11 กุมภาพันธ์ 2569

ความรักช่วยให้โลกหมุนรอบตัวเองได้



ความรักช่วยให้โลกหมุนรอบตัวเองได้

 

อนุภาคประจุบวกจากพลังงานความรักบริสุทธิ์

ที่พระพุทธเจ้าเรียกว่า “วิญญาณ” ของขันธ์ห้า

เมื่อถูกดึงดูดเหนี่ยวรั้งด้วยอนุภาคประจุลบ

จากอะตอมของธาตุออกซิเจนที่อยู่ในแกนโลก

จะทำให้เกิดปฏิกิริยาเรียกว่า Nuclear Fission 

จนเกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่องแบบลูกโซ่ได้


แรงระเบิดที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้นั้น

จะยังผลให้ก้อนธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์ 100%

ที่มีลักษณะเหนียวหนืดคล้ายตังเมเกิดการบิดตัว

เมื่อแกนแม่เหล็กโลกบิดตัวอย่างรุนแรงต่อเนื่อง

ทำให้ดาวเคราะห์โลกทั้งดวงหมุนรอบตัวเองได้


การที่นักวิทยาศาสตร์โลกฟันธงว่า

โลกหมุนรอบตัวเองได้ก็เพราะบิ๊กแบงนั้น

จึงเป็นการสรุปแบบคาดเดาส่งเดช

เพราะการระเบิดใหญ่เกิดมานานนับล้านปีแล้ว

ดาวโลกดวงนี้จะเอาแรงเหวี่ยงหมุนมาจากไหน

จึงหมุนรอบตัวเองด้วยอัตราเร็วคงที่ตลอดได้

ขนาดลูกข่างเด็กเล่นหมุนตั้งอยู่บนแกนไม่นาน

มันก็เกิดอาการซวนเซแกว่งไปมาทำท่าจะล้ม

เพราะว่าแรงเหวี่ยงหมุนเริ่มลดน้อยลงนั่นเอง


ถ้าท่านอยากรู้ว่า

ก้อนธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ในแกนโลก

ที่มีสีเขียวมรกตนั้นเป็นสีเขียวแบบไหนกันแน่

ก็ให้ท่านทั้งหลายสังเกตที่ใบของต้นไม้ใหญ่

แกนแม่เหล็กโลกที่ติดตั้งอยู่ในแกนโลก

ปัจจุบันนี้จะเป็นสีเขียวแบบเดียวกับใบไม้เลย

เพราะมันเปลี่ยนสีจากเดิมที่เป็นเขียวใสมรกต

กลายเป็นสีเขียวเข้มจากการทึบแสงไปแล้ว


สาเหตุที่แกนแม่เหล็กเปลี่ยนเป็นทึบแสง

เพราะว่ามนุษย์ผลิตประจุไฟฟ้าลบออกมามาก

ทั้งจากกิเลสตัณหาผ่านกระบวนการขันธ์ห้า

และประจุลบที่เป็นส่วนเกินของเครื่องใช้ไฟฟ้า

ที่พวกท่านต่อสายดินส่งไปเก็บไว้ในแกนโลก

ประจุลบที่ส่งลงไปเก็บมีมากทำให้ทึบแสงขึ้น


สาเหตุที่พระเจ้าหรือพระผู้สร้าง

ทรงกำหนดสร้างกระบวนการเหล่านี้ขึ้นไว้นั้น

เพื่อทรงต้องการเรียนรู้ว่าจะทรงเชื่อมสองมิติ

คือมิติโลกทางกายภาพกับมิติทางพลังงาน

เข้าไว้ด้วยกันได้แค่ไหนและอย่างไรได้บ้าง

เพราะทรงรู้แล้วว่าสามารถสร้างได้ทั้งสองมิติ


เพราะว่าการระเบิดในแกนโลก

เป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยให้โลกเหวี่ยงหมุน

ผลการระเบิดที่เกิดขึ้นของแกนแม่เหล็กโลก

ทำให้เกิดผลิตผลขึ้นมาอย่างน้อย 3 อย่างคือ


1.ก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์จำนวนมาก

2.คลื่นแม่เหล็กกับอำนาจแม่เหล็กโลก

3.ความอุ่นร้อนของระบบโลก


เพื่อรองรับกันกับผลิตผลที่เกิดขึ้นนี้

พระองค์จึงทรงออกแบบให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิด

ซึ่งทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมงานกับโลก

สามารถใช้ทั้งสามสิ่งที่เป็นผลิตผลเหล่านี้

อย่างอิสระเสรีเพื่อการอยู่รอดปลอดภัย


มนุษย์จึงต้องหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป

มนุษย์จึงต้องเป็นสัตว์ที่มีเลือดอุ่นเท่านั้น

มนุษย์จึงต้องมีไฟฟ้าหล่อเลี้ยงอวัยวะภายใน

เพื่อให้สามารถทำงานอัตโนมัติได้ทั้งวันคืน

ไม่ว่าในยามนอนหลับหรือว่าในยามตื่น

ด้วยกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่ผลิตสร้างขึ้นมา

เมื่อโลกพาหมุนตัดสนามแม่เหล็กโลกต่อเนื่อง

โดยทรงติดตั้งขั้วต่างทางไฟฟ้าเอาไว้ในเซลล์


(ยังมีตอนต่อไป)

ด้วยรักและปรารถนาดี

อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

11/02/2569