พี่ๆน้อง ๆ ผู้เป็นคนชอบธรรมที่รักทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงในฐานะของพระบุตรเอก
ที่พระองค์ทรงเจิมแต่งและมีพระบัญชาให้เรา
ข้ามมิติมาสื่อพระโอวาทกับพระองค์บนโลกนี้
ให้พวกท่านทั้งหลายในปลายยุคพลังงานเก่า
ได้รับรู้รับฟังเพื่อเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้หรือรู้ผิดอยู่
ด้วยวิธี Vertical Telepathy คือสื่อสารแนวดิ่ง
ในระบบ “จิตสู่จิต” กับพระองค์โดยตรง
เราขอยืนยันต่อท่านทั้งหลาย
พระโอวาททุกบททุกตอนที่เรากล่าวเผยแพร่
เป็น #ผลึกแห่งพระโอวาท ที่ผุดขึ้นมากลางจิต
ที่เราได้รับรหัสมาจากพระองค์แล้วจึงถอดรหัส
ด้วยกระบวนการทาง “จิตปัญญา” ก่อนประกาศ
ที่เป็นการสื่อสารสองทางระหว่างเรากับพระองค์
เพื่อ “สนทนากับพระเจ้า” โดยถามตอบกันได้
ด้วย “ดวงตาแห่งจิตวิญญาณ” ผ่านพิทูอิทารี่
ที่เป็นจักระสูงสุดของคนสองมิติโดยเฉพาะ
ซึ่งช่องทางสื่อสารนี้คนธรรมดาทั่วไปไม่มีใช้
ผู้ที่จะใช้ช่องทางนี้ได้คือผู้ที่เป็นพระบุตรเอก
กับพระศาสดาผู้เดินทางมาจากพระเจ้าเท่านั้น
แต่จิตวิญญาณจะต้องถือเครื่องมือพิเศษนี้
ติดตัวเข้ามาเกิดภายในเอกภพที่ระบบโลกเอง
เพราะคนทั่วไปไม่มีหน้าที่สื่อสารกับพระเจ้า
ดังนั้น
ผลึกพระโอวาทที่เราได้รับมาจากพระองค์นั้น
ไม่ได้มาจากเสียงที่เราได้ยินได้รู้ที่ในหัวเรา
ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารทางเดียวในแนวระนาบ
ที่มนุษย์กับเทพกับพรหมกับมารเขาสื่อสารกัน
ที่เป็นการกระทำด้วย “ตาที่สาม” ผ่านไพเนียล
โดยมีจิตหยาบหรือจิตมนุษย์เป็นผู้สื่อสารเอง
เราจึงขอย้ำต่อท่านทั้งหลายไว้ตรงนี้ว่า
#พระเจ้ามีจริง #พระเจ้าไม่ใช่พระพรหม
#พระเจ้าทรงมีเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น
#ไม่มีใครสร้างพระเจ้าแต่ทรงอุบัติขึ้นเอง
พระพรหมนั้นเป็นจิตวิญญาณของมนุษย์
ที่หลงทางนิพพานผ่านไปทางสวรรค์มายา
มีทั้งรูปธรรมที่เป็นพรหมผู้ยังมีอัตตาตัวตนอยู่
กับรูปธรรมที่เป็น “อรูปพรหม” ที่ไร้อัตตาแล้ว
ซึ่งมีอยู่จำนวนมากมายหลายรูปธรรมเลย
ในตอนที่แล้วเราปฏิเสธความเท็จของคนคริสต์
ที่ดันไปยอมรับกับคนสอนธรรมรายนั้นเองว่า
พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างทั้งความดีและความชั่ว
ทั้งที่พระองค์มิได้เป็นผู้สร้างความดีความชั่ว
ซึ่งมนุษย์โลกสร้างกันเองแท้ๆแต่โทษพระเจ้า
จึงถูกคนสอนธรรมย้อนถามกลับจนเกิดปัญหา
โดยถามว่าใยไม่สร้างแต่ดีแล้วสร้างชั่วทำไม
ซึ่งคนที่ถูกอาจารย์สอนธรรมถามย้อนกลับนั้น
ก็ไม่อาจตอบคำถามคนที่ถามให้กระจ่างได้
หลายวันผ่านมาก็มีศาสนิกชนคนคริสต์อีกราย
โทรเข้ารายการสดของคนสอนธรรมท่านนี้อีก
เพื่อจะยืนยันความเชื่อของตนว่าพระเจ้ามีจริง
ด้วยการสนทนาประวาทะกับคนสอนธรรมนี้อีก
มีอยู่ตอนหนึ่งซึ่งทั้งสองคนยกเอาเรื่องจนรวย
ขึ้นมากล่าวในเชิงยกตัวอย่าง
คนสอนธรรมเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อนว่า
“ทำไมพระเจ้าจึงให้บางคนรวยบางคนจน”
คนคริสต์ที่โทรเข้ารายการตอบกลับไปทันทีว่า
#เพราะมันเป็นบททดสอบของพระเจ้า
คนสอนธรรมก็สวนกลับด้วยคำพิพากษาว่า
“#อย่างนี้พระเจ้าก็ไม่ยุติธรรมน่ะสิเธอ
เพราะทดสอบคนนั้นด้วยความยากจน
แต่กลับทดสอบบางคนด้วยความร่ำรวย”
การสนทนาธรรมของคนสองคนสองศาสนา
ฟังดูแล้วเป็นเรื่องของคนขับรถเร็วบนถนนลื่น
ที่กำลังวิ่งสวนทางกันแล้วต้องเบรกกะทันหัน
โดยสองคนนั้นมั่นใจในการขับทั้งคู่แต่ไร้สติ
เพราะพวกเขาทั้งสองเป็นเพียงแค่ #ขับรถได้
แต่ยังไม่ใช่คนที่ #ขับรถเป็น ยังมิใช่มืออาชีพ
พอที่จะเป็นคนสอนธรรมของทั้งสองศาสนาได้
เพราะเข้าไม่ถึงแก่นธรรมของศาสนากันอยู่ทั้งคู่
เราจะบอกความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ภพชาติปัจจุบันของมนุษย์ส่วนใหญ่บนโลกนี้
มันมิใช่ภพชาติแรกของพวกท่านในการเกิด
โดยทุกท่านล้วนมีอดีตชาติมาด้วยกันทั้งนั้น
เมื่อวานนี้เรากล่าวนำไว้ก่อนแล้วว่า
ในภพชาติแรกแห่งการมาเกิดเป็นมนุษย์นั้น
ทุกคนทุกรูปธรรมจะมี “ชะตาชีวิต” ร่วมกัน
ตามที่วางแผนขีดเขียนบทละครนั้นๆด้วยกันมา
เพื่อแสดงออกหรือกระทำต่อกันในครอบครัว
ซึ่งมีบทละครทั้งดีและชั่วผสมผสานกันไป
ผู้ที่แสดงตามเงื่อนไขบทละครก็คือ #จิตหยาบ
ผู้ที่ต้องถูกทดสอบจิตสามนึกก็คือ #จิตหยาบ
สิ่งที่เป็นบททดสอบหรือข้อสอบคือ #เงื่อนไข
ผู้จัดสร้างหรือวางเงื่อนไขก็คือ #จิตวิญญาณ
ซึ่งสมาชิกอย่างน้อยสามท่านก็คือ #พ่อแม่ลูก
ในภพชาติแรกจะต้องรับผิดชอบร่วมกันให้ได้
แผนการของจิตวิญญาณของพวกท่านก็คือ
พวกท่านจะต้องใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก
หมายความว่าพวกท่านทุกคนภายในครอบครัว
จะต้องสอบผ่านบททดสอบดีๆชั่วๆระหว่างกัน
โดยจะต้อง #รักกันให้ได้ #อภัยกันให้เป็น
คือจิตหยาบจะต้องสงบเย็นเป็นอุเบกขาให้ได้
ไม่ว่าหนึ่งในสามคนยื่นเงื่อนไขดีหรือชั่วมาให้
อย่างน้อยก็ต้องตอบสนองทางด้านบวกเท่านั้น
ถ้าเขาดีมาท่านดีตอบท่านก็สอบผ่าน
ถ้าเขาชั่วมาแต่ท่านสงบเย็นเป็นอุเบกขาได้
โดยไม่เกิดอาการจิตตกจนท่านต้องยกจิต
หรือท่านไม่ตอบสนองชั่วด้วยการทำชั่วเสียเอง
แสดงว่าตัวท่านก็สอบผ่านบททดสอบนั้นแล้ว
ถ้าเขาชั่วมาแต่ท่านสงบเย็นเป็นอุเบกขาไม่ได้
แต่เกิดอาการ “จิตตก” คือสั่นสะเทือนเป็นลบ
ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ต่ำจนหายใจหอบระรัวตัวสั่น
แล้วตอบสนองด้วยวจีทุกจริตหรือกายทุจริต
ที่เป็นด้านลบซึ่งตัวเขาไม่พึงประสงค์กลับไป
ท่านจึงเป็นเงื่อนไขให้เขาจิตตกตามไปด้วย
ลักษณะที่เกิดในครอบครัวของท่านในชาติแรก
หากเป็นเช่นนี้แสดงว่า #พวกท่านสอบตก แล้ว
การประพฤติผิดบาปต่อกันในครอบครัว
ด้วยการสอบตกบททดสอบในชะตาชีวิตที่ว่านี้
ถ้าพวกท่านไม่เรียนรู้ที่จะอดทนอดกลั้นอภัยให้
พวกท่านก็จะมีสัญญาขันธ์บันทึกกรรมนั้นไว้
พระเจ้าทรงเรียกว่า #ชะตากรรม ซ้อนขึ้นมาอีก
โดย “ชะตากรรม” ที่ว่านี้ล้วนเป็น #วิบากกรรม
ที่พวกท่านก่อขึ้นไว้ในภพชาติแรกที่ได้มาเกิด
แสดงว่าจิตหยาบของตัวท่านเองขณะมีชีวิตอยู่
เป็นผู้เขียนบทละครใหม่ขึ้นมาคือ #ชะตากรรม
ทับซ้อนกับ “ชะตาชีวิต” ที่จิตวิญญาณเขียนไว้
นอกจากนั้น
การดำเนินชีวิตประจำวันในภพชาติแรกนั้น
ท่านยังจะต้องเรียนรู้เอาไว้ด้วยว่า
ถ้าท่านเป็น “คนสองมิติ” จะต้องคนให้เข้ากัน
นั่นคือ #หมุนธรรมจักรในตัวเอง ให้สำเร็จ
โดยท่านจะต้องรักให้ได้ให้อภัยให้เป็น
ซึ่งถ้าจะทำได้ท่านต้องใช้ #จิตปัญญา เท่านั้น
จะใช้ #กิเลสตัณหา รักและอภัยไม่ได้ทั้งสิ้น
ถ้าในภพชาติต่อมายังต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก
ใครที่เกิดมางกหรือโลภเห็นแก่ประโยชน์ตน
คนพวกนี้จะต้องได้รับบทเรียนกรรมในชาติหน้า
ด้วยการเกิดมาเป็นคนยากจนทำมาหากินยาก
ถ้าอดีตชาติแล้งน้ำใจในชาติใหม่ก็จะไร้คนแล
ถ้างกกับลูกหลานชาติใหม่ก่อนตายก็จะอนาถา
เพราะลูกหลานไม่เหลียวแล เป็นต้น
ในทางกลับกันถ้าชาตินี้ท่านมีแต่ให้
โดยรักเพื่อให้หรือให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ไม่ว่าคนในครอบครัวหรือคนข้างบ้านก็ตาม
กฎแห่งกรรมก็จะช่วยสอนตัวท่านให้สำนึกเอง
ชีวิตในชาติใหม่ท่านจะไม่ยากจนข้นแค้นแน่ ๆ
ขัดสนเมื่อไหร่พระเจ้าจะส่งคนมาช่วยเติมให้
โดยที่ท่านไม่ต้องขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตนใด
ให้ต้องถูกหลอกกินเครื่องเซ่นไหว้กันอีกเลย
ดังนั้น
ทั้งคนคริสต์รายนั้นกับคนสอนธรรมรายนี้
หูตาสว่างขึ้นหรือยังว่า “ความดีความชั่ว” นั้น
พระเจ้าไม่ได้ทรงเป็นพระผู้สร้างบททดสอบ
หูตาสว่างหรือยังว่า “ความรวยความจน” นั้น
มิใช่เป็นแค่บททดสอบแต่เป็นบทเรียนกรรม
ที่จิตหยาบและจิตวิญญาณของท่านต้องเรียนรู้
ในภพชาติปัจจุบันเมื่อได้รับโอกาสให้มาเกิด
ถ้าท่านไม่ละวางกิเลสโดยนิพพานทุกสิ่งให้สิ้น
ไม่ใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียงคือพอดีพอมีพอกิน
ไม่ฝึกฝนตนเองในการใช้อายตนะให้ถูกต้อง
จิตหยาบหรือจิตมนุษย์หรือจิตสามนึกของท่าน
จะไม่อาจยกระดับการสั่นสะเทือนให้สูงขึ้น
เพื่อเข้าถึงการเป็นรูปธรรมที่มี 6 เหลี่ยมมุมได้
จิตหยาบท่านยกระดับถึง 3D ได้แล้วจึงคลอด
หลังคลอดแล้วจนถึงสามขวบปีบริบูรณ์
ความน่ารักน่าเอ็นดูของกุมารน้อยจะดึงดูดใจ
ให้ใครต่อใครมารุมรักอยากอุ้มอยากกอด
จนลุกนั่งยืนวิ่งกลิ้งนอนได้นั่นคือถึง 4D แล้ว
หลังสามขวบเป็นต้นไปเงื่อนไขของท่านก็จะมา
ความไร้เดียงสาในการมีโลกสวยก็จะลดลง
เพราะจิตวิญญาณที่จะหลุดพ้นกลับบ้าน
คืนสู่แดนสุญตาภายนอกเอกภพอันไพศาลนี้ได้
จิตหยาบของท่านจะต้องมีหกเหลี่ยมมุมคือ 6D
เท่ากันกับจำนวนเหลี่ยมมุมของจิตวิญญาณ
มิเข่นนั้นแล้วท่านจะนิพพานหลังตายไม่ได้เลย
ถ้าจะยกระดับจิตหยาบให้ถึง 6Dได้นั้น
มีวิธีการเดียวคือท่านต้องสอบผ่านบททดสอบ
พร้อมทั้งเรียนรู้บทเรียนแห่งการเป็นมนุษย์
จากประสบการณ์เชิงประจักษ์ในชีวิตจริงให้ได้
อีกทั้งต้องอยู่เหนือกิเลสเพื่อจะไม่เป็นทาสโง่ๆ
อยู่ใต้กฎแห่งกรรมอย่างซ้ำซากกันอีกตลอดไป
ศาสนิกชนทั้งหลายจงรู้ไว้ด้วยว่า
#ดีชั่วเพราะตัวทำ
#กรรมดีกรรมชั่วเป็นของตัวเอง
#พระเจ้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย
#อย่าติโทษพระเจ้า
จงอย่าเอาความไม่รู้ของตัวเองมาเที่ยวอวดรู้
ถ้าท่านไม่รู้จริงเรื่องพระเจ้าซึ่งเป็นอนุตรธรรม
เพราะก่อนถึงคาบสุดท้ายในการพิพากษาโลก
จิตวิญญาณของท่านจะเป็นดั่งปลาที่ถูกคัดทิ้ง
บัดนี้เวลาคัดปลานั้นมันใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว!!!
เอเมน สาธุ
#พระบุตรเอก
ถ่ายทอดคลื่นการคิดจากจิตจักรวาลโดย
อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
จิตจักรวาลสถานธรรม
16/05/2569
