19 มีนาคม 2569

มนุษย์กับโลกสิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว ตอนที่ 1


 

 พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


มนุษย์กับโลกสิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว (1)


ท่านทั้งหลายคงยังไม่มีใครรู้ความจริงว่า

บัดนี้จิตวิญญาณผู้เป็นตัวตนแก่นแท้ของท่าน

ซึ่งถูกส่งมาทำหน้าที่ใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

ครบกำหนดที่ระบุไว้ใน “พันธะสัญญา” 6 แล้ว

นั่นคือเข้ามาทำหน้าที่นาน 60,000 ปีโลก


เงื่อนไขสำคัญสำหรับมนุษย์โลกก็คือ


1.ต้องหมุนธรรมจักรในตนเองให้สำเร็จ

โดยรักให้ได้ให้อภัยให้เป็นและไม่เห็นแก่ตัว

ด้วยการสั่นสะเทือนจิตสามนึกด้านบวก

เพื่อใช้ “ขันธ์ห้า” ผลิตพลังงานด้านบวก

ยกระดับแรงสั่นสะเทือนจิตสามนึกให้สูงขึ้น

จนสมดุลถึงระดับ 6 มิติให้จงได้


การสั่นสะเทือนจิตสามนึกตนเองด้านบวก

โดยทำอย่างต่อเนื่องตลอดทุกวันเวลานั้น

จะยังผลให้จิตหยาบหรือจิตสามนึกของท่าน

ยกระดับความสมดุลของตนจาก 3-6 มิติได้


คำว่า “3-6 มิติ” ในที่นี้หมายถึง

เป็นรูปธรรมของจิตหยาบที่สมดุลเพิ่มขึ้น

จนเกิดเป็นรูปทรงเรขาคณิต 3-6 เหลี่ยมมุม

ซึ่งมันจะค่อยๆยกระดับเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

โดยรูปธรรมทางพลังงานของจิตหยาบที่สมดุล

#จะมีจำนวนเหลี่ยมมุมเป็นจำนวนเท่าของสาม


ถ้าจิตหยาบหรือจิตสามนึกของใคร

สามารถยกระดับตนเองจนถึง 6 เหลี่ยมมุมได้

จากการหมุนธรรมจักร ด้วยรักเพื่อให้ เสมอ

จิตหยาบกับจิตวิญญาณแก่นแท้ของคนผู้นั้น

จะเป็นหนึ่งเดียวกันจนเรียกว่า มนุษย์ ได้


2.เงื่อนไขประการที่สองนี้ก็คือ

เมื่อท่านหมุนธรรมจักรในตนเองได้แล้ว

เพราะธรรมชาติของมนุษย์เป็น “สัตว์สังคม” 

ท่านจึงต้องร่วมกันหมุนธรรมจักรกับผู้อื่นด้วย

วิธีการก็คือทำตนเป็นเงื่อนไขด้านบวก

เพื่อกระตุ้นคนรอบข้างสั่นสะเทือนจิตสามนึก

ตอบสนองต่อท่านทางด้านบวกให้ได้ด้วย


นี่จึงเป็นกฎเกณฑ์สำคัญ

ตามหลักของ “ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร”


ถ้าท่านสามารถปฏิบัติเช่นนี้

กับเพื่อนมนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไปแล้ว

มันก็จะเกิดผลลัพธ์อันมหัศจรรย์เกินคาดคิด

เพราะขันธ์ห้าจะผลิตพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็ก

ที่เป็น “พลังงานร่วมจากจิตสามนึก” ออกมา

ซึ่งเป็นพลังงานในแบบที่โลกต้องการเสมอ


สมการพลังงานร่วมจากจิตสามนึกด้านบวก

ที่มนุษย์โลกผลิตสร้างขึ้นเพื่อค้ำจุนสมดุลโลก

โดยหนึ่งครอบครัวคือสมาชิก 3 คนขึ้นไป

จะแทนค่าได้ด้วยสมการพลังงานต่อไปนี้ คือ

Σβₓ = 3X²(β₁+β₂+β₃+...+βₓ) 


พลังงานรวมจากจิตสามนึกด้านบวก

ของมนุษย์ตั้งแต่ “เอ็กซ์คน” หรือสามคนขึ้นไป

จะมีค่าเท่ากับผลรวมทางพลังงานของแต่ละคน

คูณด้วย 3 เท่าของคนที่สั่นสะเทือนด้านบวกได้

ยกกำลังสองนั่นเอง


จำนวน 1% ของพลังงานรวมที่ได้นี้ทุกวินาที

จะถูกเหวี่ยงออกมาเพื่อทำให้แกนโลกบิดตัว

ดาวโลกจึงจะเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองต่อเนื่องได้

นอกจากนั้นคลื่นพลังงานร่วมที่เหวี่ยงออกมา

จะทำให้เกิด “พายุหมุนธรรมจักร” บนฝั่งฟ้า

ครอบคลุมเหนือพื้นที่ 33.33 ตารางกิโลเมตร


พายุพลังงานจิตด้านบวกดังกล่าวนี้

จะเป็นประโยชน์ในการค้ำจุนแรงสั่นสะเทือน

ทางจิตสามนึกหรือจิตหยาบในปัจจุบันขณะ

ของเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆบนพื้นที่ดังกล่าวนั้น

ให้รักษาสมดุลของจิตสามนึกตนเองได้อีกด้วย

นี่คือที่มาของคำว่า “จงอย่าไปสวรรค์คนเดียว”

เพราะพระเจ้าทรงกำหนดออกแบบเอาไว้แล้ว

ความหมายของคำว่ามนุษย์โลกเป็นสัตว์สังคม

จึงยิ่งใหญ่กว่าที่มนุษย์คิดเห็นได้หลายเท่านัก


(ยังมีตอนต่อไป)

กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

ปัญญาวิสุทธิ์

19/03/2569