ทักษะต้องได้จากการฝึกฝน


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามแห่งองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


การปลีกวิเวกละทิ้งสังคมไปถือศีลครองธรรม

แล้วฝึกนั่งปฏิบัติกรรมฐานเพื่อทำเทคนิคสมาธิ

โดยอ้างว่าปฏิบัติตามที่พระศาสดาเมตตาสอน

จนเชื่อสืบทอดตามกันมาจากรุ่นสู่รุ่นถึงทุกวันนี้

เพราะไม่มีใครเตือนหรือบอกให้เกิดการฉุกคิด


คนทั่วไปที่รักการประพฤติธรรม

ชอบที่จะปฏิบัติตามคนนำทางตาบอดชรา

เพราะมองเห็นว่าคนนำทางชราทั้งหลายนั้น

เป็นผู้เคร่งครัดปฏิบัติธรรมตามพระศาสดา

จึงรอบรู้ในทุกบริบทแห่งธรรมะที่ศาสดาสอนไว้

สิ่งที่คนนำทางตาบอดชราเทศนาและกล้าสอน

ฆราวาสผู้ไม่เคยรู้คำสอนเรื่อง “กาลามสูตร” 

ซึ่งพระศาสดาเคยเทศน์โปรดสั่งสอนเอาไว้แล้ว

จึงพากันเสพตามนักบวชเพศบรรพชิตไปทันที


ทั้งที่ชาวบ้านเองเป็นสัตว์สังคมคือเป็นฆราวาส

บางกิจกรรมจะปฏิบัติตามอย่างบรรพชิตไม่ได้


ไม่ต่างจากการเป็นผู้ชายกับผู้หญิงก็เช่นกัน

แม้ว่าคนทั้งสองเพศล้วนเป็นมนุษย์โลก

แต่บางอย่างชายกับหญิงจะทำเหมือนกันไม่ได้

ถ้าสิ่งที่ทำนั้นมันวิปริตผิดธรรมชาติอย่างชัดเจน


เรื่องการปฏิบัติเทคนิคสมาธิ

หรือการนั่งกรรมฐานตามเพศบรรพชิตนั้น

เป้าประสงค์ในการปฏิบัติทำของพระพุทธองค์

อยู่ที่การฝึกทักษะในการควบคุมจิตหยาบ

ให้นิ่งสงบเพื่อสยบความว้าวุ่นของจิตสามนึก

เมื่อจิตสงบจนเกิดพลัง “ฌาน” แก่กล้าได้แล้ว

จะทรงใช้ฌานที่บรรลุได้ไปสร้างพลัง “ญาณ”

ในกระบวนการคิดรู้ด้วยปัญญาของสมองต่อไป


ดังนั้น

การปฏิบัติเทคนิคสมาธิของพระศาสดา

ที่พระสายวัดป่า “สันทัดถนัดทำ” กันมากนี้

หากใครเลือกปฏิบัติตามจึงต้องทำให้ครบสูตร

คือต้องเริ่มต้นที่การปฏิบัติ “สมถะกรรมฐาน”

พอเข้าถึงฌานสี่ได้เป็นอย่างน้อยเรียบร้อยแล้ว

จึงต่อยอดด้วยการปฏิบัติ “วิปัสสนากรรมฐาน”

โดยนำเอาข้อธรรมะที่พระศาสดาทรงสอนไว้

มาใช้ปัญญาของตนตีความหมายให้แตกฉาน

เพื่อการนำไปใช้ปฏิบัติในชีวิตจริงกันต่อไป


สาเหตุที่พระพุทธองค์ทรงเลือกใช้

ปฏิบัติการทางเทคนิคตามวิชากรรมฐานนั้น

เพราะว่าพระองค์ทรงปฏิบัติธรรมตามลำพัง

ทรงเรียนรู้โลกจากประสบการณ์จริงล้วน ๆ

พระองค์จึงต้องเป็นครูผู้สอนตนเองตามลำพัง

ด้วยการเก็บเกี่ยวหยิบนำจำประสบการณ์ชีวิต

ที่ทรงพบพานผ่านมาในแต่ละวันนั้นมาขบคิด

เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์สัจธรรมนั้นให้ได้


พระองค์ทรงใช้ประสบการณ์จริงของชีวิต

เป็นครูสอนตนเองด้วยการใช้จิตตปัญญา

เลือกเรื่องที่จะนึกจะคิดจะเรียนรู้อย่างอิสระ

โดยไม่ต้องมีผู้ใดเป็นครูคอยหยิบยื่นความรู้ให้

เพราะพระองค์ทรงเป็นอัจฉริยะทางปัญญา

ในระดับที่จะหามนุษย์คนไหนเทียบเทียมได้

จึงทรงกำหนดนึกเพื่อกำหนดบทเรียนได้เอง


แต่สำหรับท่านทั้งหลายถ้าละทิ้งสังคมกันไป

จะมีใครยื่นเงื่อนไขบททดสอบจิตสามนึกมาให้

เพื่อกระชากจิตตปัญญาของท่านให้มันทำงาน

เพราะว่าคนรอบข้างถูกท่านวางทิ้งไปหมดแล้ว

โดยมีคำอ้างสวยหรูว่า “ละทิ้งอาสวะกิเลส”

ด้วยการไปก้าวเดินตามอย่างพวกนักบวชแทน

ทั้งที่พวกท่านก็ยังมีสังคมยังมีบริษัทบริวารอยู่

ยังมีสิ่งที่เรียกว่า #อาสวะกิเลส รุงรังอยู่ทั้งตัว


ฆราวาสจึงยึดการทำกรรมฐานตามแบบนักบวช

จะปฏิบัติทำกันเป็นประจำหรือเป็นอาชีพไม่ได้

ต้องแบ่งเวลาให้กับครอบครัวและการยังชีพด้วย


ฆราวาสสามารถนำเอาวิชากรรมฐาน

มาปฏิบัติได้ทุกวันในยามว่างหรือก่อนเข้านอน

โดยหยิบเอาประเด็นปัญหาที่คนใกล้ตัวก่อขึ้น

จนทำให้ตัวท่านเกิดทุกข์กายทุกข์ใจมาขบคิด

เพื่อจัดการแก้ไขปัญหานั้นให้ลุล่วงก็พอแล้ว


วิชาสมถะกรรมฐานจะช่วยท่านให้จิตสงบได้

เมื่อจิตสงบจนว่างจากความว้าวุ่นกังวลใจแล้ว

ปัญหาที่ท่านหยิบขึ้นมาคิดพิจารณานี่ไงล่ะ

มันคือประเด็นสำคัญที่ตัวท่านไม่อาจนึกเองได้

ในการนำมาใช้ขบคิดขณะนั่งทำอายตนะบอด

เพื่อการฝึกปฏิบัติกรรมฐานสมาธิกันอยู่


วิปัสสนากรรมฐานจะเกิดประโยชน์ไม่ได้

ถ้าท่านไม่สามารถกำหนดบทเรียนให้ตนเอง

เพื่อที่จะนำมาขบคิดพิจารณาหาคำตอบ

ในการหาทางออกจากปัญหาใดที่ท่านเผชิญ

ในการทำความเข้าใจโลกและการเข้าใจผู้อื่น

ในการตัดสินใจต่อกรณีปัญหาที่เป็นทางเลือก

เพื่อการตัดสินใจให้ถูกต้องอย่างสิ้นเชิงได้


ขณะนั่งกรรมฐานท่านจะทำได้ก็เพียงแค่

ใช้เวลาหมดไปกับการบังคับข่มจิตให้มันสงบนิ่ง

เหมือนคนที่อยากจะไปสวรรค์คนเดียวนั่นแหละ

เพราะการพัฒนาจิตตปัญญาก็ไม่เกิด

มีแต่สภาวะจิตที่สงบนิ่งอยู่บนกองปัญหา

การใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลกก็เกิดไม่ได้อีก

เพราะจิตหยาบของท่านมีกิเลสหมกอยู่เต็มตัว

อีกทั้งจิตสามนึกแบบรวมหมู่ก็ไม่อาจเกิดได้

โดยเลือกปิดหูปิดตาปิดปากเก็บตัวอยู่ผู้เดียว

ทำให้สมการจิตสามนึกแบบรวมหมู่ คือ Σβₓ

ตัว “เอ็กซ์” จะต้องแทนค่าด้วย 3 ขึ้นไปเท่านั้น

เมตตาธรรมของพวกท่านจึงจะค้ำจุนโลกได้


พวกฝรั่งตะวันตกเขาเพิ่งจะตื่นรู้ว่า

การปฏิบัติกรรมฐานของพระสายวัดป่านั้น

สามารถจะควบคุมคลื่นสมองของตนเองได้

แต่เป็นการทดลองขณะที่พระปฏิบัติกรรมฐาน


เราขอถามว่าท่านมั่นใจได้แน่หรือว่า 

ประดาผู้ปราดเปรื่องในเรื่องของกรรมฐาน

ตามแบบปฏิบัติของคนนำทางตาบอดชรานั้น

ถ้าไม่อยู่ในเวลาที่ท่านนั่งกรรมฐานสมาธิแล้ว

จะสามารถกำกับควบคุมจิตตปัญญาของตน

เมื่อถูกสิ่งเร้ายั่วยุหรือเย้ายวนใจกันได้แน่นะ 

เชื่อว่า #ท่าจะยาก เพราะจิตท่านมันไม่ชำนาญ

โดยจิตขาดทักษะที่จะอดกลั้นกับสถานการณ์

เมื่อถูกยั่วยุหรือเย้ายวนจนจิตทนต่อไปไม่ไหว


แม้จะฝึกกรรมฐานกันมานานหลายสิบปี

พอสีกามาสีกูมันก็เลยเสร็จกูไม่ก็กูเสร็จสีกา

ซึ่งชี้วัดได้ว่าฝรั่งตะวันตกเพิ่งจะพิสูจน์รู้จนตื่นรู้

แต่ท่านทั้งหลายจงอย่าตื่นตูมเชื่อไปตามฝรั่ง

จงจำไว้ว่า “ทักษะต้องได้จากการฝึกฝน”

การฝึกฝนต้องฝึกจากสถานการณ์จริงเท่านั้น

ฝึกลูกให้เขียนได้แค่ให้นั่งดูมือถือจะได้แน่หรือ


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

07/07/2569