12 มีนาคม 2569

นวนิยายเรื่องต่างดาวมันจะเร้าใจท่าน ตอนที่ 4




พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


#นวนิยายเรื่องต่างดาวมันจะเร้าใจท่าน (4)


การเปิดเผยเรื่องในจริงมีเท็จในเท็จมีจริง

จากคำชวนเชื่อที่พบเห็นได้ตามสื่อโซเชี่ยล

สำหรับบทเรียนใหม่ในตอนนี้มีใจความว่า


มนุษย์โลกกำลังถูก “ล้างสมอง” ให้เชื่อว่า

ขณะนี้ดาวเคราะห์โลกกำลังมี “พลังงานใหม่”

จากนอกระบบอยู่ท่วม “ชั้นบรรยากาศโลก”

ซึ่งเป็นพลังงานที่อ้างว่าส่งมาจาก “ผู้หวังดี”

ที่มีเทคโนโลยีอันสูงส่งจากพวก “ต่างดาว”

จะทำให้มนุษย์ “รู้สึกเชื่อมโยงกัน” มากขึ้น


เพียงแค่พารากร้าฟเดียว

คนรุ่นใหม่ที่เป็นเป้าหมายของการจูงใจ

จำต้องใช้สติปัญญาและความรู้ใหม่อยู่พอตัว

ที่นับได้โดยอยู่ในเครื่องหมายคำพูดนั้น

มีถึง 5 ชุดด้วยกันก่อนการตัดสินเชื่อไม่เชื่อ


ถ้าเห็นว่าจริงก็เชื่อได้

ถ้าเห็นว่าไม่จริงก็ไม่ควรเชื่อตาม

ถ้าไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่ก็ฟังหูไว้หูไว้ก่อน


คนฉลาดในการเรียนรู้จากการฟังความ

สามารถจะทำได้ก็เพียงเท่านี้เท่านั้น


เรามาพิจารณาเรียนรู้ไปด้วยกัน


1.ชุดแรก คือ คำว่า ล้างสมอง


หากกล่าวง่ายๆเพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจ

นัยสำคัญแห่งความหมายของคำว่าล้างสมองนี้

คือการน้าวโน้มให้ล้มเลิกความเชื่อเรื่องใดๆ

ซึ่งเป็นความเชื่อเดิมจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

แล้วให้นำเอาความรู้ใหม่ไม่ว่าจริงหรือเท็จ

ตามแต่ความต้องการของผู้ที่จะ “ล้างสมอง”

เพื่อใส่เข้าไปในความทรงจำนั้นแทนของเดิม


วิธีน้าวโน้มจิตใจให้เชื่อตามนั้น

มีหลายเทคนิคที่พวกเขามักนิยมใช้กันก็คือ


1.ตอกย้ำเป็นประจำเพื่อ “ย้ำดูย้ำคิดย้ำทำ”

2.นำเสนอเรื่องแปลกใหม่ที่เร้าความสนใจแทน

3.เลิกพูดถึงเรื่องเก่าโดยไม่เอามานำเสนออีก


2.ชุดสอง คือ คำว่า พลังงานใหม่


คำว่า “พลังงานใหม่” ที่ผีโสโครกนำมากล่าวนี้

ไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นพลังงานอะไรแบบไหนกันแน่

แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่มันเป็นความเท็จอยู่แล้ว

จะเป็นพลังงานใหม่อะไรถึงรู้ไปก็ไร้ประโยชน์


เพราะว่าดาวเคราะห์โลกดวงนี้

ล่องลอยอยู่ในอวกาศที่เต็มไปด้วย “อีเธอร์”

ซึ่งเป็นสนามพลังงานของระบบสุริยะจักรวาล

ที่ดำรงอยู่ในระบบใหญ่คือระบบเอกภพด้วย

นั่นคือโลกเองก็ลอยอยู่ในสนามพลังงาน

หากไม่มีสนามพลังงานโลกก็ลอยอยู่ไม่ได้


ทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในระบบเล็กและระบบใหญ่

พระเจ้าทรงกำหนดสร้างและวางไว้อย่างสมดุล

ตามกฎการเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกสรรพสิ่ง

การเพิ่มเติมบางสิ่งเข้าไปหรือว่าลดทอนบางสิ่ง

มันคือการทำลายความสมดุลของระบบโดยแท้

ซึ่งช่างเทคนิคผู้คอยดูแลระบบของพระเจ้าอยู่

จะมิทรงยินยอมให้ใครหรือว่าผู้ใดทำเช่นนั้นได้

โดยเฉพาะการทำมิดีมิร้ายกับโลกและมนุษย์


การกล่าวว่าพวกเขาส่ง พลังงานใหม่

ซึ่งเป็นคลื่นความถี่สูงเข้ามายังระบบโลก

ที่ครอบคลุมอย่างท่วมท้นในชั้นบรรยากาศโลก

จึงเป็นความเท็จที่นอกจากจะทำจริงไม่ได้แล้ว

ยังเป็นสิ่งที่พระเจ้าจะมิทรงยอมให้ทำอีกด้วย

เนื่องจากการกระทำใดๆต่อโลกจากนอกระบบ

แทนที่จะเปลี่ยนโลกโดยมนุษย์เองจากภายใน

มันจะนำความหายนะมาสู่โลกและเอกภพทันที

เพราะโลกเป็นกลไกในการค้ำจุนเอกภพเอาไว้

จึงถูกอำนาจภายนอกเข้าแทรกแซงไม่ได้แน่


ขณะที่ในชั้นบรรยากาศโลกนั้น

พลังงานที่จะเข้ามาแทรกแซงต่อระบบโลกได้

ต้องเป็นคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์

ซึ่งเป็นคลื่นพายุสุริยะคลื่นรังสีและคลื่นแสง

นอกจากนั้นถ้าจะส่งเข้ามาในระบบโลกได้

จักต้องใช้เส้นแรงสนามแม่เหล็กโลกเป็นถนน

จะส่งเข้ามาในระบบดื้อๆดั่งรดน้ำตอไม้ไม่ได้

ทั้งคลื่นวิทยุโทรทัศน์คลื่นพลังงานกระแสจิต


ท่านเห็นหรือไม่ว่าแม้กระทั่ง

ประจุลบจากกิเลสตัณหาอารมณ์ขยะมนุษย์ 

ที่ถูกผลิตสร้างแล้วเหวี่ยงออกมาด้วยกรรมจักร

ซึ่งล่องลอยเป็นขยะค้างคาอยู่ในรูปของเมฆฝน

อยู่บนท้องฟ้าเหนือชุมชนเมืองและชนบทนั้น

ยังต้องลอยคอยรอช่างเทคนิคผู้มีหน้าที่ชำระทิ้ง

เพื่อทำให้เกิดเป็นฝนตกลงสู่พื้นแผ่นดินโลก

ในการชำระขยะที่เป็นส่วนเกินนั้นออกจากระบบ

เพราะจะปล่อยทิ้งมันไว้แบบนั้นไม่ได้


3.ชุดสาม คือ คำว่า “ผู้หวังดี”


คำว่าผู้หวังดีในที่นี้ก็คือ “ผีโสโครก”

ที่มีแต่จิตวิญญาณในมิติทางพลังงานเท่านั้น

พวกนี้ไม่มีกายหยาบหรือกายสังขารอีกแล้ว


การทำตนเป็นผู้หวังดีจึงเป็นการสร้างภาพ

เพื่อทำให้มนุษย์เชื่อถือศรัทธาหมู่พวกตนว่า

เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตก็คือมิตรจากต่างเผ่าดาว

ผู้รอบรู้จักรวาลรู้โลกรู้จักมนุษย์รู้ทุกเรื่องราว

รู้กระทั่งธรรมะพระศาสดาถึงขั้นเทศนาได้ด้วย

ซึ่งคนนำทางตาบอดชราเคยถูกหลอกมาแล้ว

ตามที่เราเคยกล่าวไว้ให้รู้เป็นลำดับมาตลอด


เหตุผลที่พวกเขาพยายามทำตนเป็นผู้หวังดี

ก็เพื่อที่จะทำให้มนุษย์มองพวกเขาว่าเป็นมิตร

จึงทำให้สามารถเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ได้

โดยที่ท่านทั้งหลายจะไม่หวาดระแวงนั่นเอง


พวกผีโสโครกต้องการใกล้ชิดมนุษย์เพราะว่า

ต้องการพึ่งพาเครื่องยนต์แห่งกรรมของมนุษย์

ทำหน้าที่ผลิตพลังงานจิตด้านบวกให้พวกตน

ซึ่งคอยรอ “ดักดูด” จากกุศลผลบุญที่ท่านทำ

แทบจะตลอดทั้งวันเวลา


พลังงานจิตด้านบวกที่พวกผีโสโครกต้องการ

เป็นปัจจัยสำคัญที่พวกนี้เข้าใจว่าตนขาดไม่ได้

ในลักษณะที่มนุษย์ก็ขาดก๊าซออกซิเจนไม่ได้

เพราะว่าผีพวกนี้ล้วนป่วยทางจิตวิญญาณ

จะบำบัดรักษาในนรกเดียวกันกับมนุษย์ไม่ได้

เนื่องจากจิตวิญญาณพวกนี้ไม่มีกฎแห่งกรรม


พวกเขานึกคิดเข้าใจไปเองว่า

อาการป่วยของพวกเขาที่จิตวิญญาณเสื่อม

จากปกติที่เคยสมดุลอยู่ในระดับ 6 มิตินั้น

ปัจจุบันเสียสมดุลจนเหลือเพียง 5 มิติแล้ว

ถ้าสามารถดูดเอาพลังบุญจากพลังจิตด้านบวก

ที่มนุษย์ใช้ขันธ์ห้าผลิตสร้างแล้วแผ่ออกมา

พลังงานบุญนั้นจะสร้างเสริมเติมเต็มให้ตนได้

พวกนี้จึงหลอกใช้มนุษย์ให้เป็นกรรมกรของตน


ในยุคโบราณจึงใช้ #คนนำทางตาบอดชรา

ที่ชาวบ้านติดตามถามหาบุญกุศลเพื่อพ้นทุกข์

เป็นเครื่องจูงใจผู้คนซึ่งสนใจใฝ่ปฏิบัติธรรม

เพื่อการพ้นทุกข์แล้วไปซุกอยู่บนสวรรค์มายา

ประเภท “บ้าสะสมบุญ” นั่นแหละที่เข้าทางมาร

เพราะผีพวกนี้จะคอยดักดูดพลังบุญอยู่ตลอด

มนุษย์ทำดีแทบตายแต่โลกใช้ประโยชน์ไม่ได้

ผีพวกนี้จึงเป็นมารของมนุษย์โดยตรงเลย


ปลิงหรือทากที่ดูดเลือดมนุษย์นั้น

ไม่มีตัวใดที่ท่านจะสามารถรู้ตัวล่วงหน้าได้ว่า

มันกำลังดูดเลือดของท่านจนกว่าตัวมันจะอิ่ม

ผีโสโครกพวกนี้จะคอยดักดูดอยู่ตรงตาที่สาม

ซึ่งเป็นช่องทางผ่านของสายธารพลังงานบุญ

เมื่อมนุษย์แผ่เมตตาออกมาภายนอกเพื่ออุทิศ

โดยมนุษย์โลกจะไม่สามารถรู้ตัวได้เช่นกันว่า

บุญกุศลที่ทำอยู่นั้นถูกดูดออกไปเท่าไหร่แล้ว


4.ชุดสี่ คือ คำว่า “ต่างดาว”

(ยังมีตอนต่อไป)

 

กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

พระบุตรเอก

12/03/2569

 

สื่อถ่ายทอดคลื่นความคิดจากจิตจักรวาลโดย

อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล