พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ถ้าขาดสติท่านจะอยู่ในสภาพที่ควบคุมไม่ได้
นอกจากมนุษย์จะต้องหมุนธรรมจักรร่วมกัน
โดยสั่นสะเทือนจิตสามนึกให้เกิด “ขันธ์ห้า”
ด้วยการใช้ความรักเพื่อให้เป็นตัวขับเคลื่อน
เพื่อช่วยโลกให้เหวี่ยงหมุนรอบตัวเองต่อเนื่อง
ทำให้เครื่องยนต์แห่งกรรมมนุษย์หมุนตัดผ่าน
ระบบโครงข่ายของสนามแม่เหล็กโลกให้จงได้
เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่ใช้ในร่างกาย
อย่างไม่มีวันหมดสิ้นไม่ว่ายามตื่นหรือหลับแล้ว
ท่านจะต้องระวังมิให้เกิดอาการ จิตตก ด้วย
คำว่า “จิตตก” ในที่นี้เราหมายถึง
คลื่นความถี่ในการสั่นสะเทือนของจิตหยาบ
เกิดอาการตกต่ำลงไปจากสภาวะจิตปกติ
เมื่อมีสิ่งเร้าใหม่เงื่อนไขใหม่เข้าไปกระทบจิต
ทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่าไตรลักษณ์ขึ้น
ในทั้งสองมิติคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
โดยมีจิตหยาบที่เป็นอนัตตาเป็นผู้เริ่มต้นก่อน
นั่นคือหลังจากเกิดการรับรู้สิ่งเร้าใหม่ขึ้นแล้ว
สภาวะจิตปกติที่แต่เดิมเหมือนว่าจะนิ่งสงบอยู่
เพราะจิตกำลังสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่สูง
เมื่อมีสิ่งเร้าใหม่เป็นเงื่อนไขใหม่เข้าไปกระทบ
คลื่นความถี่สูงตามปกติจิตนั้นมันก็จะเปลี่ยนไป
โดยจะหน่วงรั้งให้สั่นสะเทือนเป็นความถี่ต่ำลง
แทนที่ท่านจะรู้สึกสงบอาการนั้นก็จะเปลี่ยนไป
จะมีความรู้สึกใหม่เข้ามาแทนที่ในทันทีนั้น
เช่นเมื่อสัมผัสรู้ดูเห็นดอกไม้สวยๆเข้าให้
จิตเดิมของท่านที่มันสงบอยู่จะตื่นรู้ขึ้นมาทันที
แต่แทนที่มันจะรับรู้แค่เพียงว่าอะไรเป็นอะไร
ด้วยการรับรู้รูปธรรมนามธรรมของดอกไม้นั้น
แต่ท่านกลับปรุงแต่งที่รับรู้นั้นจนเกิดเวทนาขึ้น
ตัวเวทนานี่แหละคือตัวบ่งชี้ว่าเกิดอาการจิตตก
แปลว่าจิตหยาบท่านมันเกิดอาการไม่สงบแล้ว
เพราะสภาวะจิตในขณะนั้นมีความรู้สึกเกิดขึ้น
โดยมีอยู่ 4 อย่างคือสวยไม่สวยลังเลและเฉยๆ
ถ้ายอมให้จิตตกด้วยอาการทั้ง 4 อย่างนี้
โดยที่ท่านไม่อาจแทรกแซงไตรลักษณ์
เพื่อรักษาสภาวะจิตปกติที่สมดุลเอาไว้ให้ได้
วันทั้งวันท่านก็จะเป็นเหมือนคนคุ้มดีคุ้มร้าย
โดยจะไหลไปตามเงื่อนไขของสิ่งเร้าอยู่ทั้งวัน
เหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองกันได้เลย
เพราะจิตหยาบท่านทนการเปลี่ยนแปลงไม่ได้
จึงมีอาการดั่งคนบ้าเพราะขาดสติสัมปชัญญะ
จนเป็นที่มาของการสอนให้นั่งกรรมฐานสมาธิ
เพื่อฝึกการควบคุมจิตให้มันนิ่งสงบนานๆให้ได้
โดยต้องการเข้าถึงผลการปฏิบัติให้รวดเร็วขึ้น
จึงสร้างสถานการณ์การฝึกฝนกรรมฐานสมาธิ
ด้วยวิธีแสร้งทำเป็นอายตนะพิการไว้ชั่วคราว
เพื่อจะได้ปิดช่องทางการรับรู้สิ่งเร้าภายนอกไว้
มิให้ถูกส่งเข้าไปกระตุ้นจิตให้เป็นเงื่อนไขใหม่
จนทำให้กระบวนการไตรลักษณ์ตื่นตัวขึ้นมาได้
หมายถึงป้องกันจิตตนเองเอาไว้ไม่ให้ “จิตตก”
ปฏิบัติเพียงแค่นี้ความทุกข์ที่หลงกลัวกันอยู่นั้น
มันก็จะมลายสลายตัวไปจนหมดสิ้นแล้วแหละ
ท่านไม่ต้องหนีทุกข์ที่ไม่มีอยู่จริงไปเป็นเทวดา
อยู่บนฟ้าสวรรค์แดนมายาที่เนรมิตมันขึ้นมาเอง
ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายอันแสนแพงที่ท่านต้องเสียไป
ทั้ง ๆที่เป็นมนุษย์โลกอยู่ดีๆแต่กลับไม่ชอบใจ
อยู่ดีไม่ว่าดีกลับทำตนแบบหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ
ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ว่า
สภาวะจิตหยาบขณะที่มันกำลังสุขสงบอยู่นั้น
เพราะว่ามันกำลังสั่นสะเทือนสูงสุดด้านบวกอยู่
เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์ของท่าน
มันจะเปล่งแสงที่เป็นคลื่นความถี่ทางพลังงาน
ในรูปของคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กระบบหนึ่งออกมา
ซึ่งมันจะปรากฏให้จักรวาลแลเห็นกันได้ทั่วไป
เห็นว่าใครมีสภาวะจิตที่สมดุลแค่ไหนอย่างไร
ก็ดูได้จากการเปล่งแสงออกมาจากกายนี่แหละ
ในทางกลับกัน...
กิเลสตัณหาราคะอารมณ์ขยะรายวันทั้งพวง
ที่จิตหยาบท่านมันสั่นสะเทือนจนทำให้จิตตก
ซึ่งเกิดจากขาดสติชั่วขณะหรือไร้มหาสติถาวร
เครื่องยนต์แห่งกรรมของท่านจะไม่มีแสงสว่าง
นั่นคือจะมีแต่ความมืดปกคลุมหุ้มห่อตนเองอยู่
เพราะว่าสภาวะจิตอยู่ในย่านคลื่นความถี่ต่ำ
ท่านลองนึกถึงภาพของหิ่งห้อยดูก็ได้
เจ้าแมลงตัวน้อยสามารถบินหากินยามค่ำมืดได้
เพราะใช้แสงสว่างในตนเองที่มันเปล่งออกมา
สัมผัสรู้ดูเห็นสิ่งที่เป็นอาหารและอุปสรรคได้ดี
แม้ว่าหิ่งห้อยนั้นจะอยู่ในท่ามกลางความมืดมิด
พวกท่านที่เป็นมนุษย์ก็เฉกเช่นเดียวกัน
หากท่านสั่นสะเทือนจิตหยาบรายวันได้
โดยไร้ซึ่งกิเลสตัณหาราคะอารมณ์ขยะแล้ว
ทำตนให้อยู่ในสภาวะจิตที่สงบสมดุล
ด้วยการเข้าถึงจิตที่สงบเย็นเป็นอุเบกขาได้
มีแค่การรับรู้เพื่อเรียนรู้ว่าอะไรเป็นอะไรเท่านั้น
เครื่องยนต์แห่งกรรมก็จะสว่างดั่งดวงอาทิตย์
ทำให้ท่านแลเห็นสิ่งดีๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้
ท่านจะไม่เลือกผิดไม่ตัดสินใจผิดไม่โชคร้าย
เพราะสิ่งใดหรือคนใดที่มีคลื่นความถี่ต่ำดำมืด
ผ่านเข้ามาในแสงสว่างอันเจิดจ้าของตัวท่าน
ท่านจะแลเห็นพวกเขาเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน
พวกที่มีความมืดเหล่านั้นจะทำอะไรท่านไม่ได้
เพราะผู้มีแสงสว่างอย่างท่านแข็งแกร่งยิ่งกว่า
โดยเฉพาะผู้ที่มีปณิธานแห่งนิพพานอยู่ล้นใจ
ท่านเป็นผู้ที่มีความรักเพื่อให้เป็นคุณสมบัติอยู่
จะพบว่าภัยคุกคามจากสิ่งชั่วร้ายภายนอกบ้าน
ไม่อาจเข้ามาทำลายความสงบเย็นเป็นอิสระได้
การโจมตีท่านจากบุคคลภายนอก
ทั้งในสังคมที่เป็นเพื่อนบ้าน
ในสถานที่ทำงานที่เป็นเพื่อนร่วมงาน
รวมทั้งในครอบครัวของตัวท่านเอง
ซึ่งเกิดจากคนที่ตัวท่านรักนั้น
ยิ่งสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่สูงมากเท่าใด
ท่านจะรู้สึกปลอดภัยจากการโจมตีมากเท่านั้น
จงเรียนรู้ที่จะไม่ทำให้แสงสว่างในตนลดลง
จงมั่นคงอยู่ในมหาสติขององค์จิตจักรวาล
จงเร่งทำงานเพื่อ “โลก” มิใช่เพื่อ “โลภ”
ไฟศักดิ์สิทธิ์ในตัวท่านมันจะไม่มอดมืดแน่นอน
กราบพระบาทพระบิดาทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
ปัญญาวิสุทธิ์
ถ่ายทอดคลื่นความคิดจากจิตจักรวาลโดย
อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
3/03/2569