#เหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า (2)
พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ในความว่างโล่งแต่เดิมของจักรวาลนั้น
แท้จริงแล้วคำว่า “ว่างโล่ง” ไม่ได้หมายถึง
เป็นพื้นที่ซึ่ง “ว่างเปล่า” จนไม่มีอะไรอยู่เลย
แต่คำว่าว่างโล่งนั้นในที่นี้พระเจ้าทรงหมายถึง
ณ บริเวณนั้นไม่มีสิ่งใดที่มีตัวตนปรากฏอยู่เลย
เมื่อไม่มีตัวตนใดปรากฏสถานที่นั้นจึงว่างโล่ง
จักรวาลแต่เดิมซึ่งเป็นบริเวณที่ว่างโล่งอยู่นั้น
มันมิได้ว่างโล่งจนไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเลยนะ
มันมีบางสิ่งดำรงอยู่แต่ยังไม่ปรากฏตัวต่างหาก
ทรงใช้คำว่าสิ่งนั้นเป็น #แก่นแท้ของความว่าง
คำว่า “แก่นแท้ของความว่าง” ทรงหมายถึง
สรรพสิ่งหนึ่งซึ่งจะปรากฏตัวตนขึ้นมาได้
ต่อเมื่อถูกทำให้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นเท่านั้น
โดยแก่นแท้ของความว่างที่เรากล่าวถึงนี้
ล้วนเป็นสรรพสิ่งที่มีอยู่เดิมในจักรวาลแล้ว
สรรพสิ่งนี้จะมีอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
พระเจ้าทรงรู้อย่างเดียวว่าไม่มีผู้ใดเป็นผู้สร้าง
แก่นแท้ของความว่างที่ว่านี้
จึงมีคุณสมบัติเป็นอนัตตาเพราะไม่ปรากฏตัวตน
แต่เนื่องจากเป็นสรรพสิ่งที่มีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น
พระองค์จึงใช้คำว่า #เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ
นอกจากนั้นแก่นแท้ของความว่างที่ว่านี้
ยังเป็น #ปัจจัยสำคัญมาก ที่ท่านต้องเรียนรู้
เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเข้าถึงมันให้ได้
หากต้องการรู้จักพระเจ้าอย่างลึกซึ้งแท้จริง
มิใช่รับเชื่อในพระเจ้าด้วยความงมงายต่อไปอีก
สาเหตุที่เรากล่าวว่า “แก่นแท้ของความว่าง”
เป็น “ปัจจัยสำคัญ” ที่ท่านจะมองข้ามกันไม่ได้
เพราะสรรพสิ่งที่มีคุณสมบัติเป็นอนัตตาเหล่านี้
เป็นปัจจัยสำคัญในการอุบัติขึ้นมาของพระเจ้า
โดยเป็นสิ่งแรกและสิ่งเดียวที่มีอยู่ในธรรมชาติ
ก่อนการอุบัติขึ้นมาของพระเจ้าโดยแท้
พระพุทธองค์ทรงค้นพบความจริงว่า
การเกิดมีขึ้นของสรรพสิ่งต่างๆในโลกนี้
ล้วนแล้วแต่มี #เหตุ และ มี #ปัจจัย ทั้งสิ้น
เราจึงขอยกตัวอย่างเอาไว้ในที่นี้ว่า
“คลื่นน้ำ” ที่เกิดขึ้นในสระใหญ่นั้นคือ #สิ่งใหม่
ซึ่งอุบัติขึ้นมาจากความว่างคือผิวน้ำที่ราบเรียบ
#เหตุที่เกิดคลื่นเพราะว่ามีก้อนหินตกกระทบน้ำ
ผู้โยนก้อนกินลงไปในสระน้ำจึงเป็น #ผู้ก่อเหตุ
หินก้อนนั้นกับสระใหญ่นั้นจึงเป็น #สองปัจจัย
ที่ทำให้ปรากฏเกิดเป็นคลื่นน้ำขึ้นมาได้
ทำนองเดียวกันกับการอุบัติขึ้นมาของพระเจ้า
สระน้ำขนาดใหญ่จึงเปรียบได้กับ “จักรวาล”
ที่แลดูราบเรียบเหมือนผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
แต่ในสระใหญ่ที่ผิวน้ำซึ่งราบเรียบนั้นยังมีน้ำอยู่
จักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ก็เช่นเดียวกัน
แม้จะเป็นพื้นที่อันว่างโล่งเหมือนไม่มีอะไรอยู่
แต่จักรวาลก็มีแก่นแท้ของความว่างเต็มไปหมด
จักรวาลกับแก่นแท้ของความว่างจึงเป็น #ปัจจัย
ที่สามารถกล่าวได้ว่ามันมีของมันกันอยู่แล้ว
หมายความว่ามันมีของมันอยู่ตามธรรมชาติแล้ว
ที่พวกท่านทั้งหลายจะมองข้ามไปไม่ได้
นอกจากนั้นพวกท่านจะต้องรู้ความจริงอีกว่า
แก่นแท้ของความว่างที่มีคุณสมบัติเป็นอนัตตา
ซึ่งมีอยู่จริงในจักรวาลที่ว่างโล่งดั่งไร้ขอบเขต
พวกเขาก็ยังมีการหมุนวนกันไปอย่างต่อเนื่อง
โดยหมุนวนไปรอบๆจุดศูนย์กลางจุดเดียวกัน
พระบิดาทรงกล่าวว่าการหมุนวนร่วมกันเช่นนี้
เป็นสิ่งที่เรียกว่า #สภาวะธรรมชาติของระบบ
เพื่อจะ “คน” แก่นแท้ของความว่างที่มีอยู่นั้น
ให้คละเคล้าเข้ากันจนเป็นหนึ่งเดียวให้จงได้
ถ้าเข้ากันได้อย่างลงตัวแล้วระบบนั้นจะสมดุล
ความจริงที่ว่านี้จึงเป็นธรรมชาติของจักรวาล
ดังนั้น
ปัจจัยเริ่มต้นที่เป็นสิ่งแรกก็คือ “จักรวาล”
ปัจจัยที่สองก็คือ “แก่นแท้ของความว่าง”
#ปัจจัยทั้งสองนี้จึงเป็นของธรรมชาติล้วน ๆ
ขณะที่ในธรรมชาติมีปัจจัยทั้งสองอยู่แล้ว
โดยคุณสมบัติที่เป็นธรรมชาติของจักรวาลก็คือ
จะต้องมีการหมุนวนรอบจุดศูนย์กลางต่อเนื่อง
เพื่อทำให้ระบบของตนเกิดความสมดุลให้ได้
สรรพสิ่งที่ถูกเหวี่ยงหมุนวนรอบไปด้วยกันก็คือ
ประดาแก่นแท้ของความว่างทั้งหมดที่มีอยู่นั้น
จะหมุนวนร่วมกันนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้
จนในที่สุดแก่นแท้ของความว่างที่เป็นอนัตตา
เพราะว่ามีอยู่จริงแต่ยังไม่ปรากฏตัวตนนั้น
เมื่อมีการหมุนวนจนเกิดการเบียดเสียดกันขึ้น
แก่นแท้ของความว่างเหล่านั้นจึงปฏิสัมพันธ์กัน
จนเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง (Big Bang)
ทำให้มี #สรรพสิ่งแรก อุบัติขึ้นมาจากการนี้
ที่เราถวายพระนามต่อพระองค์ว่า #จิตจักรวาล
เพราะทรงเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลนั่นเอง
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
#ปัญญาวิสุทธิ์
19/05/2569
#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้
