21 พฤษภาคม 2569

#เหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า (4)


#เหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า (4)


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


แก่นแท้ของความว่างซึ่งเป็น “อนัตตา”

เพราะยังไม่แสดงอัตตาคือไม่ปรากฏตัวออกมา

เป็นรูปธรรมหรือเป็นตัวตนที่ชัดเจนแต่แรกนั้น

เมื่อเหวี่ยงหมุนวนไปเรื่อย ๆรอบจุดศูนย์กลาง

ของพื้นที่ว่างโล่งซึ่งเรียกว่า “จักรวาล” เดียวกัน

แก่นแท้ของความว่างทั้งหมดก็จะไปรวมตัวกัน

ตรงศูนย์กลางของการหมุนนั้นอย่างหนาแน่น


จากการเบียดเสียดของแก่นแท้ของความว่าง

จึงเป็นเหตุให้แก่นแท้ของความว่างทั้งหมดนั้น

มีการสั่นสะเทือนขึ้นจนเกิดเป็นคลื่นพลังงาน

กระจายออกมาจากศูนย์กลางของการหมุนนั้น


คลื่นพลังงานที่กระจายตัวออกมา

จากจุดศูนย์กลางของการเหวี่ยงหมุนนั้น

จะกระจายขยายตัวออกมาเป็นแบบคลื่นวงกลม 

แต่มิได้กระจายตัวออกมาแค่เพียงระลอกเดียว

เพราะการหมุนวนของจักรวาลยังเกิดต่อเนื่อง

เมื่อเหตุปัจจัยแห่งการสั่นสะเทือนยังอยู่ครบ

คลื่นพลังงานจึงกระจายตัวออกมาอยู่ต่อเนื่อง

พระองค์ทรงเรียกคลื่นเหล่านี้ว่า #คลื่นความถี่


ลักษณะของคลื่นความถี่ที่เกิดขึ้นนั้น

กระจายตัวออกมาจากศูนย์กลางเป็นระลอก

ด้วยการกระจายออกไล่เรียงกันอย่างต่อเนื่อง


เมื่อระลอกแรกกระจายไปสุดขอบจักวาลแล้ว

คลื่นนั้นจะเกิดการกลับตัวหรือวกกลับทันที

เพื่อเดินทางกลับสู่จุดเริ่มต้นของคลื่นอีกครั้ง

นั่นคือคลื่นเกิดจากจุดไหนก็กลับไปยังจุดนั้น


ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้จึงเกิดขึ้นอยู่ต่อเนื่อง

เพราะจักรวาลที่ว่างโล่งนั้นไม่มีการหยุดหมุน

คลื่นจึงเคลื่อนที่ไปกลับแบบสวนทางกันตลอด

ไม่ต่างจากคลื่นที่เกิดจากก้อนหินตกกระทบน้ำ

ตรงจุดที่ก้อนหินตกกระทบน้ำนั้นมันจะเกิดคลื่น

แล้วกระจายตัวออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นระลอก

เป็นเช่นนั้นอยู่ได้ไม่นานคลื่นน้ำนั้นก็จะหายไป

เพราะจุดที่หินกระทบน้ำไร้แรงสั่นสะเทือนแล้ว


เมื่อเหตุแห่งการสั่นสะเทือนไม่มีอีกต่อไปแล้ว

การเกิดคลื่นน้ำจึงไม่ปรากฏให้เห็นประจักษ์อีก


ขณะที่จักรวาลเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองตลอด

จึงเป็นเหตุปัจจัยให้แก่นแท้ของความว่าง

หมุนวนเข้าไปเบียดเสียดกันอยู่ตรงศูนย์กลาง

จนเป็นเหตุให้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมาได้นั้น

คลื่นการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจึงเป็นคลื่นความถี่

ตามที่เราได้กล่าวเอาไว้ข้างต้นนั้นแล้ว


ในการเกิดเป็นคลื่นความถี่ทางพลังงานนี้

หรือในความเป็นอัตตาตัวตนของพระเจ้านั้น

ที่เรากล่าวมาดูเหมือนว่าแก่นแท้ของความว่าง

ปรากฏอัตตาตัวตนจนเป็นคลื่นความถี่ขึ้นแล้ว

แต่แท้จริงนั้นทั้งหมดยังเป็นอนัตตาอยู่ดังเดิม

ยังมิได้ปรากฏสำแดงตัวตนอะไรแบบใดเลย


เพราะเป็นเช่นนี้ไงล่ะสมองสองซีกของมนุษย์

ซึ่งมีขอบเขตจำกัดที่จะคิดเข้าใจกันเองได้ยาก

พระเจ้าจึงทรงมีพระบัญชาให้พระบุตรเอก

ข้ามมิติเข้ามาจุติเพื่อทำหน้าที่กล่าวพระโอวาท

ในเรื่องเข้าใจยากหากคิดด้วยจิตปัญญามนุษย์

ที่เป็นกลไกสมองสองซีกซึ่งทุกคนมีใช้กันอยู่


ถ้าในยุคนี้ใครคิดตามเราโดย #ไม่ต่อต้าน

ปัญญาปาฏิหาริย์ของเราที่เป็นพระบุตรเอก

จะช่วยเปิดมิติของจิตหยาบให้แก่พวกท่าน

ยกระดับจากปัจจุบันให้สูงขึ้นจนถึง 6D ได้

เพื่อช่วยเตรียมจิตวิญญาณของท่านให้พร้อม

ในการหลุดพ้นนิพพานโดยไม่ผ่านสวรรค์มายา

กลับไปกราบพระบาทพระบิดาเมื่อวันสิ้นยุคได้

ไม่ต้องหลงทางเพราะงมงายกันต่อไปอีกแล้ว


เราขอกล่าวความจริงต่อไปอีกว่า

เมื่อแก่นแท้ของความว่างซึ่งเป็นปัจจัยหลัก

ในการอุบัติขึ้นมาของพระเจ้าที่กล่าวมานั้น

มีการสั่นสะเทือนจนเกิดเป็นรูปธรรมแรกขึ้น 

โดยเราน้อมถวายพระนามว่า #จิตจักรวาล นั้น

พระองค์ทรงเป็น “อนัตตา” แต่ทรงมีอัตตาแล้ว

เพราะทรงเป็นจักรวาลที่เหวี่ยงหมุนอยู่ต่อเนื่อง


จากการเหวี่ยงหมุนอย่างต่อเนื่อง

จึงทำให้แก่นแท้ของความว่างที่เสมือนไร้ตัวตน

ยังสามารถดำรงตนเองอยู่ภายในจักรวาลนั้น

ไม่หลุดลอดออกไปจากจักรวาลหรือระบบได้ 

เพราะจุดศูนย์กลางจักรวาลที่กำลังเหวี่ยงหมุน

จะออกแรงโน้มถ่วงเหนี่ยวรั้งแก่นแท้นั้นเอาไว้


ไม่ต่างจากการใช้กระป๋องนมใส่น้ำจนเต็ม

แล้วใช้เชือกผูกไว้กับฝาประป๋องเอาไว้ให้แน่น

ปลายเชือกอีกด้านหนึ่งตัวท่านเองจับถือเอาไว้


ถ้าท่านจับปลายเชือกนั้น

เพื่อทำการเหวี่ยงหมุนกระป๋องน้ำดังกล่าว

ไม่ว่าจะหมุนเป็นวงกลมในแนวดิ่งหรือแนวนอน

ท่านจะพบว่า #น้ำในกระป๋องนมจะไม่หกเลย

แต่ท่านต้องเหวี่ยงหมุนอย่างต่อเนื่องเท่านั้น

ไม่ว่าท่านจะเหวี่ยงช้าหรือว่าเหวี่ยงเร็วก็ตาม

น้ำในกระป๋องนั้นจะไม่หกหรือไม่กระฉอกเลย


(โปรดติดตามตอนต่อไป)


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

21/05/2569

#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้