พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
เผยอุบายในจริงมีเท็จในเท็จมีจริง
เมื่อเร็วๆนี้กรรมกรแสงยุคใหม่ทั่วโลก
ร่อนข้อความข่าวสารชวนเชื่อออกไปทั่วโลก
โดยมีหลักใหญ่ใจความที่สำคัญว่า
“โลกกําลังจะเปลี่ยนจากค่าความถี่
ที่เป็นมิติที่สามเรียกว่า The Third Dimension
ขึ้นไปสู่ความถี่ในระดับสูงขึ้นเป็นมิติที่ห้า
หรือเรียกว่าเป็น The Fifth Dimension
ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า การขึ้นสู่สวรรค์
อันหมายถึง Ascension นั่นเอง”
ประโยคในย่อหน้าข้างบนนั้น
ประเด็นที่เราขอยกมาอ้างให้มนุษย์รู้ว่า
ตรงไหนเป็นเรื่องจริงตรงไหนคือเรื่องเท็จ
เชิญท่านยกระดับสติปัญญาได้ดังต่อไปนี้
ประเด็นแรกที่เป็นความจริง ก็คือ
ได้เวลาแล้วที่ดาวโลกเสรีดวงนี้
จะต้องเปลี่ยนค่าความถี่ของจิตสามนึก
ซึ่งหยุดหรือติดอยู่ที่ 3 มิติกันมานานนับพันปี
ให้สูงขึ้นสู่มิติที่ห้าหรืออยู่ที่ 5 มิติกันให้ได้
เพื่อเตรียมตนเองและจิตวิญญาณให้พร้อม
ที่จะคืนกลับสู่สวรรค์นิรันดรบ้านเกิดเมืองนอน
ในสภาวะหลุดพ้นนิพพานเมื่อถึงกาลสิ้นยุค
ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้
ประเด็นแรกที่เป็นความเท็จ ก็คือ
จำนวน 3 หรือ 5 มิติที่ว่านั้น
ไม่ใช่จำนวนมิติของดาวเคราะห์โลก
แต่เป็นจำนวนเหลี่ยมมุมของจิตหยาบมนุษย์
ที่เมื่อคลอดออกมาเป็นทารกกันได้แล้ว
จิตหยาบจะมีความสมดุลอยู่แค่สามมิติไม่ได้
ดังนั้น
เมื่อกล่าวคำว่าโลกที่สามหรือห้ามิติเมื่อใด
จึงมิได้หมายถึงดาวเคราะห์โลกที่เหยียบยืน
แต่หมายถึง #จิตสามนึก หรือจิตหยาบ
ของประดามวลมนุษย์โลกดวงนี้ในแต่ละคน
ที่สามารถเข้าถึงแรงสั่นสะเทือนด้านบวกสูงสุด
ด้วยการหมุนธรรมจักรร่วมกันในชีวิตประจำวัน
โดยปฏิบัติกันได้ทำกันได้มากน้อยสักเพียงใด
ตัวชี้วัดระดับความสมดุลของจิตหยาบก็คือ
จำนวนเหลี่ยมมุมของจิตหยาบที่มนุษย์ทำได้
หลังจากคลอดออกมาเป็นทารกเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งจะเป็นการต่อยอดจาก 3 มิติหรือสามมุม
ที่เรียกว่า The Third Dimension นั่นแหละ
ถ้าโลกนี้มีมนุษย์ส่วนใหญ่
สามารถเข้าถึงได้แค่สามมิติหรือ “มิติที่สาม”
จะสรุปได้เลยว่าดาวโลกดวงนี้อยู่ที่สามมิติ
หรือถ้าโลกนี้มีมนุษย์ส่วนใหญ่เข้าถึงห้ามิติได้
จะสรุปได้เช่นกันว่าโลกเข้าถึง “มิติที่ห้า” แล้ว
ด้วยเหตุนี้เองเราจึงกล่าวต่อท่านทั้งหลายว่า
ดาวโลกดวงนี้จะเปลี่ยนแปลงมิติตัวเองไม่ได้
เพราะจิตสามนึกโลกกับมนุษย์เป็นหนึ่งเดียว
ถ้ามนุษย์โลกไม่ยอมเปลี่ยนจิตสามนึกตนเอง
จิตสามนึกของโลกก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้
ในยุคใดที่มนุษย์โลกมีจิตสามนึกตกต่ำ
ยุคนั้นมนุษย์ก็ต้องทำสงครามกับภัยพิบัติเสมอ
พวกท่านทำตนเป็นหมอดูคู่หมอเดากันได้เลย
รับรองว่าคำทำนายของท่านแม่นยำเป็นแน่แท้
สำหรับคำโฆษณาชวนเชื่อของกรรมกรแสง
ที่รับสื่อด้วยเสียงที่ในหัวเป็นภาษาต่างด้าว
แล้วนำมาแปลเผยแพร่ด้วยใจความที่ว่าไว้นั้น
จึงเป็นบทความที่เป็นเหมือนนวนิยายที่แต่งขึ้น
ให้มนุษย์ฟังแล้วเร้าใจหรือรู้สึกเร้าความสนใจ
เพื่อให้มนุษย์มองภาพพวกตนว่าตนเป็นผู้หวังดี
จะได้ลดความหวาดระแวงของมนุษย์นั่นเอง
นอกจากนั้น
จิตวิญญาณของผีโสโครกยังอธิบายต่อด้วยว่า
“ที่ดาวโลกเปลี่ยนค่าความถี่จากสามไปห้ามิติได้
เพราะสหพันธ์กาแล็กติกส่งพลังงานลงมาช่วย
โดยมนุษย์ต่างดาวฝ่ายดีจำนวนหลายสายพันธุ์
ที่เคยทำงานร่วมกับมนุษย์โลกมาหลายพันปี
เพื่อช่วยมนุษยชาติในการขึ้นสวรรค์มาตลอด”
ประเด็นที่เป็นความเท็จ ก็คือ
ไม่ว่าจะเป็นใครหรือผู้ใดก็ตาม
จะไม่สามารถนำพาตนเองวัตถุหรือพลังงาน
จากภายนอกระบบโลกไม่ว่าใกล้ไกลแค่ไหน
โดยส่งผ่านเข้ามาภายในระบบโลกดวงนี้ได้
โดยที่พระเจ้ามิได้ทรงประทานอนุญาต
ไม่ว่าจะเป็นความปรารถนาดีหรือไม่ก็ตาม
เพราะพระองค์ทรงเรียนรู้มาแล้วว่า
กรณีที่พี่น้องของพวกท่านบนดาวอังคาร
สร้างจานบินแล้วท่องจักรวาลทั่วทั้งกาแล็กซี่
จนเป็นเหตุให้กาแล็กซี่ “ธารสายน้ำนม”
ซึ่งเป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของระบบเอกภพ
เสียสมดุลโดยเอียงไปทางซ้าย 0.2 องศา
ที่เป็นหนึ่งในหลายปัญหาที่จะต้องทรงแก้ไข
ด้วยปฏิบัติการชำระโลกและเอกภพครั้งใหญ่
เพื่อปรับสมดุลทั้งระบบโลกและเอกภพเร็วๆนี้
อันเป็นการ กำจัดขยะชำระส่วนเกินทิ้งไป
พระองค์จึงทรงไม่ยินยอมให้
มีผู้ใดก้าวก่ายล่วงเกินโลกและมนุษย์แน่นอน
โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง
หรือผู้ที่พระองค์มิได้ทรงเจิมแต่งให้ช่วยเหลือ
นอกจากพลียะเดี้ยนพ่อแม่พันธุ์ของมนุษย์โลก
กับกลุ่มช่างเทคนิคที่ข้ามมิติเข้ามาจากพระเจ้า
คอยเฝ้าคุ้มครองดูแลมนุษย์โลกและเอกภพไว้
สหพันธรัฐกาแล็กติกจึงไม่มีจริงด้วยเหตุนี้
นอกจากนั้นจิตวิญญาณผีโสโครก
ยังนิยายขยายความต่อท้ายเอาไว้ด้วยว่า
ต้องการให้มนุษย์โลกทุกคน ตื่นรู้ เรื่องนี้
เพื่อให้การร่วมมือโดยช่วยเพิ่มแรงสั่นสะเทือน
ที่พวกต่างดาวเทรินลงมาให้ในระบบโลก
ให้มันสั่นสะเทือนมากขึ้นเท่าที่มนุษย์จะทำได้
เพื่อนำโลกกลับเข้าเป็นสมาชิกสหพันธ์อีกครั้ง”
ประเด็นที่เป็นความเท็จ ก็คือ
พวกท่านจะไม่สามารถเพิ่มแรงสั่นสะเทือน
ให้กับมนุษย์ต่างดาวที่อยู่นอกระบบโลกได้
ถ้าหากพวกเขาผู้ที่กล่าวนิยายมานั้นมีอยู่จริง
จงจำเอาไว้ด้วยว่า ดวงอาทิตย์ ทุกดวง
ส่งความร้อนแรงและแสงสว่างออกมาภายนอก
ด้วยพลังอำนาจภายในของตนเองได้เท่านั้น
บุคคลภายนอกหรือสรรพสิ่งภายนอกไม่ว่าใคร
จะไม่อาจส่งพลังอำนาจเข้าไปเสริมดวงอาทิตย์
ที่มีพลังอำนาจเหนือกว่าสิ่งใดๆในจักรวาลได้
มนุษย์ต่างดาวหรือยานบินต่างดาวทั้งหลาย
ที่เป็นตัวละครในนิยายที่แต่งขึ้นมาลวงมนุษย์
ก็เป็นความจริงไม่ได้ฉันนั้น
ประเด็นที่เป็นความจริง ก็คือ
จิตวิญญาณผีโสโครกพวกนี้
ได้ปล่อยวางคนนำทางตาบอดชราไปแล้ว
จึงต้องหาที่พึ่งทางจิตวิญญาณที่เป็นคนรุ่นใหม่
เพื่อช่วยเป็นกายหยาบหรือกายสังขารให้ตน
ใช้จิตสามนึกหรือจิตหยาบกับกายมนุษย์
ช่วยผลิตสร้างพลังงานจิตด้านบวกให้ตนเสพ
ในบทบาทของ #กรรมกรแสงรุ่นใหม่ ผู้อาสา
เพื่อช่วยพวกตนแทนสาวกหรือสมาชิกผู้ชรา
ที่ถูกยกเลิกและทำลายจนเสื่อมค่าไปหมดแล้ว
ประเด็นที่เป็นความเท็จ ก็คือ
ที่อ้างว่าช่วยให้มนุษย์ขึ้นสู่สวรรค์นั้น
พวกผีโสโครกยังหยั่งเชิงเด็กรุ่นใหม่ว่า
มีใครที่ยังเชื่อเรื่องสวรรค์มายามุกเก่าอยู่ไหม
ถ้าใครเชื่ออยู่จะได้ต่อยอดในการหลอกลวงต่อ
เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่หลงทางไป สวรรค์มายา
เพื่อขึ้นไปทำหน้าที่เป็นดั่งแผงโซล่าร์เซล
ทำการผลิตพลังงานจิตด้านบวกด้วยขันธ์ห้า
ที่จิตหยาบมอบคืนให้จิตวิญญาณไว้ก่อนตาย
จิตวิญญาณของเด็กรุ่นใหม่หลายคน
อาจเคยเป็นสาวกหรืออาจเป็นคนนำทางรุ่นเก่า
ที่ถูกหลอกให้เชื่อว่าสวรรค์มายานั้นมีอยู่จริง
ถูกหลอกให้เชื่อว่าสวรรค์มายาเป็นแดนนิพพาน
ที่ล้วนเชี่ยวชาญในการกดข่มจิตปิดอายตนะไว้
เพื่อพยายามจะดับขันธ์ห้าเพราะเชื่อว่า
มันเป็นอัตตาตัวตนของจิตวิญญาณมนุษย์
ถ้าดับมันได้จิตวิญญาณก็ไม่มีอัตตาอีกต่อไป
การมาเกิดใหม่จึงย่อมไม่มี...นี่เป็นเท็จอีกแหละ
ยังหลอกอีกว่าการเข้าฌานหรือนั่งกรรมฐานนั้น
จะเกิดอานิสงส์สูงส่งถ้าทำแล้วให้แผ่เมตตาไว้
คนที่เชื่อตามเพราะไม่รู้ว่าในสภาวะจิตที่สงบนั้น
ขันธ์ห้าจะสั่นสะเทือนเป็นความถี่สูงกว่าปกติ
พลังงานด้านบวกที่แผ่ออกมาก็จะเข้มข้นมาก
จิตวิญญาณผีโสโครกที่คอยดักดูดดักเสพอยู่
จะรับผลที่มนุษย์ถูกหลอกให้ทำตามแบบชิว ๆ
มนุษย์โลกจึงเหมือนเข้าป่าแล้วถูกทากดักดูด
กว่าจะรู้ตัวก็เสียเลือดให้ทากดูดกินจนอิ่มแล้ว
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
ปัญญาวิสุทธิ์
18/03/2569