พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
มนุษย์กับโลกสิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว (1)
ท่านทั้งหลายคงยังไม่มีใครรู้ความจริงว่า
บัดนี้จิตวิญญาณผู้เป็นตัวตนแก่นแท้ของท่าน
ซึ่งถูกส่งมาทำหน้าที่ใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
ครบกำหนดที่ระบุไว้ใน “พันธะสัญญา” 6 แล้ว
นั่นคือเข้ามาทำหน้าที่นาน 60,000 ปีโลก
เงื่อนไขสำคัญสำหรับมนุษย์โลกก็คือ
1.ต้องหมุนธรรมจักรในตนเองให้สำเร็จ
โดยรักให้ได้ให้อภัยให้เป็นและไม่เห็นแก่ตัว
ด้วยการสั่นสะเทือนจิตสามนึกด้านบวก
เพื่อใช้ “ขันธ์ห้า” ผลิตพลังงานด้านบวก
ยกระดับแรงสั่นสะเทือนจิตสามนึกให้สูงขึ้น
จนสมดุลถึงระดับ 6 มิติให้จงได้
การสั่นสะเทือนจิตสามนึกตนเองด้านบวก
โดยทำอย่างต่อเนื่องตลอดทุกวันเวลานั้น
จะยังผลให้จิตหยาบหรือจิตสามนึกของท่าน
ยกระดับความสมดุลของตนจาก 3-6 มิติได้
คำว่า “3-6 มิติ” ในที่นี้หมายถึง
เป็นรูปธรรมของจิตหยาบที่สมดุลเพิ่มขึ้น
จนเกิดเป็นรูปทรงเรขาคณิต 3-6 เหลี่ยมมุม
ซึ่งมันจะค่อยๆยกระดับเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ
โดยรูปธรรมทางพลังงานของจิตหยาบที่สมดุล
#จะมีจำนวนเหลี่ยมมุมเป็นจำนวนเท่าของสาม
ถ้าจิตหยาบหรือจิตสามนึกของใคร
สามารถยกระดับตนเองจนถึง 6 เหลี่ยมมุมได้
จากการหมุนธรรมจักร ด้วยรักเพื่อให้ เสมอ
จิตหยาบกับจิตวิญญาณแก่นแท้ของคนผู้นั้น
จะเป็นหนึ่งเดียวกันจนเรียกว่า มนุษย์ ได้
2.เงื่อนไขประการที่สองนี้ก็คือ
เมื่อท่านหมุนธรรมจักรในตนเองได้แล้ว
เพราะธรรมชาติของมนุษย์เป็น “สัตว์สังคม”
ท่านจึงต้องร่วมกันหมุนธรรมจักรกับผู้อื่นด้วย
วิธีการก็คือทำตนเป็นเงื่อนไขด้านบวก
เพื่อกระตุ้นคนรอบข้างสั่นสะเทือนจิตสามนึก
ตอบสนองต่อท่านทางด้านบวกให้ได้ด้วย
นี่จึงเป็นกฎเกณฑ์สำคัญ
ตามหลักของ “ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร”
ถ้าท่านสามารถปฏิบัติเช่นนี้
กับเพื่อนมนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไปแล้ว
มันก็จะเกิดผลลัพธ์อันมหัศจรรย์เกินคาดคิด
เพราะขันธ์ห้าจะผลิตพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็ก
ที่เป็น “พลังงานร่วมจากจิตสามนึก” ออกมา
ซึ่งเป็นพลังงานในแบบที่โลกต้องการเสมอ
สมการพลังงานร่วมจากจิตสามนึกด้านบวก
ที่มนุษย์โลกผลิตสร้างขึ้นเพื่อค้ำจุนสมดุลโลก
โดยหนึ่งครอบครัวคือสมาชิก 3 คนขึ้นไป
จะแทนค่าได้ด้วยสมการพลังงานต่อไปนี้ คือ
Σβₓ = 3X²(β₁+β₂+β₃+...+βₓ)
พลังงานรวมจากจิตสามนึกด้านบวก
ของมนุษย์ตั้งแต่ “เอ็กซ์คน” หรือสามคนขึ้นไป
จะมีค่าเท่ากับผลรวมทางพลังงานของแต่ละคน
คูณด้วย 3 เท่าของคนที่สั่นสะเทือนด้านบวกได้
ยกกำลังสองนั่นเอง
จำนวน 1% ของพลังงานรวมที่ได้นี้ทุกวินาที
จะถูกเหวี่ยงออกมาเพื่อทำให้แกนโลกบิดตัว
ดาวโลกจึงจะเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองต่อเนื่องได้
นอกจากนั้นคลื่นพลังงานร่วมที่เหวี่ยงออกมา
จะทำให้เกิด “พายุหมุนธรรมจักร” บนฝั่งฟ้า
ครอบคลุมเหนือพื้นที่ 33.33 ตารางกิโลเมตร
พายุพลังงานจิตด้านบวกดังกล่าวนี้
จะเป็นประโยชน์ในการค้ำจุนแรงสั่นสะเทือน
ทางจิตสามนึกหรือจิตหยาบในปัจจุบันขณะ
ของเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆบนพื้นที่ดังกล่าวนั้น
ให้รักษาสมดุลของจิตสามนึกตนเองได้อีกด้วย
นี่คือที่มาของคำว่า “จงอย่าไปสวรรค์คนเดียว”
เพราะพระเจ้าทรงกำหนดออกแบบเอาไว้แล้ว
ความหมายของคำว่ามนุษย์โลกเป็นสัตว์สังคม
จึงยิ่งใหญ่กว่าที่มนุษย์คิดเห็นได้หลายเท่านัก
(ยังมีตอนต่อไป)
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
ปัญญาวิสุทธิ์
19/03/2569