31 มีนาคม 2569

ทำไมโลกมนุษย์จึงต้องมีหลายศาสนา


 

พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


ตั้งแต่ท่านได้รับโอกาสให้มาเกิดเป็นคน

เพื่อทำหน้าที่สำคัญของจิตวิญญาณ

ที่จิตหยาบของท่านจักต้องรับภาระนั้นไว้

ในภพชาติปัจจุบันจนมาถึงบัดนี้วันนี้นั้น

ท่านทั้งหลายเคยถามตนเองบ้างหรือไม่ว่า


1.ทำไมโลกมนุษย์จึงต้องมีหลายศาสนา

2.ทำไมโลกมนุษย์จึงมีศาสดาหลายพระองค์

3.ทำไมมีแค่บางศาสดาที่กล่าวถึงพระเจ้า


ล้อมวงเข้ามาสิท่านทั้งหลาย

หากท่านเคยต้องการรู้คำตอบทั้งสามเหล่านี้

เราจะสื่อสารสองทางกับพระเจ้ามาตอบให้

โดยจะตอบคำถามเพื่อเป็นความรู้สำหรับโลก

เรียงเป็นลำดับดังต่อไปนี้ คือ


1.มนุษย์โลกต้องมีหลายศาสนา

เป็นเพราะว่าโลกมีมนุษย์เกิดขึ้นและดำรงอยู่

ติดต่อสืบเนื่องกันมายาวนานนับหมื่นๆปีแล้ว


เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ตาที่สามถูกปิดสนิท

ไม่อาจเข้าถึงความจริงทางจิตวิญญาณได้

เนื่องจากความไม่ถูกต้องและความไม่คงที่

ของอำนาจแม่เหล็กโลกที่กำกับตาที่สามไว้

จนดวงตาแห่งปัญญาทำหน้าที่ได้ไม่เต็มพลัง

เพราะเข้าถึงอำนาจทางจิตปัญญาไม่ได้


มนุษย์โลกทั้งหลายจึงเกิดอาการ 

ไม่เข้าตาไม่เข้าหูและไม่เข้าใจ

ทำให้รู้จริงรู้แจ้งและเห็นจริงเห็นแจ้งไม่ได้

เพราะจิตสามนึกบกพร่องนั่นแหละ


เมื่อมนุษย์อยู่ร่วมกันมากๆเข้า

สถานการณ์บางอย่างจาก “มากคนมากความ”

ทำให้การอยู่ร่วมกันเป็นสังคมนั้นยากยิ่งขึ้น

ปัญหาของการทะเลาเบาะแว้งกันขัดแย้งกัน

อันเกิดจากนิสัยสันดานที่แตกต่างกันแต่ละคน

เพราะต่างคนต่างก็ถือบทละคร “ชะตาชีวิต”

ที่จิตวิญญาณเขียนร่วมกันมาตั้งแต่ภพชาติแรก

แล้วสอบตกบททดสอบจิตสามนึกมาหลายชาติ

จนเกิดเป็น “ชะตากรรม” ทับซ้อนเข้าไปอีก

ความแตกต่างอย่างหลากหลายของพวกท่าน

จึงยิ่งเพิ่มความสลับซับซ้อนมากขึ้นนั่นแหละ


พระศาสดาแห่งโลกในแต่ละยุค

จึงได้รับการเจิมแต่งจากพระผู้เป็นเจ้า

ที่ทรงเห็นความไม่รู้ของบุตรมนุษย์ของพระองค์

ให้ขึ้นมาเป็นคนนำทางและเป็นคนนำสัจธรรม

แก่พี่ๆน้อง ๆในยุคสมัยนั้นเพื่อการปฏิบัติทำ

ตามครรลองคลองธรรมที่ถูกต้องถ่องแท้


เพราะว่าโลกเสรีดวงนี้

ถึงปัจจุบันผ่านผันมาแล้วหลายยุคหลายสมัย

การเจิมแต่งพระศาสดาจึงต้องมีหลายพระองค์

โดยจะมีเพียงหนึ่งยุคต่อหนึ่งพระองค์เท่านั้น

ซึ่งพระเจ้าทรงเจิมแต่งผู้เป็นนักปราชญ์เมธี

ที่รอบรู้สัจธรรมทั้งทางโลกและทางธรรมขึ้นมา

ให้ทำหน้าที่สำคัญดังกล่าวนี้ตลอดมา


พระศาสดาที่เป็นผู้นำทางโลกทั้งหลายนั้น

ทรงเจิมแต่งจากนักปราชญ์เมธีของชาวโลกเอง

เมื่อทรงเห็นว่ามนุษย์ท่านนั้นมีความเหมาะสม

ตัวอย่างเช่นเจ้าชายสิทธัตถะหรือพระพุทธเจ้า

ผู้เป็นพระศาสดาของศาสนาพุทธพระองค์นั้น

นี่จึงเป็นพระศาสดาประเภทที่เกิดจากโลกเอง


2.ทำไมโลกจึงมีพระศาสดาหลายพระองค์

เพราะสัจธรรมความจริงที่มนุษย์ไม่รู้ว่าไม่รู้

ยังมีความจริงที่อยู่เบื้องหลังมิติจิตวิญญาณด้วย

ซึ่งจิตหยาบของมนุษย์โลกไม่อาจเข้าถึงเองได้

เนื่องจากไม่มีกลไกทางสมองส่วนใดติดตั้งไว้

ให้มนุษย์โลกทุกคนใช้เพื่อการ “หยั่งรู้” กันได้

เพราะเป็นสัจธรรมสูงสุดในระดับ อนุตรธรรม

ที่ความฉลาดของสมองซีกซ้ายคือ สติปัญญา

กับความฉลาดของสมองซีกขวาคือปัญญาญาณ

ซึ่งถูกติดตั้งเอาไว้ให้มนุษย์โลกทุกคนใช้กันอยู่

ไม่สามารถใช้มันเข้าถึง “อนุตรธรรม” ที่ว่านี้ได้


ดังนั้น

พระบิดาแห่งจิตวิญญาณหรือพระผู้เป็นเจ้า

จึงต้องทรงอนุญาตให้พระจิตวิญญาณบริสุทธิ์

จากพระองค์ลงมาจุติเป็นพระศาสดาเอง

โดยถือเอา อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ มาด้วย

เพื่อใช้สื่อสารทางจิตในระบบจิตสู่จิตกับพระเจ้า

เรียกว่า Vertical Telepathy ด้วยต่อมพิทูอิทารี

ที่ตั้งของจิตวิญญาณผู้เป็นแก่นแท้โดยตรง

ไม่ได้สื่อสารผ่านทางตาที่สามตามแบบปกติ

เรียกว่า Horizontal Telepathy ที่มนุษย์คุ้นชิน


ศาสดาประเภทนี้เป็น ศาสดาที่มาจากพระเจ้า

ซึ่งเข้ามาจุติเป็นมนุษย์เพื่อเป็น พระบุตรเอก

มีหน้าที่เข้ามารับสื่อสัจธรรมระดับอนุตรธรรม

ที่พระศาสดาผู้เกิดจากโลกเองเข้าถึงกันไม่ได้

เพราะมีข้อจำกัดของกลไกสมองดังกล่าวแล้ว

โดยใช้กลไกสมองส่วนกลางที่มนุษย์ทั่วไปไม่มี

ที่ทรงถือติดตัวมาจุติเป็นมนุษย์เป็นกรณีพิเศษ

เช่น พระเยซูคริสต์ เป็นต้น


พระศาสดาที่มาจากพระเจ้า

จะเป็นผู้กล่าวอนุตรธรรมเกี่ยวข้องกับฟ้าสวรรค์

ที่เกี่ยวข้องกันกับพระผู้เป็นเจ้าและจิตวิญญาณ

โดยกล่าวตามที่พระเจ้าทรงสื่อพระวรสารมาให้

ทุกสัจธรรมคำกล่าวจึงอ้างถึง “พระเจ้า” เสมอ


พระศาสดาประเภทนี้

มีความสามารถในการติดต่อสื่อสารกับพระเจ้า

ที่ทรงใช้ให้พระองค์เสด็จลงมาทำหน้าที่

กล่าวพระโอวาทธรรมคำสอนกับข่าวสารสำคัญ

ต่อมวลมนุษย์โลกในพระนามของพระเจ้า

ที่พระศาสดาซึ่งเกิดจากโลกเองเข้าถึงไม่ได้

เพราะกลไกของสมองมีขีดจำกัดในการใช้งาน


3.ทำไมมีแค่บางศาสดาที่กล่าวถึงพระเจ้า


คำตอบก็คือพระศาสดาที่เกิดจากโลกเองนั้น

เมื่อกล่าวสัจธรรมไม่จำเป็นต้องอ้างถึงพระเจ้า

เพราะทรงค้นพบสัจธรรมนั้นๆด้วยพระองค์เอง

จึงมิพักต้องอ้างอิงพระเจ้า


แต่พระศาสดาผู้เสด็จมาจากพระเจ้าเท่านั้น

จะเป็นผู้ที่อ้างถึงพระเจ้าเมื่อกล่าวสัจธรรมเสมอ

เพราะสัจธรรมที่พระบุตรเอกทรงกล่าวออกมา

เป็นการกล่าวตามพระโอวาทของพระเจ้า

ที่ประทานลงมายังลูกแกะทุกตัวของพระองค์

พระบุตรเอกมิได้ทรงกล่าวเองแต่อย่างใด

ที่เรากล่าวมานี้เป็นความจริงทั้งสิ้น


เพราะมนุษย์ไม่รู้ว่า...

พระศาสดาถูกเจิมแต่งกันมาคนละยุคสมัย

เมื่อผ่านมานับพันนับหมื่นปีเข้า

พระศาสดาแห่งโลกจึงมีหลายพระองค์


เพราะมนุษย์ยึดติดในองค์พระศาสดา

ยึดติดในสัจธรรมคำสอนบางท่อนบางตอน

ยึดติดในศาสดาที่เกิดจากโลกเอง

จึงปฏิเสธศาสดาหรือศาสนาที่มีพระเจ้า


เพราะมนุษย์ทำลายความไม่รู้ของตนไม่ได้

จิตสามนึกจึงยกระดับได้เพียงแค่ 4D เท่านั้น!!


เอเมน สาธุ


พระบุตรเอก

ถ่ายทอดคลื่นความคิดจากจิตจักรวาล

โดยอนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

31/03/2569