มนุษย์ถูกหลอกให้เกลียดกลัวความทุกข์


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


ที่มนุษย์ส่วนใหญ่เชื่อตามคนนำทางตาบอด

โดยคนนำทางตาบอดก็เชื่อตามผีโสโครก

ในเรื่องของ #เกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นทุกข์มาก

เพราะถูกผีหลอกให้กลัวความทุกข์นั่นเอง


ทั้งที่พระพุทธเจ้าที่เสด็จหนีจากวังครั้งแรก

เพราะทรงหนีความทุกข์ใจจากสิ่งแวดล้อม

ที่แม้ว่าจะสุดแสนสุขสบายแต่จำเจซ้ำซาก

ปัญหาของพระองค์คือความ “จำเจซ้ำซาก”

จนนำไปสู่ความเบื่อหน่ายแล้วทนไม่ไหว

เมื่อทนไม่ไหวจึงต้องเสด็จหนีออกจากวัง


ในที่สุดพระองค์ก็ทรงค้นพบความจริงว่า

ความจำเจซ้ำซากที่นำไปสู่ความเบื่อหน่าย

คือ #ปัญหาทางจิตใจ อย่างหนึ่งของมนุษย์

ที่จะเรียกง่ายๆว่ามันคือ “ความทุกข์” ก็ได้


เพราะความทุกข์หมายถึง “สิ่งที่ทนได้ยาก”

ถ้าปล่อยให้ความทุกข์ที่เกิดขึ้นมันทุกข์นาน

โดยท่านไม่อาจจัดการมันให้สิ้นทุกข์ไปได้

ท่านจะต้องเผชิญคำว่า “ทุกข์ทรมาน” เสมอ

เนื่องจากต้องกล้ำกลืนฝืนทนกับมันนั่นเอง


ความจริงที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบก็คือ

มนุษย์จะสิ้นทุกข์หรือพ้นทุกข์กองนั้นๆได้

จักต้องใช้กระบวนการที่เรียกว่า #อริยะสัจสี่

คือ #ทุกข์ #สมุทัย #นิโรธ และ #มรรค


1.โดยสิ่งแรกคือท่านต้องรู้ว่า

เหตุแห่งการทุกข์กายทุกข์ใจนั้นคืออะไรแน่

ที่ต้องรู้ให้ได้เสียก่อนเพราะมันคือ “ปัญหา”

คำว่าปัญหาเพราะว่ามันคือสาเหตุแห่งทุกข์


2.เมื่อรู้ว่าปัญหาที่พาให้เกิดทุกข์คืออะไรแล้ว

ก็คิดหาวิธีที่จะจัดการแก้ไขปัญหานั้นต่อไป

ด้วยการ “เกาให้ถูกที่คัน” โดยใช้หลัก 6 ถูก

ซึ่งเป็น Parinya Model มาประกอบด้วย คือ

#ถูกคน #ถูกที่ #ถูกวิธี #ถูกเวลา #ถูกต้อง

ถูกสุดท้ายก็คือ #ถูกใจตนเองและผู้อื่นด้วย


วิธีที่จะเลือกใช้ในการแก้ไขปัญหานั้น

เพื่อกำจัดทุกข์ใจของท่านให้ลุล่วงให้ได้

มันจะต้องถูกครบทั้งหมด 6 ถูกเท่านั้น

จะผิดไปอย่างใดอย่างหนึ่งในหกอย่างนี้มิได้

เพราะแทนที่จะแก้ไขปัญหาเดิมไม่ได้แล้ว

ยังจะเป็นการสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก


3.เมื่อได้รู้ความจริงว่าตัวปัญหาแท้จริง

ที่เป็นสาเหตุแห่งทุกข์นั้นมันคืออะไรอย่างไร

รวมทั้งคิดหาวิธีจัดการกับปัญหานั้นได้แล้ว

ก็ลงมือปฏิบัติไปตามที่คิดไว้นั้นทุกประการ


หากคิดได้แล้วไม่ลงมือทำ

เพราะขาดความกล้าหาญขาดความเชื่อมั่น

ปัญหานั้นมันก็จะยังคงอยู่ให้ทุกข์ต่อไปอีก

นี่คือสิ่งที่พวกท่านไม่ต้องการ

แต่ถ้าท่านนำสิ่งที่คิดได้มาลงมือปฏิบัติกัน

มรรคผลสุดท้ายที่ต้องการคือสิ้นทุกข์แน่ๆ


อริยะสัจที่มี 3 ขั้นตอนดังกล่าวนี้

เป็นพระคุณของพระพุทธเจ้าที่เมตตามนุษย์

ทรงนำมาเทศน์โปรดพวกท่านเอาไว้ว่า

ถ้าท่านเกิดทุกข์จนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว

ก็ให้ใช้อริยะสัจทั้งสามขั้นตอนนี้จัดการมัน

หากมีพระองค์เป็นครูก็ไม่รู้จะกลัวทุกข์ทำไม


ถ้าใครยังเกลียดกลัวความทุกข์กันอยู่

แสดงว่าท่านนั้นทำตนเป็นคน #เสียชาติเกิด 

เสียแรงที่ชาตินี้เลือกที่จะเป็นชาวพุทธ

เพราะชาวพุทธจะต้องใช้ปัญญาของตนได้

การนำเอาอริยสัจทั้งสามมาใช้จึงไม่น่ายาก

หากใช้สติปัญญาของสมองซีกซ้ายเป็น


นอกจากนั้น

พระพุทธองค์ยังทรงประทานมรรคมีองค์แปด

เอาไว้ให้มนุษย์ใช้จัดการกับความทุกข์ด้วย

เพราะทรงทราบดีว่าเหตุแห่งทุกข์ของมนุษย์

มีที่มาที่ไปอยู่ 2 อย่าง คือ


1.ความทุกข์ที่เกิดจากบุคคลอื่น

เป็นผู้หยิบยื่นหรือสร้างปัญหานั้นมาให้ท่าน

ซึ่งจัดการได้ด้วยหลักแห่งอริยะสัจสาม

ตามที่เรากล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น


2.ความทุกข์ที่เกิดจากตนเองเป็นผู้ก่อขึ้น

จนเป็นผลลบกระทบต่อบุคคลอื่นๆเข้า

พวกเขาจึงกระทำตอบสนองด้านลบกลับมา


พระองค์จึงทรงแนะนำเอาไว้ว่า

การจัดการกับปัญหาอันเป็นที่มาแห่งทุกข์นี้

มันต้องเริ่มที่การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของท่าน

โดยไม่ทำผิดคิดชั่วต่อคนอื่นเขาก่อน

พระองค์ทรงเรียกว่า #มรรคแปด ประการ

คือการประพฤติดีปฏิบัติชอบนั่นเอง


เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

เรื่องของอริยะสัจสี่กับมรรคมีองค์แปดนี้

เป็นเรื่องของทุกข์ที่เป็นโลกียะธรรมเท่านั้น

ยังเป็นปัญหาแบบเด็กๆที่ลูบได้คลำได้

ซึ่งผีโสโครกนำมาบิดเบือนเพื่อหลอกมนุษย์

ให้เข้าใจความทุกข์กันแบบผิดๆมานานแล้ว


หวังว่าคำเตือนของเราจะช่วยให้พวกท่าน

เกิดการ #ตื่นรู้ หรือ “ตาสว่าง” กันได้เสียที


จงระลึกไว้เสมอว่า

ระดับพระพุทธเจ้านั้นทรงรู้เรื่องทุกข์ดีกว่านี้

เพราะความทุกข์ที่ทรงระบุไว้ในไตรลักษณ์

มิได้หมายถึงความทุกข์ทรมานของมนุษย์

แบบที่ทุกคนขลาดกลัวในการมาเกิดกันเลย

จึงเล็งว่าถ้าตายแล้วจะไปเป็นเทพพรหมโน่น

ชาวพุทธต้องกลายเป็นพวกเทวะนิยมกันไป


ทุกข์แท้จริงในความหมายของพระพุทธเจ้า

คืออะไรอย่างไรเชิญติดตามอ่านในตอนต่อไป


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

14/07/2569