#เหตุปัจจัยในการเกิดขึ้นของพระเจ้า (6)
พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
แก่นแท้ของความว่างที่เดิมมีอยู่ในจักรวาลนั้น
เป็นเหมือนดั่งสารตั้งต้นของสิ่งที่ยังไม่มีตัวตน
โดยสิ่งที่ยังไม่มีตัวตนนี้ก็คือ #ความว่างโล่ง
ซึ่งความว่างโล่งมิได้หมายถึง #ความว่างเปล่า
คือบริเวณนั้นว่างไปจากทุกสิ่งไม่มีสิ่งใดอยู่เลย
ส่วน “ว่างโล่ง” นั้นยังมีบางสิ่งเร้นอยู่ในนั้นด้วย
หรือเป็นความมีที่เหมือนไม่มีนั่นเอง
เราจึงเริ่มต้นอธิบายต่อท่านทั้งหลายว่า
จักรวาลเป็นสถานที่อัน “ว่างโล่ง”
ที่กว้างใหญ่เสมือนว่าไร้ขอบเขตจำกัด
เพราะเป็นพื้นที่ว่างซึ่งมีขนาดใหญ่ไพศาลมาก
โดยสภาวะธรรมชาติของจักรวาลที่กล่าวถึงนี้
จะมีแก่นแท้ของความว่างจำนวนมากดำรงอยู่
ขณะที่จักรวาลเหวี่ยงหมุนรอบจุดศูนย์กลางนั้น
แก่นแท้ของความว่างเหล่านี้ก็จะหมุนตามด้วย
เพื่อสร้างความสมดุลให้กับระบบของตนเอง
ประดาแก่นแท้ของความว่างที่มีอยู่ในจักรวาล
คือสรรพสิ่งที่จะเกิดเป็น #ตัวตนของความว่าง
เมื่อมีการสั่นสะเทือนร่วมกันขึ้นมาในอนาคต
ถ้าเปรียบจักรวาลเป็นเหมือนทะเลกว้าง
น้ำทะเลที่มีอยู่ในท้องทะเลอันกว้างใหญ่นั้น
เป็นดั่ง “ตัวตนของความว่าง” ที่ถูกเติมเต็มไว้
ซึ่งท้องทะเลตามปกติแล้วจะราบเรียบไร้คลื่น
เมื่อมีเหตุให้น้ำในทะเลนั้นสั่นสะเทือนเกิดขึ้น
ผลก็คือคลื่นทะเลก็จะปรากฏตัวให้ท่านเห็น
โดยคลื่นนั้นเกิดจากความว่างเพราะเดิมไร้คลื่น
ตัวตนความว่างของจักรวาลก็เช่นเดียวกัน
เมื่อแก่นแท้ของความว่างที่เหวี่ยงหมุนต่อเนื่อง
จนเข้าไปรวมตัวกันอยู่ตรงกลางอย่างหนาแน่น
เมื่อถึงที่สุดแล้วแรงบีบอัดอันยิ่งยวดก็จะเกิดขึ้น
จึงเป็นเหตุให้แก่นแท้ของความว่างทั้งหมดนั้น
เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในทันที
จึงเกิด “ตัวตนแก่นแท้ของความว่าง” ขึ้นมาได้
คล้ายกับทะเลอันกว้างใหญ่ที่เดิมทีไม่มีมวลน้ำ
แล้วปรากฏว่ามีมวลน้ำเต็มทะเลได้ในภายหลัง
ซึ่งน้ำทะเลนั้นยังราบเรียบเป็นปกติอยู่
จักรวาลอันไพศาลนี้ก็เช่นกัน
จากแก่นแท้ของความว่างที่ยังไม่มีตัวตน
เมื่อเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นเพราะเหตุปัจจัยนั้น
แก่นแท้ของความว่างก็แสดงตัวตนขึ้นมาทันที
ขั้นตอนนี้เองที่จักรวาลมีคุณสมบัติเป็นอนัตตา
ซึ่งจักรวาลเกิดเป็นรูปธรรมที่สมดุลขึ้นมาแล้ว
นั่นคือองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้านั่นเอง
จุดศูนย์กลางของจักรวาลที่หมุนวนอยู่
ซึ่งมีแก่นแท้ของความว่างอยู่อย่างหนาแน่น
เมื่อสั่นสะเทือนร่วมกันอย่างต่อเนื่องแล้ว
สิ่งที่เรียกว่า #การตื่นรู้ ของจักรวาลก็เกิดขึ้น
ตัวอย่างเช่น
#การรู้ว่ามีตนเองเกิดขึ้นและดำรงอยู่
#การอยากรู้อยากเห็นไปทุกสิ่ง
#การอยากรู้ในสิ่งที่ตนนั้นยังไม่รู้
#การนึกคิดค้นหาคำตอบที่ต้องการ
ฯลฯ
สำหรับพระเจ้าหรือองค์จิตจักรวาล
เมื่อแรกที่พระองค์ทรงอุบัติขึ้นมาเองนั้น
ทรงมีการตื่นรู้ในเรื่องเหล่านี้ได้โดยอัตโนมัติ
ทั้งไม่ทราบมาก่อนด้วยว่าการตื่นรู้จากการนึก
จะทำให้พระองค์ทรงสร้างบางสิ่งขึ้นมาได้
สิ่งแรกที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นจากการ “นึก”
คือรูปธรรมจิตจักรวาลที่เหมือนกันกับพระองค์
ซึ่งเป็นดั่ง “เงา” ของพระองค์นั่นเอง
นอกจากนั้นพระองค์ทรงสร้าง “เสียงก้อง”
อันเกิดจากการ “สนทนาสื่อสาร”
ระหว่างพระองค์เองกับเงาของพระองค์
ถามว่า “รู้มัยที่นี่คือที่ไหนพระองค์เองเป็นใคร”
เมื่อถามแล้วทรงไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ
ทรงได้รับแต่คำถามคำกล่าวของพระองค์แทน
เพราะรูปธรรมนั้นเป็นเงาของพระองค์เอง
มิใช่รูปธรรมอื่นใดอีกรูปธรรมหนึ่งแต่อย่างใด
เราจะกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า
ตัวตนแก่นแท้ของความว่างทั้งหมด
ขององค์จิตจักรวาลที่เกิดขึ้นมาแล้วนั้น
ถ้าพระจิตคือจุดศูนย์กลางของจักรวาลนั้น
สั่นสะเทือนเป็นการ “นึกนำ” ขณะตื่นรู้เมื่อใด
ตัวตนแก่นแท้นั้นจะแสดงตนเป็นคลื่นเมื่อนั้น
จักรวาลไม่ต่างจากท้องทะเลกว้างใหญ่
เดิมจะเป็นท้องทะเลที่ราบเรียบไร้คลื่น
เมื่อมีเหตุบางสิ่งทำให้น้ำทะเลสั่นสะเทือนแล้ว
คลื่นระลอกแรกในทะเลนั้นก็จะเกิดขึ้นมาทันที
หากตราบใดที่ยังมีเหตุให้เกิดคลื่นอยู่ดังเดิม
ทะเลอันกว้างใหญ่นั้นก็จะยังมีคลื่นอยู่ตลอด
เนื่องจาก “ตัวตนแก่นแท้ของความว่าง”
ล้วนเกิดมาจากการสั่นสะเทือนของแก่นแท้
ที่ยังไม่เคยมีตัวตนใดๆปรากฏมาก่อนเลย
ถ้าแก่นแท้ของความว่างดังกล่าวนี้มีตัวตนแล้ว
หากเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ตาม
แก่นแท้ของความว่างนั้นจะเกิดเป็นคลื่นความถี่
คลื่นความถี่ที่เกิดขึ้นก็คือ #พลังงาน นั่นเอง
คลื่นพลังงานที่เป็นคลื่นความถี่ดังกล่าวนั้น
จะเริ่มต้นจากจุดศูนย์กลางของการสั่นสะเทือน
นั่นคือเริ่มต้นจากนิวเคลียสของจิตจักรวาลแล้ว
คลื่นการสั่นนั้นจะขยายวงออกไปจนสุดขอบ
เมื่อถึงสุดขอบของจักรวาลแล้วจะสะท้อนกลับ
หากจิตจักรวาลยังคงสั่นสะเทือนเช่นนั้นอยู่
คลื่นความถี่นั้นจะยังคงสะท้อนกลับไปกลับมา
โดยจะเป็นไปแบบเดิมนั้นอย่างต่อเนื่องเสมอ
พระองค์ทรงเป็นพระผู้สร้างได้ก็เพราะว่า
พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมของตัวตนแก่นแท้
ของคลื่นพลังงานในทุกย่านความถี่ที่มีอยู่จริง
พลังงานเหล่านี้จะมีคุณสมบัติต่างๆครบถ้วน
ทั้งแสงสีเสียงกลิ่นรสร้อนเย็นล้วนมีอยู่ทั้งหมด
จึงไม่ยากอะไรที่พระองค์จะทรงกำหนดสร้าง
ทุกสรรพสิ่งที่ทรงมีพระประสงค์นั้นไม่ได้
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
#ปัญญาวิสุทธิ์
23/05/2569
#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้
