#งานเลี้ยงดูไดโนเสาร์ของพระเจ้า
พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
สิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่พระเจ้าสร้างขึ้นบนโลก
ถ้ากล่าวเป็นภาพรวมแล้วพวกเขาคือต้นไม้ใหญ่
ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวตนเองได้เล็กน้อย
แต่ไม่อาจโยกย้ายที่ ๆตนเอง #ยันยืน อยู่นั้นได้
คำว่า “ยันยืน” หรือ “ยืนยัน” หมายถึงอาการที่
ต้นไม้ใหญ่ใช้รากแก้วกับรากแขนงและรากฝอย
แทงลึกลงไปในแผ่นดินโลกเพื่อค้ำยันตนเองไว้
ไม่ให้ล้มหรือไม่ให้เสียหลักในการทรงตัวง่ายๆ
ตามหลักการสร้างของพระองค์ก็คือการดำรงอยู่
ด้วยความสมดุลมั่นคงและยั่งยืนหรือ #หยั่งยืน
เมื่อพระเจ้าทรงกำหนดสร้างสิ่งมีชีวิตแบบใหม่
ที่สามารถโยกย้ายตนเองไปในโลกกว้างนี้ได้
สุดแต่ใจหรือจิตวิญญาณไดโนเสาร์จะปรารถนา
#ยั่งยืนหรือหยั่งยืน เปลี่ยนเป็น #หยัดยืน แทน
เพราะไดโนเสาร์จะเอาศีรษะที่มีจิตวิญญาณอยู่
เพื่อ “เชิดชู” ขึ้นสู่พระเจ้าที่ประทับอยู่บนฝั่งฟ้า
พวกเขาต้องใช้แขนขาหยัดยืนขึ้นจากพื้นเสมอ
แม้ขณะที่ไดโนเสาร์กำลังคลานไปบนพื้น
โดยลำตัวจะขนานไปกับพื้นโลกอยู่ตลอดเวลา
แต่เมื่อใดที่เขาต้องมองขึ้นฟ้าหรือหาอาหาร
ส่วนที่เป็นศีรษะนั้นจะต้องชูชันขึ้นสู่เบื้องฟ้า
เสมือนหนึ่งว่าจะสบพระเนตรพระเจ้านั่นแหละ
#ตัวอย่างแรก
ถ้าพวกเขารับรู้ว่ามีแสงฟ้าแลบหรือเสียงฟ้าร้อง
พวกเขาก็จะใช้สองตาสองหูรับรู้สิ่งเร้านั้นทันที
ซึ่งเป็นเสมือนหนึ่งการที่ลูกจะเพรียกหาพ่อแม่
ในยามหวาดกลัวหรือในยามที่รู้ตัวว่าภัยกำลังมา
#ตัวอย่างที่สอง
เมื่อพวกเขาหิวอาหารและต้องการขออาหาร
ก็จะรู้เองได้ด้วยสัญชาตญาณของตนที่มีอยู่ว่า
ต้องหันหน้าเข้าหาพ่อแม่เพื่อร้องขออาหาร
ไดโนเสาร์ทุกตัวจึงต้องแหงนหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า
เมื่อพวกเขาแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า
ก็จะสามารถแลเห็นยอดไม้ใบไม้และผลไม้ได้
ตามที่พระเจ้าทรงเตรียมการเอาไว้ให้ลูกแล้ว
อาหารยังชีพของไดโนเสาร์ก็คือ “ยอดไม้”
ที่เป็นใบไม้อ่อนๆอยู่ซึ่งเป็นอาหารอันโอชะ
โดยพระเจ้าทรงติดตั้งซี่ฟันให้พวกไดโนเสาร์
เอาไว้ใช้ในการกัดแทะและบดเรียบร้อยแล้ว
เมื่อพวกเขากัดกินยอดไม้ที่เป็นอาหารเมื่อใด
จะได้ระลึกถึงพระเจ้าผู้ประทานยอดไม้นั้นให้
ในทุกครั้งที่ชูคอเชิดหน้าขึ้นฟ้ากัดกินยอดไม้
โดยรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณที่ทรงติดตั้งไว้ให้นั้น
พระเจ้าทรงออกแบบให้ไดโนเสาร์ของพระองค์
ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับป่าไม้ในแบบพึ่งพาอาศัยกัน
โดยไดโนเสาร์กัดกินใบไม้จากยอดไม้ดำรงชีวิต
เพราะในใบไม้ของต้นไม้จะมีแร่ธาตุจากแผ่นดิน
ที่ต้นไม้ใช้รากดูดซับรับเอาไปปรุงอาหารที่ใบ
ด้วยกระบวนการที่เรียกกันว่า #สังเคราะห์แสง
เมื่อสัตว์กินพืชเข้าไปจึงได้รับสารอาหารนั้นด้วย
เพราะเหตุนี้เองไดโนเสาร์ของพระองค์ทุกตัว
จึงไม่มีตัวใดป่วยเพราะเป็นโรคขาดอาหาร
ขณะเดียวกันกับที่พวกเขาต่างล้วนเจริญเติบโต
เพราะได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอทุกวัน
จากการเดินทางท่องไปในป่าใหญ่กันไปเรื่อย ๆ
หิวเมื่อไหร่ก็แหงนหน้ามองฟ้าเพื่อแลหาพ่อแม่
จะแลเห็นยอดไม้ทำให้จิตวิญญาณสั่นสะเทือน
จนเกิดเป็นสัญชาตญาณที่บอกตนเองว่ากินได้
ตามที่พระเจ้าทรงติดตั้งสัญชาตญาณนั้นไว้แล้ว
เมื่อไดโนเสาร์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ย้ายที่อยู่ได้
โดยขับเคลื่อนตนเองด้วยจิตวิญญาณนั้น
เรียนรู้ที่จะใช้ “สัญชาตญาณ” ตอบสนองตนเอง
คือหิวเมื่อไหร่จะมองขึ้นฟ้าเพื่อมองหาพ่อแม่
พอมองแล้วจะเห็นยอดไม้ใบไม้ที่ทรงสร้างไว้นั้น
ไดโนเสาร์จะรู้ได้ทันทีว่ายอดไม้ที่เห็นนั้นกินได้
พวกเขาจึงตอบสนองความหิวด้วยการกัดกินมัน
เมื่อพวกเขาเดินท่องป่าใหญ่ไปทั้งวันแล้ว
ยามใดที่พวกเขารู้สึกอ่อนล้าหรือเรี่ยวแรงโรยรา
ก็จะรู้จักล้มตัวลงนอนเพื่อหยุดพักผ่อนสักชั่วครู่
พอพักผ่อนนอนหลับจนรู้ตัวว่าตนเพียงพอแล้ว
ก็จะตื่นขึ้นแล้วหยัดยืนเพื่อเดินทางกันต่อไป
มืดค่ำที่ไหนจะหยุดเดินทางพักนอนที่ตรงนั้น
ไดโนเสาร์ทุกตัวทุกเผ่าพันธุ์จะปฏิบัติกันแบบนี้
จนเกิดเป็นสัญชาตญาณหลักของพวกเขาไป
เพื่อให้พวกเขาอยู่ร่วมกันเป็นฝูงเป็นหมู่เหล่า
จึงสอนให้พวกเขารู้จักใช้สัญชาตญาณแห่งรัก
ระหว่างตัวผู้กับตัวเมียเพื่อทำหน้าที่ของพ่อแม่
ในการ “สืบพันธุ์” เพื่ออนุรักษ์เผ่าพันธุ์เอาไว้
ยังผลให้ “ครอบครัว” ซึ่งมีพ่อแม่ลูกบังเกิดขึ้น
จนเป็นที่มาของสูตรสมการ Σβₓ นั่นแหละ
คุณสมบัติของสิ่งมีชีวิตที่โลกรู้กันอยู่
จึงเป็นความรู้ที่ได้จากสิ่งมีชีวิตคือต้นไม้ใหญ่
กับไดโนเสาร์ที่ย้ายตนเองไปได้ทุกที่โดยแท้
(อยากติดตามตอนต่อไปก็ให้ยกมือขึ้น)
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
#ปัญญาวิสุทธิ์
7/05/2569

