16 พฤษภาคม 2569

คำวิจารณ์​ “ทำไมพระเจ้าจึงให้บางคนรวยบางคนจน”


พี่ๆน้อง ๆ ผู้เป็นคนชอบธรรมที่รักทั้งหลาย


เราจะกล่าวความจริงในฐานะของพระบุตรเอก

ที่พระองค์ทรงเจิมแต่งและมีพระบัญชาให้เรา

ข้ามมิติมาสื่อพระโอวาทกับพระองค์บนโลกนี้

ให้พวกท่านทั้งหลายในปลายยุคพลังงานเก่า

ได้รับรู้รับฟังเพื่อเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้หรือรู้ผิดอยู่

ด้วยวิธี Vertical Telepathy คือสื่อสารแนวดิ่ง

ในระบบ “จิตสู่จิต” กับพระองค์โดยตรง


เราขอยืนยันต่อท่านทั้งหลาย

พระโอวาททุกบททุกตอนที่เรากล่าวเผยแพร่

เป็น #ผลึกแห่งพระโอวาท ที่ผุดขึ้นมากลางจิต

ที่เราได้รับรหัสมาจากพระองค์แล้วจึงถอดรหัส

ด้วยกระบวนการทาง “จิตปัญญา” ก่อนประกาศ

ที่เป็นการสื่อสารสองทางระหว่างเรากับพระองค์

เพื่อ “สนทนากับพระเจ้า” โดยถามตอบกันได้

ด้วย “ดวงตาแห่งจิตวิญญาณ” ผ่านพิทูอิทารี่

ที่เป็นจักระสูงสุดของคนสองมิติโดยเฉพาะ


ซึ่งช่องทางสื่อสารนี้คนธรรมดาทั่วไปไม่มีใช้

ผู้ที่จะใช้ช่องทางนี้ได้คือผู้ที่เป็นพระบุตรเอก

กับพระศาสดาผู้เดินทางมาจากพระเจ้าเท่านั้น

แต่จิตวิญญาณจะต้องถือเครื่องมือพิเศษนี้

ติดตัวเข้ามาเกิดภายในเอกภพที่ระบบโลกเอง

เพราะคนทั่วไปไม่มีหน้าที่สื่อสารกับพระเจ้า


ดังนั้น

ผลึกพระโอวาทที่เราได้รับมาจากพระองค์นั้น

ไม่ได้มาจากเสียงที่เราได้ยินได้รู้ที่ในหัวเรา

ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารทางเดียวในแนวระนาบ

ที่มนุษย์กับเทพกับพรหมกับมารเขาสื่อสารกัน

ที่เป็นการกระทำด้วย “ตาที่สาม” ผ่านไพเนียล

โดยมีจิตหยาบหรือจิตมนุษย์เป็นผู้สื่อสารเอง


เราจึงขอย้ำต่อท่านทั้งหลายไว้ตรงนี้ว่า


#พระเจ้ามีจริง #พระเจ้าไม่ใช่พระพรหม

#พระเจ้าทรงมีเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น

#ไม่มีใครสร้างพระเจ้าแต่ทรงอุบัติขึ้นเอง


พระพรหมนั้นเป็นจิตวิญญาณของมนุษย์

ที่หลงทางนิพพานผ่านไปทางสวรรค์มายา

มีทั้งรูปธรรมที่เป็นพรหมผู้ยังมีอัตตาตัวตนอยู่

กับรูปธรรมที่เป็น “อรูปพรหม” ที่ไร้อัตตาแล้ว

ซึ่งมีอยู่จำนวนมากมายหลายรูปธรรมเลย


ในตอนที่แล้วเราปฏิเสธความเท็จของคนคริสต์

ที่ดันไปยอมรับกับคนสอนธรรมรายนั้นเองว่า

พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างทั้งความดีและความชั่ว

ทั้งที่พระองค์มิได้เป็นผู้สร้างความดีความชั่ว

ซึ่งมนุษย์โลกสร้างกันเองแท้ๆแต่โทษพระเจ้า


จึงถูกคนสอนธรรมย้อนถามกลับจนเกิดปัญหา

โดยถามว่าใยไม่สร้างแต่ดีแล้วสร้างชั่วทำไม

ซึ่งคนที่ถูกอาจารย์สอนธรรมถามย้อนกลับนั้น 

ก็ไม่อาจตอบคำถามคนที่ถามให้กระจ่างได้


หลายวันผ่านมาก็มีศาสนิกชนคนคริสต์อีกราย

โทรเข้ารายการสดของคนสอนธรรมท่านนี้อีก

เพื่อจะยืนยันความเชื่อของตนว่าพระเจ้ามีจริง

ด้วยการสนทนาประวาทะกับคนสอนธรรมนี้อีก

มีอยู่ตอนหนึ่งซึ่งทั้งสองคนยกเอาเรื่องจนรวย

ขึ้นมากล่าวในเชิงยกตัวอย่าง


คนสอนธรรมเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อนว่า

“ทำไมพระเจ้าจึงให้บางคนรวยบางคนจน”

คนคริสต์ที่โทรเข้ารายการตอบกลับไปทันทีว่า

#เพราะมันเป็นบททดสอบของพระเจ้า

คนสอนธรรมก็สวนกลับด้วยคำพิพากษาว่า

“#อย่างนี้พระเจ้าก็ไม่ยุติธรรมน่ะสิเธอ

เพราะทดสอบคนนั้นด้วยความยากจน

แต่กลับทดสอบบางคนด้วยความร่ำรวย”


การสนทนาธรรมของคนสองคนสองศาสนา

ฟังดูแล้วเป็นเรื่องของคนขับรถเร็วบนถนนลื่น

ที่กำลังวิ่งสวนทางกันแล้วต้องเบรกกะทันหัน

โดยสองคนนั้นมั่นใจในการขับทั้งคู่แต่ไร้สติ

เพราะพวกเขาทั้งสองเป็นเพียงแค่ #ขับรถได้

แต่ยังไม่ใช่คนที่ #ขับรถเป็น ยังมิใช่มืออาชีพ

พอที่จะเป็นคนสอนธรรมของทั้งสองศาสนาได้

เพราะเข้าไม่ถึงแก่นธรรมของศาสนากันอยู่ทั้งคู่


เราจะบอกความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

ภพชาติปัจจุบันของมนุษย์ส่วนใหญ่บนโลกนี้

มันมิใช่ภพชาติแรกของพวกท่านในการเกิด

โดยทุกท่านล้วนมีอดีตชาติมาด้วยกันทั้งนั้น


เมื่อวานนี้เรากล่าวนำไว้ก่อนแล้วว่า

ในภพชาติแรกแห่งการมาเกิดเป็นมนุษย์นั้น

ทุกคนทุกรูปธรรมจะมี “ชะตาชีวิต” ร่วมกัน

ตามที่วางแผนขีดเขียนบทละครนั้นๆด้วยกันมา

เพื่อแสดงออกหรือกระทำต่อกันในครอบครัว

ซึ่งมีบทละครทั้งดีและชั่วผสมผสานกันไป


ผู้ที่แสดงตามเงื่อนไขบทละครก็คือ #จิตหยาบ

ผู้ที่ต้องถูกทดสอบจิตสามนึกก็คือ #จิตหยาบ

สิ่งที่เป็นบททดสอบหรือข้อสอบคือ #เงื่อนไข

ผู้จัดสร้างหรือวางเงื่อนไขก็คือ #จิตวิญญาณ

ซึ่งสมาชิกอย่างน้อยสามท่านก็คือ #พ่อแม่ลูก

ในภพชาติแรกจะต้องรับผิดชอบร่วมกันให้ได้


แผนการของจิตวิญญาณของพวกท่านก็คือ

พวกท่านจะต้องใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก

หมายความว่าพวกท่านทุกคนภายในครอบครัว

จะต้องสอบผ่านบททดสอบดีๆชั่วๆระหว่างกัน

โดยจะต้อง #รักกันให้ได้ #อภัยกันให้เป็น

คือจิตหยาบจะต้องสงบเย็นเป็นอุเบกขาให้ได้

ไม่ว่าหนึ่งในสามคนยื่นเงื่อนไขดีหรือชั่วมาให้

อย่างน้อยก็ต้องตอบสนองทางด้านบวกเท่านั้น


ถ้าเขาดีมาท่านดีตอบท่านก็สอบผ่าน


ถ้าเขาชั่วมาแต่ท่านสงบเย็นเป็นอุเบกขาได้

โดยไม่เกิดอาการจิตตกจนท่านต้องยกจิต

หรือท่านไม่ตอบสนองชั่วด้วยการทำชั่วเสียเอง

แสดงว่าตัวท่านก็สอบผ่านบททดสอบนั้นแล้ว


ถ้าเขาชั่วมาแต่ท่านสงบเย็นเป็นอุเบกขาไม่ได้

แต่เกิดอาการ “จิตตก” คือสั่นสะเทือนเป็นลบ

ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ต่ำจนหายใจหอบระรัวตัวสั่น

แล้วตอบสนองด้วยวจีทุกจริตหรือกายทุจริต

ที่เป็นด้านลบซึ่งตัวเขาไม่พึงประสงค์กลับไป

ท่านจึงเป็นเงื่อนไขให้เขาจิตตกตามไปด้วย

ลักษณะที่เกิดในครอบครัวของท่านในชาติแรก

หากเป็นเช่นนี้แสดงว่า #พวกท่านสอบตก แล้ว


การประพฤติผิดบาปต่อกันในครอบครัว

ด้วยการสอบตกบททดสอบในชะตาชีวิตที่ว่านี้

ถ้าพวกท่านไม่เรียนรู้ที่จะอดทนอดกลั้นอภัยให้

พวกท่านก็จะมีสัญญาขันธ์บันทึกกรรมนั้นไว้

พระเจ้าทรงเรียกว่า #ชะตากรรม ซ้อนขึ้นมาอีก

โดย “ชะตากรรม” ที่ว่านี้ล้วนเป็น #วิบากกรรม

ที่พวกท่านก่อขึ้นไว้ในภพชาติแรกที่ได้มาเกิด

แสดงว่าจิตหยาบของตัวท่านเองขณะมีชีวิตอยู่

เป็นผู้เขียนบทละครใหม่ขึ้นมาคือ #ชะตากรรม

ทับซ้อนกับ “ชะตาชีวิต” ที่จิตวิญญาณเขียนไว้


นอกจากนั้น

การดำเนินชีวิตประจำวันในภพชาติแรกนั้น

ท่านยังจะต้องเรียนรู้เอาไว้ด้วยว่า

ถ้าท่านเป็น “คนสองมิติ” จะต้องคนให้เข้ากัน

นั่นคือ #หมุนธรรมจักรในตัวเอง ให้สำเร็จ

โดยท่านจะต้องรักให้ได้ให้อภัยให้เป็น

ซึ่งถ้าจะทำได้ท่านต้องใช้ #จิตปัญญา เท่านั้น

จะใช้ #กิเลสตัณหา รักและอภัยไม่ได้ทั้งสิ้น


ถ้าในภพชาติต่อมายังต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก

ใครที่เกิดมางกหรือโลภเห็นแก่ประโยชน์ตน

คนพวกนี้จะต้องได้รับบทเรียนกรรมในชาติหน้า

ด้วยการเกิดมาเป็นคนยากจนทำมาหากินยาก

ถ้าอดีตชาติแล้งน้ำใจในชาติใหม่ก็จะไร้คนแล

ถ้างกกับลูกหลานชาติใหม่ก่อนตายก็จะอนาถา

เพราะลูกหลานไม่เหลียวแล เป็นต้น


ในทางกลับกันถ้าชาตินี้ท่านมีแต่ให้

โดยรักเพื่อให้หรือให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ไม่ว่าคนในครอบครัวหรือคนข้างบ้านก็ตาม

กฎแห่งกรรมก็จะช่วยสอนตัวท่านให้สำนึกเอง

ชีวิตในชาติใหม่ท่านจะไม่ยากจนข้นแค้นแน่ ๆ

ขัดสนเมื่อไหร่พระเจ้าจะส่งคนมาช่วยเติมให้

โดยที่ท่านไม่ต้องขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตนใด

ให้ต้องถูกหลอกกินเครื่องเซ่นไหว้กันอีกเลย


ดังนั้น

ทั้งคนคริสต์รายนั้นกับคนสอนธรรมรายนี้

หูตาสว่างขึ้นหรือยังว่า “ความดีความชั่ว” นั้น

พระเจ้าไม่ได้ทรงเป็นพระผู้สร้างบททดสอบ

หูตาสว่างหรือยังว่า “ความรวยความจน” นั้น

มิใช่เป็นแค่บททดสอบแต่เป็นบทเรียนกรรม

ที่จิตหยาบและจิตวิญญาณของท่านต้องเรียนรู้

ในภพชาติปัจจุบันเมื่อได้รับโอกาสให้มาเกิด


ถ้าท่านไม่ละวางกิเลสโดยนิพพานทุกสิ่งให้สิ้น

ไม่ใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียงคือพอดีพอมีพอกิน

ไม่ฝึกฝนตนเองในการใช้อายตนะให้ถูกต้อง

จิตหยาบหรือจิตมนุษย์หรือจิตสามนึกของท่าน

จะไม่อาจยกระดับการสั่นสะเทือนให้สูงขึ้น

เพื่อเข้าถึงการเป็นรูปธรรมที่มี 6 เหลี่ยมมุมได้


จิตหยาบท่านยกระดับถึง 3D ได้แล้วจึงคลอด

หลังคลอดแล้วจนถึงสามขวบปีบริบูรณ์

ความน่ารักน่าเอ็นดูของกุมารน้อยจะดึงดูดใจ

ให้ใครต่อใครมารุมรักอยากอุ้มอยากกอด

จนลุกนั่งยืนวิ่งกลิ้งนอนได้นั่นคือถึง 4D แล้ว

หลังสามขวบเป็นต้นไปเงื่อนไขของท่านก็จะมา

ความไร้เดียงสาในการมีโลกสวยก็จะลดลง


เพราะจิตวิญญาณที่จะหลุดพ้นกลับบ้าน

คืนสู่แดนสุญตาภายนอกเอกภพอันไพศาลนี้ได้

จิตหยาบของท่านจะต้องมีหกเหลี่ยมมุมคือ 6D

เท่ากันกับจำนวนเหลี่ยมมุมของจิตวิญญาณ

มิเข่นนั้นแล้วท่านจะนิพพานหลังตายไม่ได้เลย


ถ้าจะยกระดับจิตหยาบให้ถึง 6Dได้นั้น

มีวิธีการเดียวคือท่านต้องสอบผ่านบททดสอบ

พร้อมทั้งเรียนรู้บทเรียนแห่งการเป็นมนุษย์

จากประสบการณ์เชิงประจักษ์ในชีวิตจริงให้ได้

อีกทั้งต้องอยู่เหนือกิเลสเพื่อจะไม่เป็นทาสโง่ๆ

อยู่ใต้กฎแห่งกรรมอย่างซ้ำซากกันอีกตลอดไป


ศาสนิกชนทั้งหลายจงรู้ไว้ด้วยว่า

#ดีชั่วเพราะตัวทำ 

#กรรมดีกรรมชั่วเป็นของตัวเอง

#พระเจ้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย

#อย่าติโทษพระเจ้า


จงอย่าเอาความไม่รู้ของตัวเองมาเที่ยวอวดรู้

ถ้าท่านไม่รู้จริงเรื่องพระเจ้าซึ่งเป็นอนุตรธรรม

เพราะก่อนถึงคาบสุดท้ายในการพิพากษาโลก

จิตวิญญาณของท่านจะเป็นดั่งปลาที่ถูกคัดทิ้ง

บัดนี้เวลาคัดปลานั้นมันใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว!!!


เอเมน สาธุ

#พระบุตรเอก


ถ่ายทอดคลื่นการคิดจากจิตจักรวาลโดย

อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

16/05/2569