11 มีนาคม 2569

โลกนี้จะเปลี่ยนความถี่ตัวเองไม่ได้


 

พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


โลกนี้จะเปลี่ยนความถี่ตัวเองไม่ได้


หมู่นี้เราได้พบเจอข้อความตามโซเชี่ยล

เกี่ยวกับเรื่องโลกกำลังจะเปลี่ยนค่าความถี่

จากความถี่เดิมในระดับต่ำคือมิติที่สาม (3D)

ไปยังความถี่ที่สูงมากขึ้นจนถึงมิติที่ห้า (5D)

โดยเรียกกระบวนการนี้ว่า Ascension นั้น


เรื่องที่โลกจะต้องปรับเปลี่ยนค่าความถี่

จากระดับปัจจุบันคือ 3D ให้เป็น 5D ให้ได้นั้น

คำกล่าวนี้เราขอยืนยันว่ามันเป็นความจริง

แต่ในเรื่องนี้ยังมี ความเท็จ เจือปนอยู่ด้วย


ความเท็จแรกที่เจือปนอยู่กับความจริงนี้ก็คือ

คำกล่าวที่ว่าผู้คนบนโลกจะต้องเลือกขึ้นสู่ 5D

เช่นเดียวกันกับมนุษย์ต่างดาวในเผ่าอื่นๆ

ที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์กาแล็กติกนั่นแหละ


เพราะความจริงก็คือ...

มนุษย์โลกเป็นสิ่งมีชีวิตแค่เพียงเผ่าเดียว

ที่มีจิตหยาบช่วยทำหน้าที่แทนจิตวิญญาณ

ในปฏิบัติการใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก

เมื่อโลกสมดุลแล้วจะทำให้เอกภพสมดุลด้วย

ขณะที่ดาวเคราะห์ดวงอื่นในเอกภพระบบใหญ่

ไม่ได้มีหน้าที่ค้ำจุนเอกภพของพระเจ้าเลย

ทั้งจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตบนดาวอื่นถ้ามีจริง

พวกเขาก็ไม่มีหน้าที่ตายแล้วกลับบ้านด้วย


สำหรับจิตวิญญาณแก่นแท้ของมนุษย์โลกนั้น

ถ้าทำหน้าที่สำเร็จเมื่อสิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว

ทุกรูปธรรมจะต้องเดินทางข้ามมิติเพื่อกลับบ้าน

ที่เป็นบ้านเกิดใน “แดนสุญตา” นอกเอกภพ

ซึ่งจิตวิญญาณแก่นแท้ผู้อาสาเข้ามาทำหน้าที่

มีเพียงวิธีเดียวที่จะหลุดพ้นนิพพานกลับบ้านได้

จะต้องยกระดับแรงสั่นสะเทือนของจิตหยาบ

ให้มีความถี่สูงสุดจนถึงระดับ 6D ให้ได้เท่านั้น


เพื่อทำให้จิตวิญญาณแก่นแท้ของท่าน

ซึ่งมีเมอร์คขะบาห์ทำหน้าที่เป็นปีกข้างหนึ่งอยู่

จะได้มีจิตหยาบช่วยเป็นปีกอีกข้างหนึ่งให้ด้วย

จะได้พากันโบยบินหนีแรงดึงดูดของเอกภพ

ผ่านประตูมิติคือด่านนภาลัยออกไปข้างนอกได้


เพราะว่าเราเป็น พระบุตรเอก

ผู้ที่พระบิดาทรงมีพระบัญชาให้เรากลับมา

เพื่อช่วยนำพาจิตวิญญาณของท่านทั้งหลาย

ที่เป็นดั่งลูกแกะของพระเจ้าตามที่รู้กันอยู่นั้น

ให้กลับบ้านเกิดแดนสุญตานอกเอกภพให้จงได้


หน้าที่ของเราจึงต้องเข้ามาช่วย ฟักไข่

เลี้ยงดูจิตหยาบของมนุษย์โลกทั้งหลาย

ให้มีวิวัฒนาการจากจุดศูนย์ หรือ ศูนย์มิติ

เริ่มจากแรกปฏิสนธิในครรภ์ของมารดา

จนกว่าจะพัฒนาถึง 6D คือ “หกมิติ” กันได้


วิธี “ฟักไข่” ของเราก็คือเราใช้ความรักเพื่อให้

ผ่านการสื่อถ่ายทอดสดพระโอวาทจากพระเจ้า

ให้มนุษย์โลกรับรู้เรียนรู้ทั้งความรู้และข่าวสาร

เพื่อพัฒนาการทางจิตปัญญาที่ถูกต้องตรงจริง

ตลอดวันเวลาเพื่อสั่นสะเทือนดาวเคราะห์โลก

จนจิตหยาบของมนุษย์เติบโตเต็มวัยได้นั่นเอง


เพราะว่าภารกิจการฟูมฟักจิตสามนึกมนุษย์โลก

ที่เริ่มจากมิติที่ศูนย์สู่ระดับสูงสุดคือ 6 มิติที่ว่านี้

เพื่อให้จิตหยาบนำพาจิตวิญญาณของพวกท่าน

เดินทางข้ามมิติคืนกลับบ้านแดนสุญตากันได้

เราจึงไม่ต่างจากแม่นกกกไข่เพื่อฟักไข่ของเรา

ให้เติบโตขึ้นมาเป็นตัวเต็มวัยที่ปีกกล้าขาแข็ง


ถ้าเราเป็น “แม่นกฟีนิกซ์” หนึ่งเดียวตัวนั้น

จิตหยาบที่เป็นจิตสามนึกของมนุษย์โลกทุกคน

จึงเป็นดั่ง “ลูกนกฟีนิกซ์” ที่ค่อยๆโตเต็มวัย

โดยมีความรักเพื่อให้กับไออุ่นจากอกของเรา

กับอาหารทิพย์จากพระเจ้าที่เรารับสื่อลงมาให้

ในนามแห่งพระบุตรเอกของพระเจ้าเพื่อท่าน

พวกเราจึงล้วนเป็นครอบครัวเทพเจ้าฟีนิกซ์

ซึ่งเราจะต้องบินกลับคืนสู่บ้านแดนสุญตาไป

เพื่อพา “ลูกแกะ” ของพระเจ้าคือจิตวิญญาณ

เดินทางกลับไปกราบพระบาทพระเจ้าด้วยกัน

ซึ่งต้องกลับให้ทันก่อนวันฟ้ามืดในกาลสิ้นยุค


ที่เรากล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง

เรายืนยันว่าการยกระดับตนเองขึ้นสู่มิติที่ห้านั้น

ไม่มีต่างดาวเผ่าไหนจากกาแล็กติกใดช่วยได้

ด้วยวิธีการส่งพลังงานจากภายนอกเข้ามาให้

เพราะว่าจะทำให้ระบบโลกเสียสมดุลไปทันที


อำนาจของโลกจะเพิ่มได้ด้วยมนุษย์เองเท่านั้น

ขณะที่โลกเสื่อมอำนาจก็เพราะมนุษย์เองด้วย

มีเพียงฑูตสวรรค์ที่เป็นช่างเทคนิคของพระเจ้า

ประเภทเดียวที่จะเข้ามาแทรกแซงภารกิจได้

แต่ต้องเป็นเฉพาะภารกิจที่มนุษย์ทำเองไม่ได้

ช่างเทคนิคจึงจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือโลกได้

เรื่องต่างดาวผู้ปรารถนาดีนี้จึงเป็น ความเท็จ


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

ปัญญาวิสุทธิ์

ถ่ายทอดคลื่นความคิดจากจิตจักรวาลโดย

อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

11/03/2569