่งกรรมเอาไว้ให้ได้

ชาตินี้ท่านจะไม่ต้องตายเพราะมิใช่หน้าที่ท่าน

หรือถ้าตายก็จะหลุดพ้นนิพพานกันได้เลย

(ยังมีตอนต่อไป)


ถ่ายทอดคลื่นการคิดจากจิตจักรวาล


โดย อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

1/05/2569

สวัสดีกันวันศุกร์​ 1/05/2026






สวัสดีกันวันศุกร์

Good Morning Friday

พลังจิตแบบที่โลกต้องการ

เพื่อนำไปใช้บิดแกนแม่เหล็กโลก

ที่จะทำให้โลกเหวี่ยงหมุนนั้น

ก็คือการอดทนอดกลั้นให้อภัยต่อกัน

กับทำบุญโดยไม่หวังผลบุญในชาติหน้า


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ต้นสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม