17 เมษายน 2569

ท่านรู้วิธีหมุนธรรมจักรกันหรือยัง?



 

พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


เพราะจิตวิญญาณผู้ขันอาสาเข้ามาเกิดนั้น

ต้องทำหน้าที่ “คนทั้งสองมิติ” ให้เข้ากันให้ได้

ถ้าคนให้เข้ากันไม่สำเร็จจะเรียกว่ามนุษย์ไม่ได้

พวกท่านจึงเป็น คนสองมิติ ก็ด้วยเหตุนี้ 


คำว่า “คนสองมิติ” ในที่นี้เราหมายถึง

เมื่อจิตวิญญาณของท่านเข้ามาเกิดในเอกภพ

เพื่อเข้าประจำการอยู่ภายในระบบโลกนี้นั้น

ก็จะแบ่งภาคตนเองออกมาเป็นกลุ่มพลังงาน

ที่เราเรียกว่า “จิตหยาบ” ให้ทำหน้าที่แทน

ขณะมีภพชาติเป็นคนสองมิติหรือมีชีวิตอยู่

จิตวิญญาณจะทำหน้าที่เป็นแก่นแท้ผู้มาเกิด

รอจิตหยาบสั่นสะเทือนให้เข้าถึงตนเองให้ได้


แรงสั่นสะเทือนของจิตหยาบ

ที่เป็นด้านบวก คือ การรักเพื่อให้ เท่านั้น

จึงจะสามารถสั่นสะเทือนจนเข้าถึงแก่นแท้ได้

พระพุทธเจ้าเรียกสิ่งนี้ว่า การหมุนธรรมจักร 


เมื่อใดที่จิตหยาบหรือจิตสามนึกของท่าน

สั่นสะเทือนจนเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณได้

ไม่ว่าจะเข้าถึงได้แค่ชั่วคราวหรือเข้าถึงได้ถาวร

ประตูมิติของเซฟเฮ้าส์ที่คุ้มครองแก่นแท้นั้นอยู่

คือต่อมไร้ท่อ พิทูอิทารี ก็จะถูกเปิดแง้มออก

เพื่อปลดปล่อยพลังงานความรักจากพระเจ้า

ที่จิตวิญญาณเป็นผู้แบกขนมาจากแดนสุญตา

เพื่อมอบให้แก่โลกและทุกสรรพสิ่งได้


พระเจ้าทรงออกแบบให้จิตวิญญาณของท่าน

ประชุมวางแผนร่วมกันก่อนมาเกิดในชาติแรก

โดยให้ตกลงใจกันสวมบทบาทเป็นครอบครัว

พร้อมกับวางแผนเขียนบททดสอบจิตสามนึก

เป็นเงื่อนไขกระตุ้นจิตสามนึกของกันและกัน

เพื่อให้มีการสั่นสะเทือนด้านบวกต่อกันให้จงได้

นั่นคือจะต้องรักให้ได้แม้ว่าเขาจะทำตัวไม่น่ารัก

อภัยให้ได้แม้ว่าเขาจะทำตัวไม่น่าให้อภัยก็ตาม

รักแบบนี้และอภัยแบบนี้คือ รักเพื่อให้ แท้จริง


รักเพื่อให้ที่แท้และบริสุทธิ์นั้นยังหมายถึง

การทำความดีงามโดยไม่ทำเพราะหิวแสง

การก่อกรรมดีโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

การทำบุญสุนทานโดยไม่ยึดติดในกุศลผลบุญ


เมื่อให้ไปแล้วก็คือให้ขาดไปเลย 

เมื่อทำไปแล้วก็คือจะทำไปเลย

จะไม่ย้ำคิดย้ำจำในกรรมดีที่ทำนั้นอีกเลย


การสอบผ่านบททดสอบจิตสามนึกด้านบวก

ซึ่งเป็นบททดสอบที่จิตวิญญาณถือมาฝาก

ให้จิตหยาบหรือจิตสามนึกของตนได้ใช้งานนั้น

เป็นบททดสอบที่พวกท่านวางแผนร่วมกันมา

เป้าหมายคือ สั่นสะเทือนเป็นความรัก ให้ได้

โดยพ่อแม่ลูกภายในครอบครัวเดียวกันนั้น

จะต้องสอบผ่านไปให้สำเร็จให้จงได้ในทุกกรณี


ผลของการสอบผ่านบททดสอบก็คือ

จิตหยาบของพวกท่านจะยกระดับสู่มิติที่สูงขึ้น

จนสามารถเข้าถึง 6 เหลี่ยมมุมหรือ 6D ได้

ทั้งยังสามารถใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลกได้ด้วย

ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ต้องทำในมิติทางพลังงาน

อันเป็นมิติของจิตวิญญาณด้านของแก่นแท้


ขณะที่จิตหยาบของท่านเอง

เมื่อต้องใช้ปัญญาของสมองสองซีก

ในการคิดพิจารณาหาเหตุผลที่จะรักหรือจะให้

แก่ลูกผัวตัวเมียญาติพี่น้องของตนเองอยู่นั้น

ยังจะสามารถยกระดับจิตตปัญญาให้สูงขึ้นด้วย

หากท่านสอบผ่านบททดสอบจิตสามนึก

เมื่อแต่ละคนแต่ละฝ่ายยื่นให้แก่กันและกัน


ดังนั้น

การทะเลาะเบาะแว้งกัน

การทุบตีทำร้ายร่างกายและจิตใจกัน

การต่อสู้กันการตอบโต้กันหรือการต่อต้านกัน

จนแม้กระทั่งการหย่าร้างกันโดยจบไม่สวย

พฤติกรรมทั้งหลายเหล่านี้จึงไม่สมควรเกิดขึ้น

เพราะจิตหยาบของพวกท่านในครอบครัวนั้น

กำลังทำผิดบาปต่อจิตวิญญาณของกันและกัน

จนสร้างชะตากรรมทับซ้อนชะตาชีวิตขึ้นมาอีก

ทำให้การเกิดใหม่ของพวกท่านยิ่งซับซ้อนขึ้น


ท่านทั้งหลายจึงต้องแคร์ครอบครัวผัวเมีย

ต้องใส่ใจในการเป็นพ่อแม่ลูกของพวกท่านไว้

ต้องใส่ใจในความสัมพันธ์ตามบทละครเดิมแท้

ตามที่พวกท่านต่างได้ขีดเขียนบทร่วมกันมา

ไม่ว่าจะเป็นชะตาชีวิตที่จิตวิญญาณเขียนไว้ให้

ตั้งแต่ชาติแรกก่อนจะได้เข้ามาเกิดเป็นมนุษย์

หรือว่าจะเป็นบทละครกรรมในทุกภพชาติอดีต

ที่จิตหยาบเป็นผู้เขียนขึ้นมาในนามชะตากรรม

พวกท่านต้องสานต่อเพื่อจบให้สวยงามให้ได้ 


ภารกิจการหมุนธรรมจักรร่วมกัน

กับการสอบผ่านบททดสอบจิตสามนึกนั้น

จะต้องอาศัยเครื่องยนต์แห่งกรรมเป็นเครื่องมือ


นอกจากท่านจะรู้เรื่องการปฏิบัติธรรม

ด้วยการถือศีล กินเจ สวดมนต์ ขอพร อธิษฐาน

ทำบุญสุนทาน แผ่เมตตา นั่งกรรมฐานสมาธิ

กับคิดตายเพื่อไปเกิดเป็นเทพเทวดาบนสวรรค์

ท่านรู้วิธีหมุนธรรมจักรบ้างหรือยังล่ะ?


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

ปัญญาวิสุทธิ์

17/04/2569