ใครหลอกและหลอกให้กลัวทุกข์กันทำไม?

 

#ใครหลอกให้มนุษย์กลัวทุกข์


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


เมื่อสองวันก่อนเราสื่อพระโอวาทเรื่อง

“ทำไมมนุษย์ถูกหลอกให้กลัวทุกข์” ไปแล้ว

วันนี้เราจะกล่าวพระโอวาทตอนต่อเนื่องให้รู้

ในบทเรียนนี้ที่มีชื่อว่า...


#ใครหลอกและหลอกให้กลัวทุกข์กันทำไม?


ในอดีตกาลที่ผ่านมานับพันปีแล้ว

มนุษย์โดยเฉพาะชาวพุทธทั้งหนุ่มสาวเฒ่าแก่

ชอบหลับตาก้าวตามคนนำทางตาบอดชรา

ด้วยเชื่อว่านักพรตนักบวชพวกนี้เขาเป็นผู้รู้จริง

จึงเชื่อมั่นศรัทธาพาตัวเองปฏิบัติตามคำสอน

โดยไม่ได้ “ฉุกคิด” พิจารณาจนเชื่อตามง่ายๆ

คือเชื่อตามนักบวชอย่างไร้สติหรือ “งมงาย”

ด้วยนึกเองเออเองว่าเป็นนักบวชไม่น่าหลอก


ทุกข้อธรรมะทุกเรื่องราวที่กล่าวจากปากพระ

ซึ่งปกติวิสัยเป็นคนครองศีลครองธรรมวินัยอยู่

พวกนี้จะรู้สัจธรรมดีกว่าชาวบ้านเพราะบวชนาน

อีกทั้งธรรมะที่พวกนี้พูดก็เป็นของพระศาสดา

ชาวบ้านทั้งหลายจึงได้เชื่อตามอย่างสนิทใจ

โดยเฉพาะพวกชาวบ้านที่เป็น #คนชอบธรรม

ซึ่งมีนิสัยคล้ายกันคือ #ชอบหาธรรมมาทำตาม


การหาธรรมะที่ตนชอบมาทำตามนี้

ชาวบ้านทั้งหลายต่างมีหลักการเดียวกันก็คือ

ธรรมะที่ตนชอบมักจะเป็นข้อธรรมที่ตนเชื่อ

ข้อธรรมที่ตนเชื่อมักจะเป็นความเชื่อในตัวครู

ในที่นี้ครูหมายถึงนักบวชนักธรรมผู้กล่าวธรรมะ

ที่เชื่อมโยงตรงไปถึงต้นทางก็คือพระศาสดา


การถ่ายทอดสัจธรรมลักษณะนี้มีหลายขั้นตอน

พระหรือนักบวชที่กล่าวนั้นมิได้มีเจตนาทำผิด

จะผิดก็แค่ว่ารับธรรมะนั้นมาโดยไม่พิจารณา

ให้ถูกต้องถ่องแท้ก่อนที่จะเผยแพร่ต่อเท่านั้น

ส่วนชาวบ้านก็ผิดเองเพราะคิดเชื่อมโยงเองว่า

ที่พระกล่าวนั้นก็เหมือนพระศาสดาเป็นผู้กล่าว


ชาวบ้านคงลืมไปว่าถ้าพระรู้ผิดกล่าวผิด

แล้วตนเชื่อตามทำตามมันจะเกิดอะไรขึ้น

แม้พระไม่ได้คิดจะหลอกก็ไม่ต่างจากหลอก

เพราะสัจธรรมคำสอนนั้นมันไม่ถูกต้องตรงจริง

นำพาญาติโยมหลงทางปฏิบัติธรรมกันอยู่ดี


พญายมราชผู้พิพากษาจิตวิญญาณที่ในนรก

จะส่งจิตวิญญาณนักบวชนั้นลงนรกขุมที่ 13

โดยใช้กุศโลบายบางอย่างสร้างสติให้แก่พระ

เพื่อให้สำนึกระลึกได้ว่าตนทำผิดบาปอะไรมา

เมื่อสำนึกระลึกได้แล้วจึงจะผ่านนรกขึ้นมาได้


นรกขุมนี้มีพระมีนักบวชและพวกคนสอนธรรม

ที่สอนธรรมะผิดเพราะรู้ผิดโดยไม่คิดอ่านอุตริ

เพื่อหมายจะสร้างลัทธิใหม่เพราะหิวแสงอยู่

มีเป็นจำนวนมากมายกว่าบุคคลประเภทอื่น

โดยนรกขุมที่สิบสามนี้จะเป็นนรกขุมสุดท้าย

ถ้าใครตกนรกลึกลงไปจนถึงขุมที่ 14 ด้วยแล้ว

จะกลับขึ้นมาจากนรกเพื่อเกิดใหม่ไม่ได้อีกเลย


ที่ตกนรกแค่ชั้น 13 ถ้าสำนึกได้แล้ว

ยังสามารถกลับมาเกิดใหม่ต่อไปได้อีกนั้น

เพราะเป็นการสอนธรรมะผิดโดยมิได้เจตนา

เป็นการก่อกรรมทำผิดบาปด้วยเหตุประมาท

ตรงที่อาสามาเป็นครูผู้สอนธรรมะ

แต่เป็นครูผู้ที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา

ให้สมกับที่ปวาราณาตนเองว่าเป็น #พุทธะ


ถ้าไม่ส่งจิตวิญญาณพวกนี้ไปลงนรกเสียบ้าง

เมื่อถึงวันสิ้นยุคพลังงานเก่าในอีกไม่ช้านานนี้

จะไม่มีจิตวิญญาณของใครหลุดพ้นนิพพานได้

เพราะยังข้ามพ้น #กฎแห่งกรรม ข้อนี้กันไม่ได้

การทำผิดบาปโดยไม่ได้เจตนาหรือประมาทนี้

พระพุทธเจ้าได้ทรงเน้นย้ำไว้แล้วว่าพึงสังวร


กรณี “ยายป้า” ที่ผ่านเข้ามาในห้องเรียนนี้

แล้วทิ้งกลิ่นปากที่ไม่สะอาดบริภาษไว้ให้เรา

ด้วยการเหน็บแนมว่า “เก่งกว่าพระพุทธเจ้า”

ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของผลไม้พิษที่ป้ากินเข้าไป

เพราะคนนำทางตาบอดเป็นผู้หยิบยื่นให้แกกิน

เมื่อป้าแกกินเข้าไปแล้วก็สำรอกมันออกมา

เกิดอาการปากเสียด้วยมุสาจนปิดวาจาไม่ได้

แม้เราจะไม่ถือสาแต่ว่าผิดกฎแห่งกรรมไปแล้ว


เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

พระโอวาทของทุกพระศาสดาในโลกนี้

ไม่มีศาสนาใดเลยที่ไม่ถูกบิดเบือนก้าวล่วง

หากท่านถามเราว่า “ใคร” เป็นผู้หลอกลวง


คำตอบก็คือ “มาร” สรรพนามที่พระพุทธเจ้าใช้

คำตอบคือ “ซาตาน” สรรพนามที่พระเยซูเรียก

คำตอบคือ “ผีโสโครก” สรรพนามที่เราเรียก


สรรพนามทั้งสามที่ว่านี้

เป็นรูปธรรมชนิดเดียวกันพวกเดียวกันทั้งสิ้น

พวกนี้ไม่มีตัวตนสองมิติคือไม่มีกายหยาบ

คงมีแต่เพียงจิตวิญญาณล่องลอยอยู่เท่านั้น

ขณะที่แต่เดิมจิตวิญญาณพวกนี้ก็มีกายหยาบ

ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากต่างดาวเผ่าหนึ่ง

มีแต่เพศผู้หรือตัวผู้ลักษณะคล้ายมนุษย์ผู้ชาย

ตัวใหญ่กำยำล่ำสันแข็งแรงแต่มีปีกบินได้เอง


พวกนี้ต้องเข้ามาตายเพราะน้ำท่วมโลก

เนื่องจากเข้ามาก้าวก่ายล่วงเกินมนุษย์โลก

จนต้องถูกพระเจ้าชำระทิ้งให้ออกไปจากระบบ

เพราะพวกนี้คอยกระทำตนเป็นศัตรูกับชาวโลก

เมื่อตายแล้วจนเหลือแต่จิตวิญญาณที่ล่องลอย

ก็ยิ่งเจ็บจิตคิดแค้นหนักไปกว่าเดิมกันเสียอีก


ที่มาของนานาวิชามู

ที่มาของลัทธิเทวะนิยม

ที่มาของสวรรค์มายาที่พระบิดามิได้สร้าง

ที่มาของการบิดเบือนสัจธรรมพระศาสดา

ที่มาของนิยายน้ำเน่าเรื่องมนุษย์ต่างดาว


ที่มาของนิยายหลอกลวง

แบบในจริงมีเท็จ ในเท็จมีจริง

ที่มาของการเข้าใจผิดเรื่องกรรมฐานสมาธิ

ที่มาเรื่องหลงทางนิพพานแบบตาลยอดด้วน


ที่มาเรื่องพระเยซูเป็นผู้ไถ่บาปของชาวคริสต์

โดยทรงยอมสละพระชนมชีพบนไม้กางแขน

เพื่อไถ่บาปให้กับมวลมนุษย์ที่มิใช่สัจจะนี้

นี่ก็เป็นวีรกรรมของผีโสโครกพวกนี้เช่นกัน


ที่เรายกมากล่าวพอสังเขปนี้

ล้วนเป็นฝีมือของจิตวิญญาณผีโสโครกนี้ทั้งสิ้น

เพราะพี่น้องไม่รู้ไม่เห็นตัวตนของมาร

แถมคนนำทางตาบอดถูกมารใช้เป็นกรรมกร


กรรมกรก็คือผู้ถูกเลือกใช้เป็นเครื่องมือของมาร

เพราะมารมีแต่จิตวิญญาณไม่มีร่างกายแล้ว

พวกพระชราที่เชี่ยวชาญภาษาธรรมในอดีต

และคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ผู้ฝักใฝ่มนุษย์ต่างดาว

ซึ่งเป็นพวก #ชอบมองโลกด้วยจินตนาการ

จึงถูกมารใช้ “จินตนาการ” นั้นเป็นเครื่องมือ

ด้วยการคอยวาดฝันด้วย AI ให้ในโซเชี่ยล

ซึ่งทุกวันนี้พวกท่านจะพบเห็นกันได้ดาษดื่นเลย

ล้วนเป็นนิยายแบบในจริงมีเท็จในเท็จมีจริง

ใครรู้ไม่จริงและอยากรู้กันเป็นเสร็จมันทุกราย


เหตุผลที่พวกมารนี้หลอกลวงมนุษย์นั้น

ทำไมจึงหลอกและหลอกเพื่ออะไร

โปรดอ่านต่อในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะ...

ถ้ากล่าวยาวมากไปเราเกรงใจพวกท่านน่ะ


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

#ปัญญาวิสุทธิ์

14/09/2569