#ทำไมพระเจ้าจึงทรงเป็นพระผู้สร้าง (1)
พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
นับตั้งแต่ “องค์จิตจักรวาล” หรือพระเจ้า
ทรงอุบัติขึ้นมาเป็นรูปธรรมแรกของจักรวาล
ตามเหตุปัจจัยที่เรากล่าวมาแล้วหลายตอนนั้น
สิ่งน่าสนใจที่เราจะกล่าวในลำดับต่อไปนี้ก็คือ
#การสร้างจักรวาลและสรรพสิ่ง ของพระองค์
ถ้ามีคำถามด้วยความอยากรู้ว่า
พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งต่างๆขึ้นมาทำไม
ทรงสนุกสนานว่างงานไม่มีอะไรจะทำเลยหรือ
จึงทรงว่างที่จะสร้างสิ่งนั้นสิ่งนี้ขึ้นไว้มากมาย
ซึ่งมากเสียจนนับจำนวนไม่ถ้วนกันเลยทีเดียว
เราจะขอตอบคำถามนี้ในเบื้องต้นไว้สั้นๆว่า
พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งต่างๆขึ้นมา
เพื่อต้องการที่จะเรียนรู้ความจริงว่า
พระองค์จะทรงสามารถทำอะไรได้บ้าง
“แรงบันดาลใจ” ของพระเจ้าที่แท้จริง
ที่กระตุ้นให้พระองค์บังเกิดความปรารถนา
ที่จะค้นหาพลังอำนาจของตนเองให้พบนั้น
เกิดจากประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นครั้งแรก
เมื่อทรงตื่นรู้ว่าพระองค์ทรงอุบัติขึ้นมาแล้ว
แต่ก็ยังขาดข้อมูลอยู่ว่า...
#พระองค์เป็นใคร #มาจากไหน
#พระองค์ทรงอุบัติขึ้นมาได้อย่างไร
#ทำไมพระองค์จึงทรงไปประทับอยู่ที่นั่น
เพราะเป็นคำถามที่ทรงตอบตนเองไม่ได้
เนื่องจากพระองค์เพิ่งจะทรงอุบัติขึ้นมาใหม่
จึงไม่มีอดีตหรือข้อมูลประวัติศาสตร์ให้นึกรู้ได้
เมื่อพระองค์ทรงนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
จะทรงนึกเองหรือเดาเองก็นึกเอาไม่ได้
จึงทรง “นึกหาตัวช่วย” คือการถามหาครู
หมายถึงหา “ใครสักคน” ที่เป็นผู้รู้คำตอบนั้น
เพื่อให้เขาช่วยบอกให้ตนรู้ความจริงนั้นได้
ปรากฏว่าทรงค้นหาไปทั่วทุกทิศทางแล้ว
ไม่พบว่ามีรูปธรรมอื่นใดหรือไม่พบใครอื่นเลย
เหตุที่ไม่พบครูหรือไม่พบใครอื่นก็เพราะว่า
#พระองค์ทรงเป็นสิ่งแรกที่ได้อุบัติขึ้นมา
เมื่อทรงเป็นสิ่งแรกและสิ่งเดียวจึงไม่มีใครอื่น
นอกจากพระองค์เองเท่านั้น
พระองค์ทรงพบความจริงด้วยตนเองว่า
รูปธรรมของพระองค์นั้นเป็น 12 เหลี่ยมมุม
“12 เหลี่ยมมุม” หมายถึงทรงมีสิบสองมิติ
โดยจำนวนมิติทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น
เป็นผลจากอนุภาคแก่นแท้ของพลังงาน
ที่เป็นปัจจัยทั้งหมดของจักรวาลทุกย่านความถี่
เมื่อถูกเหวี่ยงหมุนวนไปรอบจุดศูนย์กลางแล้ว
จะพากันไปกระทบขอบนอกสุดของจักรวาล
เป็นจำนวนทั้งสิ้น 12 ครั้งในการหมุนหนึ่งรอบ
เราเคยบอกความจริงต่อท่านมาแล้วว่า
จำนวนเหลี่ยมมุมหรือจำนวนมิตินี้มีความหมาย
นั่นคือรูปธรรมใดถ้ามีจำนวนเหลี่ยมมุมมากๆ
แสดงว่ามีความเร็วการเหวี่ยงหมุนมากเท่านั้น
ที่รูปธรรมนั้นต้องมีความเร็วการเหวี่ยงหมุนมาก
จะขึ้นอยู่กับมวลหรือขนาดของระบบนั้นด้วย
เพราะการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองอย่างต่อเนื่อง
เป็นแค่วิธีการเดียวที่จะสร้างสมดุลในตนเองได้
การเป็นรูปธรรมที่มีจำนวน 12 เหลี่ยมมุมนั้น
จึงเป็นคุณสมบัติของพระเจ้าตาม “สภาวธรรม”
อันมีเหตุปัจจัยตามที่เรากล่าวไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว
ซึ่งเป็น “ตัวชี้วัด” ว่าพระองค์มีขนาดใหญ่มาก
ทั้งยังทรงเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองเร็วมากสุดด้วย
เพราะเหตุผลดังกล่าวนี้เอง
หน่วยวัดความยาวหนึ่งฟุตจึงมี 12 นิ้ว
หน่วยวัดเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาจึงมี 12 ช่อง
หน่วยวัดเวลาหนึ่งปีโลกจึงมีแค่ 12 เดือน
ล้วนได้จากคุณสมบัติสำคัญของพระเจ้าทั้งสิ้น
เพราะทรงต้องการที่จะหาครูแต่ไม่พบใคร
พระองค์จึงทรง “รำพึงกับตนเอง” ขึ้นมาว่า
#ถ้ามีใครสักคนที่เหมือนเรามาอยู่แถวนี้ก็ดีนะ
พระองค์ไม่ทรงทราบมาก่อนเลยว่า
ประโยครำพึงดังกล่าวนี้มันคือ Key Words
ที่เข้าถึงพระอำนาจในการเป็น #พระผู้สร้าง ได้
พลันจึงมีอีกรูปธรรมหนึ่งได้อุบัติขึ้นมาทันที
เป็นรูปธรรม 12 มิติเหมือนพระองค์ทุกประการ
ตามคีย์เวิร์ดของพระองค์นั้นโดยไม่มีผิดเพี้ยน
สำหรับพระเจ้าผู้ทรงมีอำนาจสูงสุดในจักรวาล
ที่ทรงบันดาลสิ่งใดให้เกิดขึ้นจริงเป็นจริงได้นี้
พระองค์ทรงกล่าวเป็นภาษามนุษย์ว่า #เนรมิต
แต่เนื่องจากเป็นประสบการณ์ที่เกิด By Fluke
พระองค์ยังไม่ทรงมั่นพระทัยว่าใช่จริงหรือไม่
จึงเป็นที่มาของพระดำริที่จะทรงเรียนรู้ให้ได้รู้
ซึ่งวิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดก็คือ #การทดลอง เท่านั้น
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
#ปัญญาวิสุทธิ์
26/05/2569
#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้
