ตัวกูไม่ใช่ของกู แต่เป็นของจิตวิญญาณ


 พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


ความทุกข์ทั้งทางกายและทางจิตหยาบนั้น

เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วจะเป็นสิ่งที่ “ทนได้ยาก”


คำว่า “สิ่งที่เกิดขึ้น” นี้ หมายถึง

อาการสั่นสะเทือนของเซลล์อวัยวะร่างกาย

ที่เกิดขึ้นในมิติโลกทางด้านกายภาพ

หรือการสั่นสะเทือนของ “จิตหยาบ”

ที่เกิดขึ้นในมิติพลังงานด้านของแก่นแท้


โดยมีจิตหยาบคือต่อมไพเนียลเป็นผู้เริ่มต้น

มีศูนย์บัญชาการหลักก็คือสมองทั้งสองซีก

มีผู้สิ้นสุดก็คือเซลล์อวัยวะร่างกายที่ถูกสั่งการ

การสั่นสะเทือนถึงกันเป็นทอดๆแบบนี้

เป็นกระบวนการธรรมชาติซึ่งถูกออกแบบไว้


มนุษย์จึงมีจิตหยาบเป็นตัวขับเคลื่อน

มีเครื่องยนต์แห่งกรรมสองมิติเป็นเครื่องมือ

มีจิตวิญญาณกับแม่นมคือพี่พลียะเดี้ยนส์

ประทับนิ่งอยู่ในที่ตั้งตรง “ต่อมพิทูอิทารี”

ผู้คอยทำหน้าที่เป็นดั่งพระประธานของวัด

โดยให้เจ้าอาวาสก็คือจิตหยาบทำการแทน


สิ่งใดที่จิตหยาบซึ่งเป็นเจ้าวัดหรือเจ้าอาวาส

เป็นผู้สั่งการหรือปฏิบัติการลงไปก็ตาม

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกต้องเหมาะสมดีงามหรือไม่

มันจะเป็นสิ่งสร้างสรรค์หรือเป็นสิ่งชั่วร้าย

มันจะผิดบาปมากน้อยแค่ไหนอย่างไรก็ตาม

การสั่นสะเทือนนั้นเจ้าวัดจะต้องรับกรรม

แม้ว่าตนจะไม่ได้เป็นผู้ก่อกรรมนั้นเองเลย

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมีเหตุผล 2 ประการ คือ


#ประการแรก

พระผู้สร้างทรงกำหนดให้ “จิตสามนึก”

หรือ “จิตหยาบ” ทำหน้าที่แทน “จิตวิญญาณ”

ในทุกภพชาติที่ได้รับโอกาสมาเกิดเป็นมนุษย์


เมื่อจิตวิญญาณเป็น #ผู้มอบอำนาจ

กิจการใดที่จิตหยาบ #ผู้รับมอบอำนาจ ก่อขึ้น

ผู้มอบอำนาจจักต้องรับผิดชอบในผลกรรมนั้น

เสมือนตนเป็นผู้ก่อกรรมกระทำมันด้วยตนเอง

ผู้มอบอำนาจจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้


#ประการที่สอง

พระผู้สร้างทรงกำหนดให้ “จิตสามนึก”

หรือจิตหยาบเสื่อมสลายพร้อมกับกายหยาบ

ซึ่งจิตวิญญาณจะละทิ้งจิตหยาบกับกายหยาบ

ให้เสื่อมสลายไปด้วยกันเมื่อสิ้นอายุขัย

ผลกรรมทั้งบาปบุญคุณโทษชั่วดีทั้งหลาย

จิตหยาบจะส่งมอบให้แก่จิตวิญญาณ

“รับผิดชอบ” ในผลกรรมนั้นแทนตนต่อไป


การรับผิดชอบในผลกรรมของจิตวิญญาณ

คือการบำบัดเยียวยาตนเองให้สมดุลในนรก

เรียบร้อยแล้วจะต้องย้อนกลับมาเกิดใหม่อีก

เพื่อปฏิบัติตาม “กฎแห่งกรรม” ที่ระบุเอาไว้

ในแผนการเรียนรู้ที่จิตวิญญาณท่านต้องการ

ทั้งกลับมาชำระขยะพลังงานกรรมทั้งหมด

ที่จิตหยาบของตนก่อไว้ในอดีตชาตินั้นด้วย


การมาเกิดเป็นมนุษย์ของพวกท่าน

จะมีลักษณะสำคัญที่ต้องรู้พอสังเขปเหล่านี้

แน่นอนว่าพวกท่านอำนาจสมองมีขีดจำกัด

จะทราบความรู้ที่เป็นความจริงเหล่านี้เองมิได้

พระบิดาแห่งจิตวิญญาณจึงต้องประทาน

พระศาสดาที่มาจากพระเจ้าคือพระบุตรเอก

ให้ข้ามมิติเข้ามาจุติภายในเอกภพที่ระบบโลก

เพื่อเปิดเผยความจริงเหล่านี้ให้มนุษย์โลกรู้


เมื่อมนุษย์รู้ความจริงเหล่านี้แล้ว

จะได้ปฏิบัติตนเพื่อการดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง

โดยเฉพาะท่านจะต้องรู้ว่า “ตัวกูไม่ใช่ของกู”

คือกายสังขารทั้งระบบเป็นของจิตวิญญาณ

ตัวกูคือจิตหยาบผู้อาสาทำงานแทนแก่นแท้

ตัวกูจึงไม่ใช่จิตวิญญาณของกูผู้อาสามาเกิด

พวกท่านจะรักจิตวิญญาณของท่านมากขึ้น

จะแคร์จิตวิญญาณของท่านเองมากกว่านี้


จนมนุษย์หลายคนทำผิดคิดเพี้ยนไปว่า

กฎแห่งกรรมกรณีกรรมสนองข้ามภพชาตินั้น

ไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริงตามที่พระสอนได้

แต่เชื่อว่าสำหรับมนุษย์นั้น “ตายแล้วจบสิ้น”

โดยหยิบยกเอาเรื่องทางโลกมาเป็นหลักคิด

ตายจากกันเมื่อไหร่ความสัมพันธ์นั้นก็สิ้นสุด

เพราะไม่รู้ว่าตนเองนั้นเป็น “คนสองมิติ”

แม้มิติโลกอาจจะจบแต่มิติจิตวิญญาณไม่จบ


เพราะกรรมใดในมิติทางพลังงานที่เกิดขึ้นนั้น

ถ้าเป็นกรรมดีก็มีประโยชน์ต่อตนเองและโลก

ถ้าเป็นกรรมชั่วที่โลกและใครๆไม่ต้องการมัน

พลังงานกรรมด้านลบนั้นผู้ก่อจะต้องเก็บกวาด

หากผู้ก่อยังไม่ตายก็จะกลายเป็นขยะลอยอยู่

เพื่อรอให้เจ้าของมันที่ตายแล้วเป็นผู้ชำระทิ้ง

คือทำให้ผลกรรมนั้นเป็น “โมฆะ” ให้หมดสิ้น


หน้าที่ของจิตหยาบของมนุษย์อย่างแรก

นั่นคือต้องกำจัดหรือชำระขยะพลังงานกรรม

ที่จิตหยาบของจิตวิญญาณในอดีตชาติ

เป็นผู้ก่อการร้ายโดยทิ้งขยะเหล่านั้นเอาไว้

ด้วยการชำระให้หมดสิ้นไม่เหลือไว้เป็นขยะ

กรรมใดใครก่อผู้นั้นต้องรับผิดชอบในกรรมนั้น

เพื่อให้จักรวาลโลกและจิตวิญญาณของตน

มีความสะอาดบริสุทธิ์อย่างแท้จริงให้จงได้


เราบอกกล่าวความจริงนี้

เพื่อให้จิตหยาบหรือจิตสามนึกของท่าน

รับรู้แล้วเรียนรู้ “อนุตรธรรม” สำคัญเหล่านี้

จะได้สั่นสะเทือน “จิตสามนึก” ของท่าน

ให้มันเกิดอาการของทุกข์จนทนไม่ได้

จนต้องแสดงออกทางกายและวาจา

ด้วยการเร่งเพียรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

เพื่อจิตวิญญาณแก่นแท้ของตัวท่านเอง

อย่างจริงจังและตั้งใจให้เร็วที่สุดให้จงได้


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

18/07/2569


#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #พระเจ้า

#คนสองมิติ #หลุดพ้นนิพพาน #อนุตรธรรม

#กฎแห่งกรรม #จิตวิญญาณ #จิตสามนึก