15 พฤษภาคม 2569

คำวิจารณ์​ "พระเจ้าไม่ยุติธรรม"


 พี่ๆน้อง ๆผู้เป็นคนชอบธรรมที่รักทั้งหลาย 


เราได้ยินพี่น้องเยาวชนคนหนึ่งที่นับถือคริสต์

กำลังสนทนาธรรมทางโทรศัพท์แบบไลฟ์สด

กับคนสอนธรรมผู้หนึ่งที่เรียกตนเองว่าอาจารย์

โดยคนที่โทรเข้าไปหาอาจารย์นั้นก็เพราะว่า

คนสอนธรรมเคยกล่าวว่า #พระเจ้าไม่ยุติธรรม


เนื่องจากมีชาวคริสต์คนอื่นที่นับถือพระเจ้า

เคยโทรเข้าไปประวาทะกับคนสอนธรรมท่านนี้

แล้วมีพูดถึงเรื่องความดีความชั่วที่ตัวมนุษย์ทำ

แต่พี่น้องชาวคริสต์เข้าใจผิดแล้วไปบอกแกว่า

พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งไม่เว้นแม้เรื่องดีเรื่องชั่ว

จนถูกคนสอนธรรมรายนี้ย้อนแย้งกลับไปว่า

ใยพระเจ้าไม่สร้างแต่สิ่งดีๆทรงสร้างสิ่งชั่วทำไม


เราจึงขอเท้าความเรื่องนี้

เพื่อประกาศต่อพี่น้องชาวคริสต์เฉพาะราย

ที่เข้าใจผิดเรื่องพระเจ้าสร้างทั้งความดีความชั่ว

ให้ทุกท่านทั้งพุทธทั้งคริสต์ได้รับรู้ความจริงว่า

#แท้แล้วคนที่สร้างความดีความชั่วมิใช่พระเจ้า


คำว่า “ดีหรือชั่ว” นั้นมันเป็นสิ่งสมมติ

ซึ่งเป็น #นามธรรม หรือ #เป็นนามรูป

ที่มนุษย์ใช้สื่อแทนความหมายของการกระทำ


การแสดงออกหรือการกระทำใดๆก็ตาม

ถ้าแสดงออกหรือกระทำต่อผู้อื่นแล้วเขาพอใจ

มิได้เป็นเหตุให้เขาจิตตกหรือเสียสมดุลแล้ว

การแสดงออกหรือกระทำนั้นเรียกว่า #กรรมดี


แต่ถ้าการแสดงออกหรือการกระทำใดๆก็ตาม

ที่เป็นเหตุให้คนอื่นเสียสมดุลหรือจิตตกแล้ว

การแสดงออกหรือกระทำนั้นเรียกว่า #กรรมชั่ว

โดยทั้งกรรมดีและกรรมชั่วนั้นมนุษย์เป็นผู้ก่อ


พระเจ้ามิได้ทรงบังคับให้ใครทำดีหรือทำชั่ว

ใครจะเลือกก่อกรรมดีหรือเลือกก่อกรรมชั่วก็ได้

แต่จะต้องยอมรับผลกรรมที่ตนเองก่อขึ้นไว้นั้น


พระเจ้าทรงกำหนดให้มนุษย์ทุกคนมีเสรี

อย่างน้อยก็สามารถจะเลือกทำดีหรือทำชั่วก็ได้

โดยพระองค์ทรงสร้าง #กฎแห่งกรรม เอาไว้ให้

เพื่อให้มนุษย์ได้ใช้เรียนรู้เรื่องบาปบุญคุณโทษ

ได้เรียนรู้เรื่องถูกผิดดีชั่วจากประสบการณ์จริง

สิ่งที่มนุษย์ต้องจ่ายก็คือการเวียนว่ายตายเกิด

หรือการมีภพชาติคือเสียเวลาหรือเสียชาติเกิด

เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนในการเรียนรู้นั่นเอง


เราจะบอก “คนสอนธรรม” เอาไว้ด้วยว่า

เพราะว่าดาวโลกดวงนี้พระเจ้าทรงกำหนดให้

เป็น #ดาวเคราะห์แห่งทางเลือกเสรี 

จิตหยาบของพวกท่านผู้ทำหน้าที่แทนแก่นแท้

ซึ่งเป็นจิตวิญญาณที่ขันอาสามาเกิดบนโลกนี้

จะต้อง “ตัดสินใจ” ด้วยจิตปัญญาให้ถูกต้องว่า

ในทุกเงื่อนไขหรือทุกสถานการณ์ของชีวิต

ท่านจะตัดสินใจเลือกก่อกรรมดีหรือก่อกรรมชั่ว


แน่นอนว่ากฎแห่งกรรมของพระเจ้า

จะเป็นผู้ให้คำตอบหรือให้บทเรียนแก่ท่านได้ว่า

ท่านสมควรทำตนแบบนั้นต่อไปถ้าเป็นกรรมดี

หรือไม่สมควรทำตนแบบนั้นอีกถ้าเป็นกรรมชั่ว

สถานการณ์นั้นๆนั่นแหละมันจะสอนท่านเอง

จากประสบการณ์เชิงประจักษ์ในมิติโลกได้


แต่เนื่องจากมนุษย์เป็นคนสองมิติ

ผลกรรมที่จะเป็นบทเรียนของจิตวิญญาณ

ที่พวกท่านแต่ละคนจะต้องเรียนรู้ด้วยเช่นกัน

การเรียนรู้นั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องข้ามภพชาติ

ซึ่งกรณีนี้นี่แหละที่เป็นปัญหาของคนสอนธรรม

ที่กล่าวตู่คนคริสต์ที่โทรเข้าไปคุยในรายการว่า


“พระเจ้าไม่ยุติธรรมที่ให้บททดสอบลำเอียง”

แล้วสรุปว่าบางคนเกิดมารวยบางคนเกิดมาจน

ชาวคริสต์ดันบอกว่าเป็นบททดสอบของพระเจ้า

คนสอนธรรมที่เป็นพุทธซึ่งรู้เรื่องกฎแห่งกรรมดี

ดันใช้วาจาพิพากษาพระเจ้าว่าทรงไม่ยุติธรรม

โดยไม่ใช้สติปัญญาคงใช้แต่อคติที่มีต่อพระเจ้า

จึงกล้ากล่าวมากกว่าหนึ่งหาวออกมาเช่นนั้น


เราจะบอกความจริงให้คนสอนธรรมทั้งโลกนี้

ได้รู้กันทั่วไปว่ามนุษย์ทุกคนที่เกิดมาบนโลกนี้

ก่อนที่จะเข้ามาเกิดในภพชาติแรกนั้น

ทุกรูปธรรมจะต้องจับมือกันเพื่อหาแนวร่วม

ด้วยการรวมตัวกันอย่างน้อย 3 รูปธรรม

เพื่อเลือกบทบาทเป็นพ่อแม่ลูกในครอบครัว

เมื่อจับมือกันสร้างแนวร่วมเป็นครอบครัวได้แล้ว

ทั้งสามรูปธรรมนั้นจะต้องสร้างบทละครชีวิต

เพื่อนำเข้ามาแสดงตามบทบาทที่สร้างไว้นั้น

เมื่อได้มาเกิดเป็นคนสองมิติอยู่ในระบบโลก

พระเจ้าทรงเรียกบทละครนี้ว่า #ชะตาชีวิต


แน่นอนว่าบทละครเหล่านี้

จะมีทั้งบทดีและบทร้ายก็คือบทชั่ว

ที่คนสอนธรรมเองยังไม่รู้ความจริงในเรื่องนี้

ขณะที่ชาวพุทธบางคนเข้าใจว่าพรหมกำหนด

กับคนคริสต์บางคนที่หลงผิดคิดว่าพระเจ้าสร้าง

แล้วโต้แย้งคนสอนธรรมช่างจำนรรจ์เขาไม่ได้


หลายท่านอาจมีคำถามว่าทุกคนทุกครอบครัว

จะต้องถือชะตาชีวิตเข้ามาแสดงร่วมกันทำไม

คำตอบก็คือพระพุทธเจ้าทรงค้นพบความจริงว่า

จิตวิญญาณมนุษย์ทุกคนที่มาเกิดอยู่บนโลกนี้

มาเกิดเพื่อช่วยกันใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

โดยจิตวิญญาณถือจิตสามนึกจากด่านนภาลัย

เมื่อแบ่งภาคตัวเองออกมาเป็นจิตหยาบแล้ว

จิตหยาบจะได้ใช้จิตสามนึกขับเคลื่อนขันธ์ห้า

ขณะดำเนินชีวิตในบทบาทของคนสองมิติได้


ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงนี้แหละ

ถ้าจิตหยาบหรือจิตสามนึกสั่นสะเทือนด้านบวก

เมื่อคนใกล้ตัวในครอบครัวยื่นเงื่อนไขบวกมาให้

ด้วยการก่อกรรมทำดีที่ใครคนนั้นพึงพอใจ

ขันธ์ห้าของคนที่สงบเย็นเป็นอุเบกขาอยู่ได้

หรือขันธ์ห้าของคนที่ตอบสนองทางด้านบวก

จะขับเคลื่อนคลื่นพลังจิตด้านบวกออกมา

พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่า #เมตตาธรรม


ถ้าใครทำดังเช่นที่เราว่ามานี้ได้

คนนั้นก็ทำหน้าที่ทางจิตวิญญาณได้สำเร็จ

นั่นคือจะช่วยกันค้ำจุนสมดุลโลกได้นั่นแหละ

เพราะ “เมตตาธรรม” เป็นคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็ก

มีคุณสมบัติทางไฟฟ้าเป็นบวกที่โลกต้องการ

จำนวน 1% ที่ถูกเหวี่ยงออกมาภายนอก

จะถูกเหนี่ยวรั้งลงไปยังแกนโลกเพื่อจุดระเบิด

อะตอมของก้อนธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์ 100%

ให้ระเบิดอย่างต่อเนื่องทำให้แกนโลกบิดตัว

จนโลกหมุนรอบตัวเองได้นั่นแหละ


พระพุทธเจ้าเคยกล่าวไว้เป็นนัยๆว่า

#เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

#เราคือโลก #โลกคือเรา

ซึ่งหมายถึงจิตวิญญาณมาเกิดเป็นมนุษย์

เพื่อช่วยกันทำให้โลกเหวี่ยงหมุนให้จงได้

เมื่อโลกเหวี่ยงหมุนทุกสิ่งทุกคนบนโลกนี้

ก็จะเข้าถึงการเป็นหนึ่งเดียวกันนั่นแหละ

ทรงกล่าวเอาไว้ในปฐมเทศนาเอาไว้ว่าดั่งนี้


น่าเศร้าใจที่คนสอนธรรมไม่เชื่อพระพุทธเจ้า

แต่เชื่อคนนำทางตาบอดที่ถูกผีโสโครกหลอก

ให้ถอดความของ “ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร”

ไปเป็นอริยสัจสี่กับเรื่องสวรรค์มายาแทนเสียนี่

ทั้งที่พระพุทธองค์ทรงใช้ประโยคศักดิ์สิทธิ์

ทั้งสามประโยคตามที่เรากล่าวนั้นเอาไว้ให้แล้ว


แทนที่จะเสียเวลามาก้าวล่วงพระเจ้า

หรือเอาแต่โต้วาทะกับคนต่างศาสนาอยู่แบบนี้

ให้หันมาศึกษาคำสอนพระพุทธเจ้าด้วยปัญญา

เพื่อค้นหาความจริงที่ยังถูกบิดเบือนอยู่อีก

แล้วแก้ไขใหม่ให้ถูกต้องด้วยความกล้าหาญ

จะเป็นวีรกรรมที่เหมาะสมยิ่งกว่าไหมล่ะท่าน


(ยังไม่จบ เรื่องนี้ยังมีตอนต่อไป)


เอเมน สาธุ


ถ่ายทอดคลื่นการคิดจากจิตจักรวาลโดย

อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

จิตจักรวาลสถานธรรม

15/05/2569