พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
คำว่า “ทุกขัง” ใน ไตรลักษณ์ นั้น
พระพุทธองค์มิได้ทรงแปลว่า ทุกข์ นะ
โดยพระโอวาทเมื่อวานนี้เราถอดความให้แล้ว
เกี่ยวกับเรื่อง อนิจจังทุกขังอนัตตา
มีนัยความหมายว่าอะไรเป็นอะไรอย่างไร
เพราะแปลความหมายผิด
จนบิดเบือนไปจากความจริงนี่แหละ
ทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าหัวใจของศาสนาพุทธ
คือการมุ่งปฏิบัติธรรมเพื่อให้ตนพ้นทุกข์ทั้งสิ้น
โดยเล็งเห็นว่าการเกิดแก่เจ็บตายทำให้ทุกข์
ถ้าไม่เกิดมาเสียอย่างเดียวความทุกข์ก็ไม่เกิด
จึงพยายามหาทางตายแล้วไม่มาเกิดอีกให้ได้
จะตายประหลาดคือตายแล้วหายตัวไปเลย
โดยเอาทุกข์ในโลกนี้เป็นที่ตั้งเป็นที่กำหนด
ตายแล้วจิตวิญญาณหายไปจากโลกนี้ได้ก็พอ
พี่น้องหลายคนเชื่อแบบนี้คิดแบบนี้กันมานาน
จนเป็นที่มาของคำว่านิพพานแบบตาลยอดด้วน
คือตายๆไปจากโลกนี้เสียได้โดยไม่มาเกิดอีก
สังสารวัฏที่มองว่าเป็นวัฏจักรแห่งทุกข์ก็จบสิ้น
ซึ่งการตัดจบง่ายๆแบบนี้เป็นมรรควิถีที่ไม่ฉลาด
เพราะลืมฉุกคิดต่อไปอีกว่า “ตายแล้วไปไหน”
ภพภูมิที่จิตวิญญาณไปเกิดนั้นมันปลอดทุกข์แน่
หรือว่ามันจะไม่เป็นแบบหนีเสือปะจระเข้เข้าให้
ภพภูมิใหม่ที่คนนำทางตาบอดจูงใจไว้
ให้เป็นทางเลือกใหม่ของพี่น้องทั้งหลาย
ก็คือดินแดน สวรรค์มายา ของผีโสโครก
มิใช่แดน “สวรรค์นิรันดร” พระนิเวศน์ของพระเจ้า
ที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของจิตวิญญาณมนุษย์
อันเป็นถิ่นที่แก่นแท้ของท่านเคยอยู่แล้วจากมา
เมื่อครบกำหนดเวลาหกหมื่นปีในการทำหน้าที่
ทุกรูปธรรมจะต้องย้อนคืนกลับไปสู่ที่นั่นดังเดิม
พวกท่านถูกหลอกให้กลัวความทุกข์ด้วยกิเลส
จนคิดจะหาทางหนีทุกข์กันอย่างหัวซุกหัวซุน
คือกลัวจนขาดสติทำให้ใช้สติปัญญาไม่ได้
จึงเกิดการ “โง่ง่าย” จนเชื่อตามผีโสโครกไป
เพราะกิเลสที่ผีหยิบมาใช้กระตุ้นให้เกิดตัณหา
เข้าบดบังอำนาจทางปัญญาที่มีอยู่ไว้จนมืดมิด
ทำให้เกิดปรากฏการณ์เหมือน #จันทรคราส
ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ราหูอมจันทร์” นั่นเอง
ความมืดที่บดบังดวงจันทร์จนเกิดคราสนั้น
เกิดจากเงาของ “ราหู” ที่ชาวบ้านไม่รู้จัก
ค่อยๆอมค่อยๆบังดวงจันทร์สวยให้อับแสงไว้
โดยราหูที่ชาวบ้านสมมุติขึ้นนี้ก็คือ #กิเลส
แสงสว่างอันงดงามของดวงจันทร์ก็คือปัญญา
ราหูอมจันทร์ก็คือกิเลสที่เข้าบดบังสติปัญญา
พามนุษย์โลกทั้งหลายให้โง่ง่ายกันนั่นแหละ
คนชอบธรรมที่อยากพ้นทุกข์อยากมีสุขสบาย
คนชอบธรรมที่ไม่อยากทุกข์อยู่บนโลกเสรีนี้
จึงพากันตกหลุมพรางผีโสโครกอย่างง่ายดาย
สวรรค์มายาจึงเต็มไปด้วยประชากรเทพเทวดา
เพราะผู้หลงทางนิพพานพากันไปเกิดอยู่บนนั้น
ซึ่งหายตัวไปจากโลกแล้วยังไปเกิดต่ออยู่ที่นั่น
เพราะฝันว่าอยู่บนนั้นสุขสบายกว่าเป็นมนุษย์
คนสอนธรรมที่อ้างพระศาสดานี่แหละตัวดี
คนพวกนี้สืบทอดการบิดเบือนพระวจนะกันมา
ต้นทางการบิดเบือนมาจากผีโสโครกนี่แหละ
เพราะเชื่อโดยมิได้ “ฉุกคิด” ด้วยเหตุผลว่า
เป็นคำสอนที่ถูกต้องตรงจริงก่อนจะเชื่อหรือไม่
เมื่อมีสติปัญญาแต่ไม่ใช้จึงกลายเป็นโง่ง่ายไป
แล้วหลงตัวเองว่าตนเป็นครูผู้รู้ธรรมอีกต่างหาก
หากคิดกันตื้นๆพื้น ๆไม่คิดเยอะ
ไหน ๆจิตวิญญาณก็มาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว
ถ้าเชื่อตามผีโสโครกที่หลอกผ่านคนนำทางว่า
เกิดเป็นมนุษย์สุดจะทุกข์เป็นอย่างยิ่งแล้ว
แทนที่จะหนีทุกข์หัวซุกหัวซุนแบบด้อยปัญญา
ใยไม่คิดพิจารณาว่าท่านจะฟันฝ่าทุกข์ได้ยังไง
มีวิธีไหนที่จะพ้นไปจากทุกข์ที่เผชิญอยู่ไปได้
ถ้ารู้ว่าการเกิดแก่เจ็บตายหรือมีสังสารวัฏ
ทำให้ท่านเป็นทุกข์อย่างยิ่งยวดแล้ว
แทนที่จะเลี่ยงหนีด้วยการหาทางตาย
แล้วหลบไปอยู่ที่อื่นแค่หวังว่าจะพ้นทุกข์ได้
ทำไมไม่หันมาคิดพิจารณาด้วยสติปัญญาว่า
เหตุแห่งการมีสังสารวัฏนั้นน่ะมันคืออะไร
แล้วหาทางดับทุกข์กันที่เหตุนั้นแทน
มันจะเป็นหนทางที่ฉลาดปราดเปรื่องกว่า
สมกับการที่เลือกจะเป็น “พุทธะ” ดีกว่ามั้ย?
คนฉลาดเท่านั้นเลือกที่จะสู้กับปัญหา
คนมีปัญญาเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้
คนโง่เท่านั้นเลือกที่จะหนีปัญหา
คนด้อยสติปัญญาจึงมักจะเป็นคนขี้ขลาด
คนด้อยสติปัญญาจึงมักจะเป็นคนหนีปัญหา
คนด้อยสติปัญญามักจะเป็นเหยื่อคนชั่วที่ฉลาด
ผู้นำครอบครัวที่โง่เง่าคือไม่ฉลาดใช้ปัญญา
จะเป็นที่พึ่งของครอบครัวของตนไม่ได้
ผู้นำประเทศชาติที่โง่เขลาเบาปัญญา
แม้จะมีเงินตราบารมีหรือมีทรัพย์สินมากมาย
มีแต่จะพาประเทศชาติลงเหวจนล่มสลาย
โดยบ่อเกิดของความโง่ง่ายกับโง่เขลานั้น
มันมาจากกิเลสมารแบบราหูอมจันทร์นั่นแหละ
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
ปัญญาวิสุทธิ์
30/01/2569