พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย
ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า
#โลกหมุนรอบตัวเองได้อย่างไร
เมื่อแรกสร้างโลกของพระองค์นั้น
ทรงกำหนดสร้าง “ต้นไม้ใหญ่” ขึ้นไว้บนโลก
เพื่อให้รากของต้นไม้ช่วยค้ำจุนแผ่นดินโลกไว้
ไม่ให้พังทลายอย่างง่ายดายเพราะน้ำและลม
โดยให้ต้นไม้ใหญ่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมงาน
กับดาวเคราะห์โลกอีกอย่างหนึ่งด้วย
นั่นคือทรงออกแบบให้ต้นไม้น้อยใหญ่
มีกลไกในการผลิตพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็ก
ป้อนให้แก่แกนโลกโดยส่งผ่านทางปลายราก
ให้ลงไปทำปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบลูกโซ่
กับอะตอมของธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์ 100%
ซึ่งทรงติดตั้งเอาไว้ในแกนโลกแล้ว
เนื่องจากโลกกลมและหมุนรอบตัวเองตลอด
ขณะที่โลกก็โคจรวนไปรอบดวงอาทิตย์ด้วย
ยังผลให้โลกนี้มีสองด้านคือกลางวันกลางคืน
ดังนั้น
ต้นไม้ในป่าที่ทรงปลูกสร้างเอาไว้บนโลก
ช่วงเวลาที่พวกเขาจะทำหน้าที่ผลิตพลังงาน
เพื่อป้อนให้แกนโลกนั้นจะเกิดขึ้นตอนกลางวัน
เฉพาะเวลาที่มีแสงจากดวงอาทิตย์เท่านั้น
ส่วนที่เป็นโลกทางด้านตรงข้ามซึ่งเป็นด้านมืด
ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นพืชทางซีกโลกนั้นจะพักผ่อน
ถ้ามีคำถามว่า...
พระองค์ทรงใช้กระบวนการอะไรกำกับควบคุม
เรามีคำตอบให้พวกท่านสำหรับคำถามนี้ว่า
พลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กที่ต้นไม้ปล่อยออกมา
โดยส่งผ่านทางปลายรากเพื่อส่งสู่แกนโลกนั้น
คือผลผลิตหนึ่งจากกระบวนการสังเคราะห์แสง
ในการสร้างอาหารจากแร่ธาตุที่รากดูดจากดิน
นำส่งโรงงานคือใบซึ่งมีสีเขียวของคลอโรฟิล
ในขณะที่โลกฝั่งนั้นยังคงมีแสงอาทิตย์อยู่ก็คือ
พลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กแบบที่โลกต้องการ
จะเป็นพลังงานไฟฟ้าบริสุทธิ์และไม่มีเจ้าของ
โลกจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเสรี
นั่นคือนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดระเบิดอะตอม
ที่เป็นก้อนธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ได้
เพราะว่าธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์ที่ว่านี้
มีลักษณะทางกายภาพเหนียวหนืดคล้ายตังเม
เมื่อระเบิดต่อเนื่องรุนแรงระดับนิวเคลียร์แล้ว
โดยผลัดกันระเบิดคนละด้านอย่างต่อเนื่อง
แกนแม่เหล็กโลกที่ว่านี้ก็จะเกิดการ “บิดตัว”
จนโลกนี้สามารถเหวี่ยงหมุนอย่างต่อเนื่องได้
นี่คือคำตอบว่าโลกหมุนรอบตัวเองได้อย่างไร
เมื่อแกนแม่เหล็กโลกระเบิดขึ้น
นอกจากจะทำให้โลกหมุนรอบตัวเองได้แล้ว
โลกกับประดาต้นไม้น้อยใหญ่ทั้งหลายนั้น
จะคายก๊าซออกซิเจนออกมาในอากาศด้วย
ขณะที่ต้นไม้จะดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
เข้าสู่กระบวนการสังเคราะห์แสงเช่นเดียวกัน
การดูดก๊าซสองชนิดนี้ทั้งเข้าและคายออก
จะเกิดเฉพาะตรงที่ “ปากใบ” เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เองในตอนกลางวัน
ทั้งต้นไม้ใหญ่ที่มีใบสีเขียวคือคลอโรฟิล
กับโลกทั้งดวงที่พวกท่านเหยียบยืนกันอยู่นี้
ต่างก็ช่วยกันผลิตสร้างอำนาจแม่เหล็กโลก
กับก๊าซออกซิเจนออกมาไว้ในอากาศ
เราจึงกล่าวว่า “ต้นไม้ใหญ่” ทั้งหลายบนโลก
จึงเป็น #เพื่อนร่วมงานของโลก ด้วยกันทั้งสิ้น
พระศาสดาเองก็ทรงรู้ความจริงเรื่องนี้
จึงสั่งสอนสาวกของพระองค์เอาไว้นานแล้วว่า
#ทรงห้ามภิกษุมิให้ตัดฟันต้นไม้ที่มีใบสีเขียว
ที่เรากล่าวมานี้จึงเป็นคำตอบได้ว่า
ทรงห้ามไว้เช่นนั้นเป็นเพราะเหตุใดกันแน่
(เชิญติดตามอ่านในตอนต่อไป)
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
#ปัญญาวิสุทธิ์
7/09/2569
