19 เมษายน 2567

คัมภีร์อนุตรธรรมภาคจิตจักรวาล 19/04/2024

 #คัมภีร์อนุตรธรรมภาคจิตจักรวาล

 

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

 

ถ้าจิตสำนึก (มิใช่สามนึก) ของโลกตกต่ำ

นอกจากระบบโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลก

รวมทั้งพลังอำนาจแม่เหล็กโลก

จะเสียสมดุลจนก่อปัญหาตามที่เรากล่าวมาแล้ว

มันจะยังผลให้ “สนามแม่เหล็ก” ในบรรยากาศโลก

เกิดอาการวิปริตแปรปรวนระดับที่รุนแรงด้วย

 

คุณจะสังเกตท้องฟ้าเหนือเมืองใหญ่ได้เลยว่า

แทบทุกเมืองหรือทุกย่านชุมชนเหนือพิกัดนั้น

มันจะมีเมฆสีคล้ำหรือสีเทาหรือสีดำปกคลุมอยู่เสมอ

แต่ถ้าเป็นบริเวณท้องฟ้าเหนือป่าเขาแล้ว

เมฆบนฟ้าจะลอยสูงๆและเป็นเมฆสีค่อนข้างขาว

จนสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

 

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่า

ผู้คนที่ดำรงอยู่ในชุมชนบริเวณนั้นหรือในย่านนั้น

ใช้กิเลสตัณหาอารมณ์ขยะที่เป็นกองกิเลสมาร

สั่นสะเทือนจิตสามนึกที่ไร้สำนึกคือหมุนกรรมจักรกัน

จนขันธ์ห้าในเครื่องยนต์แห่งกรรมทำการผลิตสร้าง

พลังงานจิตที่เป็นขยะสกปรกเหวี่ยงออกมาภายนอก

ซึ่งเป็นพลังงานในแบบที่โลกไม่ต้องการ

เพราะเป็นพลังงานที่ไม่สะอาดบริสุทธิ์นั่นแหละ

 

พวกคุณจะต้องรู้ว่า

พลังงานที่ไม่สะอาดมี 4 ชนิดด้วยกัน คือ

 

1.พลังงานจิตที่เกิดจากกองกิเลสที่มิได้ตั้งใจ

2.พลังงานจิตที่เกิดจากการทำบุญแต่แฝงกิเลสไว้

3.พลังงานจิตจากการอุทิศหรือร้องขอสิ่งตอบแทน

เมื่อมีการทำบุญสุนทานสร้างกุศลในทุกครั้งที่ทำ

4.พลังงานจิตที่เป็นผลกรรมจากการก้าวล่วงผู้อื่น

พลังงานที่พวกคุณผลิตสร้างกันขึ้นมา 4 ชนิดนี้

มันจะอยู่ในรูปของคลื่นพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็ก

ซึ่งอาจเรียกว่าเป็น #พลังงานกรรม ก็ได้

 

สาเหตุที่ “พลังงานกรรม” เป็น #พลังงานไม่สะอาด

จนโลกและทุกสิ่งในระบบนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้

ก็เพราะว่าพลังงานที่จิตหยาบหรือจิตมนุษย์ผลิตนั้น

เป็นพลังงานที่มีรหัสของผู้ที่เป็นเจ้าของมันกำกับอยู่

 

ตัวอย่างเช่น

#ทำบุญสุนทานแล้วขอสิ่งแลกเปลี่ยนตอบแทน

#ทำบุญสุนทานแล้วจดจำจำนวนมากน้อยนั้นไว้

#ทำบุญสุนทานเพราะถูกจูงใจหรือถูกสั่งให้ทำ

#ทำบุญสุนทานแล้วอุทิศให้กันและกันแบบเจาะจง

#ทำบุญสุนทานแล้วจงใจหว่านทิ้งไปให้ใครก็ได้

คำว่าใครก็ได้คือเจาะจงว่าผลบุญนั้นมีเจ้าของแล้ว

 

ดังนั้น

การกระทำแบบที่ว่านี้แหละ

พลังงานดีๆที่พวกคุณผลิตมาทั้ง 5 แบบดังกล่าวนี้

มันจึงเป็น “พลังงานขยะ” ในแบบที่โลกไม่ต้องการ

เพราะนอกจากเจ้าของมันแล้วคนอื่นเอาไปใช้ไม่ได้

ไม่ต่างจากกรณีที่คุณทำบุญอุทิศให้แก่คนที่ตายแล้ว

กุศลผลบุญในมิติทางพลังงานนั้นมันจะไปกองรออยู่

ซึ่งอาจจะกองอยู่ที่แดนนรกถ้าผู้รับกำลังอยู่ในนรก

ยังไม่ว่างหรือไม่มีอิสระที่จะรับเอากุศลผลบุญนั้นได้

จิตวิญญาณรูปธรรมอื่นไม่มีสิทธิ์รับเอาหรือรับแทนได้

 

แต่ถ้าคุณระบุว่า

ขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนั้นให้แก่เจ้ากรรมนายเวร

ขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนั้นให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย

ขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนั้นให้แก่พ่อแม่ครูอาจารย์

ขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนั้นให้แก่ผู้มีพระคุณทั้งปวง

โดยผู้ที่คุณอุทิศให้เหล่านั้นถ้าเขายังมีชีวิตอยู่บนโลก

พวกเขาจะรับได้ก็ต้องรอให้เขาตายเสียก่อน

พลังงานด้านดีหรือด้านบวกที่พวกคุณผลิตกันขึ้นมานั้น

มันจะลอยเป็นขยะอยู่ในบรรยากาศของโลกนี่แหละ

เพื่อรอคอยเจ้าของมันมาจัดการชำระหรือรับเอาไป

เมื่อพลังงานขยะที่เป็นผลกรรมซึ่งมีมวลขนาดใหญ่นี้

รวมตัวกันกับความชื้นอยู่บนโครงข่ายแม่เหล็กโลก

ภาพมายาที่คุณเห็นจะเป็น “ก้อนเมฆ” สีต่างๆกันไป

 

เมฆที่ดีที่เปี่ยมล้นด้วยความรักจะมีสีทองอร่าม

เมฆที่ดีที่เกิดจากรักเพื่อเอาจะมีสีเทาและขาวขุ่น

เมฆที่ไม่ดีที่เกิดจากอารมณ์ขยะของคุณมันจะมีสีดำ

 

เมฆที่ดีๆจะลอยอยู่ในระดับสูง

เมฆที่ไม่ดีจะลอยอยู่ในระดับต่ำ

 

ถ้าปล่อยให้มันลอยค้างอยู่บนฟ้า

นานวันเข้าคุณลองคิดดูกันเอาเองก็ได้ว่า

อย่าดึงฟ้าต่ำตามที่โบราณว่าไว้หมายความว่าอะไร

เพราะเหตุนี้เองพระบิดาจึงกำหนดให้มันจับกลุ่มกัน

โดยมีไอน้ำหรือความชื้นในอากาศเป็นตัวช่วย

เมื่อสะสมกันอย่างหนาแน่นจนเป็นมวลที่หนักมาก

ก็จะทำการควบแน่นแล้วตกลงมาพร้อมกับน้ำฝน

เพื่อนำเอาขยะประจุลบทั้งหมดไปเก็บไว้ในแกนโลก

 

แต่เนื่องจากพลังงานเหล่านี้

มีประจุไฟฟ้าลบเป็นคุณสมบัติอยู่มากกว่าบวก

ก่อนที่จะตกลงมาพร้อมกับสายฝนนั้น

คุณจะเห็นพายุแม่เหล็กเกิดขึ้นในก้อนเมฆเสมอ

เพราะประจุลบจะแย่งกันวิ่งเข้าหาประจุบวก

จนเกิดสายฟ้าแลบแปลบปลาบๆอยู่ในก้อนเมฆ

บางครั้งก็มีเสียงฟ้าคำรามฮึ่มฮ่ำๆสลับกันไปด้วย

 

เพื่อเตือนสติพวกคุณให้ลดผลิตพลังงานสกปรก

ช่างเท็คนิกผู้คอยดูแลทำความสะอาดฟ้าพระบิดา

จึงนำเอามวลเมฆสกปรกมาสร้างเป็นมายาแปลกๆ

ให้เห็นเป็นเมฆรูปท่อที่ยาวจนข้ามขอบฟ้าบ้าง

ให้เห็นเป็นเมฆมายารูปใบหน้าคนก็มีหน้ายักษ์ก็มี

บางทีเป็นรูปนกฟีนิกซ์บางที่ก็เป็นรูปของพระคริสต์

เพื่อให้พวกคุณแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้ากันบ้าง

โดยใช้มวลเมฆสกปรกสร้างภาพมายาจูงใจให้มอง

ซึ่งต้องการให้เห็นแล้วฉุกคิดว่าฟ้าสกปรกมากแล้ว

เลิกก่อกรรมทำชั่วเลิกมั่วกรรมจักรกันได้แล้ว

 

พวกคุณจะต้องรู้ด้วยว่า

เมื่อใดก็ตามที่โลกเสียสมดุลเพราะขาดพลังงานจิต

ที่มนุษย์ผลิตให้กับโลกได้ไม่พอเพียงกับที่ต้องการ

มันจะมีปรากฏการณ์ #แผ่นดินไหว เกิดขึ้นถี่ๆบ่อยๆ

ถ้าเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงไม่เกินระดับสาม

นั่นคือมายาที่ชี้วัดว่าแผ่นเปลือกโลกทรุดตัวชั่วขณะ

เนื่องจากการระเบิดของแกนแม่เหล็กโลกลดน้อยลง

/ทำให้แรงดันเพื่อยกแผ่นเปลือกโลกไว้เสียสมดุลไป

จึงเกิดอาการแผ่นดินไหวที่ไม่รุนแรงขึ้นเสมอ

 

กรณีที่พวกคุณชาวโลกยังเหลวไหลกันอยู่อีก

คือไม่สามารถใช้ความรักค้ำจุนสมดุลโลกได้อีกแล้ว

พระสุริยะเทพก็จะส่งคลื่นพลังงานมาจากดวงอาทิตย์

ด้วยการระเบิดที่พื้นผิวจนเกิดเป็นจุดดำ (ไม่ใช่จุดดับ)

แล้วส่งคลื่นพลังงานความรักเข้ามากระทำต่อแกนโลก

เพื่อช่วยเติมเต็มพลังงานในส่วนที่มนุษย์ขาดพร่อง

โลกก็จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับสี่ขึ้นไปทุกครั้ง

เพราะไหวทีไรจะทำให้โลกมีแรงเหวี่ยงหมุนมากขึ้น

แรงเหวี่ยงหมุนที่เพิ่มขึ้นนั้นเกิดจากการฉุดกระชาก

จากการบิดตัวของธาตออกซิเจนที่แกนโลกนั่นเอง

 

ช่างเท็คนิกผู้เชี่ยวชาญด้านอำนาจแม่เหล็กโลก

ที่คอยกำกับดูแลปฏิบัติการในแกนโลกดังกล่าวนี้

เป็นรูปธรรมที่เดินทางมาจากกลุ่มดาวแซจิตตาริอุส

พวกเขาคือชาว #แซจิตตาเรี่ยน นั่นเอง

 

กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

#ปัญญาวิสุทธิ์

19/04/2567