จิตวิญญาณพวกที่ตายแล้วมาเกิดใหม่
เพราะจิตวิญญาณที่มาเกิดมีอยู่สองจำพวก
จึงต้องแยกคำตอบออกเป็น 2 อย่างด้วยกัน
ซึ่งเราได้กล่าวถึงจิตวิญญาณพวกแรกไปแล้ว
บทนี้เราจะกล่าวถึงจิตวิญญาณพวกที่สองต่อ
จำพวกที่สอง
เป็นจิตวิญญาณมนุษย์พวกที่เคยมาเกิดแล้ว
แต่จิตหยาบสอบตกบททดสอบในชะตาชีวิต
ที่จิตวิญญาณเป็นผู้ถือติดตัวมาให้จิตหยาบ
ใช้ยกระดับแรงสั่นสะเทือนของจิตสามนึก
ตั้งแต่มีอายุครบสามขวบปีบริบูรณ์ขึ้นไปแล้ว
โดยเริ่มตั้งแต่ยังเป็นกุมารน้อยนั่นแหละท่าน
สาเหตุที่พระเจ้าทรงต้องวางแผนไว้เช่นนี้
เพราะว่าเครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
ที่เป็น “คนสองมิติ” คือกายหยาบกับจิตหยาบ
ซึ่งเป็นสรรพสิ่งในมิติโลกทางด้านกายภาพนั้น
จะต้องทำหน้าที่ร่วมกับแก่นแท้คือจิตวิญญาณ
ตามแผนการทดลองของพระองค์เพื่อเรียนรู้ว่า
จะทรงเชื่อมโยงสรรพสิ่งในสองมิติได้อย่างไร
อีกทั้งเพื่อป้องกันมิให้จิตวิญญาณที่เป็นลูกแกะ
ถูกผีโสโครกทำร้ายหรือจับตัวเอาไปกักขังได้
จึงมอบหมายให้จิตหยาบเป็นผู้ทำหน้าที่แทน
พระเจ้าทรงรอให้จิตวิญญาณที่เกิดใหม่
มีเครื่องยนต์แห่งกรรมครบสามขวบปีบริบูรณ์
ที่พร้อมต่อการทำงานได้ในระดับหนึ่งแล้ว
นั่นคือเด็กผู้นี้จะมีสะพานเชื่อมสมองทั้งสองซีก
ที่เรียกขานทางวิชาการว่า Corpus callosum
(อ่านเป็นสำเนียงไทยว่า “คอร์ปัส คาโลซัม”)
ได้ถูกถักทอเชื่อมต่อระหว่างกันไว้เสร็จสิ้นแล้ว
สะพานเชื่อมสมองทั้งสองซีกดังกล่าวนี้
เป็นหมายสำคัญที่จะแสดงให้มนุษย์โลกรู้ว่า
จิตวิญญาณแก่นแท้ของกุมารน้อยรายนั้น
“กฎแห่งกรรม” ของเขาเริ่มต้นทำงานกันแล้ว
ทั้งนี้ไม่ว่าท่านจะเป็นคนชาติศาสนาใดก็ตาม
กฎแห่งกรรมจะเริ่มต้นตั้งแต่อายุสามขวบขึ้นไป
แปลว่าเด็กแขกฝรั่งจีนไทยมีศาสนาหรือว่าไม่มี
จิตวิญญาณทุกคนต้องอยู่ใต้กฎแห่งกรรมทั้งสิ้น
ถ้าท่านใช้จิตหยาบกับกายหยาบทำไม่ถูกต้อง
ไม่ว่าจะทำผิดบาปต่อตนเองหรือว่าผู้อื่นก็ตาม
ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ว่า
หน้าที่ของจิตหยาบหรือจิตสามนึกของท่าน
ตั้งแต่มีอายุครบสามขวบปีบริบูรณ์ขึ้นไปแล้ว
ทุกเวลาในยามตื่นจะต้องสงบเย็นเป็นอุเบกขา
ไม่ว่าจะอยู่คนเดียวตามลำพังหรือมีคนรอบข้าง
คอยสร้างเงื่อนไขยั่วยุหรือว่ายั่วยวนใจท่าน
จิตหยาบของท่านจะต้องสงบเย็นเป็นอุเบกขา
คือท่านจะต้อง “นิ่งสงบ” อยู่ในที่ตั้งให้จงได้
ไม่ต่อสู้ไม่ตอบโต้ไม่ต่อต้านและไม่หลีกเลี่ยง
หรือพอที่จะทำได้ก็คืออดทนอดกลั้นให้อภัย
เพื่อกระทำตอบสนองทางด้านบวกต่อเขาไป
เพราะจิตหยาบที่สงบเย็นเป็นอุเบกขานั้น
เป็นสภาวะจิตที่สั่นสะเทือนทางด้านบวกสูงสุด
ส่วนอาการของจิตที่อดทนอดกลั้นและให้อภัย
ก็เป็นสภาวะจิตที่สั่นสะเทือนด้านบวกเช่นกัน
แต่เป็นย่านคลื่นความถี่ด้านบวกที่ต่ำกว่า
ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ว่า
ตั้งแต่อายุครบสามขวบปีบริบูรณ์แล้วนั้น
กลุ่มจิตหยาบของกุมารน้อยทุกคน
จะต้องได้รับการกระตุ้นด้วยความรักจากพ่อแม่
รวมทั้งจากเพื่อนๆและคนรอบข้างทุกคนด้วย
เพื่อที่จะยกระดับแรงสั่นสะเทือนจาก 3D-4D
ให้มีวุฒิภาวะ(Maturity) ทางจิตปัญญาสูงขึ้น
จนจิตหยาบหรือจิตสามนึกเข้าถึง 6D ให้ได้
ถ้าจิตหยาบหรือจิตสามนึก
สั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่สูงสุดด้านบวกได้
จิตหยาบเดิมที่เป็นแค่ “กลุ่มพลังงาน” เท่านั้น
จะมีความสมดุลจนกลายเป็น “กล่องพลังงาน”
ที่เป็นรูปทรงดาวหกแฉกเหมือนกับจิตวิญญาณ
แน่นอนว่า งานนี้ไม่ง่ายเท่าใดนักถ้ารักไม่เป็น
ที่สำคัญก็คือท่านจะต้องสั่นสะเทือนจิตสามนึก
ด้านบวกจนถึงบวกสูงสุดในระดับอุเบกขาให้ได้
ตลอดทั้งชีวิตของท่านในทุกลมหายใจเข้าออก
ไม่ว่าใครจะทำอะไรกับท่านแบบไหนอย่างไร
จะตอบสนองเงื่อนไขเหล่านั้นด้านลบไม่ได้เลย
เพราะท่านจะตกเป็นทาสกฎแห่งกรรมไปทันที
ประตูนรกจะเปิดอ้าออกรอรับคนป่วยเช่นท่าน
อันเกิดจากจิตวิญญาณเสียสมดุลเพราะหลงมิติ
เนื่องจากจิตหยาบหรือจิตสามนึกเป็นผู้ก่อเหตุ
โดยสอบตกบททดสอบจิตสามนึกในชะตาชีวิต
ที่จิตวิญญาณของท่านถือมาให้จิตหยาบได้ใช้
มิเช่นนั้นจิตหยาบของท่านจะยกระดับให้สูงขึ้น
เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณแก่นแท้ไม่ได้
ถ้าทำไม่สำเร็จท่านก็จะพาจิตวิญญาณของท่าน
หลุดพ้นกลับบ้านแดนสุญตาที่จากมาไม่ได้
ดังนั้น
หลายคนที่เป็นคนส่วนใหญ่เกือบทั้งโลก
ซึ่งเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในบ่อย่ำองุ่นจนทุกวันนี้
เพราะตกเป็นทาสกฎแห่งกรรมกันทั้งนั้น
โดยใช้แต่กิเลสตัณหาหมุนกรรมจักรร่วมกัน
แทนที่จะใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก
ที่เราเรียกว่า #หมุนธรรมจักร ให้สำเร็จให้ได้
(ยังมีตอนต่อไป)
ด้วยรักและปรารถนาดี
อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
12/02/2569