จักรวาลมีการขยายตัวจริงหรือ

 


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


เหตุผลสำคัญที่องค์จิตจักรวาลดวงใหญ่

ทรงติดตั้งกาแล็กซี่ไว้ตรงกลางห้องทดลอง

ที่จะทรงเรียกว่า #เอกภพ ซึ่งมีขนาดใหญ่นี้

มีอยู่ด้วยกัน 2 ประการที่ท่านต้องรู้ไว้ก็คือ


1.เพื่อให้ช่วยพัดกระพือมวลของพลังงาน

ที่กาแล็กซี่ธารสายน้ำนมพัดจนฟุ้งขึ้นมาแล้ว

จะได้ให้กาแล็กซี่น้อยใหญ่อีกหมื่นกว่าระบบ

ที่ทรงกำหนดสร้างขึ้นไว้เรียบร้อยแล้วนั้น

ให้เป็นดั่งใบพัดช่วยจัดระเบียบมวลพลังงาน

ให้ฟุ้งกระจายจนเป็นกล่องพลังงานรูปทรงรี

ตามน้ำพระทัยของพระองค์ได้


ทรงทดลองสร้างกาแล็กซี่เอาไว้ตรงกลาง

โดยให้มีระบบสุริยะจักรวาลประจำกาแล็กซี่

จำนวน 1:1 ระบบ รวมสร้างขึ้นทั้งสิ้น 5 ระบบ

ถ้านับกาแล็กซี่แรกคือ “ธารสายน้ำนม” ด้วย

จะนับได้เป็น 6 กาแล็กซี่และมี 7 ระบบสุริยะ

ค่อยๆใช้สมองซีกขวานึกคิดตามให้เห็นภาพ

หากนึกคิดสร้างภาพตามที่เรากล่าวไม่ได้

ให้หากระดาษดินสอมาร่างภาพนั้นแทนก็ได้


2.กาแล็กซี่ทั้งห้าระบบที่ทรงสร้างขึ้นมานี้

ต้องมีสุริยะจักรวาลติดตั้งไว้ด้วยทุกกาแล็กซี่

เป็นเพราะเหตุว่าทรงมีพระประสงค์จะให้

ระบบสุริยะจักรวาลซึ่งเป็นระบบที่เล็กกว่า

ช่วยชักพาให้แต่ละกาแล็กซี่นั้นเหวี่ยงหมุนได้


พลังอำนาจของระบบสุริยะจักรวาล

ที่ทรงติดตั้งเอาไว้ในกาแล็กซี่ทั้งห้านี้

จะทำหน้าที่เป็นเหมือนดั่ง “ลาน” ของนาฬิกา

ซึ่งทำหน้าที่ช่วยนำพาให้แต่ละกาแล็กซี่นั้น

สามารถที่จะหมุนวนไปอย่างต่อเนื่องได้

พระองค์จึงต้องทรงสร้างสิ่งมีชีวิตแบบต่างๆไว้

บนดาวบางดวงของระบบสุริยะจักรวาลนั้นๆ

เพื่อใช้เมตตาธรรมหรือพลังงานไฟฟ้าด้านบวก

ที่สิ่งมีชีวิตนั้นๆผลิตสร้างออกมาให้ดาวนั้นได้

โดยใช้สิ่งที่ทดลองสร้างไว้กับโลกเป็นต้นแบบ


พี่ๆน้อง ๆที่รักทั้งหลาย


มนุษย์โลกและสิ่งมีชีวิตที่หยัดยืนอยู่บนโลก

เราเน้นที่คำว่า “หยัดยืน” แปลว่ายังไม่ตาย

นั่นคือยังคงมีชีวิตอยู่ตามปกติในระบบโลก

ถ้าทุกรูปธรรมสามารถสั่นสะเทือนจิตตนเอง

ทำการผลิตสร้างพลังงานไฟฟ้าด้านบวก

ในแบบที่โลกต้องการให้แก่โลกของตนได้

ทำให้ระบบสุริยะจักรวาลของโลกทั้งเก้าดวง

มีพลังอำนาจสูงสุดตามที่ทรงกำหนดไว้ได้


ขณะเดียวกันกับที่

อีกระบบสุริยะหนึ่งบนกาแล็กซี่ธารสายน้ำนม

ที่ติดตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามซึ่งระบบนี้มี 5 ดวง

ดาวที่เป็นผู้นำของระบบสุริยะจักรวาลนี้

จะเป็นดาวเคราะห์ในวงโคจรที่สองจากชั้นใน

ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนดั่ง #โลกคู่ขนาน 

กับโลกของมนุษย์ที่เราเคยกล่าวไว้แล้ว


ถ้าสิ่งมีชีวิตและมนุษย์ชายหญิงทั้งหลาย 

ผู้ที่ยังดำรงชีวิตอยู่บนดาวดวงดังกล่าวนั้น

สามารถใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลกของเขาได้

ดาวคู่ขนานกับโลกดวงนั้นก็จะเป็นดาวผู้นำ

ที่จะทำให้สุริยะจักรวาลนั้นมีอำนาจสูงสุด

ตามที่พระผู้สร้างทรงกำหนดเอาไว้แล้วได้


เมื่อดาวพลูโตย้ายจากสุริยะจักรวาลโลก

เพื่อมุ่งหน้าไปยังระบบสุริยะจักรวาลตรงข้าม

ยังผลให้สุริยะจักรวาลโลกขาดสมาชิกไปหนึ่ง

อาการเสียสมดุลจึงบังเกิดขึ้นมาในทันทีนั้น


ขณะเดียวกันระบบสุริยะจักรวาลฝั่งตรงข้าม

ปกติแล้วจะมีดาวเคราะห์อยู่ทั้งสิ้น 5 ดวง

ซึ่งเป็นระบบที่ยังขาดสมดุลอยู่หนึ่งดวง

เมื่อมีดาวพลูโตโคจรเฉียดเข้าไปใกล้เมื่อไหร่

พลูโตที่มีมวลไม่ใหญ่มากเพราะเป็นน้ำแข็ง

จะถูกระบบนั้นดึงดูดเหนี่ยวรั้งให้เข้าไป

โคจรวนรอบดวงอาทิตย์ของระบบนั้นทันที


จึงยังผลให้ “ดาวพลูโต” ที่ย้ายไปจากโลก

กลายเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 6 ของระบบนั้น

อันเป็นการเข้าไปช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาด

ตามน้ำพระทัยของพระผู้สร้างโดยแท้


เมื่อพลูโตโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบหนึ่งรอบ

จนเข้ามาใกล้กับสุริยะจักรวาลโลกมากสุดอีก

โลกก็จะทำการดึงดูดเหนี่ยวรั้งดาวพลูโตนี้

ให้กลับเข้ามาประจำหน้าที่เดิมของตนอีกครั้ง

นั่นคือมาเป็นดาวเคราะห์ดวงที่เก้าชั้นนอกสุด

เพื่อเติมเต็มให้แก่ระบบอีกครั้ง


เราเคยบอกมนุษย์โลกนานมาแล้วว่า

ดาวพลูโตดวงนี้จะโคจรอยู่กับระบบนี้ 1 ปี

แล้วหายไปทำหน้าที่ในอีกสุริยะจักรวาลหนึ่ง

โดยใช้เวลาย้ายระบบกลับไปกลับมา 3 ปี


นักวิทยาศาสตร์โลกไม่รู้ความจริงที่เราว่านี้

เพราะหาตัวพลูโตไม่เจอในช่วงเวลาที่หายไป

อีกทั้งไม่รู้เวลาที่แน่นอนของดาวพลูโตนี้ด้วย

จึงบังอาจตัดดาวพลูโตที่ตัวเล็กแต่ยิ่งใหญ่นี้

ออกไปเสียจากระบบเพราะความไม่รู้คุณค่า

ด้วยสำคัญตนผิดว่าพวกตนรู้มากกว่าใครเพื่อน

ฝรั่งพวกนี้คงต้องกลับมานั่งทบทวนกันใหม่ว่า

A Little Thing Means a Lot. นั้นคืออย่างไร?


อีกอย่างหนึ่งพวกเด็กวิทย์ส่วนหนึ่ง

ซึ่งรับรู้ด้วยการรับฟังมาแล้วเชื่อตามๆกันว่า

#จักรวาลมีการขยายตัวอยู่ตลอดเวลา

แล้ววิตกกังวลว่าพลังงานมันจะหมดสิ้นนั้น

เราขอยืนยันความจริงให้เด็กวิทย์จงรู้ว่า

นั่นเป็นแค่ความเชื่อของพวกนักวิทยาศาสตร์

ที่ใช้ความรู้สึกและจินตนาการแทนความจริง


เราจะกล่าวความจริงให้รู้ว่า

เอกภพที่เป็นห้องทดลองใหญ่ของพระเจ้านั้น

มวลพลังงานทั้งหมดจะเหวี่ยงหมุนเข้าๆออกๆ

โดยมีจุดศูนย์กลางการเหวี่ยงหมุนที่พิกัดเดิม

เอกภพระบบใหญ่ไม่ได้ขยายตัวหรือหดตัวเลย

เพราะทั้งระบบถูกสร้างขึ้นอย่างสมดุลตลอด

เป้าหมายของความสมดุลก็คือเป็นหนึ่งเดียวกัน


ถ้าเอกภพนี้มีการยืดออกหรือหดเข้า

แล้วจะเรียกว่ามันสมดุลกันอยู่ได้อย่างไร

โดยท่านจะเรียกว่า “เอกภพ” ไม่ได้แน่

คิดมาก...รู้มาก...เกินไปหรือเปล่าเนี่ย?


ลองหาภาพวงกลมซ้อนกันหลายๆวง

มาจ้องดูสักพักหนึ่งก็ได้...เมื่อตาเริ่มลายแล้ว

ท่านก็จะหลอกตัวเองว่าวงกลมเหล่านั้น

มันกำลังหมุนเข้าหมุนออกทั้ง ๆที่มันอยู่นิ่ง

มิใช่ดอกหรือเด็กวิทย์...บางคนน่ะ!

(เชิญติดตามอ่านในตอนต่อไป)


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

#ปัญญาวิสุทธิ์

1/09/2569

#เปิดค่าการมองเห็น #พระผู้สร้าง