พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ถ้าท่านติดตามความรู้ใหม่จากในโซเชี่ยลแล้ว
ท่านอาจจะได้เห็นเรื่องราวข่าวสารในเรื่อง 5D
จนแทบจะชินหูชินตากันไปบ้างไม่มากก็น้อย
เพราะว่ามีข่าวปล่อยเรื่อง 5D นี้มาโดยตลอด
ส่วนใหญ่จะโพสท์เผยแพร่ผ่านทางเฟสบุ๊คกัน
ไม่ก็จะเป็นคลิปสั้นๆผ่านทางติ๊กตอกก็มีให้เห็น
ว่ากันว่าเรื่องของ “ห้าดี” นี้เป็นเรื่องราวหนึ่งที่
จะถูกหยิบนำขึ้นมากล่าวกันอยู่ในหมู่คนรุ่นใหม่
เพื่อสร้างการ “ตื่นรู้” ในกลุ่มคนเหล่านี้นั่นแหละ
โดยในเรื่องนี้พวกผีโสโครกที่เป็น “ลูซิเฟอร์”
หลังจากได้สลัดทิ้งคนนำทางตาบอดชราไป
แล้วเปลี่ยนมาใช้กรรมกรแสงหนุ่มสาวแทนนั้น
เรื่องเล่าเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวและเรื่องจานบิน
รวมทั้งเรื่องลี้ลับเกี่ยวกับด้าน #จักรวาลวิทยา
จะถูกหยิบนำออกมาจูงใจคนรุ่นใหม่แทนธรรมะ
ซึ่งคนรุ่นใหม่มองว่าเป็นเรื่องของคนแก่ไปแล้ว
จึงมีคนปฏิบัติธรรมผู้อาวุโส
เข้ามาถามเราเกี่ยวกับเรื่อง 5D ที่ว่านี้กันมาก
เพราะเข้าใจยากเนื่องจากพระสงฆ์มิได้สอนไว้
โดยว่ากันว่าเป็น #หนึ่งในความรู้ใหม่ นั่นแหละ
คำถามส่วนใหญ่ล้วนอยากรู้ว่า 5D คืออะไรแน่
วันนี้เราจึงจะขอกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า
แท้แล้วใครจะมีสักกี่ดีนั้นมันเป็นเรื่องรองเอง
แต่เรื่องที่สำคัญกว่าคือ 5D นั้นหมายถึงอะไร
ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านทุกคนจะต้องรู้ถ้าไม่รู้ไม่ได้
ความจริงนั้นมีอยู่ว่า
คำว่า “5D” นี้มาจากคำเต็มว่า 5 Dimension
ห้าไดเม็นชั่นที่เป็นภาษาอังกฤษหมายความว่า
สรรพสิ่งนั้นหรือว่ารูปธรรมนั้นมีอยู่ 5 เหลี่ยมมุม
สรรพสิ่งที่มีห้าเหลี่ยมมุมหรือมีอยู่ห้ามิติที่ว่านี้
หมายถึงตัวตนรูปลักษณ์ที่เป็น #ดาวห้าแฉก
คำถามต่อมาซึ่งผู้ปฏิบัติธรรมในทุกศาสนา
จะต้องรู้และเข้าใจในคำตอบนั้นกันด้วยก็คือ
เจ้ารูปธรรมที่เป็นดาวห้าแฉกนี้คืออะไรกันแน่
คำตอบที่ถูกต้องตรงจริงก็คือ
รูปธรรมนี้หมายถึง #จิตหยาบของมนุษย์ทุกคน
ซึ่งแต่เดิมจะเริ่มกันที่ศูนย์มิติเมื่อแรกปฏิสนธิ
โดยจิตวิญญาณมนุษย์เป็นผู้แบ่งภาคออกมา
เพื่อให้กลุ่มพลังงานเหล่านี้ทำหน้าที่แทนตน
ขณะที่ได้รับโอกาสให้มาเกิดเป็นคนสองมิติอยู่
เมื่อกำลังอยู่ในครรภ์มารดา
กลุ่มจิตหยาบที่เริ่มจากยังไม่เป็นรูปธรรมอะไร
จะได้รับพลังงานความรักจากบิดามารดา
รวมทั้งจากจิตวิญญาณแก่นแท้ของตนด้วย
นั่นคือทั้งสามรูปธรรมได้ร่วมกันหมุนธรรมจักร
ช่วยกันฟูมฟักกลุ่มของจิตหยาบให้เป็นกล่อง
ทำให้กลุ่มพลังงานคือจิตหยาบที่ยังไม่สมดุล
ให้สั่นสะเทือนแรงขึ้นจนเกิดเป็นกล่องพลังงาน
เพราะว่าจิตหยาบนั้นเกิดการสมดุลขึ้นมาได้
ภายในเวลาตั้งครรภ์นานไม่เกินเก้าเดือน
จิตหยาบของผู้มาเกิดจะยกระดับขึ้นถึง 3D
“มายา” ที่เป็นตัวชี้วัดว่าจิตหยาบพัฒนาถึง 3D
ก็คือจากก้อนเลือดซึ่งเริ่มต้นแค่เพียงหยดเดียว
จะถูกความรักของทั้งสามรูปธรรมร่วมกันถักทอ
จนก่อเกิดเป็น “กายหยาบ” ของทารกขึ้นมาได้
แต่หลังจากที่ทารกนั้นถูกคลอดออกมาแล้ว
ทั้งบิดามารดาญาติพี่น้องและพวกคนข้างบ้าน
ยังแลเห็นกายสังขารอันน่ารักน่าชังของทารก
จึงพากันเข้ามามอบความรักบริสุทธิ์เติมเต็มให้
หมายถึงมาช่วยกันหมุนธรรมจักรร่วมกันนั่นเอง
มายาที่เห็นเป็นทารกจะเปลี่ยนเป็นกุมารน้อยไป
เพราะจิตหยาบยกระดับถึง 4D หรือสี่มิติแล้ว
ดังนั้น
พัฒนาการเด็กทารกจากเดิมที่จิตหยาบมีสามมุม
ซึ่งมีมายาปรากฏเป็นกายหยาบให้เห็น “สามมิติ”
นั่นคือมีความกว้าง ความยาวและความหนา
ทารกน้อยนั้นเมื่อแรกเกิดจึงแค่นอนแบเบาะได้
จากนั้นจึงค่อยพลิกคว่ำพลิกหงายชูคอคืบคลาน
ฝึกใช้มือเท้าที่เป็นอวัยวะฝึกตอบสนองร้องขอ
จนกระทั่งยืนนั่งลุกวิ่งกลิ้งนอนและปีนป่ายได้
เป็นมายาบ่งชี้ว่าจิตหยาบนั้นเข้าถึง 4D ได้แล้ว
ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุสามขวบนั้น
กุมารน้อยทุกๆคนจะได้พลังร่วมจากจิตสามนึก
ที่สั่นสะเทือนร่วมกันด้านบวกจากคนรอบข้าง
ซึ่งเรียกกันว่าพวกเขาช่วยกันหมุนธรรมจักรให้
โดยเด็กน้อยทุกรายจะมีค่าตอบแทนที่ต้องจ่าย
เป็นความน่ารักน่าอุ้มน่าเอ็นดูในสายตาผู้ใหญ่
ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
แต่หลังจากมีอายุครบสามขวบปีบริบูรณ์แล้ว
เด็กๆทุกคนจักต้องเรียนรู้ที่จะหมุนธรรมจักร
คือสั่นสะเทือนจิตสามนึกเป็นรักเพื่อให้เองได้
โดยต้องเรียนรู้ที่จะรักคนที่ทำตนไม่น่ารักให้ได้
ทั้งต้องเรียนรู้ที่จะใช้ปัญญาของสมองให้เป็น
เพื่อยกระดับแรงสั่นสะเทือนจิตหยาบให้สูงขึ้น
จะได้พัฒนาจิตหยาบของตนเป็นกล่องพลังงาน
ที่มีความสมดุลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องให้ได้
เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปธรรมให้เป็น 5 เหลี่ยมมุม
พอเข้าถึงห้าเหลี่ยมมุมหรือ 5D ได้เรียบร้อยแล้ว
จิตหยาบจะยกระดับความสมดุลถึง 6D ได้เอง
ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายนั้นได้โดยอัตโนมัติ
เราจึงขอกล่าวเพื่อทำความเข้าใจไว้ตรงนี้ว่า
โลกมนุษย์จะมีจำนวนกี่มิติหรือกี่ D ก็ตาม
ท่านจะไปชี้วัดจัดสรรกันที่ตัวโลกโดยตรงไม่ได้
จำนวนเหลี่ยมมุมที่จิตมนุษย์โดยรวมเข้าถึงได้
มันคือหมุดหมายที่บ่งชี้ว่าโลกนี้เข้าถึงกี่มิติแล้ว
แปลความว่าถ้ามนุษย์จะให้โลกนี้มีมิติที่สูงขึ้น
มนุษย์จะต้องกระทำที่จิตสามนึกของตนเท่านั้น
โดยมุ่งเน้นที่ #จิตหยาบกับปัญญาของสมอง
ท่านจะต้องหมั่นสั่นสะเทือนมันตลอดวันให้ได้
เพราะจิตหยาบที่จะสามารถเข้าถึง 5D ได้นั้น
จะต้องรักได้ให้อภัยเป็นและต้องนึกคิดเป็นด้วย
จงอย่าเชื่อคำหลอกลวงของผีโสโครก
ที่ชอบสร้างนิยายโกหกเพื่อทำให้ท่านหลงทาง
โดยบอกให้พวกท่านตายใจด้วยการนิ่งอยู่เฉยๆ
คอยรอให้มนุษย์ต่างดาวจากนอกระบบโลก
เทรินพลังงานระดับห้าที่โลกต้องการลงมาให้
ซึ่งเรื่องชวนเชื่อที่ว่านี้ไม่ใช่สัจจะแต่อย่างใด
ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ด้วยว่า
การหมุนธรรมจักรในตนเองและหมุนรวมหมู่กัน
มันจะต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเท่านั้น
เมื่อตายแล้วใครจะกลับมาต่อยอดใหม่ก็ไม่ได้
เพราะการตายแล้วเกิดใหม่ก็คือการ Set Zero
เพื่อเปลี่ยนจิตหยาบที่มันหมดสภาพไปแล้ว
ไปเป็นจิตหยาบกลุ่มใหม่ที่มีอยู่ศูนย์มิติอีกครั้ง
พระพุทธองค์ตรัสเอาไว้ว่า
ถ้าจิตวิญญาณแก่นแท้ในมนุษย์แต่ละคน
จะสามารถหลุดพ้นกลับบ้านแดนสุญตาได้
จิตหยาบของมนุษย์คนนั้นต้องสามารถเข้าถึง
การเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณของตนได้
แน่นอนว่าสองอย่างนั้นเป็นเรื่องเดียวกันแท้ๆ
อย่าไปคิดตามผีให้มันยุ่งน่าจะเหมาะสมยิ่งกว่า
เพราะผีโสโครกชอบแต่งนิยายขึ้นมาหลอก
ทำให้นักบวชหลงทางนิพพานกันเป็นแถวเลย
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
07/07/2569
