#งานสร้างโลกหลังยุคไดโนเสาร์
พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
หลังจากพระเจ้าย้ายไดโนเสาร์ออกไปจากโลก
โดยมีส่วนหนึ่งซึ่งยังคงมีตัวตนหรือมีชีวิตอยู่นั้น
ย้ายไปยังดวงจันทร์ในวงโคจรของดาวพฤหัส
ส่วนใหญ่จะสิ้นชีวิตเหลือแต่จิตวิญญาณเท่านั้น
พระองค์จึงทรงมีพระดำริได้ว่า
ถ้าจะลดน้ำหนักมวลบนพื้นผิวโลก
เพื่อมิให้โลกเหวี่ยงหมุนไปแกว่งส่ายไปแล้ว
สัตว์ประจำโลกที่จะทรงสร้างขึ้นมาแทนนั้น
ต้องเป็นสัตว์ที่มีขนาดตัวเล็กกว่าไดโนเสาร์
โดยยังทรงกำหนดให้อยู่ร่วมกันเป็นฝูงดังเดิม
เพื่อทำให้สมการพลังงานรวม Σβₓยังใช้การได้
ดังนั้น
สัตว์ประจำโลกที่พระองค์ทรงกำหนดสร้างขึ้น
จึงมีทั้งพวก #สัตว์บก #สัตว์น้ำ #สัตว์อากาศ
มีจนแม้กระทั่ง #สัตว์ที่อยู่ในดิน อีกด้วย
#หลักการเหตุผลและวิธีคิด
พระดำริของพระองค์ในการสร้างสัตว์โลก
จำพวก “สัตว์บก” ก็คือ #ขนาดตัวต้องเล็กลง
โดยทรงเน้นที่จำนวนรูปธรรมเป็นสำคัญ
เพราะตัว X ในสมการหมายถึงจำนวนรูปธรรม
ซึ่งมิได้เกี่ยวกับน้ำหนักตัวของสัตว์ตัวนั้นๆเลย
สัตว์บกที่เดินดินได้ก็เพราะมีขา
พระเจ้าทรงกำหนดสร้างแหล่งอาหารไว้ในป่า
ซึ่งมีทั้งผลหมากรากไม้ใบไม้ยอดไม้นับคณนา
โดยทรงกำหนดปลูกสร้างเอาไว้ให้ทั่วทั้งป่า
เพื่อให้สัตว์ป่าฝูงนั้นเดินทางย้ายที่ไปด้วยกัน
โดยไม่กระทบกับสมการ Σβₓเลย
เพราะเหตุว่า
ทรงกำหนดให้สมการพลังงานร่วมที่ว่านี้
มีปฏิสัมพันธ์กับแกนโลกเบื้องล่างได้
ถ้าตั้งแต่เช้ายันค่ำพวกเขาทุกชนิดทุกฝูง
เดินทางอยู่ภายในพื้นที่ไม่เกิน 33.33 ตร.กม.
#หลักการเหตุผลและวิธีคิด
พระดำริของพระองค์ในการสร้างสัตว์โลก
จำพวก “สัตว์น้ำ” ก็คือต้อง #ลอยตัวในน้ำได้
เพราะทรงดำริแล้วว่าถ้าให้สัตว์ลอยตัวในน้ำได้
น้ำก็จะมีแรงยกที่จะช่วยลดน้ำหนักตัวของสัตว์
มิให้เป็นภาระต่อการรับน้ำหนักมวลของโลก
ได้อีกทางหนึ่งด้วยเช่นเดียวกัน
เพราะบนโลกนี้จะมีน้ำทะเลกับมหาสมุทรมาก
ซึ่งเป็นน้ำเค็มที่มีความหนาแน่นสูงกว่าน้ำจืด
ทำให้สัตว์ทะเลต่างๆสามารถลอยตัวได้ดีกว่า
พระองค์จึงทรงกำหนดสร้างสัตว์ทะเลส่วนมาก
ให้มีขนาดตัวและขนาดมวลใหญ่กว่าสัตว์น้ำจืด
เพราะว่าน้ำจืดมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำเค็ม
พระองค์ยังทรงติดตั้งถุงลมให้กับปลา
เอาไว้ให้ใช้ในการช่วยลอยตัวหรือพยุงตัวในน้ำ
ขณะที่มีครีบข้างครีบหางและครีบหลังของปลา
ไว้ให้ใช้เพื่อการเดินทางไกลไปในน้ำได้ด้วย
#หลักการเหตุผลและวิธีคิด
ส่วนพระดำริของพระองค์ในการสร้างสัตว์โลก
พวก “สัตว์อากาศ” ก็คือ #ต้องลอยในอากาศ
เหมือนสัตว์น้ำที่ลอยตัวอยู่ในน้ำของพระองค์ได้
เพราะทรงได้แรงบันดาลใจจากการที่ใบไม้แห้ง
เมื่อร่วงผล็อยแล้วลอยลงมาจากต้นที่สูงใหญ่
ซึ่งสามารถปลิวลอยไปตามลมได้เป็นอย่างดี
วิธีการของพระเจ้าก็คือต้องใส่ปีกใส่หางให้
พร้อมติดตั้งสัญชาตญาณในการบินได้ไว้ให้ด้วย
แถมยังต้องสร้างโครงกระดูกให้โปร่งและเบาไว้
เพื่อลดน้ำหนักตัวจนสามารถลอยในอากาศได้
เพราะโลกจะดึงดูดพวกเขาน้อยลงจากเดิม
ทำให้ภาระในการบินของสัตว์ปีกลดน้อยลงไป
ตัวไหนมีน้ำหนักมากก็สร้างปีกที่แข็งแรงไว้ให้
จึงเป็นที่มาของสัตว์ปีกจำพวกนกทุกชนิด
รวมทั้งสัตว์จำพวกแมลงนานาพันธุ์บนโลกนี้
พระองค์ทรงเห็นว่าพวกนี้บินไปในอากาศได้
จึงเสริมความสามารถพิเศษในการกระโดดไกล
ให้กับแมลงบางชนิดเอาไว้ใช้งานได้อีกด้วย
แมลงบางชนิดจึงกระโดดไกลได้และบินได้
ตามพระประสงค์ของพระเจ้านั่นแหละ
แถมแมลงหิ่งห้อยที่ต้องหากินใบไม้อ่อน
ในตอนกลางคืนหลังอาทิตย์อัสดงไปแล้ว
พระเจ้ายังทรงติดตั้งสารพิเศษเอาไว้ให้ที่ก้น
ซึ่งสามารถเปล่งแสงสว่างออกมาภายนอก
ทำให้แมลงตัวนั้นมองเห็นยอดไม้ใบไม้ได้
โดยแสงสว่างจะไม่รบกวนสัตว์อื่นให้แตกตื่น
แมลงที่ว่านี้ก็คือ #หิ่งห้อย ผู้น้อยแสงไงล่ะ
#หลักการเหตุผลและวิธีคิด
พระดำริของพระองค์ในการสร้างสัตว์โลก
จำพวก “สัตว์ในดิน” ก็คือ #ต้องอาศัยอยู่ในดิน
เพราะทรงต้องการให้สัตว์ในดินที่ว่านั้น
ช่วยพรวนดินให้ร่วนซุยอากาศถ่ายเทได้สะดวก
อีกทั้งช่วยย่อยกากใยอาหารพวกใบไม้แห้ง
ทำให้เปื่อยยุ่ยเพื่อประโยชน์ของรากของต้นไม้
สัตว์ในดินที่ว่านี้เราหมายถึง “ไส้เดือน” นั่นเอง
เพื่อให้ไส้เดือนเคลื่อนที่ในดินได้สะดวก
พระองค์จึงทรงกำหนดสร้างให้พวกเขาไม่มีขา
โดยมีลำตัวเป็นเมือกลื่นเพื่อให้เลื้อยได้สะดวก
กำหนดให้ไส้เดือนหายใจด้วยผิวหนังข้างลำตัว
ไม่ต้องใช้รูจมูกหายใจเหมือนสัตว์โลกชนิดอื่น
เพราะถ้าอยู่ในดินแล้วใช้รูจมูกหายใจเข้าออก
บอกได้เลยว่าคงทุลักทุเลเรื่องดินเข้าปอดแน่ ๆ
ไส้เดือนจึงเป็นสัตว์ที่ไม่ต้องมีปอดใช้งาน
แต่มูลไส้เดือนเป็นปุ๋ยชั้นดีของพืชทุกชนิดด้วย
เพราะอวัยวะภายในของไส้เดือนแม้ไม่ซับซ้อน
แต่ก็มีน้ำย่อยพิเศษที่ผลิตปุ๋ยให้ต้นไม้ได้
นอกจากนั้น
พระองค์ยังเมตตาให้ไส้เดือนเป็นสัตว์สองเพศ
คือทั้งเพศเมียและเพศผู้อยู่ในตัวเดียวกันด้วย
เพราะอยู่ในรูดินถ้าจะผสมพันธุ์กันนั้นยากมาก
ไส้เดือนไม่มีขาไม่มีตามีแต่ผิวสัมผัสเท่านั้น
จะใช้ปากส่งเสียงเรียกหากันก็ทำเช่นนั้นไม่ได้
เนื่องจาก “ปาก” ทรงมีไว้ให้ใช้กินซากใบไม้
จะใช้พูดจากกันส่งเสียงสื่อสารกันไม่ได้เลย
สัตว์ทั้งหลายที่พระองค์ทรงกำหนดสร้าง
จะมีโครงสร้างหลักเป็นสองมิติด้วยกันทั้งสิ้น
นั่นคือมีมิติทางกายภาพคือกายหยาบภายนอก
กับมิติทางพลังงานคือจิตวิญญาณที่อยู่ภายใน
โดยที่จิตวิญญาณของพวกเขาล้วนมีขันธ์ห้า
ที่ใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าแบบที่โลกต้องการได้
#สัตว์ประจำโลกทุกชนิดไม่มีจิตสามนึก
สำหรับใช้สั่นสะเทือนเพื่อให้เกิด #มโนกรรม
ซึ่งมีสัญชาตญาณของจิตวิญญาณทำหน้าที่นี้
คือขับเคลื่อน #กายกรรม เป็นพฤติกรรมต่างๆ
โดยที่จิตวิญญาณแก่นแท้ของสัตว์ทั้งหลายนี้
พระเจ้าทรงได้มาจากไดโนเสาร์ตัวที่ล้มตาย
เมื่อมีการเคลื่อนย้ายพวกเขาออกไปจากโลก
นอกจากนี้แล้ว
สิ่งมีชีวิตจำพวกสัตว์ที่มีจิตวิญญาณเป็นแก่นแท้
แต่มีขนาดเล็กเกินจนท่านมองด้วยตาไม่เห็นก็มี
เช่น พวกจุลินทรีย์ที่เป็นสัตว์ เป็นต้น
ยกเว้นไวรัสจากห้องแล็ป
ที่พวกนักวิทยาศาสตร์ผู้ฉ้อฉลซึ่งเป็นคนโฉดชั่ว
เพาะเลี้ยงกันขึ้นมาด้วยวิชาตัดแต่งพันธุกรรม
สร้างขึ้นมาเพื่อค้ายาค้าวัคซีนลดประชากรโลก
แล้วใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นฝีมือของพวกต่างดาว
ด้วยการปั้นข่าวเท็จเรื่องยูเอฟโอและเอเลี่ยน
ซึ่งเวลาที่ชาวโลกจะได้เรียนรู้เรื่องต่างดาวนั้น
มันยังมาไม่ถึงต้องหลังโลกมืดรอบด้านผ่านไป
เป็นเวลานาน 56 วัน หรือ 8 ราตรีแล้วเท่านั้น
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
#ปัญญาวิสุทธิ์
15/05/2569
#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้
