พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
3.แผนการใหม่ประการที่สาม
ก็คือ เปลี่ยนกลวิธีดำเนินการ
เพราะผีโสโครกมีกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนไป
โดยเปลี่ยนจากคนชรามาเป็นคนรุ่นหนุ่มสาว
ซึ่งคนสองวัยนี้มีนิสัยในการดำเนินชีวิตต่างกัน
มีจิตวิทยาขั้นพื้นฐานที่ต่างกันอยู่หลากหลาย
รวมทั้งมีอุดมการณ์กับอุดมคติที่แตกต่างกัน
กลวิธีที่จะใช้ดำเนินการจึงต้องเหมาะสมด้วย
ดังนั้น
ผีโสโครกจึงต้องดำเนินการดังนี้
1.สร้าง นิยายวิทยาศาสตร์ ขึ้นมาใหม่
เป็นเรื่องเล่าข่าวสารที่เกี่ยวข้องกันกับจักรวาล
เรื่องของอวกาศ ต่างดาว พลังจิตใต้สำนึก
และเรื่องราวของชาวแสงในมิติแปลกๆ
ผ่านกลุ่มคนที่ถูกเลือกทางซีกโลกตะวันตก
พวกครูอาจารย์กับกลุ่มนักวิชาการรุ่นใหม่ๆ
ที่ฝักใฝ่และสนใจในเรื่องประเภทนี้
โดยใช้วิธีสื่อสารทางจิตแบบ #ส่งเสียงที่ในหัว
พวกผีโสโครกจะใช้วิธีให้กลุ่มผู้ถูกเลือก
นำนิยายข่าวสารและเรื่องราวประเภทนี้ที่รับรู้
นำส่งขึ้นโซเชี่ยลเพื่อทำการเผยแพร่ทุกวันคืน
เพื่อตอกย้ำซ้ำเติมให้ได้รู้ได้เห็นกันต่อเนื่อง
ในลักษณะของ ในจริงมีเท็จในเท็จมีจริง
ตามที่เคยใช้แล้วได้ผลในยุคคนชราที่ผ่านมา
เพราะคนรุ่นใหม่สนใจเรื่องประเภทนี้อยู่แล้ว
อีกทั้งไม่มีใครรู้ว่า “ไหนจริง ไหนเท็จ” ด้วย
2.สร้าง สื่อการสอน รูปแบบใหม่
แทนที่จะใช้ภาพเขียนสีบนผนังโบสถ์กำแพงวัด
แต่ใช้ภาพวาดของ AI เป็นสื่อการบรรยายนั้น
ส่วนใหญ่จะเป็นภาพของจักรวาลอวกาศ
แต่จะเป็นไปในทางรูปลักษณ์ของพวกต่างดาว
ตามแต่จะปั้นแต่งทั้งชื่อเผ่าและตัวตนกันขึ้นมา
ทุกเรื่องราวนั้นจึงไม่ใช่เรื่องจริงแต่ปั้นแต่งขึ้น
เรื่องราวแบบนี้จะถูกใจคอหนังแนววิทยาศาสตร์
ที่เป็นคนรุ่นใหม่กันอยู่แล้ว
ท่านทั้งหลายเข้าใจจิตวิทยาแนวนี้ไหมว่า
ถ้าใครดูหนังแนวนี้แล้วเกิด In มันขึ้นมาเมื่อไหร่
คนดูหนังนั้นจะหลงผิดคิดว่าตนไปอยู่ในหนังนั่น
จะอกสั่นขวัญแขวนตื่นเต้นระทึกใจไปกับบทหนัง
คนเขียนบทหนังเขาสร้างเรื่องราวเอาไว้อย่างไร
คนดูหนังจะรู้สึกว่าทุกอย่างเป็นจริงเกือบทั้งหมด
ตอนที่หนังเศร้าก็จะน้ำมูกน้ำตาไหลเสียใจตาม
ตอนที่หนังโหดร้ายก็จะตื่นกลัวจนตัวสั่นระทึก
ตอนที่หนังตลกก็จะอารมณ์ดีมีขบขันตามไปด้วย
ตอนที่หนังหักมุกก็จะลุกขึ้นยืนตลึงจังงัง
ตอนที่หนังลึกลับก็จะตื่นเต้นเร้าใจไปตาม
ฯลฯ
คนรุ่นใหม่ที่ชอบเสพชอบใช้โซเซียลทั้งหลาย
เมื่อเห็นภาพเขียนเอไออยู่เป็นประจำซ้ำๆกัน
ผสานกับบทความที่ถูกแปลมาเป็นภาษาไทย
ซึ่งต้นฉบับเดิมที่ถูกเขียนเอาไว้เป็นภาษาอื่น
แม้แปลผิดๆถูกๆอ่านแล้วเข้าใจยากก็อยากอ่าน
เพราะว่าเป็นเรื่องประเภท “ถูกจริตโก๋ ถูกใจกี๋”
เด็กพวกนี้จึงกระหยิ่มใจในความรู้ใหม่สิ่งใหม่
โดยไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าที่รู้นั้นไหนจริงไหนเท็จ
3.หยิบเอา #บทอุตริอัศจรรย์ เข้ามาล่อ
โปรดสังเกตว่าในยุคคนนำทางตาบอดชรานั้น
ผีโสโครกจะสร้างตำราพวกมนต์มายาวิชามูเตลู
ขึ้นมาควบคู่กันกับลัทธิเทวะนิยมผสมสำนักเทพ
โดยสร้าง “รูปเคารพ” แทนตัวตนของพวกตัว
ที่อ้างว่าตนนั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คนกราบไหว้
แต่ยุคใหม่นี้ลัทธิใดสำนักไหนที่คนยังนิยมอยู่
ก็จะยังใช้เป็นเครื่องมือประกอบกรรมไว้ดังเดิม
เพียงแต่จะเติมเพิ่มบางอย่างผสมผสานกันไว้
ตัวอย่างเช่น
สำนักปฏิบัติธรรมใดวัดไหนที่เคยโด่งดังมาแล้ว
ก็จะให้สร้างสัตว์บางอย่างขึ้นมาเป็นแลนด์มาร์ค
ไม่ใช่คนไม่ใช่พระไม่ใช่เจ้าอาวาสแต่เป็นสัตว์
ไม่ก็สร้างรูปเคารพที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์
เพื่อให้ผู้คนมีอัตตาตัวตนของผีให้ยึดติดกันได้
เนื่องจากผีโสโครกพวกนี้
เคยเป็นสัตว์มนุษย์ที่มีปีกจำพวกต่างดาว
จึงรู้เรื่องต่างดาวจริงๆมากกว่ามนุษย์โลก
อีกทั้งทุกวันนี้พวกตนไม่มีกายหยาบแล้ว
จึงคุยกับมนุษย์โลกไม่รู้เรื่องเพราะคนละมิติกัน
จึงต้องใช้ภาพเขียนรูปวาดรูปปั้นบวกมโนเอาว่า
พวกตนมีอัตตารูปลักษณ์เป็นแบบนั้นแบบนี้
ผีจึงต้องหลอกมนุษย์แบบหลอกซ้อนหลอก
คือหลอกว่าพวกตนนั้นเป็น “มนุษย์ต่างดาว”
อันนี้ที่กล่าวเรายอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง
แต่ที่กล่าวว่าพวกตนเป็น “สมาพันธ์ต่างดาว”
คือผู้หวังดีต่อชาวโลกที่มาจากหลายเผ่าดาว
คำกล่าวต่อท้ายที่ว่านี้มันเป็นเรื่อง #มุสาวาทะ
ที่เด็กรุ่นใหม่และคนวัยเก่าไม่มีทางพิสูจน์ได้
ว่าเขาเป็นจิตวิญญาณผีโสโครกหรือผีขี้หลอก
ไม่ได้เป็นมนุษย์ต่างดาวตัวจริงตามที่กล่าวอ้าง
(ยังมีตอนต่อไปอีก)
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
พระบุตรเอก
9/02/2569