เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ตอนที่ผ่านมาเราได้เปิดเผยต่อท่านไว้เรื่องหนึ่ง
เป็นเรื่องของ นกฟีนิกซ์ ใน “คัมภีร์ปกรณัม”
ของชนชาวอียิปต์โบราณที่มนุษย์โลกไม่เข้าใจ
เกี่ยวกับนกเพลิงหรือนกไฟที่ว่านี้
ความในตอนที่แล้วเราได้กล่าวไว้เป็นภาพรวม
โดยบอกต่อท่านทั้งหลายว่า “นกฟีนิกซ์” นั้น
หมายถึง จิตหยาบ หรือ จิตมนุษย์นั่นแหละ
บทนี้เราจะมากล่าวเพิ่มเติมต่อไปให้ครบความ
เริ่มจากเราจะบอกความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
แม้เราจะเป็นพระบุตรเอกที่พระเจ้าส่งเราเข้ามา
ทำหน้าที่สำคัญในพระนามพระองค์ในระบบโลก
โดยอยู่ในบทบาทของคนสองมิติหรือมนุษย์ด้วย
ทุกภพชาติที่เราต้องเกิดเป็นคนสองมิติที่ผ่านมา
จิตวิญญาณของเราจะแบ่งภาคตนเองออกมา
เพื่อทำหน้าที่แทนจิตวิญญาณด้วยเช่นเดียวกัน
เมื่อมนุษย์โลกเป็นคนสองมิติที่ต้องมีจิตหยาบ
พระบุตรเอกมาเกิดจึงต้องมีจิตหยาบกับเขาด้วย
เหตุผลที่มนุษย์จะต้องมีจิตหยาบ
เพื่อให้ทำหน้าที่แทนจิตวิญญาณผู้มาเกิด
เพราะว่าจิตวิญญาณของพวกท่านต้องกลับบ้าน
เมื่อทำภารกิจทางจิตวิญญาณเสร็จสิ้นคือสิ้นยุค
โดยจิตวิญญาณของท่านคือลูกแกะของพระเจ้า
จะเสี่ยงภัยต่อสิ่งแวดล้อมเลวร้ายในโลกไม่ได้
เพราะว่ามันมีภัยอันตรายอยู่รอบด้าน
ถ้าจิตวิญญาณถูกทำร้ายให้แตกสลาย
หรือเสียความสมดุลเพราะรักษาสมดุลไว้ไม่ได้
จิตวิญญาณรูปธรรมนั้นก็จะหลุดพ้นกลับบ้าน
ที่เป็นสวรรค์นิรันดรหรือบ้านเกิดแดนสุญตามิได้
พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นการเสี่ยงอันตรายเกินไป
ถ้าจะให้จิตวิญญาณผจญภัยในโลกด้วยตนเอง
มนุษย์โลกจึงเป็นสิ่งมีชีวิตแค่เพียงชนิดเดียว
ที่มี “จิตหยาบ” ช่วยทำหน้าที่แทนจิตวิญญาณ
ส่วนสัตว์ประจำโลกและสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่น
จะมีแต่จิตวิญญาณไม่มีจิตหยาบทำหน้าที่แทน
แต่เพราะมนุษย์ถูกผีโสโครกหรือมารหลอกลวง
ให้จิตยาบหลงผิดไปเสพติดกิเลสมารเข้าให้
คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาเกิดเป็นมนุษย์โลกกันนั้น
นอกจากจะล้มเหลวในภารกิจจิตวิญญาณแล้ว
จิตหยาบแต่ละคนยังทำให้จิตวิญญาณหลงมิติ
คือเกิดอาการเจ็บป่วยเพราะไม่สมดุลนั่นเอง
พระเจ้าจึงต้องสร้างนรกขึ้นมารองรับ
จับเอาจิตวิญญาณที่หลงมติไปบำบัดที่ในนรก
เพื่อทำให้จิตวิญญาณรูปธรรมที่ป่วยนั้น
กลับคืนสู่จิตวิญญาณที่สมดุลดังเดิมอีกครั้ง
จึงค่อยยินยอมให้มีโอกาสได้กลับมาเกิดใหม่
เพื่อให้จิตหยาบในภพชาติใหม่ได้เรียนรู้ใหม่
ในอันที่จะใช้ชีวิตให้ถูกต้องเหมาะสมดีงาม
โดยไม่ต้องเสียเวลาไปบำบัดเยียวยาที่ในนรก
เพราะเหตุนี้เอง
มนุษย์ทุกคนจึงต้องมีตายแล้วเกิดใหม่
มนุษย์ทุกคนจึงต้องมี นรกภูมิ
เพื่อการเรียนรู้ตาม กฎแห่งกรรม ให้สำเร็จ
โดยให้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงของชีวิต
นรกจึงเป็นดินแดนแห่งการปรับเปลี่ยนนิสัย
เป็นที่แก้ไขจิตสามนึกที่บกพร่องเหลวไหล
เพื่อทำให้จิตวิญญาณบริสุทธิ์ผุดผ่องดังเดิม
ส่วนความเป็นไปตามกฎแห่งกรรมเมื่อเกิดใหม่
จึงเป็นบทเรียนเดิมที่มนุษย์ผู้นั้นจักต้องเรียนรู้
เพื่อการปรับปรุงพฤติกรรมที่บกพร่องนั้นให้สิ้น
ทั้งใช้เป็นบททดสอบจิตสามนึกหรือจิตหยาบ
ให้ยกระดับแรงสั่นสะเทือนด้านบวกสูงขึ้นด้วย
เพราะเราเป็นมนุษย์คนแรกที่มาบอกพวกท่าน
ในพระนามของพระผู้เป็นเจ้าคือองค์จิตจักรวาล
ให้รู้ว่าตัวท่านก็คือมนุษย์โลกทุกคนมีจิตหยาบ
ที่จิตวิญญาณของพวกท่านเองแบ่งภาคออกมา
ในทุกภพชาติที่จิตวิญญาณปฏิสนธิขึ้นในครรภ์
เพื่อให้จิตหยาบของท่านสั่นสะเทือนด้านบวก
ยกระดับตนเองจากศูนย์มิติขึ้นถึง 6 มิติให้จงได้
ซึ่งเป็นการคนตนเองให้เป็นมนุษย์นั่นแหละ
เพราะมนุษย์หมายถึงผู้ที่มีจิตใจสูง
แปลว่าเมื่อใดที่ท่านสั่นสะเทือนจิตสามนึก
จิตวิญญาณก็จะสั่นสะเทือนร่วมกันไปด้วย
เพราะจิตหยาบของท่านได้เติบโตเต็มวัย
คือมีหกมิติเท่ากับจิตวิญญาณผู้ให้กำเนิดแล้ว
เนื่องจากเราเป็นพระบุตรเอก
ที่เคยมีจิตหยาบเข้าถึงจิตวิญญาณของเราเอง
จนนำพาจิตวิญญาณที่เป็นลูกแกะของพระเจ้า
กลับแดนสวรรค์นิรันดรไปกราบพระบาทพระบิดา
รวมทั้งสิ้นเป็นสองครั้งสองครามาแล้ว
การกลับคืนบ้านแดนสุญตา
ทั้งจิตหยาบกับจิตวิญญาณของเราถึงสองครั้ง
จึงถูกบันทึกเอาไว้เป็นพยานในคัมภีร์ดังกล่าว
เพื่อเล่าความให้ชาวโลกผู้มีภูมิปัญญาได้รู้ว่า
จิตหยาบเรานั้นเป็นดั่งเทพเจ้าแห่งอัคคีฟีนิกซ์
ที่มีปีกบินได้เหมือนดั่งนกที่มีเปลวไฟท่วมตัว
แม้เราจะพาจิตวิญญาณเราบินกลับบ้านไปแล้ว
ยังย้อนกลับมาฟูมฟักลูกนกฟีนิกซ์ของมนุษย์
คือให้เจริญเติบโตจนจิตหยาบมีปีกกล้าขาแข็ง
เพื่อพาลูกแกะของพระเจ้าคือแก่นแท้ของตน
เดินทางกลับบ้านแดนสุญตาตามพันธะสัญญา
ที่จิตวิญญาณพวกท่านให้สัจจะไว้กับพระองค์
ตั้งแต่ชาติแรกที่ได้เข้ามาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว
เพราะจิตหยาบถูกสร้างให้เกิดขึ้นบนโลกเสรี
ในท่ามกลางไฟร้อนไฟแรงแห่งโลกียะ
แต่สามารถเจริญเติบโตก้าวหน้าจนถึง 6 มิติได้
จิตหยาบของเราจึงได้รับเกียรติจากพระเจ้า
โดยให้พระคัมภีร์ใช้คำว่า #เทพเจ้าแห่งอัคคี
หมายถึงผู้ที่ข้ามผ่านฟันฝ่าจนชนะกิเลสมารได้
เมื่อต้องการกล่าวถึงจิตหยาบของเรานั่นเอง
การเป็นขึ้นหรือการมีชีวิตขึ้นของจิตหยาบเรา
จึงเปรียบได้ดั่งการมีชีวิตขึ้นมาจากไฟกิเลส
ส่วนการตายของเราเพื่อกลับบ้านแดนสุญตา
จนยังผลให้ทั้งจิตหยาบและจิตวิญญาณเรา
จูงมือกันเหินบินกลับบ้านคืนสู่แดนสุญตาได้
จึงไม่ต่างจากตายไปท่ามกลางไฟแห่งโลกิยะ
นี่จึงเป็นที่มาของเรื่องเทพเจ้าแห่งอัคคีฟีนิกซ์
ซึ่งถูกจารึกไว้ในพระคัมภีร์อียิปต์เล่มนั้น
ภพชาติสุดท้ายนี้
พระบิดาแห่งจิตวิญญาณคือพระเจ้า
ทรงให้เรากลับมาอีกครั้งตามสัญญา
เพื่อให้นกฟีนิกซ์ตัวใหม่ถือกำเนิดเกิดขึ้น
จะได้ทำหน้าที่เป็นแม่นกช่วยฟูมฟักกกไข่
อันหมายถึงจิตหยาบของมนุษย์ทั้งหลาย
ที่ยังหยุดการเจริญเติบโตอยู่ที่สามมิติ
ให้สำนึกรู้ที่จะยกระดับต่อไปจนถึงหกมิติให้ได้
เพื่อการเป็นนกฟีนิกซ์ที่โตเต็มวัยนั่นแหละ
เราและพวกท่านทุกคน
จะได้พร้อมใจกันบินกลับบ้านแดนสุญตา
โดยพาจิตวิญญาณของตนกลับบ้านไปด้วย
เพราะบัดนี้โลกสิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
พระบุตรเอก
ถ่ายทอดคลื่นความคิดจากจิตจักรวาล
โดยอนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
9/04/2569