ในจริงมีเท็จ​ในเท็จมีจริง​ : กลลวงของผีโสโครก



พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


จิตวิญญาณของมนุษย์โลกทุกคนนั้น

เป็นผู้ขันอาสาพระเจ้าข้ามมิติเข้ามาเกิด

เพื่อทำหน้าที่อยู่ประจำกันในระบบโลก

โดยต้องใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก

นั่นคือมีหน้าที่ช่วยกันทำให้โลกหมุน


ทุกรูปธรรมมีเวลาอยู่ประจำบนโลกนี้

นับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเกิดในเอกภพนั้น

จะมีเวลาประจำการอยู่นาน 6 หมื่นปีโลก

โดยทุกคนไม่มีหน้าที่จะต้องตายจากโลก

เพราะถ้าตายไปจนเหลือแต่จิตวิญญาณ

คือมีเหลือเพียงแค่มิติเดียวคือแก่นแท้แล้ว

จะใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกไม่ได้


คำว่า “เมตตาธรรม” ของพระพุทธเจ้า

หมายถึงพลังงานจิตที่เป็นไฟฟ้าแม่เหล็ก

ซึ่งมีคุณสมบัติทางไฟฟ้าเป็นบวกบริสุทธิ์

ที่กายหยาบกับจิตหยาบมี “ขันธ์ห้า” ให้ใช้

เป็นเครื่องมือหรือกลไกในการผลิตนั่นเอง


พลังงานจิตด้านบวกหรือเมตตาธรรม

ในแบบที่โลกต้องการจากจิตของมนุษย์นั้น

จะต้องได้จาก #ความรักเพื่อให้ เท่านั้น

ไม่ใช่ได้จากแบบ #ความรักเพื่อเอา

ที่มีกิเลสตัณหาราคะจริตแอบแฝงอยู่ในนั้น

ถ้าเป็นพลังงานบวกก็จริงแต่ไม่บริสุทธิ์แล้ว

พลังงานนั้นจะไม่เป็นพลังงานสากลแท้จริง

โลกจะเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย


ตัวอย่างเช่น “ความรักในแบบชู้สาว”

การทำบุญโดย “ร้องขอผลบุญตอบแทน”

การทำบุญโดยมีเงื่อนไขในการกระทำ

การทำบุญเพื่อต้องการเอาหน้าหรือหาแสง

การทำบุญแล้วมีการอุทิศส่วนบุญนั้นให้

แทนที่จะประพฤติดีด้วยการเต็มใจให้

ผลกรรมที่เป็นพลังงานจิตด้านบวกนั้น

จะถูกใส่รหัสกำกับเอาไว้ว่ามันมีเจ้าของอยู่

สัจจะตรงนี้ทำให้บุญกุศลนั้นเสียบริสุทธิ์ไป

พลังงานกรรมนั้นจึงไม่เป็นสากลได้อีก


เพราะผีโสโครกหลอกลวงมนุษย์

ให้กระทำในสิ่งผิดพลาดเหลวไหลมาตลอด

หลายคนจึงบ้าทำบุญสุนทานเป็นการใหญ่

โดยทำบุญเบื้องล่างเอาไปสร้างเบื้องบน

ทำบุญหลายหนจะได้บุญกุศลหลายครั้ง

ซึ่งคนนำทางตาบอดถูกผีเป่าหัวมาอีกที

ให้เอามา “จูงจมูก” ญาติโยมผู้ไม่รู้กันต่อ


ทั้งที่จิตวิญญาณมนุษย์ที่มาเกิดนั้น

เป้าหมายหลักคือมาทำเพื่อโลกต่างหาก

ไม่ใช่มาเกิดมาทำเพื่อตัวเองและพวกพ้อง

เป็นการปฏิบัติดีแต่มีกิเลสตัณหาแอบแฝง

นับวันโลกจึงเสียสมดุลมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะว่ามนุษย์ขาดพร่องในเมตตาธรรม


ผลจากการที่มนุษย์โง่ง่ายเพราะถูกหลอก

ภัยธรรมชาติหลากหลายรูปแบบจึงเกิดขึ้น

ทั้ง “เอลนินโญ่” ภัยจากคลื่นอากาศร้อน 

“ลานินญ่า” ภัยจากคลื่นอากาศหนาวเย็น

ซึ่งเป็นสภาพอากาศแบบสุดขั้วขั้นรุนแรง

แผ่นดินไหว พายุหมุน น้ำท่วม ดินถล่ม

ฤดูกาลต่างๆเกิดวิปริตแปรปรวนขาดๆเกินๆ

เกิดจากพวกท่านเป็นมนุษย์ไม่เป็นทั้งสิ้น


ถ้าโลกหมุนรอบตัวเองอย่างต่อเนื่องได้

ด้วยอัตราเร็วต่อรอบของการหมุนคงที่แล้ว

โลกก็จะไม่แกว่งส่ายคือไม่เสียสมดุลเลย

ตัวชี้วัดว่าโลกเสียสมดุลมากหรือน้อยก็คือ

มนุษย์โลกจะเผชิญหน้ากับ “ภัยธรรมชาติ”

ที่มีความรุนแรงมากน้อยถี่บ่อยให้ได้ผจญ

ในลักษณะต่างๆตามที่กล่าวมาแล้วนั้น


ขณะที่มนุษย์โลกกำลังเผชิญภัยหนักขึ้น

จากความไม่รู้ว่าตนไม่รู้และจากการหลงผิด

จนเชื่อตามคนนำทางตาบอดที่ถูกผีเป่าหัว

ให้เอาความเท็จมาหลอกลวงชาวบ้านต่อ

ภัยร้ายไม่ได้จำกัดอยู่แค่มนุษย์กับโลกเท่านั้น

แต่มันกำลังลุกลามไปถึงระดับจักรวาลแล้ว


ถ้าระบบโลกของมนุษย์เสียสมดุลเมื่อไหร่

เอกภพที่เป็นระบบใหญ่จะเสียสมดุลตาม

ซึ่งเอกภพสมดุลได้เพราะโลกนี้มีมนุษย์

ช่วยกันใช้เมตตาธรรมค้ำจุนเอาไว้ให้อยู่ 

มนุษย์ทุกคนจึงมีหน้าที่นิพพานกิเลสให้สิ้น

จึงจะใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกได้


การหนีสังคมไปเพื่อแกล้งทำเป็นคนพิการ

โดยใช้กรรมฐานที่เป็นวิชาของพระพุทธเจ้า

ทั้งใช้ไม่เป็นและใช้ไม่ถูกต้องอีกต่างหาก

แถมยังอยากไปเป็นเทพเทวดาอยู่บนสวรรค์

ท่านเป็นฆราวาสเป็นคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน

จะลอกแบบการถือปฏิบัติของพวกนักธรรม

เพื่อเอามาทำตามแบบขาดๆเกินๆนั้นไม่ได้


พระท่านปฏิบัติแบบพระน่ะเหมาะแล้ว

เพราะพระท่านมีพระธรรมวินัยกำกับอยู่

แต่ญาติโยมทำได้แค่ถือศีลกินเจเท่านั้น

วินัยในการดำเนินชีวิตเพื่อหมุนธรรมจักร 

ไม่มีใครช่วยสอนช่วยกำหนดหรือกำกับให้

มีแค่กฎหมายกับกฎแห่งกรรมเท่านั้นเอง

ยิ่งโลกนี้เป็นดาวแห่งทางเลือกเสรีอีกด้วย

แค่เป้าประสงค์หลักในการปฏิบัติธรรมนั้น

เราเชื่อว่าชาวโลกส่วนใหญ่ตอบไม่ได้ว่า

มันคืออะไรกันแน่แบบไหนคือปฏิบัติธรรม


ถ้ามนุษย์รู้คำตอบได้แล้ว

พี่น้องทั้งหลายจะไม่สะเปะสะปะอยู่แบบนี้

เพราะจิตวิญญาณพวกท่านมาเกิดบนโลก

นานเกินหกหมื่นปีที่กำหนดไว้ไปนานแล้ว

หลายคนยังนิพพานกิเลสกันไม่ได้เลย

หลายคนยังลอยไปค้างอยู่บนสวรรค์มายา

หลายคนยังถามหาแดนนิพพานว่าอยู่ไหน

ขณะโลกเสียสมดุลจนยากเกินเยียวยาแล้ว


ยิ่งปลายยุคพลังงานเก่าในระยะนี้

จิตวิญญาณของผีโสโครกผู้ไร้กายหยาบ

ได้ยกเลิกคนนำทางตาบอดชรากับตำราเก่า

ด้วยการทำลายเจ้ากูกับหลวงตาให้เสื่อมค่า

หันมาสร้าง “กรรมกรแสง” คนเจ็นใหม่แทน


นิยายวิทยาศาสตร์ในแบบ “หนังไซไฟ”

เรื่องพลังงานเรื่องจักรวาลกับเรื่องต่างดาว

จะถูกพวกเขาบอกกล่าวเล่าปล่อยทั้งวันคืน

ได้เห็นทั้งภาพฟังทั้งเสียงอ่านทั้งข้อความ

แต่ภาพจริงไม่มีให้เห็นมีแค่ภาพจากเอไอ

คนรุ่นใหม่ไม่เคยรู้เรื่อง “กาลามสูตร”

ที่พระพุทธองค์ทรงสอนเตือนเรื่องสำคัญว่า

ถ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อความรู้ใหม่ใดๆก็ตาม

พวกท่านต้องทำอย่างไรบ้างจึงจะไม่ถูกลวง

#สงสารมนุษย์จังที่ถูกผีปั่นหัวเหมือนจิ้งหรีด


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

10/07/2569