มนุษย์เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งพลียะเดี้ยน


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ว่า

ดาวเคราะห์โลกดวงที่มนุษย์ดำรงอยู่นี้

เป็นดาวหนึ่งใน 9 ดวงของ 1 ใน 2 ระบบสุริยะ

ซึ่งดำรงอยู่บนกาแล็กซี่ชื่อ Milky Way 

ที่เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของ #เอกภพ


หากจะกล่าวง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพแล้ว

เอกภพก็เปรียบดั่ง “ถุงไข่” ของ “แม่แมงมุม”

ที่ถูกจัดวางอยู่บนโครงข่ายของใยแมงมุมนั้น

โดยแม่แมงมุมใช้น้ำลาย “ถักทอ” มันขึ้นมา

เพื่อสร้างอาณาจักรในการดำรงอยู่ของตน

ร่วมกับครอบครัวที่ตนวางไข่ไว้ได้เติบโตกัน

อย่างปลอดภัยด้วยความรักและห่วงใย


ถุงไข่ของแมงมุมที่ว่านี้

เราหมายถึงสิ่งที่พวกท่านเรียกว่า “เอกภพ”

เอกภพจะมีกาแล็กซีอยู่ 12,500 ล้านระบบ

โดยกาแล็กซี่ใกล้จุดศูนย์กลางของเอกภพ

จำนวน 6 ระบบจะมีสุริยะจักรวาลอยู่ 7 ระบบ

เพราะกาแล็กซีธารสายน้ำนม Milky Way

เป็นกาแล็กซีที่ใหญ่ที่สุดซึ่งใหญ่กว่าระบบอื่น

จึงเป็นกาแล็กซีเดียวที่มีอยู่ถึง 2 ระบบสุริยะ


ที่สำคัญคือระบบสุริยะจักรวาลทั้ง 7 ระบบนั้น

จะมีสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่แค่เพียง 6 ระบบเท่านั้น

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือระบบที่มีโลกดำรงอยู่นี่แหละ

ส่วนสิ่งมีชีวิตในอีก 5 ระบบสุริยะจักรวาลนั้น

ท่านจะเรียกรวมๆว่า “มนุษย์ต่างดาว” ไม่ได้


เพราะบางเผ่าดาวมีรูปลักษณ์คล้ายสัตว์โลก

บางเผ่าดาวยังเป็นแค่รูปธรรมคล้ายกับมนุษย์

เผ่าดาวที่มีรูปธรรมลักษณะมนุษย์แท้จริงนั้น

จะมีอยู่น้อยมากคือมีแค่เพียงเผ่าเดียวเท่านั้น

โดยปัจจุบันพวกเขายังทำหน้าที่อยู่ในเอกภพ

ซึ่งเป็น #โลกคู่ขนาน กันกับ “โลกมนุษย์”

ในระบบสุริยะฝั่งตรงข้ามที่อยู่บนกาแล็กซี่นี้


ดังนั้น

เอกภพที่พระเจ้าทรงกำหนดสร้างขึ้น

จึงเป็นเหมือนดั่ง “ถุงไข่” ที่แม่แมงมุม

ทำการถักทอห่อหุ้มสิ่งที่ตนสร้างขึ้นไว้ข้างใน

แล้วจัดวางเอาไว้บน “โครงข่ายใยแมงมุม”


โดยโครงข่ายใยแมงมุมที่ว่านั้น

จะมีแม่แมงมุมที่เป็นเจ้าของโครงข่ายนั้น

ดำรงตนเองอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของระบบ

ในฐานะที่เป็นเจ้าของโครงข่ายนั้น


แม่แมงมุมเป็นหนึ่งเดียวกับโครงข่ายของตน

โดยจะรับรู้แรงสั่นสะเทือนของใยที่เกิดขึ้นได้

เมื่อใดที่มีสิ่งใดมากระทบกับใยของตนเข้า

แม่แมงมุมจะรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้เมื่อนั้น

ทั้งแม่แมงมุมกับใยโยงของโครงข่ายที่ว่านี้

จึงเสมือนว่าเป็นหนึ่งเดียวกันนั่นเอง


พระเจ้าหรือพระบิดาแห่งจิตวิญญาณมนุษย์

ซึ่งทรงเป็นพระผู้สร้างทุกสรรพสิ่งไว้ในเอกภพ

จึงไม่ต่างจากแม่แมงมุมที่เป็นหนึ่งเดียวกับใย

ผู้สร้างถุงไข่คือเอกภพขึ้นมาดังกล่าวแล้ว


เราจึงขอกล่าวให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า

ทุกลมหายใจเข้าออกของพวกท่านนั้น

เป็นการดำรงอยู่ในถุงไข่ขนาดใหญ่คือเอกภพ

โดยที่เอกภพคือห้องทดลองของ “พระเจ้า”

ซึ่งจิตวิญญาณพวกท่านอาสาเข้ามาทำหน้าที่

ใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกเอาไว้ให้ได้

เพื่อให้โลกที่สมดุลค้ำจุนเอกภพเอาไว้ให้ได้


การจะทำให้โลกและเอกภพสมดุลอยู่ได้นั้น

ท่านจักต้องใช้ความรักบริสุทธิ์ทำให้โลกหมุน

เมื่อโลกหมุนได้แล้วเอกภพก็จะสมดุลตามด้วย

นี่คือปรากฏการณ์ #ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร

ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้โดยแท้


เราจะกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า

ในเอกภพแห่งนี้ยังมีสิ่งที่มีชีวิตอยู่อีกมากมาย

มิได้มีแค่สัตว์โลกกับมนุษย์โลกเท่านั้นหรอก

สิ่งมีชีวิตบนดาวอื่นกาแล็กซีอื่นก็มีเหมือนกัน

แต่พวกเขานั้นถูกสร้างขึ้นมาก่อนมนุษย์โลก

เพราะพระเจ้าสร้างพวกเขาขึ้นมาในเอกภพ

เพื่อทดลองสร้างสิ่งมีชีวิตพิเศษที่เหมาะสมขึ้น 

ก่อนจะจัดส่งเข้ามาทำหน้าที่ประจำอยู่บนโลก


ในที่สุดพระองค์ทรงค้นพบว่า

รูปธรรมที่มีชีวิตลักษณะมนุษย์ที่แท้จริง

ที่ทรงทดลองสร้างขึ้นบนดาวลูกไก่ Pleiades

เหมาะสมที่จะเข้ามาทำหน้าที่อยู่ประจำโลกนี้

กับประจำอยู่ที่โลกคู่ขนานอีกระบบสุริยะหนึ่ง

ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแต่อยู่บนกาแล็กซีเดียวกันนี้


พระเจ้าจึงทรงส่งเมล็ดพันธุ์จากดาวลูกไก่

ที่เรียกว่า Star Seeds of Pleiades

หรือจะเรียกว่า “เมล็ดพันธุ์แห่งพลียะเดี้ยน”

เดินทางข้ามฟ้าข้ามดาวมายังดาวโลกดวงนี้

โดยเดินทางมาจากดาวลูกไก่นั่นแหละ


ดังนั้น

มนุษย์โลกทุกคนที่มีจิตวิญญาณเป็นแก่นแท้ 

จึงเป็นพวก Star Seeds ผู้มาจากต่างดาว

แค่เพียงเผ่าเดียวเท่านั้นไม่มีเผ่าดาวอื่นเลย

เพราะบรรพบุรุษของมนุษย์ผู้เป็นต้นพันธุ์นั้น

จะมีสมองสองซีกและมีจิตหยาบเมื่อมาเกิด

ขณะที่ต่างดาวเผ่าอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับมนุษย์

มีสมองก้อนเดียวและไม่มีจิตหยาบให้ใช้งาน

มีแต่จิตวิญญาณกับสัญชาตญาณของสมอง

ในการขับเคลื่อนกายสังขารกันเท่านั้น


พวกท่านเป็นมนุษย์ที่สูงส่ง

จงจำเอาไว้ว่าพวกท่านเป็นเมล็ดพันธุ์สำคัญ

ของอดีตมนุษย์ต่างดาวชาวพลียะเดี้ยนส์

ทุกวันนี้พวกเขาจะเข้าออกระบบโลก

เพื่อคอยช่วยเหลือและพิทักษ์มนุษย์เท่านั้น

แต่จะไม่แสดงตนหรือเข้ามาวุ่นวายให้สับสน

เพื่อให้มนุษย์ทุกคนพึ่งพาตนเองให้ได้


จงระวังผีโสโครกซึ่งเป็นจิตวิญญาณซาตาน

จะใช้กลอุบายในจริงมีเท็จในเท็จมีจริง

มาปั่นหัวพวกท่านเหมือนการปั่นจิ้งหรีดในขวด

เพื่อทำให้พวกท่านเวียนหัวมึนงงกัดกันเอง

เพราะเกิดการแตกแยกเนื่องจากโง่ง่ายกับไม่รู้


จงจำไว้ว่าเมื่อสิ้นยุคพลังงานเก่านี้แล้ว

บทเรียนกับบททดสอบเรื่องมนุษย์กับต่างดาว

จะเป็นเรื่องสำคัญของท่านในยุคพลังงานใหม่

มันยังไม่ใช่สาระสำคัญอะไรในยุคปัจจุบันนี้

ในยุคอดีตนั้นมนุษย์ถูกหลอกเรื่องสวรรค์มายา

จนพาให้หลงทางนิพพานกันมาแล้วถึงบัดนี้


พอมาปลายยุคพลังงานเก่า

คนรุ่นใหม่จะถูกโน้มน้าวให้ฝักใฝ่เรื่องเอเลี่ยน

โดยเอาชื่อเผ่าดาวจริงบ้างไม่จริงบ้างมากล่าว

เข้าตำรา “ในจริงมีเท็จ ในเท็จมีจริง” นั่นแหละ

จากภาพสวรรค์มายาที่มีให้เห็นอยู่ทุกวัด

กับภาพจานบินบ้างต่างดาวข่าวสารบ้าง

ให้รู้เห็นกันเกร่อตามโซเชียลอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน


คำว่า “ทุกเมื่อเชื่อวัน” นี้มีนัยสำคัญ

เพราะการได้เห็นภาพได้อ่านได้ฟังทุกวันนั้น

มันคืออุบายทางจิตวิทยาในการทำซ้ำย้ำซ้ำ

ซึ่งเป็นการตอกย้ำเหมือนตอกตะปูฝังเข้าไป

จนทำให้จิตเชื่อว่าสิ่งที่เป็นเท็จนั้นคือ “จริง”


ท่านที่รัก...มันคือวิชามารนั่นเอง


#ปัญญาวิสุทธิ์

21/07/2569


#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #พระเจ้า

#คนสองมิติ #อนุตรธรรม #จิตสามนึก

#กำเนิดพระเจ้า #จิตวิญญาณ