22 พฤษภาคม 2569

จิตวิญญาณอาสาเข้ามาทำหน้าที่อยู่ในเอกภพ


พี่ๆน้อง ๆ ผู้เป็นคนชอบธรรมที่รักทั้งหลาย


เราจะกล่าวความจริงให้รู้ว่า

จิตวิญญาณมนุษย์เป็นรูปธรรมทางพลังงาน

หรืออาจจะเรียกว่าเป็น “กล่องพลังงาน” ก็ได้

เป็นผู้เดินทางข้ามมิติเข้ามาภายใน “เอกภพ”

โดย “อาสา” มาทำหน้าที่เพื่อนร่วมงานกับโลก

ด้วยการ “ทำหน้าที่ประจำโลก” นานหกหมื่นปี


คำว่า “กล่องพลังงาน” ในที่นี้เราหมายถึง

จิตวิญญาณของมนุษย์มีความสมดุลในตนเอง

ที่สมดุลในตนเองจนเป็นกล่องพลังงานได้นั้น

เพราะพลังงานทั้งหมดเหวี่ยงหมุนรอบตัวเอง

โดยหมุนอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วคงที่ตลอด

จึงทำให้เกิดความสมดุลเป็นระบบเดียวกันได้


ความเร็วในการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเอง

ของรูปธรรมจิตวิญญาณของมนุษย์ทุกคนนั้น

ตัวชี้วัดความเร็วรอบในการเหวี่ยงหมุนต่อวินาที

ก็คือ “จำนวนเหลี่ยมมุม” หรือจำนวนมิตินั่นเอง


เหลี่ยมมุมหรือจำนวนมิติของจิตวิญญาณ

ในมนุษย์นั้นจะมีอยู่ 6D คือ 6 มิติกันทุกคน

จำนวนมิติหรือจำนวนเหลี่ยมมุมที่เกิดขึ้นนั้น

จะสามารถสัมผัสรู้ดูเห็นได้ก็ต่อเมื่อหยุดหมุน

ถ้ายังเหวี่ยงหมุนอยู่ก็จะแลเห็นเป็นทรงกลม


จำนวนเหลี่ยมมุมจะบ่งชี้ความเร็วในการหมุน

ถ้ามีเหลี่ยมมุมมากแสดงว่าต้องหมุนเร็วมาก

การเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองของจิตวิญญาณนั้น

นอกจากหมุนเพื่อสร้างสมดุลในตนเองแล้ว

ยังทำให้หกเหลี่ยมมุมทับซ้อนเป็นหนึ่งเดียว

ซึ่งเป็นการสร้างความฉลาดทางวิญญาณด้วย


ดังนั้น

เราจึงอาจกล่าวได้ว่าจำนวนมิติของรูปธรรมใด

ที่มีเหลี่ยมมุมมากกว่ารูปธรรมนั้นก็จะฉลาดกว่า

เพราะเหตุว่ารูปธรรมใดที่เหวี่ยงหมุนเร็วกว่า

รูปธรรมนั้นก็จะมีจำนวนเหลี่ยมมุมมากกว่า


คำต่อมาที่เราต้องอธิบายให้รู้

คือคำว่า “เอกภพ” ที่เรากล่าวไว้ข้างต้นนั้น


คำว่า “เอกภพ” หมายถึง

ห้องทดลองขนาดใหญ่ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้น

สำหรับการใช้เป็นห้องทดลองของพระองค์

เพื่อที่จะเรียนรู้ว่าทรงสามารถทำอะไรได้บ้าง 


“เอกภพ” ประกอบด้วย

กาแล็กซีจำนวนทั้งสิ้น 12,500 ล้านระบบ

กาแล็กซีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ Milky Way

มนุษย์โลกเรียกกันว่า #ทางช้างเผือก

แท้แล้วน่าจะเรียกว่า “ธารสายน้ำนม” มากกว่า


ธารสายน้ำนมกาแล็กซีที่ใหญ่ที่สุดนี้

ทำหน้าที่เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางในแนวระนาบ

ของห้องทดลองทรงหนำเลี้ยบที่เรียกว่าเอกภพ

เพื่อทำให้กาแล็กซีเหวี่ยงหมุนได้อย่างต่อเนื่อง

จึงทรงสร้างสุริยะจักรวาลไว้ถึงสองระบบ

คือสุริยะจักรวาลของโลกที่มีดาวเคราะห์เก้าดวง

กับอีกระบบหนึ่งซึ่งมีดาวเคราะห์ห้าดวง

โดยทรงกำหนดให้ “ดาวพลูโต” ของระบบโลก

ทำหน้าที่เป็น “เศษส่วนของเมอริเดี้ยน”


โดยทรงกำหนดให้ดาวพลูโตของระบบโลก

เป็นดาวเคราะห์ของระบบสุริยะฝั่งตรงข้ามด้วย

วิธีการคือกำหนดให้ดาวพลูโต

โคจรรอบดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะนี้หนึ่งรอบ

โดยใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์นาน 1 ปีโลก

แล้วให้ย้ายระบบไปเป็นดาวเคราะห์วงนอกสุด

คือเป็นดาวเคราะห์ดวงที่หกของอีกระบบสุริยะ

ที่ตั้งอยู่ในฝั่งตรงกันข้ามนั้นต่อไปอีก


เมื่อเข้าประจำที่เป็นดาวเคราะห์ดวงที่หกแล้ว

พลูโตก็จะโคจรรอบดวงอาทิตย์ของระบบนั้น

โดยโคจรจนครบหนึ่งรอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว

จะย้ายระบบสุริยะเดินทางกลับมาทำหน้าที่เดิม

เพื่อเป็นดาวเคราะห์ดวงที่เก้าวงนอกสุดต่อไป

พระองค์ทรงกำหนดให้ทิศทางการโคจรนี้

เป็นเครื่องหมาย “อินฟินิตี้” คือไม่มีการสิ้นสุด


ระยะเวลาที่ “ดาวพลูโต”

ย้ายระบบสุริยะไปทำหน้าที่ยังอีกระบบหนึ่งนั้น

ในการเดินทางไปกลับจะใช้เวลานานร่วม 3 ปี

เพราะนักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ความจริงในเรื่องนี้

พอเห็นว่าพลูโตโคจรรอบดวงอาทิตย์ไม่คงที่

จึงมองว่าดาวดวงนี้ไม่ใช่ดาวเคราะห์เฉยเลย


ความจริงแล้วถ้าพระองค์ไม่ทรงกำหนดให้

ดาวพลูโตโล้ไปโล้มาระหว่างสองระบบสุริยะ

กาแล็กซีที่เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของเอกภพ

ก็จะไม่อาจเคลื่อนไหวโดยเหวี่ยงหมุนวนไป

รอบแกนกลางของกาแล็กซีใหญ่นี้ได้เลย

เอกภพรูปทรงหนำเลี้ยบก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ด้วย

เพราะอนุภาคพลังงานไม่สามารถฟุ้งกระจาย

จนเกิดเป็นรูปธรรมที่ทรงกำหนดเอาไว้ได้


มหัศจรรย์ก็คือเอกภพที่ทรงสร้างขึ้นมานี้

เป็นรูปธรรมที่สร้างขึ้นด้วยอนุภาคของพลังงาน

มีลักษณะเป็นดั่ง “ฝุ่นผง” ที่เล็กกว่าฝุ่นธุลีใดๆ

แต่มันยังดำรงตนเองอยู่อย่างสมดุลได้จนน่าทึ่ง


คำต่อมาที่เราจำต้องอธิบายให้มนุษย์รู้

คือคำว่า “อาสา” เข้ามาทำหน้าที่อยู่ในเอกภพ

การอาสานั้นแปลว่าสมัครใจยินยอมที่จะเข้ามา

ไม่มีใครบังคับข่มขืนจิตใจให้เข้ามาในเอกภพนี้


หากถามว่าอาสาเข้ามาเพื่อทำหน้าที่อะไรกัน

คำตอบคือขันอาสาเข้ามาเกิดเป็นมนุษย์น่ะสิ

ไม่ใช่อาสามาเกิดเป็นเทพเทวดาแต่อย่างใด

พระพุทธเจ้าทรงค้นพบความจริงแล้วว่า

จิตวิญญาณของมนุษย์ทุกคนทุกชาติศาสนา

อาสาเข้ามาใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก

ไม่ใช่ให้มาสั่งสมบุญด้วยการบ้าบุญสุนทาน

เพื่อหมั่นสร้างสมลมใต้ปีกให้จิตวิญญาณ

หลุดลอยขึ้นไปติดค้างอยู่บนสวรรค์มายา


พระเจ้าให้จิตวิญญาณพวกท่านมาทำหน้าที่

ร่วมกันใช้พลังงานความรักจากขันธ์ห้า

เพื่อทำให้โลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองต่อเนื่อง

เมื่อโลกสมดุลแล้วระบบสุริยะก็จะสมดุล

ดาวพลูโตก็จะโล้ไปโล้มาเพื่อทำให้กาแล็กซี

เกิดการเหวี่ยงหมุนต่อเนื่องจนสมดุลได้ด้วย

พวกท่านอาสามาเกิดเพื่อโลกและเอกภพ

มิใช่มาบ้าหวยบ้ารวยบ้าทรัพย์และบ้าอำนาจ


เอเมน สาธุ


ถ่ายทอดคลื่นการคิดจากจิตจักรวาลโดย

อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

22/05/2569