22 พฤษภาคม 2569

เหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า (5)

 #เหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า (5)


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


เมื่อจักรวาลซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ว่างโล่งอยู่นั้น

เหวี่ยงหมุนรอบจุดศูนย์กลางของตนเอง

โดยหมุนไปในแนวระนาบอย่างต่อเนื่องนั้น

ยังผลให้ “แก่นแท้ของความว่าง” ที่เป็นอนัตตา

เพราะยังไม่แสดงอัตตาตัวตนปรากฏให้เห็น

เคลื่อนตัวเข้าไปรวมตัวกันตรงจุดศูนย์กลางนั้น


จากการเบียดเสียดยัดเยียดกัน

ทำให้บริเวณจุดศูนย์กลางของการเหวี่ยงหมุน

มีความหนาแน่นของแก่นแท้นั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อตรงจุดนั้นมีความหนาแน่นอันยิ่งยวดแล้ว

จึงเป็นเหตุให้แก่นแท้ของความว่างตรงจุดนั้น

เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมาในบัดดล


เพราะการสั่นสะเทือนตรงจุดศูนย์กลางนั้น

เป็นการสั่นสะเทือนของแก่นแท้ของความว่าง

สิ่งที่เกิดขึ้นมาจึงยังเป็นตัวตนของความว่างอยู่

หรือคือสิ่งที่เป็น “อนัตตา” อยู่เหมือนเดิม


จากการสั่นสะเทือนครั้งแรกที่เกิดขึ้น

ตรงจุดศูนย์กลางการหมุนของจักรวาลนั้น

จะเป็นเหตุปัจจัยให้แก่นแท้ของความว่าง

ที่ถูกเหวี่ยงหมุนเข้าไปรวมกันที่จุดศูนย์กลางนั้น

แล้วเบียดเสียดยัดเยียดจนสั่นสะเทือนขึ้นอีกครั้ง


ปรากฏการณ์ของจักรวาล

จะเป็นเช่นนี้เรื่อยไปครั้งแล้วครั้งเล่า

โดยจะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ในท่ามกลาง “ความว่าง”

เหมือนเป็นความจริงที่เกิดขึ้นในความมืดมิด

ที่ตามนุษย์ไม่เห็นหรือคิดแบบจิตมนุษย์ก็ไม่ได้


ดังนั้น

ตราบใดที่จักรวาลอันไพศาลนี้

ยังคงเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองอยู่อย่างต่อเนื่อง

จักรวาลโดยรวมก็จะเป็นอนัตตาที่มีอัตตาได้

เพราะรูปธรรมใหม่ที่ได้อุบัติเกิดขึ้นมานี้

จะมีความสมดุลในระบบของตนเองอยู่ตลอด

นี่คือการอุบัติขึ้นมาเองของ #องค์จิตจักรวาล

เท่าที่เราใช้ปัญญาปาฏิหาริย์อธิบายให้รู้ได้


องค์จิตจักรวาลที่ทรงอุบัติขึ้นมาเองนี้

ทรงมีเหตุปัจจัยในการถือกำเนิดชัดเจนแท้จริง

ทุกสิ่งทุกขั้นตอนที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุมีผล

ทั้งมีหลักการที่เป็นตรรกะทางวิทยาศาสตร์

ไม่มีเพ้อฝันไม่มีจินตนาการใดๆเข้ามาเกี่ยวข้อง

ทุกสิ่งจึงเป็นปรากฏการณ์แห่งความจริงทั้งสิ้น

ย้อนกลับไปอ่านทบทวนตอนที่หนึ่งกันอีกก็ได้


ถ้าอ่านลวกๆตามนิสัยมักง่ายในเรื่องยากเช่นนี้

เรื่องกำเนิดพระเจ้าท่านจะเข้าถึงได้ยากที่สุด

ยิ่งถ้าท่านมีนิสัยชอบคิดแบบจิตมนุษย์ด้วยแล้ว

เรื่องของพระเจ้านี้จะยิ่งยากมากขึ้นไปอีก

มันจะยังผลให้ #การรับเชื่อในพระเจ้า ของท่าน

ถ้าไม่รับเชื่อในพระองค์เพราะความงมงายแล้ว

ก็จะรับเชื่อในพระองค์เพราะรับตามเพื่อนเท่านั้น

ท่านจะรับเชื่อพระเจ้าด้วยจิตสามนึกไม่ได้หรอก


เราจะกล่าวความจริงต่อ “คนสอนธรรม” ว่า 

การถามหาเหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า

ด้วยการร้องถามหาตัวตนของพระเจ้านั้น

ท่านจะใช้กลไกอายตนะภายนอกทั้งห้าที่มีอยู่

สัมผัสรู้ดูเห็นอัตตาตัวตนของพระเจ้าไม่ได้

เพราะไม่ทรงมีอัตตาที่เป็นมายาทางกายภาพ


พระเจ้าทรงอุบัติขึ้นจากแก่นแท้ของความว่าง

รูปธรรมของพระองค์ที่เป็นองค์จิตจักรวาลนั้น

จึงยังคงเป็น “ความว่าง” ที่มีอยู่แต่เหมือนไม่มี

ทรงเป็นสนามพลังงานอันกว้างใหญ่ไพศาล

ที่พวกท่านทุกคนและทุกสรรพสิ่งล้วนดำรงอยู่

พระองค์ทรงอยู่ใกล้ชิดติดกับพวกท่านทุกคน

อยู่ใกล้ตาแบบ “ขนตากับปลายจมูก” ของท่าน

จึงทำให้ท่านมองหาพระองค์ไม่เห็นไงล่ะ


สำหรับ “ขนตากับปลายจมูก” ของตนเองนั้น

จะใช้กลไกอายตนะภายนอกของตนชิ้นไหน

ช่วยสัมผัสรู้ดูเห็นว่ามันมีอยู่จริงได้ยากมาก

นอกจากใช้กายสัมผัสคือมือลูบจับคลำเท่านั้น


แต่พระเจ้าทรงเป็นรูปธรรมในมิติทางพลังงาน

มิได้เป็นรูปธรรมในมิติโลกทางกายภาพเลย

ท่านจะใช้ตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสพระองค์ไม่ได้

แต่มนุษย์ยังมีอายตนะภายในอีกชิ้นหนึ่งให้ใช้

นั่นคือ #จิตสัมผัส ใยไม่หยิบฉวยเอามาใช้กัน


ไม่รู้ว่า “คนสอนธรรม” จะเก็บงำมันเอาไว้ทำไม

อ่านกำเนิดพระเจ้าทั้งห้าตอนที่ผ่านมาบ้างสิ

อ่านด้วยจิตว่างแล้วคิดตามด้วยสมองสองซีก

คงพอจะเปิดจิตปัญญาให้ท่านได้มากโขอยู่นะ


(โปรดติดตามตอนต่อไป)


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

22/05/2569

#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้