03 พฤษภาคม 2569

ดาวเคราะห์โลกกำลังเสียสมดุล



 พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


เพราะว่าดาวเคราะห์โลกกำลังเสียสมดุล

คือโลกเกิดอาการแกว่งส่ายขณะเหวี่ยงหมุน

ซึ่งปกติแกนหมุนของโลกจะทำมุม 23.5 องศา

กับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์

ถ้าโลกเกิดอาการแกว่งส่ายโขยกเขยกไปมา

มีอาการคล้ายคนขาเป๋แล้วมุมเอียงจะเบี่ยงเบน

แปลว่าแนวแกนหมุนของโลกจะไม่กลับที่เดิม


ตัวอย่างเช่นถ้าตามปกติแล้ว

แนวแกนหมุนของโลกจะทำมุมอยู่ที่ 23.5 องศา

เมื่อเสียสมดุลก็จะแกว่งกลับมาอยู่ที่ 21.4 องศา

นี่เป็นตัวเลขสมมติขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่างเท่านั้น


นอกจากโลกจะเสียสมดุล

จนเกิดการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองช้าลงแล้ว

โลกยังเกิดแผ่นดินไหวทั้งบนบกและในทะเล

ถี่ขึ้นบ่อยขึ้นจนผิดปกติอีกต่างหากด้วย

โดยมีแนวโน้มว่าจะไหวรุนแรงมากขึ้น

ซึ่งจะเกิดควบคู่กันกับภูเขาไฟปะทุเป็นระยะๆ


ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวและภูเขาไฟปะทุ

จะสอดคล้องกับการเกิดระเบิดบนดวงอาทิตย์

เพื่อส่งพายุสุริยะตรงมายังดาวเคราะห์โลก

ในการเติมเต็มคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก

เข้ามาช่วยกระตุ้นอะตอมของแกนแม่เหล็กโลก

ทำให้เกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่องตามปกติได้


เพราะมนุษย์โลกมีจิตสามนึกตกต่ำ

ไม่อาจผลิตสร้างพลังงานความรักบริสุทธิ์

ในแบบที่โลกต้องการออกมามอบให้แก่โลกได้

นั่นคือมนุษย์ขาดเมตตาธรรมจึงค้ำจุนโลกไม่ได้

พระสุริยะเทพโดยช่างเทคนิคของพระเจ้า

จึงต้องทำให้เกิดการระเบิดบนพื้นผิวดวงอาทิตย์

เพื่อให้พายุสุริยะส่งคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก

เข้ามาปฏิสัมพันธ์กับอะตอมของธาตุออกซิเจน

ซึ่งพระเจ้าให้ทำหน้าที่เป็น “แกนแม่เหล็กโลก” 

โดยทรงติดตั้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อแรกสร้างแล้ว

นั่นคือทรงช่วยเติมเต็มให้ในส่วนที่ขาดนั่นเอง


การระเบิดของอะตอมของแกนแม่เหล็กโลก

เมื่อทำปฏิกิริยาทางไฟฟ้ากับประจุบวกแล้ว

จะเกิดการระเบิดแบบ Nuclear Fission ในทันที

โดยจะเป็นปฏิกิริยาแบบลูกโซ่ Chain Reaction

เช่นเดียวกับประจุบวกที่ได้จากจิตสามนึกมนุษย์

ในส่วนที่ขาดพร่องไปนั่นแหละท่าน


การจุดระเบิดอะตอมของแกนแม่เหล็กโลกนี้

มีทั้งการเกิดถี่ๆยังผลให้เกิดแผ่นดินไหวถี่ๆด้วย

หรือจะเกิดเป็นแบบนานๆทีทำให้ไหวทีละแรงๆ

ซึ่งแผ่นดินไหวทีละแรงๆเช่นว่านี้โลกจะกระตุก

จนมีผลต่อการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองด้วย

ทำให้โลกเกิดการแกว่งส่ายมากกว่าปกติได้ด้วย


ท่านลองนึกภาพตอนที่ท่านนั่งรถนั่งเรือดูก็ได้

ถ้ารถที่วิ่งไปตามถนนนั้นโค้งซ้ายโค้งขวาเยอะ

หรือเรือที่ต้องแล่นฝ่าคลื่นลมแรงๆไปพักหนึ่ง

หากท่านเคยมีประสบการณ์เหล่านี้มาบ้างแล้ว

จะรู้ได้เองว่า “เมารถเมาเรือ” นั้นมันเป็นเช่นไร


อาการปวดหัว มึนศีรษะ คลื่นไส้ ใจสั่น

เวลายืนเดินลุกนั่งจะซวนเซทรงตัวไม่อยู่

ไปหาหมอจะได้คำตอบว่าน้ำในหูขาดพร่อง

นอนไม่ค่อยหลับแม้จะง่วงหรือหาวอยู่ก็ตาม

หลายคนอาจเข้าใจว่าเกิดจากพักผ่อนน้อย

บางคนเบื่ออาหารทานอะไรไม่ค่อยจะได้

หลายคนเดาว่าเพราะธาตุพิการจึงท้องไส้ไม่ดี


อาการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้

ล้วนเป็นปัญหาในมิติแห่งจิตหยาบของมนุษย์

ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าโลกกำลังเสียสมดุลต่างหาก

ไม่ใช่อาการป่วยตามปกติวิสัยแต่อย่างใด


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

#พระบุตรเอก

3/05/2569