01 กุมภาพันธ์ 2569

ความทุกข์เป็นเรื่องเท็จ


 

พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


คนสอนธรรมในแนวทางของคนนำทางตาบอด

ที่ถูกจิตวิญญาณผีโสโครกบิดเบือนพระโอวาท

ของพระศาสดาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น

จะอธิบายคำว่า #ทุกข์ ไว้หลายรูปแบบด้วยกัน

โดยหยิบเอา #การเกิด การมีขึ้นของสิ่งต่างๆ

มาอ้างว่าเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นมาก็ต้องเสื่อมสลาย

ไปตามกาลเวลาของโลกที่มันผ่านผันไปเสมอ

โดยอ้างว่านี่เป็นสาเหตุหลักแห่งทุกข์


“คนสอนธรรม” มักจะพร่ำสอนเหมือนๆกันว่า

ทุกข์ คือ การเกิด การแก่ การเจ็บและการตาย

เป็นความทุกข์ที่เกิดจากความไม่จีรังยั่งยืน

เพราะการเสื่อมสลายและสูญเสียของสิ่งที่รัก

โดยสรุปเอาเองกันดื้อๆว่าเป็นเรื่อง #ธรรมชาติ

ที่ไม่มีใครสามารถจะหลีกเลี่ยงมันได้


ยิ่งตั้งแต่เกิดมาเมื่อลืมตาดูโลกนี้ด้วยแล้ว

เห็นว่าไม่มีมนุษย์คนไหนจะอยู่ค้ำฟ้าได้สักคน

จึงปักใจเชื่อว่าการเกิดตายเป็นธรรมชาติจริงๆ

เพราะไม่เห็นจะมีใครอายุยืนเป็นหมื่นปีได้เลย

นอกจากจะเป็นได้แค่คำอำนวยอวยพรเท่านั้น


เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

ถ้าพวกท่านฉลาดเรียนรู้และช่างสังเกตแล้ว

แม้จะไม่อาจพบเจอว่าใครสามารถอยู่ค้ำฟ้าได้

แต่สิ่งหนึ่งที่พอจะเป็นพิรุธให้ท่านสังเกตได้

คือมนุษย์แต่ละคนมีอายุขัยสั้นยาวไม่เท่ากัน

บางคนมีอายุขัยไม่กี่สิบปีก็ตายจากโลกนี้แล้ว

บางคนกลับมีอายุขัยยืนยาวเกือบร้อยปีก็ยังมี


ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้

ท่านทั้งหลายควรหยิบนำเอามาขบคิดกันบ้าง

เพื่อหาคำตอบที่เป็นความจริงกันให้ได้ว่า


1.ทำไมพวกท่านจึงมีอายุขัยสั้นยาวไม่เท่ากัน

2.สาเหตุแท้จริงแห่งการตายนั้นมันคืออะไรแน่

3.ทำไมมนุษย์ทุกคนต้องตายไม่ตายไม่ได้หรือ


มนุษย์ควรหยิบเอาสามคำถามนี้ขึ้นมาพิจารณา

แทนที่จะก้มหน้ายอมจำนนกับการเกิดการตาย

โดยอ้างว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่อาจเลี่ยงพ้น

จนยอมทนทุกข์กันอยู่อย่างนั้นเพื่อรอวันตาย

เมื่อตายแล้วก็หลุดลอยไปเกิดเป็นเทพเทวดา

หนีไปเสวยสุขเพื่อเสพกิเลสอยู่บนสวรรค์มายา

ไม่ปรารถนาจะมาเกิดเป็นมนุษย์โลกให้ทุกข์อีก


พฤตินิสัยในการคิดแบบจิตมนุษย์ที่ว่านี้

เป็นมรรควิถีของคนขี้ขลาดปราศจากปัญญา

ทั้งที่ความกล้าหาญและความฉลาดนั้นสร้างได้

แต่เลือกที่จะไม่ทำด้วยการยอมจำนนแทน


คนโง่ง่ายผู้ยอมจำนนในเรื่องของการเกิดนี้

จะมองว่าการเสื่อมสลายหรือการตายจากนั้น

เป็นเหตุแห่งทุกข์ข้อใหญ่มากที่สุดก็เพราะว่า

มันคือ “การสูญเสีย” สิ่งที่เคยมีหรือที่เคยเป็น

อันเป็นความรู้สึกคือกิเลสที่เกิดขึ้นในจิตหยาบ

ซึ่งเป็นผลจากการยึดติดในอัตตาตัวตนโดยแท้

ตัวตนที่ยึดติดจะเริ่มจาก “ตัวกู” กับ “ของกู” 

ทำให้เกิด “ตัวมึง” กับ “ของมึง” ขึ้นมาได้ด้วย


การยึดมั่นถือมั่นในอัตตาตัวตนเช่นนี้

ล้วนมีกิเลสตัณหาเป็นเครื่องนำทางทั้งสิ้น

พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอนว่าให้นิพพานกิเลส

ถ้ากิเลสดับการยึดติดก็จะดับตามไปด้วย

ความทุกข์ร้อนใจจากการพลัดพรากสูญเสีย

เพราะการยึดมั่นถือมั่นมันก็จะดับตามเช่นกัน


ความทั้งหมดที่เรากล่าวมาในบทนี้

เป็นการชวนท่านพิจารณาในเรื่องของทุกข์

ที่เป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้มนุษย์โง่ง่ายมากที่สุด

ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงหยิบเอามารวบรวมไว้

ในหลักสัจธรรมคำสอนเรื่อง #อริยสัจสาม แล้ว

นั่นคือ ทุกข์ สมุทัย และ นิโรธ นั่นแหละ


เพราะเป็นสัจธรรมคำสอนระดับ “โลกียะธรรม”

จึงเป็นองค์ธรรมความจริงที่เข้าใจได้ไม่ยากนัก

แต่คนชอบธรรมรายที่เชื่อตามคนสอนธรรม

ในแนวทางของคนนำทางตาบอดชรานั้น

เลือกที่จะปิดหูปิดตาปิดจิตตปัญญาของตนไว้

จึงต้องเกลือกกลั้วกับตัวทุกข์อยู่ทุกคนทุกวัน

ทุกข์กระทั่งมาถึงจวบจนบัดนี้กันเลยทีเดียว


หากต้องการจะพ้นทุกข์อย่างแท้จริง

โดยไม่ต้องไปโทษโกรธจิตวิญญาณของตนว่า

ไม่น่าขันอาสามาเกิดเป็นมนุษย์โลกนี้เลย

เราขอแนะนำให้ท่านกลับมาเป็นตัวของตัวเอง

ด้วยการหยิบเอา 3 ข้อสามประการข้างต้นนั้น

มาขบคิดพิจารณาด้วยสติปัญญาของท่านบ้าง

เพราะท่านจะค้นพบหนทางออกจากทุกข์ได้

โดยไม่ต้องหนีตายไปเกิดเป็นเทพเทวดาเลย


พระโอวาทในตอนต่อไป

เราจะมีคำตอบจากพระโอวาทของพระเจ้า

มากล่าวต่อท่านทั้งหลายให้ได้รู้กันอีกว่า

เรื่องของความทุกข์นั้นแท้แล้วเป็นเรื่องเท็จ

ที่ผีโสโครกปั้นขึ้นมาหลอกท่านนั่นแหละ


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

พระบุตรเอก

1/02/2569