พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลายเราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่าการที่จิตวิญญาณของท่านทั้งหลายเดินทางข้ามมิติเข้ามาเกิดเป็นมนุษย์โลกนี้นั้นท่านไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีตัวตนขึ้นมาได้เพราะว่ากินง้วนดินตามนิยายน้ำเน่าที่เล่ากันมาตั้งแต่สมัยโบราณที่ผีโสโครกหรือพวกมารหลอกเล่าเป็นนิทานผ่านคนนำทางตาบอดชราด้วยการส่งเสียงเข้าไปในหัวแต่อย่างใดแต่จิตวิญญาณของมนุษย์ทุกคนได้เดินทางข้ามมิติเข้ามาเกิดกันในระบบโลกเพื่อมาช่วยกันใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกตามอนุตรธรรมชั้นสูงที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ไว้ไม่ได้เกิดมาจากความตะกละตะกลามตามที่ผีโสโครกหรือมารด้อยค่าพวกท่านไว้ด้วยการแต่งนิทานให้เป็นนิยายน้ำเน่าโดยกำหนดให้กินง้วนดินโสโครกแต่อย่างใดดังนั้นพวกท่านมิได้เติบโตหรือกลายร่างเป็นมนุษย์ที่มีกายสังขารหรือมีเนื้อหนังสังขารขึ้นมาได้เพราะจิตวิญญาณของท่านมี #ขันธ์ห้าแล้วมั่วว่า “ขันธ์ห้า” เป็นอัตตาของจิตวิญญาณเมื่อจิตวิญญาณดูดกินง้วนดินเข้าไปเจ้าขันธ์ห้าจึงเจริญเติบโตจนมีกายหยาบขึ้นมาล้วนเป็นเรื่องเท็จอย่างสิ้นเชิง...จงอย่าเชื่อตามแท้แล้วแรกที่จิตวิญญาณหรือพระจิตข้ามมิติเข้ามาภายในเอกภพเพื่อมาเกิดยังโลกนี้จิตวิญญาณของท่านทั้งหลายยังไม่มีขันธ์ห้าจะแวะรับเอาขันธ์ห้าที่ด่านนภาลัยตรงประตูมิติระหว่างแดนสุญตาบ้านเกิดจิตวิญญาณของท่านกับห้องทดลองของพระเจ้าที่เรียกว่า เอกภพซึ่งบริเวณประตูมิตินั้นจะมีวิหารสีขาวดำรงอยู่เพื่อถือติดตัวมาให้จิตหยาบหรือจิตมนุษย์ได้ใช้เมื่อได้โอกาสให้มาเกิดมีภพชาติเป็นคนสองมิติก่อนจะคนสองมิติให้เข้ากันเพื่อเป็นมนุษย์ต่อไปถ้าจิตหยาบหรือจิตมนุษย์ซึ่งจิตวิญญาณจะต้องแบ่งภาคตนเองออกมาให้ทำหน้าที่แทนตนเองเมื่อมาเกิดในทุกชาติโดยจะมีความสามารถทำหน้าที่ในสองมิติได้จะต้องใช้ “ขันธ์ห้า” เป็นเครื่องมือเท่านั้น“ขันธ์ 5” ไม่ใช่กลไกอวัยวะใดๆในกายมนุษย์แต่เป็นกระบวนการสั่นสะเทือนห้าขั้นตอนอันเป็นคุณสมบัติของจิตหยาบหรือจิตมนุษย์เมื่อจิตหยาบรับรู้จากผัสสะของกลไกอายตนะซึ่งถ่ายทอดสัญญาณเข้าไปยังจิตหยาบข้างในการสั่นสะเทือนของจิตหยาบรวม 5 ขั้นตอนมันก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติซึ่งเป็นกระบวนการเพื่อการรับรู้ของท่านทั้งสิ้นหาใช่อัตตาตัวตนของจิตวิญญาณแต่อย่างใดถ้าท่านไปเข้าใจว่าขันธ์ห้าเป็นอัตตาซึ่งเป็นเหตุให้จิตวิญญาณของท่านต้องมาเกิดนี่คือการถูกหลอกให้ออกทะเลไปนั่นแหละท่านจึงพยายามที่จะนั่งกรรมฐานดับขันธ์ห้าเพราะเข้าใจว่าถ้าดับได้จิตวิญญาณจะนิพพานด้วยการไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์โลกอีกซึ่งสอดคล้องกับผีโสโครกหลอกไว้อีกแหละว่านิพพานคือการตายแล้วไม่กลับมาเกิดอีกถ้านิพพานมีความหมายแบบนี้ก็ไม่ถูกต้องแล้วกระบวนการขันธ์ห้าคือห้าขั้นตอนของกระบวนการนั้นหมายถึง1.จิตจะ รับรู้รูปขันธ์ ทั้งรูปธรรมและนามธรรม2.จิตจะตรวจสอบว่าที่รับรู้อยู่เคยรู้มาก่อนไหมถ้าไม่เคยเรียนรู้มาก่อนจิตก็จะจำได้หมายรู้ไว้นี่จึงเป็นขั้นตอนสำคัญของ สัญญาขันธ์3.จิตรับรู้รูปแล้วเกิด “ความรู้สึก” คือกิเลส ขึ้นเมื่อจิตเกิดกิเลสขึ้นมาแล้วมันจะไม่หยุดแค่นั้นจิตจะสั่นสะเทือนจนเกิด “ตัณหา” ต่อไปทันทีเมื่อกิเลสมาตัณหาก็จะตามติดๆห้ามไม่ทันแล้วถ้าจิตหยาบของมนุษย์คนนั้นมีกิเลสตัณหาเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ตามกระบวนการของจิตหยาบที่เกิดขึ้นในขั้นตอนที่สามดังกล่าวนี้พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่า เวทนาขันธ์4.เมื่อจิตหยาบนั้นสั่นสะเทือนเป็น “กิเลส”แล้วสั่นสะเทือนต่ำลงจนเกิดเป็น “ตัณหา” แล้วอารมณ์ขยะรายวันมันก็จะเกิดขึ้นตามมาเสมอถ้าถูกอกถูกใจอารมณ์ที่เกิดขึ้นก็จะเป็นบวกถ้าผิดอกผิดใจอารมณ์ที่เกิดนั้นก็จะเป็นลบโดยทั้งอารมณ์บวกหรือลบที่เกิดขึ้นมาใหม่นั้นล้วนเป็น “อารมณ์ขยะรายวัน” ที่เป็นลบทั้งสิ้นหมายถึงจะเกิดเป็นมโนกรรมด้านลบนั่นเองมโนกรรมด้านลบจะนำไปสู่วจีกรรมคำพูดคำจาด้านลบรวมทั้งพฤติกรรมด้านลบทั้งหลายด้วยถ้าเป็นมโนกรรมด้านบวกจะนำไปสู่วจีกรรมคำพูดคำจาด้านบวกรวมทั้งพฤติกรรมด้านบวกที่พึงประสงค์ด้วยขั้นตอนที่สี่ของจิตหยาบกลุ่มนี้พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่า สังขารขันธ์อันเป็นขั้นตอนการปรุงแต่งของจิตหยาบหลังจากจิตหยาบรับรู้สิ่งเร้าแล้วรับเอาเกิดขึ้นบาปกรรมเคราะห์กรรมและเวรกรรมของมนุษย์มันจะผุดจะเกิดขึ้นมาได้ก็ในขั้นตอนนี้เอง5.วิญญาณขันธ์จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของจิตที่จะถูกนำไปใช้เป็นเงื่อนไขในมิติทางพลังงานเพื่อการผลิตสร้างคลื่นพลังงานไฟฟ้าแบบหนึ่งในรูปของพลังจิตที่เป็นด้านบวกหรือลบออกมาถ้าหากเป็นพลังงานจิตด้านบวกตั้งแต่ขั้นตอนที่หนึ่งจนถึงขั้นตอนที่ห้านี้จะต้องสั่นสะเทือนจิตหยาบเป็น รักเพื่อให้หรือไม่จิตหยาบท่านก็จักต้อง นิ่งสงบ เท่านั้นเพราะว่าอาการนิ่งสงบของจิตหยาบขณะนั้นคือการสั่นสะเทือนด้านบวกเป็นความถี่สูงสุดจนท่านรู้สึกเหมือนว่ามันไม่สั่นสะเทือนเลยกระบวนการของวิญญาณขันธ์เพื่อผลิตพลังงานจิตออกมาแบบที่โลกต้องการมันจะเกิดขึ้นที่ต่อมพิทูอิทารีหรือต่อมใต้สมองอันเป็นที่ตั้งของจิตวิญญาณของท่านนั่นแหละโดยต่อมพิทูอิทารีจะเปลี่ยนจากคลื่นไฟฟ้าเคมีไปเป็นคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวกแทนก่อนที่จะขับเคลื่อนหรือเหวี่ยงออกมาข้างนอกเพื่อค้ำจุนสมดุลโลกและสมดุลทางจิตของผู้อื่นแต่ถ้าพวกท่านสั่นสะเทือนจิตหยาบด้านลบกระบวนการขันธ์ห้านี้แทนที่จะเป็น #ธรรมจักรก็จะเป็น กรรมจักร ที่จิตวิญญาณต้องมีปัญหาเพราะจะมีภพชาติหน้าหรือว่าต้องตกนรกแทนเราจึงขอกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่าขันธ์ห้าของจิตวิญญาณมนุษย์ทุกคนนั้นมันมิใช่อัตตาของจิตวิญญาณอย่างที่คิดทั้งห้าขันธ์มันเป็นกระบวนการอัตโนมัติของจิตมิใช่กลไกอวัยวะอะไรที่จะดับมันให้สิ้นไปง่ายๆเพียงแค่นั่งดับมันด้วยการกดข่มจิตเอาไว้ให้นิ่งหรือแค่ปิดหูปิดตาปิดปากปิดกายทำเป็นพิการเพื่อหมายจะดับอัตตาทั้งห้านี้ให้สิ้นอยู่อย่างนั้นอันเป็นวิธีการปฏิบัติที่เป็น “อธรรม” มิใช่ธรรมหมายถึงมิได้ปฏิบัติตนไปตามธรรมชาติเลยท่านจะไม่มีวันเข้าถึงมรรคผลคือหลุดพ้นได้แน่เราจะบอกความจริงให้ท่านทั้งหลายรู้ว่าอัตตาตัวตนที่น่ากลัวที่เป็นเหตุให้เกิดชาติหน้ามาจากขั้นตอนเวทนาขันธ์ที่ท่านต้องแทรกแซงเพื่อดับการเกิดดับหรือนิพพานมันให้สิ้นให้ได้เพราะถ้ายอมให้จิตรับรู้แล้วรับเอามาปรุงแต่งจนเกิดกิเลสขึ้นตัณหาก็จะเกิดตามมาทันทีซึ่งท่านจะหยุดยั้งมันไว้มิให้เกิดตัณหาไม่ได้เพราะตัณหาจะทำให้สิ่งที่รับรู้นั้นเกิดมีอัตตาทำให้จิตหยาบสามารถ “ยึดติด” สิ่งนั้นได้ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ตามดังนั้นถ้าท่านต้องการจะตายแล้วหลุดพ้นทันทีท่านจะต้องไม่พิศวาสสวรรค์มายาเพราะว่าที่นั่นมันไม่ได้มีอยู่จริงในสาระบบเป็นภพภูมิโกหกของผีโสโครกที่โยกย้ายท่านให้ทิ้งภารกิจของจิตวิญญาณไปจากโลกนี้นอกจากนั้นท่านต้องไม่พยายามดับอัตตาที่คิดว่าเป็นขันธ์ห้าด้วยวิชากรรมฐานสมาธิซึ่งเป็นหนทางการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตรงธรรมเพียงแค่ท่านนิพพานกิเลสโดยดับเวทนาให้สิ้นขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ในชาตินี้ก็พอแล้วสวรรค์นิรันดรของพระบิดาคือบ้านเกิดของจิตวิญญาณของท่านต่างหากซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในภารกิจของท่านที่จะต้องเข้าถึงกันให้ได้ในชาติสุดท้ายนี้แล้วไม่ว่าท่านจะถือพุทธถือคริสต์หรือถืออิสลามแม้กระทั่งยังไม่ตัดสินใจว่าจะถือศาสนาอะไรจิตวิญญาณท่านทุกคนจะต้องไปตามทางนั้นกราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตาเอเมน สาธุอนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล19/04/2569