12 เมษายน 2569

พรหมไม่ได้เป็นพระเจ้า


 

พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นศาสดาที่เกิดจากโลก

ทรงสร้างสติทางวิญญาณให้กับพรหม

และทรงประกาศให้ชาวโลกทั้งหลายรู้ว่า

พรหมหลงผิดคิดว่าตนเป็นพระผู้สร้างทุกสิ่ง

เพราะพรหมมีอายุยืนยาวจึงเห็นมนุษย์โลก

มีการเกิดแก่เจ็บตายไม่มีผู้ใดอยู่ค้ำฟ้าเลย

ทำให้สำคัญผิดคิดว่าตนคือ “พระเจ้า”


คำว่า “พระเจ้า” ที่ชาวพุทธรู้จักกันในมุมนี้

ที่คนสอนธรรมช่างจำนรรจาชอบยกมาอ้างนั้น

คือพระเจ้าจากพรหมที่หลงผิดคิดว่าตนเป็น

แต่พระเจ้าหรือ God ของชาวคริสต์ทั่วโลกนั้น

เป็นคนละรูปธรรมหรือคนละพระองค์กัน

ท่านทั้งหลายจงเข้าใจให้ถูกตรงตามนี้ด้วย


ไม่ต่างจากการเถียงกันหรือมีปัญหากัน

เพราะว่าเข้าใจผิดคือสับสนในคนสองคน

ที่มีชื่อนามเหมือนกันแต่ว่าเป็นคนละคนกัน

โดยไม่รู้ว่าหมายถึงใครคนไหนแน่


เรื่องของพระเจ้านี่ก็เช่นเดียวกัน

จะเอาเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธพรหม

ซึ่งปฏิเสธว่าพรหมนั้นไม่ได้เป็นพระเจ้า

พรหมไม่ใช่ผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง

เพื่อจะนำกรณีนี้มาอ้างว่าพระเจ้าไม่มีอยู่จริง

ในการปฏิเสธพระเจ้าของคริสต์ศาสนาไม่ได้


เราจะกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า

สวรรค์มายาเป็นภพภูมิเทียมเท็จที่ไม่มีอยู่จริง

สวรรค์ที่มีอยู่จริงมีเพียงสวรรค์นิรันดรเท่านั้น


“สวรรค์มายา” เป็นภพภูมิเทียมเท็จ

ที่จิตวิญญาณมนุษย์ผู้เคร่งครัดปฏิบัติธรรม

ผู้ชอบการปลีกวิเวกเพื่อปิดอายตนะของตนไว้

โดยแสร้งทำตนเป็นคนบอดใบ้ที่ไร้กายสังขาร

ซึ่งทำตนเป็นเหมือนดั่งคนพิการนั่นแหละ


สวรรค์มายาที่ว่านี้

เป็นภพภูมิใหม่ที่คนปฏิบัติธรรมถูกชักจูงให้

เนรมิตขึ้นมาเองด้วยความชอบและความเชื่อ

เพราะพวกมารหรือผีโสโครกศัตรูของมนุษย์

ทำการหลอกลวงด้วยวิธี ส่งเสียงที่ในหัว 

ผ่านพวกคนนำทางตาบอดชราผู้น่าสงสาร


หลอกแรก คือ

หลอกให้หลงผิดคิดว่าเกิดเป็นมนุษย์โลกนั้น

มีแต่ความทุกข์อย่างเดียวจึงไม่น่ามาเกิดเลย

โดยสารพัดจะหยิบเอาคำสอนของพระศาสดา

มาบิดเบือนเพื่อใช้อ้างอิงในแผนการหลอกลวง

มารแสดงให้เห็นว่าเป็นมนุษย์นั้นแสนจะทุกข์

โดยเน้นที่สอนให้ #กลัวทุกข์จนอยากหนีทุกข์

ทั้งที่พระเจ้าทรงยอมให้มนุษย์ได้เผชิญทุกข์

เพื่อใช้ความทุกข์กระตุ้นจิตปัญญาให้เกิดขึ้น

พระพุทธเจ้าได้ทรงค้นพบอริยะสัจสี่เอาไว้แล้ว

เพื่อให้มนุษย์ใช้จัดการปัญหาที่นำทุกข์มาให้

โดยไม่ต้องหนีทุกข์หนีปัญหาเข้าป่าปลีกวิเวก


หลอกที่สอง

พวกมารหรือผีโสโครกศัตรูของมนุษย์โลก

ยังหลอกคนชอบธรรมที่เกลียดกลัวความทุกข์

จนจิตหยาบยึดติดความทุกข์กับความสุขไว้มั่น

ผลร้ายจึงเกิดขึ้นกับจิตมนุษย์ตั้งแต่บัดนั้น

เพราะเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่เสพติดกิเลสมารกัน

จนเป็นคนชอบธรรมที่ขาดสติสัมปชัญญะไป


ลักษณะคนชอบธรรมที่ขาดสติสัมปชัญญะ

ส่วนใหญ่จะมีอาการแบบเดียวกันหมดก็คือ 

อยากหนีทุกข์ไปเสียให้พ้นจากโลกนี้ 

อยากอยู่ที่ไหนก็ได้ที่มีความสุขมากกว่า

โดยลืมฉุกคิดไปว่าความอยากดังกล่าวนั้น

แท้แล้วมันคือกิเลสตัณหาที่แฝงมาในจิตหยาบ

ทำให้จิตหยาบเกิดความไม่สะอาดบริสุทธิ์ได้


แผนการหลอกลวงของมารแผนการที่สองนี้

คือการหลอกให้จิตหยาบเสพติดกิเลสนั่นเอง


หลอกที่สาม

ช่างตีเหล็กเป็นมีดเป็นดาบทุกราย

จะรู้โดยทั่วกันว่าจะตีเหล็กให้ได้ตามต้องการ

พวกเขาจะต้องตีมันตอนที่เหล็กกำลังร้อน


มารหรือผีโสโครกจึงสร้างนิยายน้ำเน่าขึ้นมา

ทำตัวเป็นแบบนักเล่านิยายด้วยเสียงที่ในหัว

โดยส่งผ่านทางกระแสจิตตามแนวที่ผีถนัดทำ

ด้วยการสร้างนิยายเรื่องสวรรค์มายาขึ้นมาให้

เพื่อน้าวโน้มจิตใจคนที่ชอบและคนที่เชื่อ

ให้เป็นทางเลือกใหม่ในการไปเกิดที่นั่นแทน

ทันทีที่ตายไปจากโลกมนุษย์นี้แล้ว


วิธีการจูงจมูกมนุษย์ก็คือ

ใช้กิเลสที่เป็นความกลัวและความอยาก

เป็นพลังอำนาจในการชักจูงแบบล่อลวง 

ให้มนุษย์โลกเกิดการ กลัวนรก ของพระเจ้า

ให้มนุษย์ เบื่อโลกจนอยากไปสวรรค์ แทน


การเล่านิยายเรื่องสวรรค์มายา

ผ่านปากของคนนำทางตาบอดชรา


การเขียนภาพสวรรค์มายาเอาไว้

ตามผนังโบสถ์ผนังถ้ำผนังวัดที่วิจิตรตระการตา

โดยฝีมือช่างศิลป์ที่เป็นศิษย์ของผีโสโครก

การเขียนภาพเทพบุตรเทพธิดา

ในเครื่องทรงองค์เอวที่แสนจะอ้อนแอ้นอรชร

แล้วซ่อนภาพอุปนิสัยการนั่งปฏิบัติกรรมฐาน

เพื่อเน้นนำพฤติกรรมนั้นเอาไว้ให้ในภาพด้วย


รวมทั้งการออกแบบสร้างวัดวาอาราม

ให้งดงามอลังการณ์ที่เป็นดั่งวังเจ้ามากกว่าวัด

ซึ่งขณะเป็นมนุษย์โลกอยู่นั้นไม่มีปัญญาสร้าง

เพราะขาดทั้งปัญญาและปัจจัยที่เป็นเงินทุน

จึงกระตุ้นให้อยากที่เป็นกิเลสตัณหาอีกแหละ


เข้าวัดเป็นประจำถี่บ่อยมากเท่าไหร่

ภาพที่เห็นประจักษ์ทั้งหลายดังกล่าวนั้น

เมื่อฝังใจมันก็จะถูกบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึก

เพราะจิตหยาบจำได้หมายรู้ได้ด้วยสัญญาขันธ์

โดยมันจะถ่ายทอดข้อมูลนั้นให้จิตวิญญาณ

ทันทีที่จิตวิญญาณรู้แล้วว่าตนกำลังจะตาย


คนที่ตายยากจะทนทุกข์ทรมานมาก

เพราะกว่ากระบวนการยักย้ายถ่ายข้อมูล

ระหว่างจิตหยาบกับจิตวิญญาณ

จะสำเร็จเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์เรียบร้อยนั้น

หากในภพชาตินั้นก่อกรรมทำเวรเอาไว้มาก

จะต้องใช้เวลาเพื่อการถ่ายข้อมูลที่ยาวนาน

ท่านจะเห็นว่าคนๆนั้นกว่าจะตายไปจากโลกนี้

จะเป็นคนที่ตายยากหรือยากมากกว่าจะสิ้นลม


ผิดกับคนดีที่ทั้งชีวิตนั้นก่อกรรมทำแต่ความดี

จิตวิญญาณแก่นแท้จึงมีข้อมูลของวิบากกรรม

ที่จะต้องแบกขนข้ามภพชาติไปไม่มากนัก

ก่อนตายจึงไม่ต้องใช้เวลาถ่ายข้อมูลยาวนาน

แสดงว่าคนดีจะตายง่ายเพราะบุญมากนั่นเอง


ดังนั้น

หลอกที่สามของพวกมารหรือผีโสโครก

คือหลอกคนชอบธรรมทั้งหลายเอาไว้ว่า

ตายแล้วให้เลือกไปเกิดบนสวรรค์มายาดีกว่า

นั่นคือตายแล้วไปให้พ้นจากโลกนี้ที่มีแต่ทุกข์


เพราะความไม่รู้ว่าตนนั้นถูกหลอกลวง

คนจำนวนมากจึงเชื่อตามนิยายน้ำเน่าของมาร

ที่เป็น นักเล่านิทาน แบบในจริงมีเท็จชั้นยอด

รวมทั้งเรื่องของสวรรค์มายาที่ว่านี้ด้วย


สวรรค์มายาที่ว่านี้มิได้เป็นภพภูมิที่มีอยู่จริง

เพราะพระเจ้ามิได้ทรงสร้างขึ้นไว้ตั้งแต่แรก

เนื่องจากไม่รู้ว่าจะสร้างสวรรค์มายาขึ้นทำไม

ที่ประทับของพระเจ้าและจิตวิญญาณทั้งหลาย

ซึ่งเป็นพื้นที่นอกระบบเอกภพของพระองค์นั้น

ล้วนเรียกว่าดินแดน สวรรค์นิรันดร กันอยู่แล้ว

จะทรงสร้างสวรรค์วิมานมายาขึ้นมาอีกทำไม?


เมื่อสิ้นยุคพลังงานเก่าคือครบหกหมื่นปีแล้ว

พวกท่านจึงค่อยตายโดยตายเพื่อกลับบ้านกัน

นั่นคือการ “หลุดพ้น” ออกไปจากเอกภพแห่งนี้

เพื่อกลับคืนสู่พระนิเวศน์ของพระเจ้า ณ บัดนั้น


แม้จะผ่านไปยาวนานร่วมหลายหมื่นปีแล้ว

พระนิเวศน์ของพระเจ้าและบ้านเกิดของทุกคน

ก็ยังดำรงคงความเป็นแดนสุญตาอยู่เช่นเดิม

ยังเป็นแดนของผู้อิ่มเอิบอยู่กับความว่างดังเดิม

นี่คือที่มาของคำว่า สวรรค์นิรันดร ที่แท้จริง

ต่างจากสวรรค์มายากับทวยเทพเทวดาทุกองค์

จะสลายหายวับทันทีที่ท่านตื่นรู้ความจริงนี้


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

ปัญญาวิสุทธิ์

12/04/2569