20 มีนาคม 2569

มนุษย์กับโลกสิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว ตอนที่ 2

 


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


มนุษย์กับโลกสิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว (2)


3.เงื่อนไขสำคัญประการที่สามก็คือ

มนุษย์นั้นจะต้องไม่ทิ้งกายสังขารไปจากโลก

แปลว่ายังต้องมีอัตตาตัวตนอยู่บนโลกเท่านั้น

ถ้าตายไปจากโลกเพื่อมีภพชาติหน้าไม่ได้เลย

เพราะการใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกไว้

จะมีผลก็ต่อเมื่อท่านเป็น คนสองมิติ เท่านั้น


เนื่องจากจิตหยาบหรือจิตสามนึก

เมื่อสั่นสะเทือนด้านบวกจนเกิดขันธ์ห้าได้แล้ว

ยังต้องอาศัยกลไกต่อมไร้ท่อสร้างจักระทั้งเจ็ด

ที่เป็นกายหยาบหรือกายสังขารด้วยเสมอ

จิตหยาบจะสั่นสะเทือนด้านบวกตามลำพังมิได้


ดังนั้น

การที่จิตวิญญาณต้องตายแล้วเกิดใหม่ซ้ำซาก

ที่เป็นไปตามอำนาจของกฎแห่งกรรมไม่ได้เลย

ระหว่างภพชาติที่รอการกลับมาเกิดใหม่นั้น

จิตวิญญาณแก่นแท้ของท่านคือ “ผู้ล้มเหลว”

เพราะปฏิบัติตาม “พันธะสัญญา 6” ไม่สำเร็จ

ตามที่จิตวิญญาณของท่านให้สัจจะพระเจ้าไว้

ตั้งแต่ก่อนเข้ามาเกิดเป็นมนุษย์ในชาติแรกแล้ว


ถ้าท่านต้องการมีอายุขัยยืนยาวมีชีวิตเป็นอมตะ

ท่านต้องเรียนรู้ให้ได้ว่าจะต้องปฏิบัติตนเช่นไร

จึงเข้าถึงความเป็นอมตะได้โดยที่ไม่ต้องตาย

ทั้งยังต้องเรียนรู้ที่จะไม่ทำให้ผู้อื่นถึงตายด้วย

นี่คือ หน้าที่ปฏิบัติธรรม ของคนชอบธรรม

มิใช่เอาแต่คอยท่องจำวันสำคัญในทางศาสนา

หรือแค่ปฏิบัติธรรมนั่งกรรมฐานกับงานถือศีล

ซึ่งคนส่วนใหญ่ชอบปฏิบัติกันเพียงเท่านั้น


เพียงแค่จิตหยาบไม่อาจสั่นสะเทือนด้านบวก

เพื่อ “หมุนธรรมจักร” ให้เป็นผลสำเร็จไม่ได้

เพียงแค่หนีสังคมปลีกวิเวกไม่คบหาสมาคมใคร

เพียงแค่จิตหยาบไม่สงบเพราะรกกิเลสตัณหา

ชีวิตท่านก็เป็นอมตะคือไม่ต้องตายไม่ได้แล้ว


เพราะเมื่อจิตของท่านไม่ป่วยหรือว่าไม่เสื่อม

กายหยาบหรือกายสังขารมันก็จะไม่เสื่อมตาม

พวกท่านถูกกำหนดให้ว่าไม่มีหน้าที่จะต้องตาย

สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นานหกหมื่นปีคือสิ้นยุค

เงื่อนไขสำคัญคือต้องเป็นคนสองมิติกันให้เป็น

ต้องเข้าถึงการเป็น มนุษย์ ให้สำเร็จให้จงได้

ภารกิจหลักนี้เป็นหน้าที่ของ จิตหยาบ เท่านั้น

ที่จะต้องทำหน้าที่แทนจิตวิญญาณของตนเอง

พระศาสดาหรือพ่อแม่ครูอาจารย์ทำแทนไม่ได้


4.เงื่อนไขสำคัญประการที่สี่ก็คือ

มนุษย์ทุกคนจะต้องมีจิตหยาบที่สมดุลสูงสุด

จากการหมั่นหมุนธรรมจักรภายในตนเอง

รวมทั้งร่วมกันหมุนกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆด้วย

เพื่อยกระดับแรงสั่นสะเทือนของจิตสามนึก

ในแต่ละคนจนเกิดความสมดุลถึง 6 มิติให้ได้


หมายความว่า

ต้องทำให้จิตหยาบหรือจิตมนุษย์ของตน

เคลื่อนไหวไหลเวียนผ่านทุกเซลล์ของร่างกาย

จนครบหนึ่งรอบโดยตรวจวัดกันที่ต่อมไร้ท่อ


เริ่มต้นการสั่นสะเทือนจาก “ต่อมไพนีล”

เพื่อสั่นสะเทือนจักระสูงสุดคือ “ต่อมพิทูอิทารี”

สามารถสั่นสะเทือนต่อมไร้ท่อที่วางอยู่แนวดิ่ง

รวมทั้งสิ้น 6 ต่อม คือ 6 จักระได้นี่คือ หกมิติ

ใครทำได้แบบนี้ทุกทีที่จิตสามนึกสั่นสะเทือน

เท่ากับว่าท่านนั้นเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์แล้ว


จงจำไว้ว่า

ถ้าท่านปรารถนาจะหลุดพ้นนิพพาน

เพื่อคืนกลับบ้านแดนสุญตาในชาตินี้ให้ได้นั้น

ทุกสิ่งที่พวกท่านปฏิบัติทำกันอยู่ในทุกวี่วันนี้

มันจะไม่อาจตอบโจทย์สำคัญให้กับท่านได้


ตัวอย่างเช่น การบ้าทำบุญ ชอบถือศีลกินเจ

รวมทั้งการปฏิบัติธรรมด้วยวิธีการต่างๆที่ทำอยู่

ในลักษณะทำบุญเบื้องล่างเอาไปสร้างเบื้องบน

ทำบุญหลายหนได้กุศลหลายครั้ง...ทำนองนั้น

นอกจากบรรลุภารกิจค้ำจุนโลกของท่านไม่ได้

ท่านยังไม่อาจจะเป็นมนุษย์ได้อีกต่างหากด้วย

เพราะจิตหยาบเข้าถึง 6 มิติที่ต้องเป็นยังไม่ได้


เรากลับมาเพื่อช่วยเลี้ยงดูจิตหยาบของมนุษย์

ให้มันยกระดับคือเจริญเติบโตขึ้นเป็นนกฟีนิกซ์

โดยเรามีหน้าที่เป็นดั่ง “คนเลี้ยงนก” ให้เติบโต

กระทั่งโตเต็มวัยคือมี 6 มิติได้สำเร็จเมื่อไหร่

ท่านจึงจะพร้อมนำพาจิตวิญญาณหลุดพ้นได้

แปลว่าลูกแกะของพระเจ้าทุกตัวจะกลับบ้านได้

จิตหยาบของท่านคือ “นกฟีนิกซ์” ต้องโตก่อน

ถ้ายังละอ่อนอยู่บอกได้เลยว่าหลุดพ้นไม่ได้แน่


(ยังมีตอนต่อไป)

กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

ปัญญาวิสุทธิ์

20/03/2569