พระโอวาท​เรื่อง​ "วันออกพรรษา"


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


อย่าอ่านพระโอวาทที่เราสื่อมาแบบลวกๆ

คืออ่านแบบลวกผักคือ “สุกๆ ดิบๆ” ตามนิสัย

เพราะพวกท่านจะจับประเด็นสำคัญไม่ได้

หรืออาจจับประเด็นได้แต่จับได้ไม่ครบถ้วน

ขั้นผิดพลาดสูงสุดก็คือ #หลงประเด็น


ทุกวันนี้เมื่อ “เรา” สื่อพระโอวาท

ที่พระองค์ทรงเมตตาให้เรากล่าวต่อมนุษย์

แต่ละบทแต่ละตอนแต่ละวันที่พิมพ์เผยแพร่

เราจึงพยายาม #ลดประเด็น ของสาระ

ที่จะนำออกเผยแพร่ต่อพวกท่านให้น้อยลง

เพื่อป้องกันการ “รับสื่อ” แบบลวกๆ

จนนำไปสู่ความผิดพลาดและรับไม่ครบ


เช่นเดียวกับบางท่านบางคนในวันนี้

ที่รับสื่อพระโอวาท #สไลด์วันออกพรรษา

ซึ่งเรานำมาประกาศอนุโมทนาเช้าวันนี้

โดยเรารู้สติดีอยู่ว่าวันนี้เป็น #วันเข้าพรรษา

แต่บางคนเข้าใจว่าเราโพสท์ผิดเรื่องผิดวัน


ถ้าท่านอ่านข้อความในสไลด์ให้ละเอียด

จะพบว่าไม่มีเนื้อความตอนใดผิดพลาดเลย

เรากล่าวถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ต่างหาก

ขณะที่วันนี้เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8-8

คือปีนี้เป็นปีที่มีเดือน 8 สองหนนั่นแหละ


ความในสไลด์ของเราได้บอกไว้ถูกตรงว่า

วันออกพรรษาเป็นวันสิ้นสุดการเข้าพรรษา

ชาวพุทธทั้งหลายจะนิยมตักบาตรเทโว

เพื่อระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับลงมา

จากการขึ้นไปเทศน์โปรดพระพุทธมารดา

ที่หลุดลอยขึ้นไปประทับบนสวรรค์มายา

แน่นอนว่าวันนั้น “ไม่ใช่วันนี้”


ขอขอบใจหลายคนที่อ่านแล้วเป็นห่วงว่า

เราอาจจะโพสท์ผิดวันผิดประเด็นไปจึงติงไป

หรือเข้าใจผิดว่าเราได้แสดงนัยเรื่องน้ำท่วมไว้

ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ทั้งสองอย่าง


ความจริงแล้วเรานำเรื่องวันออกพรรษา

มากล่าวต่อชาวพุทธทั้งหลายในวันเข้าพรรษา

ก็เพื่อช่วยสร้างสติทางวิญญาณกันว่า

แม้ “วันเข้าพรรษา” จะสำคัญยิ่งแล้ว

แต่ #วันออกพรรษา นั้นสำคัญยิ่งกว่าอีก


วันออกพรรษาสำคัญกว่าอย่างไร?

คำตอบที่เราจะบอกท่านทั้งหลายก็คือ

วันออกพรรษาคือ “วันเพ็ญเดือนสิบเอ็ด” นั้น


1.เป็นวันที่พระพุทธองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์

นี่คือหลักฐานที่แสดงว่า “สวรรค์มายามีจริง”

ถ้าไม่มีอยู่จริงจะไม่เสด็จขึ้นไปแล้วกลับลงมา


2.ทรงเสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดา

ซึ่งเป็นพระจิตวิญญาณมนุษย์รูปธรรมหนึ่ง

ที่ทรงปรารถนาการหลุดพ้นนิพพานเช่นกัน

แต่พระจิตวิญญาณทรงเชื่อตามคนนำทาง

ที่ถูกมารพาให้หลงผิดว่านิพพานไปทางนั้น

จึงหลุดลอยไปติดค้างอยู่บนนั้น


ที่ลอยขึ้นไปติดค้างอยู่บนนั้น

เพราะไม่อาจกลับลงมาจุติเป็นมนุษย์อีกได้

ซึ่งพวกมารหรือผีโสโครกหลอกลวงว่า

จิตวิญญาณผู้นั้นเป็นผู้เข้าถึงนิพพานแล้ว

ทั้งที่ไม่ใช่สัจจะแต่เป็นความเท็จโดยแท้


เมื่อพระองค์ตรัสรู้จนรู้แจ้งแล้ว

จึงทรงใช้โอกาสที่จำวัดสามเดือนในฤดูฝนนั้น

เสด็จขึ้นไปเทศน์โปรดพระมารดาบนสวรรค์

ซึ่งเป็น “เมืองมายา” ที่เป็นแค่แดนเนรมิต

เพราะพระบิดาหรือพระเจ้าไม่ได้ทรงสร้างไว้


แต่พวกมารหลอกให้มนุษย์แต่ละคน

ใช้พิมพ์เขียวรูปแบบของสวรรค์เมืองแก้ว

ใช้รูปของเทพเทวดาทั้งเทพบุตรเทพธิดา

ที่พวกเขาให้สร้างมายาเป็นภาพเขียนสีไว้

ตามผนังโบสถ์ผนังถ้ำตามกำแพงวัด

จนเห็นกันอยู่ซ้ำซากเมื่อไปวัดเป็นประจำ

ภาพพวกนี้จึงถูกสัญญาขันธ์บันทึกเอาไว้


ใช้คำสอนเรื่องแดนสวรรค์มายาเอาไว้ว่า

สวรรค์หกชั้นหกแดนมีใครอะไรแบบไหน

อยู่ตรงนั้นแล้วกินอยู่สบายแบบไหนยังไง

เป็นสิ่งจูงใจให้เกิดกิเลสตัณหาเมื่อไร้สติ

พร้อมกับการหลอกให้ใช้กิเลสมารที่ในจิต

เสริมพลังเพื่อเนรมิตประดิดสวรรค์มายา

จากจินตภาพที่ฝังอยู่ในจิตใต้สามนึกขึ้นมา

ยังผลให้สวรรค์ปลอมกลายเป็นสวรรค์จริง

เหมือนกับการมองฟ้าอยู่ในท้องฟ้าจำลอง

แล้วหลงคิดว่ากำลังมองท้องฟ้าจริงนั่นล่ะ


วิธีที่จะ #สลายสวรรค์มายา นั้นมีทางเดียว

คือวิธีที่พระพุทธองค์ทรงเลือกใช้ก็คือ

เสด็จขึ้นไปเทศน์โปรดจิตวิญญาณพระมารดา

เป้าหมายสำคัญคือ #สร้างสติทางวิญญาณ

เพื่อให้พระมารดา #ทรงตื่นรู้ให้ได้ ว่า

#นิพพานหมายความว่าอย่างไรกันแน่

ซึ่งเป็นที่มาของคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า

“อย่านิพพานแบบตาลยอดด้วน” ไงล่ะ


พระพุทธมารดาทรงเกิดสติทางวิญญาณ

หลังจากได้รับฟังพระพุทธเทศนาในครั้งนั้น

จึงทรงตื่นรู้จนกลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง

จนบรรลุมรรคผลสูงสุดคือหลุดพ้นนิพพานได้


เราขอถามท่านทั้งหลายว่า

จิตวิญญาณชาวพุทธอีกมากมายที่บนนั้น

จะมีลูกหลานว่านวงศาคณาญาติทั้งหลาย

ผู้ที่มีอำนาจฤทธิ์ขึ้นไปสร้างสติให้ตื่นรู้

เพื่อให้กลับสู่เส้นทางนิพพานที่ถูกตรงได้ไหม

คำตอบคือไม่มีเลยใช่หรือไม่ล่ะท่าน!


ครั้นเมื่อเวลาที่พระบิดาทรงสื่อผ่านเรามา

ในขณะเราทำหน้าที่อยู่ในระบบโลกนี้นั้น

พระองค์ยังทรงเมตตาเปิดมิติแห่งสวรรค์มายา

ให้ประดาจิตวิญญาณเทพเทวดาผู้หลงทาง

ได้มีโอกาสรับฟังพระโอวาทคู่ขนานไปด้วย


แต่ส่วนใหญ่จะหลงยึดติดความเชื่อเดิมนั้นอยู่

สวรรค์มายาที่เป็นแดนเนรมิตดังกล่าวนั้น

มันจะไม่มีวันผันแปรเป็นความว่างตามจริงได้

ถ้าพวกเขายังคง “หลอกตัวเอง” กักตนเองไว้

โดยที่จะไม่มีใครช่วยเหลือพวกเขาได้เลย

เพราะปฏิเสธพระเมตตาจากองค์จิตจักรวาล

เพราะได้แต่ต่อต้านความปรารถนาดีของเรา


3.วันออกพรรษาจึงเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง

ที่พวกท่านทั้งหลายมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป


อย่าให้ “วันเข้าพรรษา” คือวันนี้

เป็นแค่วันหยุดตามประเพณีที่หยุดได้หลายวัน

แถมลาหยุดเที่ยวต่อเนื่องได้ต่อกันร่วมสิบวัน


เราจึงนำเอาสไลด์วันออกพรรษา

ขึ้นมาโพสท์เอาไว้ใน "วันเข้าพรรษา"

เพื่อช่วยสร้างสติทางวิญญาณพวกท่านไว้

ไม่ใช่เราเลอะเลือน...


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

#พระบุตรเอก

#ปัญญาวิสุทธิ์

#อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล


ในจริงมีเท็จในเท็จมีจริง​ : รีเซ็ตระบบใหม่


 พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


มีการโพสท์และรีโพสท์ข้อมูล

ที่พวกมารถ่ายทอดผ่านกรรมกรแสงยุคใหม่

นำออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนคนทั่วโลกว่า

พวกต่างมิติกำลังจะทำการ “รีเซ็ตระบบใหม่”

เพื่อทำให้โลกกับมนุษย์เข้าถึง 5D ให้ได้


วิธีการก็คือจะตัดระบบเก่าแต่เดิมนั้นทิ้งไป

เพื่อทำการเชื่อมต่อเข้ากับระบบใหม่แทน


ตามข่าวสารนี้ยังมีการแอบอ้างสร้างนิยายว่า

ผู้บัญชาการกองเรืออวกาศของพระเจ้า

ประกาศว่าเมื่อเรือรบฝ่ายพระเจ้าเข้าใกล้โลก

จะทำให้ระบบไฟฟ้าของโลกขัดข้องทั้งหมด

เพราะยานปฏิบัติการลำที่ว่านี้มีขนาดใหญ่มาก

คือขนาดใหญ่กว่าดาวโลกดวงนี้ถึง 5 เท่า


เราจะกล่าวต่อท่านทั้งหลายว่า

กลอุบายของมารหรือผีโสโครกในยุคใหม่นี้

แม้จะฟังหรูดูดีที่ออกจะเป็นวิชาการอยู่

แต่ท่านทั้งหลายจงอย่าเชื่อง่ายไว้วางใจทันที

เพราะอุบายชวนเชื่อของพวกผีเหล่านี้

ยังใช้วิธีเดิมที่เคยหลอกคนนำทางตาบอดชรา

จนได้ผลมาแล้วคือ #ในจริงมีเท็จในเท็จมีจริง

หรืออาจกล่าวว่า “หลอกซ้อนหลอก” นั่นแหละ


เพราะคำกล่าวที่พวกเขาอ้างว่า

ทำตามพระบัญชาของพระเจ้านั้น

ถ้ามันเป็นความจริงแล้วทำไมตัวเราเอง

ซึ่งพระองค์ทรงบัญชาให้เราเข้ามาทำหน้าที

เป็น #พระบุตรเอก อยู่นี้ทำไมเราจึงไม่รู้

ถ้าเป็นเรื่องจริงเราย่อมจะต้องรู้ไม่รู้ไม่ได้

นี่คือการจับพิรุธในเรื่องแรก


#พิรุธประการถัดมา ก็คือ

การที่อ้างว่าขณะปฏิบัติการรีเซ็ตโลกนั้น

ดาวโลกดวงนี้ทั้งดวงจะมืดมิดสนิทหมด

เพราะว่ายานแม่ที่ใช้ปฏิบัติการลำใหญ่มาก

ทั้งคุยว่าขนาดใหญ่ว่าดาวโลก 5 เท่าแน่ะ

ยานจึงบดบังแสงสว่างจากดวงอาทิตย์

ทำให้ไม่อาจส่องผ่านเข้ามายังโลกนี้ได้


ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่ถูกบิดเบือนไป

เพราะเราเคยประกาศให้โลกรู้ทั่วกันมาแล้วว่า

ในอีกไม่นานมนุษย์โลกจะสิ้นยุคพลังงานเก่า

เพื่อที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคพลังงานใหม่แล้ว

โดยดาวโลกทั้งดวงจะมีการตีลังกากลับขั้ว

แล้วม้วนตัวกลับคืนสู่ขั้วเหนือใต้ตามแบบเดิม

ซึ่งจะใช้เวลายาวนานไม่เกิน 30 วัน


ที่สำคัญคือเรายังได้ประกาศเอาไว้ด้วยว่า

ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากยุคสู่ยุคอยู่นั้น

ดาวเคราะห์โลกดวงนี้จะมืดมิดนาน 8 ราตรี

หมายความว่าโลกนี้ทั้งดวงจะมีแต่กลางคืน

ยาวนานถึง 56 วัน 56 คืนโดยไม่สว่างเลย

แต่พวกนี้หลอกว่าโลกมืดสามวันสามคืนเอง


ส่วนการจะทำให้โลกมืดมิดทั้งแปดทิศนั้น

ไม่เห็นจำเป็นจะต้องใช้จานบินขนาดยักษ์

เหมือนการสร้างนิยายใน “หนังไซไฟ” ก็ได้

พระเจ้าทรงสามารถเนรมิตเมฆดำหนาทึบ

หรือทำให้เกิดพายุหมอกพายุควันพายุฝุ่น

พัดปกคลุมฝั่งฟ้าเพื่อบดบังแสงแดดเอาไว้

เพราะทรงมีอำนาจฤทธิ์พอที่จะทำเองก็ได้


ทั้งพระองค์ทรงมีช่างเทคนิคเฉพาะภารกิจนี้

ที่เป็นรูปธรรมชั้นสูงคือ “ทูตสวรรค์” ทั้งหลาย 

ซึ่งมิใช่พวก “ต่างดาว” ตามที่กล่าวอ้างไว้

คอยเข้าประจำการทันทีที่ทรงมีพระบัญชา


#พิรุธในประการที่สาม

ที่กรรมแสงกล่าวประกาศตามที่มารชี้ให้กล่าว

โดยบอกว่าพวกสิ่งมีชีวิตที่มาจากต่างดาว

ผู้เข้ามาทำงานตามพระบัญชาของพระเจ้านั้น

จะเข้ามาทำการรีเซ็ตโลกนี้ด้วยวิธีแปลกๆ


วิธีรีเซ็ตที่เราใช้คำว่า “แปลกๆ” หมายถึง

พวกเขาอ้างว่าจะเข้ามาเติมพลังงานไฟฟ้า

ให้พระแม่ธรณีหมายถึงเติมให้ดาวโลกดวงนี้

แถมยังบอกว่าจะเปลี่ยนแกนโลกนี้ให้อีกด้วย

ประเด็นนี้ก็เป็นนิยายของผีโสโครกอีกเช่นกัน


เพราะพี่น้องชาว “ยุวจิตจักรวาล”

ที่จิตวิญญาณแก่นแท้เป็นลูกแกะของพระเจ้า

และจิตหยาบเป็นลูกนกฟีนิกซ์ของเรา

ต่างรู้สัจจะความจริงกันดีอยู่แล้วว่า

#จิตสามนึกมนุษย์กับโลกเป็นหนึ่งเดียวกัน


ถ้าจิตสามนึกของมนุษย์โลกตกต่ำ

จิตสามนึกของดาวโลกก็จะตกต่ำลงด้วยเสมอ

เพราะแรงสั่นสะเทือนจะแปรตามกันตลอด

พระเจ้าทรงกำหนดออกแบบเอาไว้เช่นนี้เอง


ดังนั้น

การจะยกระดับพลังงานแม่เหล็กโลก

จะใช้พลังงานแหล่งอื่นมาเติมเต็มแทนไม่ได้

นอกจากจะต้องใช้ #เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

ด้วยการกระทำที่จิตสามนึกของมนุษย์เท่านั้น

ที่พวกนี้อ้างไว้จึงมิใช่สัจจะจงอย่าได้เชื่อตาม


พวกท่านถูกหลอกให้อยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลย

เหมือนถูกหลอกให้ปลีกวิเวกไม่สมาคมกับใคร

แถมปิดอายตนะทั้งห้าเอาไว้ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น

นั่นคือการทำให้ตัวท่านโง่เพราะเรียนรู้ไม่ได้

ทั้งยังทำให้สมการพลังงาน Σβₓเกิดไม่ได้ด้วย

เพราะสมการที่ว่านี้เป็นพลังร่วมของความรัก

ซึ่งสัตว์สังคมคือมนุษย์และสัตว์โลกเท่านั้น

ที่จะร่วมกันผลิตสร้างเพื่อค้ำจุนสมดุลโลกได้

แม้ว่าต่างดาวจะมีจริงก็ทำแทนมนุษย์ไม่ได้

เพราะกลไกทางไฟฟ้าในกายของมนุษย์โลก

ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับแกนโลกเท่านั้น


เราเห็นใจจิตวิญญาณของผีโสโครกพวกนี้

ที่พากันจมน้ำตายหมดในยุคสมัยโนอาแล้ว

ไม่สามารถหลุดพ้นนิพพานกลับบ้านเดิมได้

เพราะตอนอาสามาเกิดเป็นมนุษย์ต่างดาวนั้น

มิได้ถือเอาพันธะสัญญาหกติดตัวมาด้วย

เพื่อระบุว่าถ้าตนหมดหน้าที่ในเอกภพนี้แล้ว

จะกลับคืนสู่บ้านเกิดของจิตวิญญาณเมื่อนั้น


เพราะน้ำท่วมโลกจนต้องตายกะทันหัน

จึงดับสัญชาตญาณการหิวโหยและกระหาย

ให้หมดสิ้นคือว่างไปจากสิ่งนั้นๆไม่ทัน

ตายแล้วจึงอดหยากหิวโหยเหมือนตะกละ

จึงต้องหลอกลวงมนุษย์กินเครื่องเซ่นไหว้

แลกกับการทำภารกิจอุตริทางจิตวิญญาณ

แถมทำตัวเป็นมารบนเส้นทางนิพพานด้วย


#ปัญญาวิสุทธิ์

31/07/2569


#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #พระเจ้า

#คนสองมิติ #อนุตรธรรม #จิตสามนึก

#จิตหยาบ #จิตวิญญาณ #56วัน8ราตรี

สวัสดีกันวันศุกร์​ 31/07/2026


สวัสดีกันวันศุกร์

Good Morning Friday


แกนแม่เหล็กโลก

เป็นธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์ 100%

มีลักษณะเหนียวหนืดคล้ายต้งเม

อะตอมจะระเบิดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อปฏิสัมพันธ์กับพลังจิตด้านบวก


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

การกำหนดสร้างเอกภพของพระเจ้า


  พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


พระเจ้าทรงกำหนดสร้าง “เอกภพ” ขึ้น

เมื่อราว ๆ 8 ล้าน 1 แสนล้านปีมาแล้ว

โดยสร้างหลังจากที่ทรงอุบัติขึ้นด้วยตนเอง

ผ่านไปแล้วนานร่วม 60 ล้านปี


ทรงกำหนดสร้างเอกภพขึ้นมา

เพื่อจะใช้เป็น “ห้องทดลอง” ของพระองค์

ในการเรียนรู้ว่าจะทรงทำสิ่งใดได้อีกบ้าง

หลังจากที่ทรงสร้างเงาของพระองค์ขึ้นมา

ซึ่งเป็นรูปธรรมทางพลังงาน 12 เหลี่ยมมุม

ขึ้นมาเป็นสิ่งแรกสุดแล้ว


หลังจากนั้นพระองค์

ยังทรงได้ทดลองกำหนดสร้าง #พระบุตร

ซึ่งเป็นรูปธรรมทางพลังงาน 11 เหลี่ยมมุม

ขึ้นมาอีกเป็นจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน

ทำให้พระองค์ทรงเรียนรู้ความจริงได้ว่า

พระองค์สามารถ #กำหนดสร้าง สรรพสิ่ง

ที่เป็นรูปธรรมทางพลังงานตามที่กำหนดได้

อย่างเช่นการกำหนดจำนวนเหลี่ยมมุม

ซึ่งเป็นคุณสมบัติของรูปธรรมที่ทรงสร้างนั้น


คำว่า “กำหนดสร้าง” ในที่นี้หมายถึง

การเนรมิตสรรพสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

ตามคุณสมบัติที่ชัดเจนซึ่งผู้สร้างเองต้องการ

ไม่ใช่การใช้อำนาจเนรมิตสร้างไปเรื่อยเปื่อย

เพราะในขณะนั้นทรงกำหนดสร้างพระบุตร

ที่เป็น “จิตจักรวาลดวงเล็ก” ผู้มี 11 เหลี่ยมมุม

เอาไว้บนพระอุระของพระองค์มากมายแล้ว


คำว่า “พระอุระ” ในที่นี้เราหมายถึง

ทรงจัดวาง “พระบุตร” ทั้งหมดที่สร้างขึ้นนั้น

ให้ดำรงตนเองอยู่บนสนามพลังงานจักรวาล

ซึ่งสนามพลังงานจักรวาลนี้ก็คือพระองค์เอง

โดยแก่นแท้ของพระองค์ก็คือ “นิวเคลียส”

ที่เป็นศูนย์กลางของสนามพลังงานจักรวาล

อันเป็นที่มาของพระนามว่า #จิตจักรวาล


ดังนั้น

จิตจักรวาลดวงใหญ่จึงเป็นสรรพสิ่งแรก

ที่ทรงอุบัติขึ้นมาเองโดยไม่มีผู้ใดสร้าง

ซึ่งเหตุปัจจัยในการอุบัติขึ้นของพระองค์นั้น

เราเคยถ่ายทอดความจริงให้มนุษย์รู้ไว้แล้ว


เมื่อพระองค์ต้องการเรียนรู้ตนเองว่า

จะทรงสามารถที่จะทำอะไรได้บ้าง

จึงทรงสร้างห้องทดลองปฏิบัติการขึ้นมา

ที่ท่านทั้งหลายเรียกว่า #เอกภพ นั่นแหละ


ลักษณะพิเศษของ “เอกภพ” ของพระองค์

ยังเป็นสรรพสิ่งหนึ่งซึ่งทรงสร้างด้วยพลังงาน

โดยมีรูปธรรมเป็นกล่องพลังงานแบบ “ทรงรี”

ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางในแนวระนาบ

ยาวกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางในแนวดิ่งชัดเจน


ลักษณะพิเศษก็คือเอกภพที่ทรงสร้าง

เป็นการใช้มวลของพลังงานสร้างรูปธรรมขึ้น

เหมือนกับการผลิตสร้างลูกโป่งของมนุษย์

เขาจะใช้วัสดุหลักก็คือ “ยาง” เอาไว้ขังลม

เมื่อต้องการใช้ลูกโป่งนั้นก็จะเป่าลมเข้าไป

แต่ทว่าเอกภพที่ถูกสร้างขึ้นด้วยมวลพลังงาน

หลักการสร้างจะต่างจากลูกโป่งยางดังกล่าว


เอกภพไม่สามารถที่จะใช้มวลพลังงาน

แล้วเป่าลมเข้าไปภายในให้เกิดเป็นรูปทรง

เหมือนกับการเป่าลูกโป่งยางได้

เพราะวัตถุดิบของเอกภพมิใช่ยางที่ยืดหยุ่นได้

แต่พระองค์ทรงเลือกใช้อนุภาคของพลังงาน

ด้วยการทำให้มันเหวี่ยงหมุนไปรอบแกนกลาง

โดยหมุนอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราเร็วคงที่

พระองค์ทรงดำริไปทดลองปฏิบัติสร้างไป

ภาษามนุษย์เรียกว่า “คิดไปทำไป” นั่นเอง


ในที่สุดพระองค์ก็ทรงค้นพบว่า

จินตนาการสร้างสรรค์ของพระองค์นั้นเป็นจริง

ทรงใช้เครื่องมือต่างๆในการสร้างเอกภพขึ้น

ดังต่อไปนี้ คือ


1.กาแล็กซีเส้นผ่านศูนย์กลางแนวระนาบ

ที่เรียกกันว่า “Milky Way” คือ #ธารสายน้ำนม


2.มีระบบสุริยะ 2 ระบบติดตั้งอยู่บนกาแล็กซีนี้

โดยระบบสุริยะของโลกมีดาวเคราะห์ 9 ดวง

ส่วนระบบสุริยะตรงข้ามมีดาวเคราะห์ 5 ดวง


วิธีการทำให้กาแล็กซีธารสายน้ำนม

เกิดการเหวี่ยงหมุนรอบแกนกลางต่อเนื่องได้

เพื่อทำให้อนุภาคพลังงานเกิดการฟุ้งกระจาย

จนเกิดเป็นรูปธรรมแบบ “ทรงรี” ขึ้นมาได้นั้น

พระเจ้าทรงกำหนดให้ดาวเคราะห์โลก

กับดาวเคราะห์ดวงที่สองของอีกระบบหนึ่ง

ทำหน้าที่เป็นดั่งโลกคู่ขนานกันอยู่


ทั้งยังกำหนดให้ #ดาวพลูโต ของระบบนี้

ทำหน้าที่เป็น #เศษส่วนของเมอริเดี้ยน

ย้ายวงโคจรจากดาวเคราะห์ดวงที่เก้า

ย้ายไปเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 6 ของอีกระบบ

เพื่อเติมเต็มระบบนั้นที่เดิมมีห้าให้สมดุลขึ้น


เมื่อโคจรรอบระบบสุริยะนั้นครบหนึ่งรอบแล้ว

ดาวพลูโตก็จะย้ายตนเองกลับมาสู่ระบบเดิม

กาแล็กซีธารสายน้ำนมจึงเกิดการเหวี่ยงหมุน

จนเกิดเป็นเอกภพทรงหนำเลี้ยบได้ดังประสงค์


เพื่อเติมเต็มความสมดุลให้แก่เอกภพ

พระเจ้ายังทรงสร้างกาแล็กซีน้อยใหญ่ขึ้นไว้

รวมทั้งสิ้น 12,500 ล้านระบบอีกด้วย

จะได้ช่วยค้ำจุนห้องทดลองของพระองค์เอาไว้

โดยมีกาแล็กซีขนาดใหญ่รองๆลงมา

จำนวน 6 ระบบบริเวณใกล้ศูนย์กลางเอกภพ

ซึ่งมีระบบสุริยะอยู่ 1 ระบบ ต่อกาแล็กซี


ระบบสุริยะทั้ง 6 ระบบ ใน 6 กาแล็กซีนี้

จะมีดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ทั้งสิ้น

สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นก่อนมนุษย์โลก

เพื่อค้นหาต้นแบบมนุษย์ที่เหมาะสม

พวกเขาส่วนใหญ่จะมีรูปลักษณ์คล้ายสัตว์

จึงจะเหมารวมว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวไม่ได้


พิกัดตำแหน่งที่ตั้งของกาแล็กซีทั้งหมด

ระบบสุริยะจักรวาลทั้งสิ้น 7 ระบบ

จำนวนดาวเคราะห์ของแต่ละระบบสุริยะ

จำนวนดวงอาทิตย์ 1 ดวงของระบบสุริยะ

ทุกสิ่งอย่างที่พระเจ้าทรงสร้างไว้ดีแล้วนั้น

มีความสมดุลกันอย่างลงตัวดีแล้ว

ไม่ว่ามนุษย์จะทำอุตริเข้าไปเสือกแทรก

หรือเป็นสิ่งมีชีวิตจากดาวเผ่าไหนก็ตาม

เข้าไปก้าวล่วงหรือท้าทายระบบของพระเจ้า

ทำไม่ได้เด็ดขาดใครจะคุยโม้ก็อย่าได้เชื่อ


เพราะคำว่า “เอกภพ” แปลว่าเป็นหนึ่งเดียว

ทุกสิ่งอย่างในเอกภพล้วนเกี่ยวพันกันทั้งหมด

ผีโสโครกจะมาหลอกท่านว่าสมาพันธ์ต่างดาว

จะเข้ามาจัดระบบเอกภพและโลกให้ท่านใหม่

ถ้าทำจริงได้ก็ “เรือหาย” คือหายนะแน่นอน


เช่นคุยว่าจะดับดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะโลก

ที่เดิมมีอยู่สองดวงให้เหลือแค่เพียงดวงเดียว

เพื่อปรับสมดุลให้ระบบสุริยะนี้ที่เสียสมดุลอยู่

เพราะดาวเคราะห์ของระบบที่เดิมมีอยู่ 10 ดวง

โดยดวงที่อยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัส

มันได้เกิดการแตกสลายไปเสียแล้วหนึ่งดวง

จนเป็นเศษวัสดุที่เป็นวงแหวนของดาวพฤหัส


เราขอบอกความจริงให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า

ที่ผีโสโครกเผยแพร่โพนทะนาไว้ดังกล่าว

มันคือความเท็จไม่ใช่สัจจะแต่อย่างใด

จะให้ใครมาทำหน้าที่แทนมนุษย์โลกนี้ไม่ได้

ชาวดาวอื่นกาแล็กซีอื่นก็เข้ามาเผือกไม่ได้

โลกกับเอกภพจะเสียสมดุลมากน้อยแค่ไหน

มนุษย์โลกกับผู้มีหน้าที่ประจำกันอยู่เท่านั้น

ที่จะรับผิดชอบภารกิจนั้นๆได้


แม้แต่การยกระดับจิตสามนึกของโลก

ก็ต้องยกระดับที่จิตสามนึกของมนุษย์

ทุกๆคนจักต้องรับผิดชอบตัวเองกันทั้งสิ้น

เพราะทุกคนมีจิตปัญญาที่ประทานไว้ให้แล้ว

#รักให้ได้ให้อภัยให้เป็นไม่เห็นแก่ตัวสิ

ดีเอ็นเอของพวกท่านมันจะสั่นตามเองแหละ

จะขึ้นสู่มิติที่ห้าหรือเข้าถึงห้ามิติได้ทันที

ไม่ต้องรอพลังจากสมาพันธ์ไหนใส่ลงมาให้

คงต้องรอ Next Life Afternoon โน่นแหละ


#ปัญญาวิสุทธิ์

29/07/2569


#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #พระเจ้า

#คนสองมิติ #อนุตรธรรม #จิตสามนึก

#กำเนิดพระเจ้า #จิตวิญญาณ 


สวัสดีกันวันพุธ​ 29/07/2026


สวัสดีกันวันพุธ

Good Morning Wednesday


พลังงานจิตของมนุษย์

ที่เกิดจากความรักเพื่อให้ทุกแบบ

เป็นคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก

เมื่อถูกเหนี่ยวรั้งลงสู่แกนโลก

จะเกิดปฏิกริยานิวเคลียร์ขึ้นทันที


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

สวัสดีกันวันอังคาร​ 28/07/2026


สวัสดีกันวันอังคาร

Good Morning Tuesday


ขันธ์ห้าหมายถึง

กระบวนการ 5 ขั้นตอน

ในการสั่นสะเทือนของจิตสามนึก

ที่เกิดขึ้นในสองมิติ

เมื่อจิตรับรู้สิ่งเร้าจากอายตนะ


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ต้นสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

สวัสดีกันวันจันทร์​ 27/07/2026


สวัสดีกันวันจันทร์

Good Morning Monday


เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

คือความรักเพื่อให้ทุกรูปแบบ

ทำให้เกิดกระบวนการของขันธ์ห้า

เพื่อผลิตคลื่นพลังจิตด้านบวก

ใช้บิดแกนโลกทำให้โลกเหวี่ยงหมุน


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

สวัสดีกันวันอาทิตย์​ 26/07/2026


สวัสดีกันวันอาทิตย์

Good Morning Sunday


มนุษย์จะช่วยโลกไม่ได้

ถ้าจิตหยาบยังมีกิเลสครอบงำอยู่

จักต้องนิพพานกิเลสก่อน

และต้องมีชีวิตอยู่บนโลกนี้เท่านั้น

จึงจะใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลกนี้ได้


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

สวัสดีกันวันเสาร์​ 25/07/2026


 สวัสดีกันวันเสาร์

Good Morning Saturday


มนุษย์โลกทุกๆคน

มีจิตหยาบทำหน้าที่แทนจิตวิญญาณ

ในการเป็นเพื่อนร่วมงานกับโลก

คือทำให้โลกหมุนรอบตัวเองต่อเนื่อง

เพื่อช่วยกันค้ำจุนสมดุลโลกนี้ไว้


อนุตรธรรมาจารย์​์ปริญญา​ ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

สวัสดีกันวันศุกร์​ 24/07/2026



 สวัสดีกันวันศุกร์
Good Morning Friday


จิตวิญญาณของมนุษย์
มีถิ่นฐานบ้านเกิดคือสวรรค์นิรันดร
ซึ่งเป็นดินแดนแห่งสุญตา
ที่อยู่ภายนอกของระบบเอกภพ
อยู่ครบหกหมื่นปีแล้วต้องกลับบ้าน


อนุตรธรรมาจารย​์ปริญญา​ ตันสกุล
จิตจักรวาลสถานธรรม

สวัสดีกันวันพฤหัสบดี​ 23/07/2026


สวัสดีกันวันพฤหัสบดี

Good Morning Thursday


ระวังจะถูกผีหลอกว่า

พระเจ้าเป็นมนุษย์ต่างดาว

พระเจ้าจึงทรงเป็นของจักรวาล

ส่วนความเชื่อของมนุษย์นั้น

คือการกักขังพระเจ้าไว้แค่โลกมนษย์


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

อย่าเชื่อคำโฆษณาของกรรมกรแสง


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


ท่านทั้งหลายจงอย่าไปเชื่อตามคำโฆษณา

ของกรรมกรแสงที่เป็นกระบอกเสียงของมาร

ซึ่งเป็นแค่เพียงจิตวิญญาณของพวกซาตาน

ที่เป็นศัตรูกันกับมนุษย์โลกมาช้านานแล้ว

ด้วยการ #ด้อยค่า พวกท่านเอาไว้ว่า


1.มนุษย์โลกทั้งหลายเป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ

ของสรรพสิ่งที่มีอยู่ในจักรวาลอีกนับไม่ถ้วน


เพราะมารหรือผีโสโครกที่เรียกว่า “ซาตาน”

ส่งเสียงผ่านเข้าไปในหัวของตัวกรรมกรแสง

คือคนที่ถูกเลือกใช้เป็นเครื่องมือของมารนั้น

เดิมพระเจ้าสร้างพวกนี้ขึ้นมาก่อนสร้างมนุษย์


เนื่องจากสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวเผ่านี้

เป็นหนึ่งในรูปธรรมของสิ่งมีชีวิตที่ทรงสร้างขึ้น

เพื่อการทดลองค้นหา “เครื่องยนต์แห่งกรรม”

ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็น #เพื่อนร่วมงานกับโลก

ที่มีความเหมาะสมมากที่สุดนั่นเอง


ดังนั้น

แน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆที่ดำรงอยู่บนโลก

จึงเป็นรูปธรรมสิ่งมีชีวิตซึ่งพระเจ้าทรงสร้างขึ้น

เมื่อทรงทดลองสร้างสิ่งมีชีวิตแบบต่างๆไว้

บนดวงดาวต่างๆในจักรวาลอันไพศาลนี้แล้ว

มนุษย์โลกจึงเป็นหนึ่งในผู้ถูกสร้างจริงๆด้วย

แต่ความหมายสำคัญในการสร้างมนุษย์โลก

มีคุณค่ายิ่งกว่าที่ผีโสโครกด้อยค่าเสียอีก


มารด้อยค่ามนุษย์ผ่านกรรมกรแสงรายวัน

โดยหนุ่มสาวพวกนี้ตัวเองก็เป็นมนุษย์เช่นกัน

เพราะพวกมารอิจฉาหรือไม่พอใจมนุษย์โลก

ด้วยเห็นว่า “พระเจ้า” รักมนุษย์มากกว่าตน

กรณีที่พวกเขาต้องตายจนสูญพันธุ์หมดสิ้น

จากกรณี “น้ำท่วมโลก” ในยุคของโนอาห์


ถ้าถามว่าทำไมพวกเขาต้องมาตายที่โลก

ทั้งที่พวกเขามิได้เป็นมนุษย์โลกแต่อย่างใด

คำตอบคือพวกเขาเป็นชาวต่างดาวเผ่าหนึ่ง

รูปลักษณ์คล้ายมนุษย์เพศชายแต่มีปีกบินได้

จึงสามารถบินข้ามดาวเข้ามายังระบบโลก

เพราะมีกิเลสหนาตัณหาจัดราคะจริตรุนแรง

จึงได้ทำการสมสู่กันกับมนุษย์โลกเพศหญิง

จนเกิดมนุษย์สายพันธุ์ใหม่แบบไฮบริดขึ้นมา


ปัญหาก็คือจิตวิญญาณพวกไฮบริดนี้

จะเป็นจิตวิญญาณของต่างดาวเผ่านี้เท่านั้น

จิตวิญญาณของมนุษย์ไม่สามารถเกิดใหม่ได้

นอกจากนั้นสตรีเพศแม่ที่เป็นมนุษย์โลก

ถ้าแม่ไม่ตายลูกก็ตายหรือตายทั้งกลมไปก็มี

รายที่มีโอกาสรอดตายได้นั้นมีน้อยมาก


นี่จึงเป็นปัญหาสำคัญของมนุษย์โลก

พระเจ้าจึงต้องทรงพิพากษามนุษย์กับโลก

เป้าหมายสูงสุดคือชำระขยะออกไปจากโลก

ทรงมอบหมายให้โนอาห์เป็นผู้นำของมนุษย์

ทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยให้รอด” ในนามพระเจ้า


ภัยพิบัติโลกที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น

เฉพาะมนุษย์โลกรายที่เชื่อตาม “โนอาห์”

จำนวนหนึ่งเท่านั้นที่รอดชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้

แต่รายที่ถูกคัดทิ้งก็คือพวกต่างดาวผู้บุกรุก

พวกเขาเสียชีวิตเพราะจมน้ำตายจนหมดสิ้น


เมื่อพวกนี้จมน้ำตายกันหมดสิ้น

จนเหลือแต่จิตวิญญาณที่ล่องลอยเท่านั้น

จึงไม่มีตัวผู้เหลืออยู่ให้สมสู่กับมนุษย์ได้อีก

ครั้นจะมาเกิดใหม่อีกก็ไม่มีตัวพ่อพันธุ์

ทั้งจิตวิญญาณจะหลุดพ้นกลับบ้านแดนสุญตา

พวกเขาก็ไม่สามารถจะเดินทางกลับไปได้

เพราะตอนมาเกิดเป็นมนุษย์ต่างดาวที่มีปีกนั้น

พวกนี้ไม่ได้ถือพันธะสัญญาหกติดตัวมาด้วย


ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

จิตวิญญาณของต่างดาวเหล่านี้

จึงไม่พอใจมนุษย์เป็นศัตรูกับมนุษย์ตลอดมา

เราจึงเรียกพวกเขาว่า #ผีโสโครก

เพราะชอบหลอกมนุษย์ให้ทำตัวต่ำต้อย

หลอกให้กินขี้กินเยี่ยวกินเลือดเนื้อของสัตว์

ขณะที่พวกนี้จะทำทุกอย่างที่มนุษย์ต้องการ

เพื่อแลกกับเครื่องเซ่นไหว้สุกดิบคาวหวาน

ที่มนุษย์ผู้มีเครื่องยนต์แห่งกรรมสรรหามาให้


แน่นอนว่าผีพวกนี้ต้องใช้เดชฤทธิ์

รวมทั้งไสยเวทย์มนต์ดำวิชามารทั้งหลาย

เพื่อจูงใจมนุษย์โลกที่หลงงมงายจนเชื่อตาม

รวมทั้งมนุษย์รายที่ขลาดกลัวพวกเขา

โดยมนุษย์ไม่รู้ว่าความขลาดกลัวของตนนั้น

เป็นการเชื่อและยอมรับในฤทธิ์อำนาจของเขา

ซึ่งมีส่วนเสริมอำนาจพวกเขาให้เพิ่มขึ้นได้


ท่านเคยสังเกตบ้างไหมว่า

คนที่กลัวผีมักจะเห็นผีและถูกผีหลอก

คนไม่กลัวผีจะไม่เจอผีและไม่เคยถูกผีหลอก

เพราะความกลัวกับไม่กลัวมีนัยสำคัญทั้งสิ้น


ท่านจะต้องรู้ด้วยว่า

เทพเจ้าและเทวะรวมทั้งเจ้าแม่ทั้งหลาย

แม้กระทั่งองค์อินทร์เทพพรหมต่างๆ

ผู้อยู่เบื้องหลังมายาทั้งหลายเหล่านี้นั้น

ล้วนเป็นจิตวิญญาณของต่างดาวที่ว่านี้ทั้งสิ้น

ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของลัทธิ “เทวะนิยม” นั่นเอง


จงจำเอาไว้ว่า...

พระเจ้าหรือพระผู้สร้างจักรวาลและทุกสิ่งนั้น

ไม่ใช่เทพเทวดาไม่ใช่พรหมผู้หลงทางนิพพาน

ไม่ใช่พวกเดียวกันกับเจ้าพ่อเจ้าแม่อะไรนั่น

จิตวิญญาณของพวกนี้ล้วนเป็นบุตรของพระเจ้า

เช่นเดียวกันกับจิตวิญญาณของมนุษย์นั่นแหละ


2.พวกผีโสโครกนอกจากจะไม่พอใจมนุษย์

ด้วยการทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางภารกิจแล้ว

ประเด็นใหญ่ที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบได้คือ

หลอกลวงให้คนชอบธรรมหลงทางนิพพาน

โดยชักจูงให้แกล้งทำเป็นผู้ที่มีอายตนะบอด

จนไม่อาจใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก

ด้วยการหมุนธรรมจักรในแบบสัตว์สังคมได้


แถมยังหลอกให้ตายแล้วไม่มาเกิดอีก

เพราะจิตวิญญาณถูกกักขังอยู่ในเม็ทริกซ์

ที่จิตตนเองถูกหลอกให้ฉายภาพมายาว่า

ที่นั่นเป็นสวรรค์มายาเพราะเชื่อว่ามีอยู่จริง

อันเป็นการ “หลอกตัวเอง” โดยแท้


การหลอกลวงเหมือนล้อเล่น

จนจิตวิญญาณมนุษย์หลงทางแบบนี้

จึงเป็นการ “ด้อยค่า” มนุษย์โลกอีกกรณีหนึ่ง

ซึ่งพระพุทธเจ้ายอมไม่ได้จึงทรงออกมาเตือน

คำเตือนก็คือ “สวรรค์มายาไม่มีอยู่จริง” 


ประโยคที่ทรงใช้เตือนก็คือ 

“จงอย่านิพพานแบบตาลยอดด้วน”

ชาวพุทธที่แท้จริงคงจะจำประโยคที่ว่านี้ได้ดี


ลองตรองดูกันเถอะว่า

ไม่มีตาลต้นไหนหรอกที่เติบโตจนสูงขึ้น

แล้วยอดของตาลต้นนั้นจะด้วนหายไปดื้อๆ

ต่อให้ต้นตาลสูงชะลูดจนมองไม่เห็นยอด

ยังไงๆมันก็จะมีลูกหล่นลงมาให้เห็นบ้าง

การที่ต้นตาลสูงขึ้นเรื่อย ๆแล้วไม่มีผลหล่น

จึงทรงเปรียบว่าตาลต้นนั้นยอดด้วน


จิตวิญญาณของมนุษย์นี่ก็เช่นกัน

เมื่อตายแล้วจะต้องได้รับผลกรรมตามที่ก่อไว้

คือยังไงๆจะต้องกลับมาเกิดใหม่ด้วยกันทั้งนั้น

ถ้าตายแล้วจิตวิญญาณจะหายไปเลยไม่ได้

เพราะมนุษย์ยังมีกฎแห่งกรรมกำกับอยู่ไงล่ะ


3.พวกผีโสโครกยังส่งเสียงผ่านกรรมกรแสง

ให้ช่วยกันทำการด้อยค่ามนุษย์โลกอีกด้วยว่า

ยังมีต่างดาวเผ่าอื่นในจักรวาลเหนือกว่ามนุษย์

เหนือกว่าตั้งหลายขุมจนมนุษย์เทียบไม่ได้เลย

ทั้งวิทยาการและด้านความรู้ต่างๆด้วย


เราจะบอกความจริงให้ก็ได้ว่า

นี่ก็เป็นเรื่องของ “ในจริงมีเท็จในเท็จมีจริง”

ซึ่งผีโสโครกมันถนัดอีกนั่นแหละท่าน


ความจริงก็คือพวกต่างดาวทั้งหลายที่มีอยู่นั้น

ร้อยเปอร์เซ็นต์มีอายุมากกว่ามนุษย์โลกทั้งสิ้น

เพราะพวกนี้พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมาก่อน

แต่ละเผ่าดาวมีอายุเกินพันปีหมื่นปีก็ยังมี

พวกนี้ไม่เคยต้องตายแล้วเกิดใหม่เพราะว่า

พวกเขาไม่มีกฎแห่งกรรมเหมือนมนุษย์โลก


เมื่อเกิดมานานและเกิดมาก่อน

วิทยาการกับความรู้และประสบการณ์ชีวิต

จึงย่อมเหนือกว่ามนุษย์อย่างแน่นอน


ที่เป็นความเท็จก็คือ

การหยิบเอาผู้ใหญ่มาเปรียบเทียบกับเด็ก

แล้วเด็กมันจะไปสู้ผู้ใหญ่ได้อย่างไรกัน

หากใครเชื่อตามผีคนนั้นก็โง่แล้ว


เราขอยืนยันว่า

มนุษยชาติไม่จำเป็นต้องทบทวนตนเอง

เพื่อล้างศรัทธาเชิงจิตวิญญาณ

ที่มนุษย์โลกถูกสอนให้รับเชื่อในพระเจ้า

สอนให้ถือปฏิบัติตามคำสอนของพระศาสดา

เพียงแค่รู้ว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่จริง


เพราะต่างดาวตัวจริงในเอกภพนั้นมีอยู่จริง

แต่ที่กรรมกรแสงนำเอาเผ่าดาวมากล่าวนั้น

เป็นความเท็จเป็นนิยายสมมุติด้วยกันทั้งสิ้น

เหมือนท่านดูหนังดูละครที่ตัวตนและชื่อคน

ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นแต่งขึ้นมาทั้งสิ้น

ไม่ใช่เรื่องจริงแต่ถูกอิงไว้กับชื่อจริงของคน

นอกนั้นจะเป็นเรื่องที่นักประพันธ์เขาแต่งขึ้น

ให้เป็นเรื่องประโลมโลกแบบหนึ่งเท่านั้นเอง

จงอย่าไปอินกับมันมาก...ระวังถูกหลอก!


เอเมน สาธุ


#พระบุตรเอก

22/07/2569


#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล 

#พระเจ้า #แชร์ได้



สวัสดีกันวันพระ 22/07/2026


สวัสดีกันวันพระ


สวัสดีกันวันพุธ​ 22/07/2026


สวัสดีกันวันพุธ

Good Morning Wednesday


จิตวิญญาณผีโสโครก

เป็นชาตานที่พระพุทธเจ้าเรียกว่ามาร

ผู้หลอกมนุษย์ให้หลงทางนิพพาน

เพื่อใช้งานเป็นกรรมกรแสง

ที่ผลิตพลังจิตด้านบวกให้ตนดักดูด


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

มนุษย์เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งพลียะเดี้ยน


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ว่า

ดาวเคราะห์โลกดวงที่มนุษย์ดำรงอยู่นี้

เป็นดาวหนึ่งใน 9 ดวงของ 1 ใน 2 ระบบสุริยะ

ซึ่งดำรงอยู่บนกาแล็กซี่ชื่อ Milky Way 

ที่เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของ #เอกภพ


หากจะกล่าวง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพแล้ว

เอกภพก็เปรียบดั่ง “ถุงไข่” ของ “แม่แมงมุม”

ที่ถูกจัดวางอยู่บนโครงข่ายของใยแมงมุมนั้น

โดยแม่แมงมุมใช้น้ำลาย “ถักทอ” มันขึ้นมา

เพื่อสร้างอาณาจักรในการดำรงอยู่ของตน

ร่วมกับครอบครัวที่ตนวางไข่ไว้ได้เติบโตกัน

อย่างปลอดภัยด้วยความรักและห่วงใย


ถุงไข่ของแมงมุมที่ว่านี้

เราหมายถึงสิ่งที่พวกท่านเรียกว่า “เอกภพ”

เอกภพจะมีกาแล็กซีอยู่ 12,500 ล้านระบบ

โดยกาแล็กซี่ใกล้จุดศูนย์กลางของเอกภพ

จำนวน 6 ระบบจะมีสุริยะจักรวาลอยู่ 7 ระบบ

เพราะกาแล็กซีธารสายน้ำนม Milky Way

เป็นกาแล็กซีที่ใหญ่ที่สุดซึ่งใหญ่กว่าระบบอื่น

จึงเป็นกาแล็กซีเดียวที่มีอยู่ถึง 2 ระบบสุริยะ


ที่สำคัญคือระบบสุริยะจักรวาลทั้ง 7 ระบบนั้น

จะมีสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่แค่เพียง 6 ระบบเท่านั้น

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือระบบที่มีโลกดำรงอยู่นี่แหละ

ส่วนสิ่งมีชีวิตในอีก 5 ระบบสุริยะจักรวาลนั้น

ท่านจะเรียกรวมๆว่า “มนุษย์ต่างดาว” ไม่ได้


เพราะบางเผ่าดาวมีรูปลักษณ์คล้ายสัตว์โลก

บางเผ่าดาวยังเป็นแค่รูปธรรมคล้ายกับมนุษย์

เผ่าดาวที่มีรูปธรรมลักษณะมนุษย์แท้จริงนั้น

จะมีอยู่น้อยมากคือมีแค่เพียงเผ่าเดียวเท่านั้น

โดยปัจจุบันพวกเขายังทำหน้าที่อยู่ในเอกภพ

ซึ่งเป็น #โลกคู่ขนาน กันกับ “โลกมนุษย์”

ในระบบสุริยะฝั่งตรงข้ามที่อยู่บนกาแล็กซี่นี้


ดังนั้น

เอกภพที่พระเจ้าทรงกำหนดสร้างขึ้น

จึงเป็นเหมือนดั่ง “ถุงไข่” ที่แม่แมงมุม

ทำการถักทอห่อหุ้มสิ่งที่ตนสร้างขึ้นไว้ข้างใน

แล้วจัดวางเอาไว้บน “โครงข่ายใยแมงมุม”


โดยโครงข่ายใยแมงมุมที่ว่านั้น

จะมีแม่แมงมุมที่เป็นเจ้าของโครงข่ายนั้น

ดำรงตนเองอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของระบบ

ในฐานะที่เป็นเจ้าของโครงข่ายนั้น


แม่แมงมุมเป็นหนึ่งเดียวกับโครงข่ายของตน

โดยจะรับรู้แรงสั่นสะเทือนของใยที่เกิดขึ้นได้

เมื่อใดที่มีสิ่งใดมากระทบกับใยของตนเข้า

แม่แมงมุมจะรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้เมื่อนั้น

ทั้งแม่แมงมุมกับใยโยงของโครงข่ายที่ว่านี้

จึงเสมือนว่าเป็นหนึ่งเดียวกันนั่นเอง


พระเจ้าหรือพระบิดาแห่งจิตวิญญาณมนุษย์

ซึ่งทรงเป็นพระผู้สร้างทุกสรรพสิ่งไว้ในเอกภพ

จึงไม่ต่างจากแม่แมงมุมที่เป็นหนึ่งเดียวกับใย

ผู้สร้างถุงไข่คือเอกภพขึ้นมาดังกล่าวแล้ว


เราจึงขอกล่าวให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า

ทุกลมหายใจเข้าออกของพวกท่านนั้น

เป็นการดำรงอยู่ในถุงไข่ขนาดใหญ่คือเอกภพ

โดยที่เอกภพคือห้องทดลองของ “พระเจ้า”

ซึ่งจิตวิญญาณพวกท่านอาสาเข้ามาทำหน้าที่

ใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกเอาไว้ให้ได้

เพื่อให้โลกที่สมดุลค้ำจุนเอกภพเอาไว้ให้ได้


การจะทำให้โลกและเอกภพสมดุลอยู่ได้นั้น

ท่านจักต้องใช้ความรักบริสุทธิ์ทำให้โลกหมุน

เมื่อโลกหมุนได้แล้วเอกภพก็จะสมดุลตามด้วย

นี่คือปรากฏการณ์ #ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร

ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้โดยแท้


เราจะกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า

ในเอกภพแห่งนี้ยังมีสิ่งที่มีชีวิตอยู่อีกมากมาย

มิได้มีแค่สัตว์โลกกับมนุษย์โลกเท่านั้นหรอก

สิ่งมีชีวิตบนดาวอื่นกาแล็กซีอื่นก็มีเหมือนกัน

แต่พวกเขานั้นถูกสร้างขึ้นมาก่อนมนุษย์โลก

เพราะพระเจ้าสร้างพวกเขาขึ้นมาในเอกภพ

เพื่อทดลองสร้างสิ่งมีชีวิตพิเศษที่เหมาะสมขึ้น 

ก่อนจะจัดส่งเข้ามาทำหน้าที่ประจำอยู่บนโลก


ในที่สุดพระองค์ทรงค้นพบว่า

รูปธรรมที่มีชีวิตลักษณะมนุษย์ที่แท้จริง

ที่ทรงทดลองสร้างขึ้นบนดาวลูกไก่ Pleiades

เหมาะสมที่จะเข้ามาทำหน้าที่อยู่ประจำโลกนี้

กับประจำอยู่ที่โลกคู่ขนานอีกระบบสุริยะหนึ่ง

ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแต่อยู่บนกาแล็กซีเดียวกันนี้


พระเจ้าจึงทรงส่งเมล็ดพันธุ์จากดาวลูกไก่

ที่เรียกว่า Star Seeds of Pleiades

หรือจะเรียกว่า “เมล็ดพันธุ์แห่งพลียะเดี้ยน”

เดินทางข้ามฟ้าข้ามดาวมายังดาวโลกดวงนี้

โดยเดินทางมาจากดาวลูกไก่นั่นแหละ


ดังนั้น

มนุษย์โลกทุกคนที่มีจิตวิญญาณเป็นแก่นแท้ 

จึงเป็นพวก Star Seeds ผู้มาจากต่างดาว

แค่เพียงเผ่าเดียวเท่านั้นไม่มีเผ่าดาวอื่นเลย

เพราะบรรพบุรุษของมนุษย์ผู้เป็นต้นพันธุ์นั้น

จะมีสมองสองซีกและมีจิตหยาบเมื่อมาเกิด

ขณะที่ต่างดาวเผ่าอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับมนุษย์

มีสมองก้อนเดียวและไม่มีจิตหยาบให้ใช้งาน

มีแต่จิตวิญญาณกับสัญชาตญาณของสมอง

ในการขับเคลื่อนกายสังขารกันเท่านั้น


พวกท่านเป็นมนุษย์ที่สูงส่ง

จงจำเอาไว้ว่าพวกท่านเป็นเมล็ดพันธุ์สำคัญ

ของอดีตมนุษย์ต่างดาวชาวพลียะเดี้ยนส์

ทุกวันนี้พวกเขาจะเข้าออกระบบโลก

เพื่อคอยช่วยเหลือและพิทักษ์มนุษย์เท่านั้น

แต่จะไม่แสดงตนหรือเข้ามาวุ่นวายให้สับสน

เพื่อให้มนุษย์ทุกคนพึ่งพาตนเองให้ได้


จงระวังผีโสโครกซึ่งเป็นจิตวิญญาณซาตาน

จะใช้กลอุบายในจริงมีเท็จในเท็จมีจริง

มาปั่นหัวพวกท่านเหมือนการปั่นจิ้งหรีดในขวด

เพื่อทำให้พวกท่านเวียนหัวมึนงงกัดกันเอง

เพราะเกิดการแตกแยกเนื่องจากโง่ง่ายกับไม่รู้


จงจำไว้ว่าเมื่อสิ้นยุคพลังงานเก่านี้แล้ว

บทเรียนกับบททดสอบเรื่องมนุษย์กับต่างดาว

จะเป็นเรื่องสำคัญของท่านในยุคพลังงานใหม่

มันยังไม่ใช่สาระสำคัญอะไรในยุคปัจจุบันนี้

ในยุคอดีตนั้นมนุษย์ถูกหลอกเรื่องสวรรค์มายา

จนพาให้หลงทางนิพพานกันมาแล้วถึงบัดนี้


พอมาปลายยุคพลังงานเก่า

คนรุ่นใหม่จะถูกโน้มน้าวให้ฝักใฝ่เรื่องเอเลี่ยน

โดยเอาชื่อเผ่าดาวจริงบ้างไม่จริงบ้างมากล่าว

เข้าตำรา “ในจริงมีเท็จ ในเท็จมีจริง” นั่นแหละ

จากภาพสวรรค์มายาที่มีให้เห็นอยู่ทุกวัด

กับภาพจานบินบ้างต่างดาวข่าวสารบ้าง

ให้รู้เห็นกันเกร่อตามโซเชียลอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน


คำว่า “ทุกเมื่อเชื่อวัน” นี้มีนัยสำคัญ

เพราะการได้เห็นภาพได้อ่านได้ฟังทุกวันนั้น

มันคืออุบายทางจิตวิทยาในการทำซ้ำย้ำซ้ำ

ซึ่งเป็นการตอกย้ำเหมือนตอกตะปูฝังเข้าไป

จนทำให้จิตเชื่อว่าสิ่งที่เป็นเท็จนั้นคือ “จริง”


ท่านที่รัก...มันคือวิชามารนั่นเอง


#ปัญญาวิสุทธิ์

21/07/2569


#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #พระเจ้า

#คนสองมิติ #อนุตรธรรม #จิตสามนึก

#กำเนิดพระเจ้า #จิตวิญญาณ



สวัสดีกันวันอังคาร​ 21/07/2026


สวัสดีกันวันอังคาร

Good Morning Tuesday


ระวังพวกซาตาน

กำลังเร่งทำการล้างสมองมนุษย์

ให้หลงคล้อยตามความเท็จ

จนยอมเป็นกรรมกรแสงของมัน

เพราะท่านจำพระบิดาไม่ได้


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

ข่าวสารภัยพิบัติ​ : แผ่นดินไหว​ Scarborough

 รายงานแผ่นดินไหว




พระเจ้ามีจริงมองเห็นได้ด้วยปัญญา


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


มนุษย์โลกมีบางสิ่งที่อยู่ใกล้ชิดติดตา

ตัวอย่างเช่น ขนตา ขนคิ้ว และดั้งจมูก

แต่ตัวเองกลับมองเห็นมันไม่ได้

ทั้ง ๆที่ตนเองก็มีสิ่งนั้นอยู่จริงไม่ใช่ว่าไม่มี


ท่านเคยถามตนเองกันบ้างหรือไม่ว่า

ทุกวันนี้ที่ท่านเชื่อว่าตนเองนั้นมีขนตาอยู่

ทุกวันนี้ที่ท่านเชื่อว่าตนเองนั้นก็มีขนคิ้วอยู่

ทุกวันนี้ที่ท่านเชื่อว่าตนเองนั้นก็มีดั้งจมูกอยู่

ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าตัวท่านมีมันอยู่จริง


วิธีสร้างความมั่นใจให้ตนเองของท่าน

ในเรื่องที่เรายกมากล่าวอ้างเป็นตัวอย่างนี้

นั่นคือการที่ท่านใช้วิธีมองผ่าน “กระจกเงา”

โดยให้กระจกเงาช่วยสะท้อนภาพจริงให้

ซึ่งกระจกเงาที่ว่านี้มีอยู่รายรอบตัวท่าน

ไม่ต้องลำบากมิพักดิ้นรนในการแสวงหาเลย

ก็คนรอบข้างหรือคนใกล้ตัวของท่านไงล่ะ


แค่ท่านฉลาดสังเกตหรือฉลาดมองใบหน้า

ท่านก็สามารถที่จะเห็นขนตา ขนคิ้ว ดั้งจมูก

ของประดาเพื่อนมนุษย์รายรอบตัวท่านได้ว่า

ทุกคนต่างล้วนมีมันอยู่ด้วยกันทั้งนั้น


เมื่อสังเกตได้ว่าคนรอบข้างทุกคนล้วนมี

ก่อนที่ท่านจะปักใจเชื่อว่าตัวเองก็มีเช่นกัน

ท่านก็พิสูจน์สัมผัสมันด้วยนิ้วด้วยมือของตน

โดยลูบคลำจับสัมผัสมันได้ตามใจปรารถนา

ซึ่งเป็นวิธีการมองผ่านกระจกเงานั่นเอง


ในเรื่องพระบิดาแห่งจิตวิญญาณของท่าน

ซึ่งทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงกำหนดสร้างทุกสิ่ง

หลายคนยังกังขาสงสัยโดยไม่มั่นใจกันว่า

พระองค์ทรงมีอยู่จริงหรือเป็นแค่ “สิ่งสมมุติ”


พระองค์ทรงเป็นรูปธรรมหนึ่ง

ซึ่งทรงประทับอยู่ใกล้ชิดพวกท่านมาก

ใกล้เสียจนพวกท่านมองเห็นพระองค์ไม่ได้


เราจึงขอบอกพวกท่านว่า

การที่ท่านจะสัมผัสรู้ดูเห็นพระเจ้านั้น

ท่านจะต้องอาศัยการมองผ่าน “กระจกเงา” 

เหมือนมองหาขนตาขนคิ้วดั้งจมูกนั่นแหละ

แต่กลไกที่ท่านจะใช้ในการมองหาพระองค์

ท่านจะใช้กลไกอายตนะภายนอกทั้งห้า

คือตาหูจมูกลิ้นและกายสัมผัสนั้นไม่ได้


เพราะพระองค์ทรงเป็นรูปธรรมทางพลังงาน

โดยกลไกอายตนะทั้งห้านั้นมันมีขีดจำกัด

ไม่สามารถสัมผัสรู้ดูเห็นพลังงานได้นั่นเอง


เมื่อท่านสัมผัสรู้ดูเห็นพระองค์โดยตรงไม่ได้

มีเพียงหนทางเดียวก็คือ “ต้องมองผ่านเงา” 

โดยให้บางสิ่งเป็นกระจกส่องเงาพระองค์ให้


การมองหาพระเจ้าผ่านเงามายาของพระองค์

ท่านต้องใช้ “ปัญญา” ของสมองทั้งสองซีก

ที่ตัวท่านมีอยู่และสามารถเข้าถึงอำนาจมันได้

ท่านจึงจะมองเห็นหรือเข้าถึงพระเจ้ากันได้

ถ้าท่านใช้จิตปัญญาไม่เป็นและไม่ช่างสังเกต

ท่านก็จะเป็นคนหนึ่งซึ่งอับเฉาเบาปัญญา  

ที่จะหันหน้ามาปฏิเสธพระเจ้ากับพวกเขาด้วย


เราขอยืนยันต่อท่านทั้งหลายว่า

พระเจ้าหรือพระผู้สร้างทุกสรรพสิ่งนั้น

เป็นรูปธรรมทางพลังงานที่มี 12 เหลี่ยมมุม

ทรงเป็นจุดศูนย์กลางของสนามพลังงานสากล

ที่เป็นจุดศูนย์รวมของประดาตัวตนแก่นแท้

ของอนุภาคของความว่างทั้งหมดในจักรวาล

ที่เหวี่ยงหมุนรอบจุดศูนย์กลางอย่างต่อเนื่อง

จนตัวตนแก่นแท้ของความว่างมากองรวมกัน

ซึ่งพร้อมให้กำเนิดคลื่นความถี่ทางพลังงาน

รวมทั้งกำหนดคุณสมบัติของคลื่นนั้นๆได้ด้วย


พระเจ้าจึงทรงเป็น “ผู้เริ่มต้น”

หรือทรงเป็น “ผู้ให้กำเนิด” ทุกสรรพสิ่ง

โดยทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงกำหนดสร้าง

แก่นแท้ของสิ่งนั้นจะเป็น “พลังงาน” เสมอ

เพราะทรงเป็นศูนย์รวมของแก่นแท้

ซึ่งเป็นตัวตนแก่นแท้ของความว่าง

อันเป็นสารตั้งต้นของแก่นแท้ของทุกสิ่ง

ที่ทรงเป็นผู้จะกำหนดสร้างขึ้นมานั่นแหละ


ถ้าท่านจะเข้าใจสาระที่เรากล่าวมาได้

ท่านจะต้องฝึกใช้สมองซีกขวาให้เป็นก่อน

แล้วนึกคิดให้เห็นเป็นภาพไปตามที่เรากล่าว

ท่านจักต้อง #คิดตาม อย่าได้ #คิดต้าน

ขณะคิดตามท่านต้องทำจิตให้ว่างจากทุกสิ่ง

โดยเฉพาะท่านจะต้องไม่ยึดติดความเชื่อเดิม

ทั้งไม่ต้องบังคับใจให้ท่านหันมาเชื่อตามเรา

ขอให้ใช้ปัญญาคิดตาม “ความรู้ใหม่นี้” ก็พอ


เราขอยืนยันว่า “พระเจ้า” มีพระองค์เดียว

พระองค์ไม่เคยเกิดเป็นสิ่งที่พระองค์สร้าง

พระองค์จึงไม่ใช่มนุษย์หรือสัตว์จากต่างดาว

เพราะว่ามนุษย์หรือสัตว์จากต่างดาวทั้งหลาย

พระองค์ล้วนทรงเป็นพระผู้สร้างขึ้นมาทั้งสิ้น

จงอย่าหลงเชื่อตามคำแอบอ้างเด็ดขาด


ถ้าท่านอยากรู้ความจริงว่า

#พระเจ้าเป็นใคร 

#พระองค์ทรงอุบัติขึ้นด้วยตนเองอย่างไร

#ท่านกับจักรวาลเกี่ยวข้องกับพระเจ้าอย่างไร

ก็ให้ค้นหาความรู้ใหม่เหล่านี้อ่านได้จากเฟสบุ๊ค

หรือยูทูปกับติ๊กต็อกกันได้ตามแต่ท่านสะดวก

เพราะเราเคยสื่อพระโอวาทลงมาจากพระเจ้า

นำมากล่าวต่อชาวโลกเอาไว้เรียบร้อยแล้ว


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

20/07/2569


#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #พระเจ้า

#คนสองมิติ #อนุตรธรรม #จิตสามนึก

#กำเนิดพระเจ้า #จิตวิญญาณ