25 พฤษภาคม 2569

มนุษย์ทุกคนไม่รู้ว่าตนน่ะมีจิตหยาบ



 #มนุษย์ทุกคนไม่รู้ว่าตนน่ะมีจิตหยาบ


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


คนทุกคนมี #จิตวิญญาณ เป็นตัวตนแก่นแท้

โดยจิตวิญญาณนั้นเป็นผู้ขันอาสาเข้ามาเกิด

เป็น “คนสองมิติ” อยู่ในเอกภพที่ระบบโลก

หน้าที่หลักก็คือมาใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เอาไว้ให้พวกท่านแล้ว

เพื่อช่วยให้โลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองต่อเนื่อง

จะได้ทำให้ระบบโลกเกิดความสมดุลชั่วนิรันดร์


แต่ในอดีตกาลที่ผ่านมา

พี่น้องชาวโลกผู้เป็นคนชอบธรรมทั้งหลายนั้น

ยังไม่มีพระศาสดาพระองค์ใดเคยกล่าวให้รู้ว่า

จิตวิญญาณของท่านซึ่งเป็นผู้ขันอาสามาเกิด

เมื่อได้รับโอกาสให้มาเกิดเป็นคนสองมิติแล้ว

จิตวิญญาณท่านจะแบ่งภาคพลังงานออกมา

เป็นพลังงานกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกว่า #จิตหยาบ

โดยให้จิตหยาบทำหน้าที่แทน “จิตวิญญาณ”


หากถามว่า...

ทำไมต้องให้จิตหยาบทำหน้าที่แทน

คำตอบก็คือเพราะพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ

ทรงห่วงใยลูกแกะของพระองค์คือพวกท่าน

มิให้เลอะเทอะเปรอะเปื้อนสิ่งสกปรกโสมม

ขณะใช้ชีวิตเป็นคนสองมิติอยู่ในระบบโลก

ซึ่งลูกแกะอาจบาดเจ็บจนกลับบ้านเกิดไม่ได้

หรือไม่อาจกลับเข้าคอกเมื่อถึงกาลสิ้นยุคได้


เพราะว่าจิตวิญญาณของพวกท่าน

ได้รับโอกาสให้มาเกิดเพื่อทำหน้าที่สำคัญ

ประจำโลกนี้นาน “หกหมื่นปี” ไม่มีหน้าที่ตาย

ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความสุ่มเสี่ยง

อยู่อย่างยาวนานขนาดนั้นปัญหาอาจเกิดได้


ปัญหาของจิตวิญญาณที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ถ้าให้ทำหน้าที่เองโดยตรงโดยไม่ใช้จิตหยาบ

โดยจะมีอยู่ด้วยกันถึง 2 ประการดังนี้ คือ


1.จิตวิญญาณของท่านจะเกิดอาการหลงมิติ

เพราะสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่ต่ำหรือจิตตก

เมื่อถูกสิ่งเร้าทางโลกยั่วยุเย้ายวนอยู่เป็นประจำ

จนเกิดความเคยชินเคยตัวไปในที่สุด


2.จิตวิญญาณของท่านจะต้องแปดเปื้อนราคี

อันหมายถึงจะมี “บุรพกรรมแม่เหล็ก” บวกลบ

อันเกิดจากผลกรรมเมื่อมีการสั่นสะเทือนขึ้น

เพื่อรับรู้แล้วรับเอาในการตอบสนองสิ่งเร้านั้นๆ

ฝังตัวอยู่กับจิตวิญญาณจนยากที่จะชำระทิ้งได้


ดังนั้น

พระเจ้าหรือพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ

ทรงหวั่นพระทัยว่าพวกท่านจะกลับบ้านไม่ได้

จึงทรงออกแบบให้มีจิตหยาบทำหน้าที่แทน

ขณะทำหน้าที่อยู่ในบทบาทของคนสองมิติ

เพื่อลดความเสี่ยงในสองประการดังกล่าวนั้น


ทรงอนุญาตให้จิตวิญญาณของท่าน

เมื่อตายหรือทิ้งกายสังขารในภพชาตินั้นแล้ว

ให้ละทิ้งจิตหยาบไว้กับกายสังขารที่บนโลก

มอบให้จิตวิญญาณรับผลกรรมทุกสิ่งทุกอย่าง

ที่จิตหยาบของตนก่อกรรมทำไว้ในภพชาตินั้น

โดยจิตหยาบจะสลายไปพร้อมกับกายหยาบ


ภารกิจที่จิตวิญญาณทุกท่านจะต้องรับผิดชอบ

หลังจากที่ต้องตายหรือทิ้งกายสังขารไปแล้ว

สถานการณ์ที่จิตวิญญาณจะต้องเผชิญก็คือ


1.ต้องลงไปบำบัด #อาการหลงมิติ ที่ในนรก

ภาษาชาวบ้านเรียกว่าส่งลงไป “ดัดสันดาน”

เพราะจิตหยาบเป็นเหตุให้จิตวิญญาณเพี้ยนไป


คำว่า “เพี้ยน” หมายถึงสั่นสะเทือนผิดความถี่

จากเดิมทีที่เคยสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่สูง

หมายถึงสั่นสะเทือนเป็นความสงบกับความรัก

แต่กลับสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่ที่ตกต่ำลง

เนื่องจากสั่นสะเทือนตามจิตหยาบอยู่ตลอดวัน

จิตหยาบที่สั่นด้วยคลื่นความถี่ต่ำเป็นประจำนั้น

คือสั่นสะเทือนด้วยสิ่งที่เรียกว่า #กิเลสตัณหา

ซึ่งหมายถึง “อารมณ์ขยะรายวัน” นั่นเอง


การดัดสันดานจิตวิญญาณที่ป่วยด้วยโรคนี้

เป็นงานใหญ่ที่ต้องใช้ช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ

ทำหน้าที่ปฏิบัติการรักษาด้วยวิธีพิเศษเท่านั้น

จึงจะสามารถแก้ไขจิตวิญญาณที่หลงมิตินั้นได้

กระบวนการที่ “ยมบาล” ท่านนำมาใช้ในนรก

นั่นคือการบำบัดแบบ #หนามยอกเอาหนามบ่ง

เป้าหมายเพื่อ “สร้างสติทางวิญญาณ” ให้ใหม่

เพราะการเสียสมดุลหรือหลงมิติที่เกิดขึ้นนั้น

เป็นเพราะขาดสติทางจิตวิญญาณนั่นแหละ


2.เมื่อจิตวิญญาณรูปธรรมนั้นพ้นนรกขึ้นมาได้

แสดงว่าแรงสั่นสะเทือนกลับมาเป็นปกติดีแล้ว

แต่เนื่องจาก “ขยะสกปรก” ที่เปรอะเปื้อนยังอยู่

หมายถึงรหัสบุรพกรรมแม่เหล็กบวกลบทั้งหมด

ซึ่งจิตหยาบเป็นผู้ก่อกรรมทำเข็ญนั้นๆเอาไว้

โดยจะฝังตัวเกาะติดอยู่บริเวณ “เมอร์คขะบาห์” 

ที่เป็นพลังงานด้านนอกสุดของจิตวิญญาณ

ซึ่งจิตวิญญาณนั้นต้องกลับมาเกิดมีภพชาติใหม่

เพื่อชำระขยะออกไปขณะที่มีกายหยาบเท่านั้น


วิธีการชำระขยะดังกล่าวนี้ก็คือ

จิตวิญญาณโดยจิตหยาบในชาติใหม่

จะต้องเผชิญเงื่อนไขหรือสถานการณ์เดิม

ในแบบที่จิตหยาบในภพชาติอดีตเผชิญ

แต่ตอบสนองเงื่อนไขสถานการณ์นั้นผิดพลาด

หลักๆคือ “รักไม่ได้ อภัยไม่เป็น เห็นแก่ตัว”

อันหมายถึงไม่อาจ “หมุนธรรมจักร” ได้

กลายเป็น “หมุนกรรมจักร” ที่ไม่น่ารักแทน


ถ้าภพชาติใหม่ตัดสินใจถูกต้อง

จิตหยาบในภพชาติใหม่นั้นจะเป็น “ฮีโร่” ทันที

เพราะจะก่อผลกรรมใหม่จากเงื่อนไขเดิม ๆนั้น

ให้เกิดเป็นบุรพกรรมแม่เหล็กด้านบวกขึ้นมาได้

เพราะบุรพกรรมแม่เหล็กที่เกิดขึ้นมีประจุไฟฟ้า

จึงยังผลให้บุรพกรรมแม่เหล็กใหม่เก่าจับคู่กัน

กลายเป็นบุรพกรรมแม่เหล็กที่เป็นกลางไปเลย


แต่ถ้าคู่กรรมคู่เวรจากอดีตชาติของท่าน

เขายังมีจิตคิดอาฆาตโกรธแค้นพยาบาทอยู่

การชำระขยะที่ผิดบาปนั้นมันจะยังไม่จบง่ายๆ

ถ้าคู่กรณีกรรมของท่านเขายังไม่อโหสิกรรมให้

เขาจะใช้พลังจิตใต้สามนึกเหนี่ยวรั้งท่านเอาไว้

ผลก็คือพวกท่านจะหลุดพ้นนิพพานไม่ได้

จะต้องเวียนเกิดเวียนตายตามกันไปทุกภพชาติ

ซึ่งพวกท่านจะต้องเรียนรู้กันเอาไว้ด้วย


จงจำไว้ว่าพวกท่านต่างดำเนินชีวิตกันอยู่

ด้วยการใช้ “จิตหยาบ” ไม่ใช่จิตวิญญาณ


จิตหยาบหรือจิตสามนึกคือจิตมนุษย์

มีหน้าที่สั่นสะเทือนด้านบวกให้เกิดขันธ์ห้า

เพื่อการใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก

โดยจิตวิญญาณจะมีจิตใต้สำนึกคอยสั่นตาม

เพื่อให้เกิดกรรมและผลกรรมในสองมิติเสมอ


พวกท่านผ่านการเกิดมาแล้วหลายภพชาติ

ต่างคนต่างใช้จิตหยาบแล้วทิ้งไปนับไม่ถ้วน

ขอให้ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายกันดีไหมท่าน

ช่วยพาจิตวิญญาณหลุดพ้นนิพพานกันดีกว่า


(โปรดติดตามตอนต่อไป)


เอเมน สาธุ

#พระบุตรเอก

25/05/2569