16 เมษายน 2569

จงอย่าหาทำความเหลวไหลแบบนี้อีก

 



 

พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


มนุษย์โลกทุกคนไม่ว่าชาติใดศาสนาใดก็ตาม

แต่ละคนจะประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน คือ


1.จิตหยาบ

จิตหยาบเป็นกลุ่มพลังงานที่ยังไม่สมดุล

ซึ่งรวมตัวกันทำหน้าที่ขับเคลื่อนพฤติกรรม

ในสองมิติของมนุษย์แต่ละคนตลอดเวลา

ในยามที่ตัวท่านตื่นอยู่รู้ตัวอยู่


โดยจิตหยาบในมนุษย์แต่ละคนนั้น

จะเป็นกลุ่มพลังงานรวมทั้งสิ้น 189 กลุ่ม

แต่ละกลุ่มล้วนมีหน้าที่ต้องทำคนละอย่างกัน


หน้าที่ของจิตที่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจนนั้น

จะมีด้วยกันอยู่ 3 อย่าง อันประกอบด้วย


อย่างแรก

เป็นกลุ่มจิตหยาบซึ่งทำหน้าที่จำเพาะ

ในการขับเคลื่อนพฤติกรรมต่างๆของมนุษย์

ทั้งมโนกรรม กายกรรม และวจีกรรม

โดยส่วนที่เรียกว่า “จิตสามนึก” 

ด้วยการนึกออก นึกเอาและนึกเอง เป็นต้น 


อย่างที่สอง

เป็นกลุ่มจิตหยาบซึ่งคอยทำหน้าที่ #รับรู้

เมื่อมีการสัมผัสรู้ดูเห็นสิ่งเร้าภายนอก

ด้วยกลไกอายตนะภายนอกทั้งห้า

ประกอบด้วย ตา หู จมูก ลิ้น และกายสัมผัส

เพื่อนำสิ่งที่ท่านรับรู้ได้นั้นไป #เรียนรู้ กันต่อ

เพื่อให้ได้รู้อย่างชัดเจนว่า #อะไรเป็นอะไร


อย่างที่สาม

จิตหยาบเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญสูงสุด

ที่มีหน้าที่ช่วยเหลือจิตวิญญาณผู้เป็นแก่นแท้

ให้นำเอาพลังงานความรักที่ขนมาจากพระเจ้า

นำออกมาจากเซฟเฮ้าส์เพื่อมอบให้แก่โลกได้


เพราะเมื่อมาเกิดเป็นคนสองมิติคือมนุษย์นั้น

จิตวิญญาณจะถูกนำไปคุ้มครองไว้ที่พิทูอิทารี่

โดยให้จิตหยาบหรือจิตสามนึกทำหน้าที่แทน

เพื่อความปลอดภัยของจิตวิญญาณนั่นเอง

พระองค์จะยอมให้จิตวิญญาณเสียสมดุลไม่ได้

เนื่องจากจิตวิญญาณจะต้องหลุดพ้นกลับบ้าน

เมื่อครบหกหมื่นปีที่ถึงกาลสิ้นยุคพลังงานเก่า


ถ้าจิตวิญญาณผู้มาเกิดยังโลกมนุษย์

เกิดอาการหลงมิติคือเสียสมดุลหรือป่วย

จะต้องส่งลงไปบำบัดหรือชำระกันในแดนนรก

ซึ่งเป็นสาเหตุที่มนุษย์โลกทุกคนต้องตาย

ถ้าใครไม่อยากตายและอยากมีชีวิตเป็นอมตะ

ก็จงอย่าทำตนให้จิตวิญญาณหลงมติเด็ดขาด

นั่นคือต้องนิพพานกิเลสให้สิ้นขณะที่มีชีวิตอยู่


หน้าที่จิตหยาบอีกอย่างหนึ่งซึ่งท่านต้องรู้

นั่นคือการยกระดับแรงสั่นสะเทือนของตนเอง

โดยเริ่มจากศูนย์มิติเมื่อแรกปฏิสนธิในครรภ์

ซึ่งมีพ่อแม่และจิตวิญญาณของตนช่วยเหลือ

จนครบ 9 เดือนเมื่อจิตหยาบเข้าถึงสามมิติได้

จากเลือดก้อนเดียวก็พัฒนาเป็นตัวตนทารก

ในที่สุดก็คลอดออกมาสู่โลกกว้างต่อไป


กระบวนการยกระดับจิตหยาบในครรภ์มารดานี้

เป็นไปตามกลไกธรรมชาติที่พระเจ้ากำหนดไว้

ซึ่งมี “ความรักเพื่อให้” ของพ่อแม่และญาติมิตร

เป็นตัวกระตุ้นปลุกเร้าให้จิตหยาบของทารกนั้น

สั่นสะเทือนด้านบวกอย่างต่อเนื่องทั้งวันคืน

แรงสั่นสะเทือนด้านบวกจากจิตหยาบของทารก

จะช่วย #ถักทอกายหยาบ เป็นกายสังขารได้

มิเช่นนั้นแล้วการเจริญเติบโตเพื่อเป็นคนสองมิติ

ก็จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่ได้เลย


2.กายหยาบ

เป็นเปลือกนอกของจิตหยาบที่เป็นพลังงาน

เพราะลำพังจิตหยาบนั้นจะดำรงอยู่อิสระไม่ได้

จิตหยาบจะต้องมีเปลือกนอกก็คือกายหยาบ

ช่วยทำหน้าที่ปกคลุมหุ้มห่อเอาไว้ตลอดเวลา

อีกทั้งกายหยาบยังเป็นเครื่องมือของจิตหยาบ

ซึ่งใช้ทำหน้าที่ต่างๆทั้งสองมิติให้ลุล่วงอีกด้วย


คำว่า “สองมิติ” ในที่นี้หมายถึง

มิติแห่งจิตวิญญาณซึ่งเป็นด้านของแก่นแท้

อันมีกระบวนการขันธ์ห้าเป็นเครื่องมือ

ซึ่งเป็นมิติทางด้านพลังงานนั่นเอง

โดยมีจิตหยาบหรือจิตสามนึกทำหน้าที่แทน


กับมิติที่สองคือมิติทางด้านกายภาพ

นั่นคือจิตหยาบจะมีหน้าที่บงการให้กายสังขาร

สั่นสะเทือนไปตามอาการของจิตหยาบเสมอ

โดยจะเป็นไปตามคำกล่าวที่ท่านทั้งหลายรู้ว่า

ประโยคเด็ดนั้นคือ “จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว” 


การเกิดพฤติกรรมของคนสองมิติที่ว่านี้

ล้วนเป็นไปตาม “กฎแห่งไตรลักษณ์”

ที่พระพุทธเจ้าค้นพบและตรัสสอนไว้นั่นแหละ

คือทุกสิ่งในโลกล้วนอนิจจังทุกขังและอนัตตา

สังขารมีการเปลี่ยนแปลงคือ “สังขารไม่เที่ยง”

เพราะจิตหยาบที่เป็นอนัตตาซึ่งสั่นสะเทือนอยู่

ต้องยกระดับตนเองให้สมดุลถึง 6 มิติให้จงได้

ทั้งตอนที่ยังอยู่ในครรภ์หรือว่าคลอดแล้วก็ตาม


3.จิตวิญญาณ

เป็นกล่องพลังงานที่สมดุลอยู่ในตนเองแล้ว

ผู้อาสาพระบิดาแห่งจิตวิญญาณหรือพระเจ้า

ข้ามมิติเข้ามาเกิดเป็นคนสองมิติคือเป็นมนุษย์

เพื่อใช้ความรักที่ตนเองแบกขนมาจากพระเจ้า

ในการหมุนธรรมจักรด้วยกระบวนการขันธ์ห้า

โดยจิตหยาบจะต้องเป็นผู้สั่นสะเทือนให้ได้


ถ้า “จิตหยาบ” สั่นสะเทือนด้านบวก

จนเข้าถึงการเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณได้

จิตวิญญาณผู้ขันอาสามาเกิดจึงจะมอบความรัก

ที่ตนอุตส่าห์แบกขนมาจากพระเจ้าให้โลกได้

นั่นคือความรักจากพระเจ้าเท่านั้นค้ำจุนโลกได้

โดยความรักจากแก่นแท้จะช่วยให้โลกหมุนวน

เพื่อหมุนให้ได้อย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วคงที่

ซึ่งหมายถึง #การหมุนธรรมจักร ร่วมกันนั่นเอง


ถ้าท่านทั้งหลายรู้ว่า

หน้าที่จิตหยาบของท่านที่สำคัญสูงสุดคือ

ต้องหมุนธรรมจักรพิทักษ์สมดุลโลกร่วมกันแล้ว

ยังจะช่วยให้จิตหยาบของท่านก้าวหน้าต่อไป

จนถึงการมี 5-6 มิติได้ภายในชาตินี้ด้วยแล้ว

การฝันว่าจะรวยด้วยหวย การใฝ่หาวิชามูเตลู

พฤติกรรมการทำบุญแบบคนบ้าบุญมันจะไม่มี

การร้องขอส่วนบุญกุศลจากกรรมดีที่ตนทำ

จนพลังงานบวกที่เกิดขึ้นนั้นโลกเอาไปใช้ไม่ได้

มันก็จะไม่เกิดขึ้นให้เสียของอีกเลย


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

พระบุตรเอก

16/04/2569