04 มีนาคม 2569

ระวัง...นวนิยายเรื่องต่างดาวมันจะเร้าใจท่าน ตอนที่ 1



 

น้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

ระวัง...นวนิยายเรื่องต่างดาวมันจะเร้าใจท่าน

นักแต่งนักเล่าพวกจิตวิญญาณของผีโสโครก
เดิมคือบรรพบุรุษของพวกที่มีนามว่า “เนฟีลิม” 
มีลักษณะมนุษย์แต่ตัวใหญ่กว่าเรียกว่าคนยักษ์
โดยคนยักษ์พวกนี้เป็นเชื้อสายของ ลูซิเฟอร์
ซึ่งมีลักษณะคล้ายผู้ชายร่างยักษ์แต่มีปีกบินได้
เหินบินข้ามฟ้ามาจากดาวดวงอื่นเข้ามายังโลก
ได้สมสู่กับสตรีชาวโลกมีลูกออกมาเป็นคนยักษ์

โดยจิตวิญญาณของคนยักษ์ผู้มาเกิดใหม่นั้น
มิได้เป็นจิตวิญญาณที่แท้จริงของชาวดาวโลก
เพราะจิตวิญญาณของมนุษย์ที่ตายไปในยุคนั้น
ไม่อาจสามารถย้อนคืนมาเกิดใหม่ได้อีกเลย
ขยะพวกนี้จึงถูกกำจัดทิ้งไปจนสิ้นในยุคโนอาห์
ทำให้จิตวิญญาณของคนยักษ์ที่ตายแล้วพวกนี้
เที่ยวเร่ร่อนกันอยู่ในระบบโลกมาเกิดอีกก็ไม่ได้
เพราะไม่มีเพศผู้เหลือให้เป็นพ่อพันธุ์กันอีกแล้ว
ครั้นจะกลับบ้านแดนสุญตาที่จากมาก็กลับไม่ได้
เพราะแรกมาเกิดมิได้ถือพันธะสัญญาหกมาด้วย

เนื่องจากผีพวกนี้
เป็นจิตวิญญาณที่เดิมไม่มีจิตหยาบคอยช่วย
พระบิดาแห่งจิตวิญญาณจึงทรงออกแบบให้
จิตวิญญาณของพวกเขามีแต่สัญชาตญาณ
เพื่อสั่งการให้เกิดพฤติกรรมแทน “จิตสามนึก” 
จะแสดงออกหรือกระทำสิ่งใดก็ใช้จิตวิญญาณ

ดังนั้น
สัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดที่มนุษย์มี
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหิวโหยหาวกระหายปวดเจ็บ
รวมถึงความโกรธความกลัวความก้าวร้าว
พวกเขาก็จะใช้สัญชาตญาณด้วยกันทั้งสิ้น

ต่างจากมนุษย์เผ่าดาวโลก
ผู้เป็นรูปธรรมที่พระเจ้าทรงพัฒนาไว้สูงสุดแล้ว
จึงทรงให้จิตวิญญาณเป็นผู้ใช้สัญชาตญาณเอง
แต่มอบหมายให้จิตหยาบทำหน้าที่อยู่สองอย่าง

หน้าที่อย่างแรก
จิตหยาบจะทำหน้าที่เป็น “จิตสามนึก”
ประกอบด้วย “นึกออก นึกเอา นึกเอง”
พระพุทธเจ้าทรงเรียกแบบรวมๆว่า #มโนกรรม
โดยมอบให้มโนกรรมเป็นผู้ขับเคลื่อนกายกรรม
รวมทั้งวจีกรรมคำพูดที่เป็นพฤติกรรมภายนอก

หน้าที่จิตหยาบอย่างที่สอง
จิตหยาบนี้ยังทำหน้าที่เป็นกลไกอายตนะ
เพื่อการรับรู้รหัสสัญญาณที่อายตนะภายนอก
คือตาหูจมูกลิ้นและผิวกายเมื่อได้สัมผัสแล้ว
จะส่งผ่านเข้าไปยังจิตหยาบให้รับรู้เพื่อเรียนรู้
แล้วถอดรหัสว่าสิ่งนั้นเป็นอะไรและคือสิ่งใด
ผัสสะที่จิตหยาบรับรู้ก็จะเป็นรูปรสกลิ่นเสียง
รวมทั้งผัสสะที่เป็นเย็นร้อนอ่อนแข็ง เป็นต้น

เพราะ “จิตหยาบ” ที่อยู่ข้างใน
ต้องทำหน้าที่รับรู้ผัสสะจาก 5 ช่องทางนี้
จิตหยาบจึงจัดเป็นกลไกอายตนะภายในด้วย

เมื่อพวกเนฟีลิมหรือคนยักษ์
ถูกน้ำท่วมตายแบบกะทันหันไม่ทันตั้งตัว
จึงไม่อาจดับความหิวโหยกระหายได้ทัน
เมื่อตายไปเป็นจิตวิญญาณที่ไร้กายหยาบแล้ว
แต่ความหิวโหยกระหายนั้นจึงยังคงมีอยู่
ความมีอัตตาที่เป็นตัวกูของกูก็ยังมีอยู่ครบ

เมื่อเกิดความหิวโหยกระหายขึ้นมาแล้ว
พวกเขาแต่ละตัวจะบำบัดอาการนั้นได้อย่างไร
จะตอบสนองความต้องการนั้นของตนเองได้ไง
ถ้ากายสังขารหรือกายหยาบไม่มีให้ใช้แล้ว
นี่จึงเป็นที่มาของการหลอกลวงมนุษย์
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหรือให้เป็นกรรมกรแทน
โดยใช้ลัทธิเทวะนิยมและนานาวิชามูหลอกล่อ
ทำให้มนุษย์โง่ง่ายจนหลงเชื่อตามแล้วทำตาม

แลกกับเครื่องเซ่นไหว้คาวหวานของมึนเมา
ผีอยากกินอะไรจะบอกมนุษย์ให้จัดโต๊ะหมู่บูชา
ในรูปของเครื่องเซ่นไหว้สุกๆดิบๆเลือดๆคาวๆ
แลกกันกับสิ่งที่มนุษย์ร้องขอได้บ้างไม่ได้บ้าง
ซึ่งผีพวกนี้ใช้พลังทางวิญญาณมากไปจนเสื่อม
จิตวิญญาณจึงหลงมิติเสียสมดุลจนเหลือ 5D
จากเดิมที่มี 6D คือหกเหลี่ยมมุมเท่ากับมนุษย์
ขณะจิตหยาบมนุษย์กลับหยุดอยู่ที่ 4Dเท่านั้น
ก้าวหน้าต่อไม่ได้เพราะว่ามนุษย์ไม่มีมหาสติ
และไม่มีปณิธานแห่งนิพพานอย่างแท้จริง

ผีโสโครกต้องการหลอกใช้มนุษย์โลก
ให้เป็นเครื่องมือหรือเป็นกรรมกรของพวกตน
พวกเขาจึงต้องใช้กลอุบายหลอกลวงมนุษย์
เพื่อดับความหิวโหยกระหายของตนไว้เสมอ
เพราะหลงมิติจึงต้องป่วยด้วยอาการหิวไม่รู้อิ่ม
แม้ผ่านมานับพันปีแล้วมนุษย์ก็ยังถูกหลอกอยู่
เหตุเพราะผีพวกนี้มันหิวไม่รู้อิ่มนั่นเอง

พอกันไหมล่ะท่าน...
กับการที่มนุษย์โลกทั้งหลายเองก็ป่วย...
ป่วยด้วยโรคโง่ง่ายเพราะมีปัญญาแต่ไม่รู้จักใช้
คนส่วนใหญ่จึงถูกผีหลอกจนขนหัวโกร๋นเลย

คำว่า “ขนหัวโกร๋น” หมายถึง
ความฉลาดหลักแหลมมันเสื่อมคลายหายไป
จิตสามนึกหรือจิตหยาบยกระดับสูงขึ้นไม่ได้
จึงหยุดอยู่ที่ 4 มิติคือสี่เหลี่ยมมุมตลอดมา
ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกได้นานกี่ขวบปีก็ตาม

กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
พระบุตรเอก 
4/03/2569

 

สื่อถ่ายทอดคลื่นความคิดจากจิตจักรวาลโดย
อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล