02 พฤษภาคม 2568

การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกยุคพลังงานใหม่



 พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


เมื่อท่านทั้งหลาย

เข้าใจความหมายของคำว่า “ยุคพลังงานเก่า” แล้ว

สิ่งที่ท่านจะต้องต่อยอดความคิดกันต่อไปอีกก็คือ

แสดงว่าจากนี้ไปต้องมีโลกยุคพลังงานใหม่อีกแน่ๆ

เพราะถ้ามี #เก่า ย่อมจะต้องมี #ใหม่ คู่กันเสมอ


ดังนั้น

เมื่อ “โลก” ถึงกาลสิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว

โลกที่หมายรวมถึงมนุษย์กับทุกๆสิ่งอย่างในทุกมิติ

ก็จะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกยุคพลังงานใหม่กันต่อไป

วิธีการเปลี่ยนผ่านที่องค์จิตจักรวาลคือพระเจ้า

จะทรงเลือกใช้ปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ


1.ปรับสมดุลของระบบโลกในสองมิติ

ที่เกิดการเสียสมดุลเพราะมนุษย์เป็นผู้กระทำ

ให้กลับคืนสู่ความสมดุลตามปกติดังเดิมทั้งหมด

ทั้งในมิติโลกทางกายภาพและในมิติทางพลังงาน

ซึ่งธรรมชาติจะปรับสมดุลกันได้เองโดยอัตโนมัติ


ปฏิบัติการปรับสมดุลที่ว่านี้

จะอยู่ในรูปของ #ภัยธรรมชาติ ในแบบต่างๆ

ทำให้มนุษย์ได้รับภัยอันตรายบ้างไม่มากก็น้อย

ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียทรัพย์สินหรือว่าเสียชีวิต

ซึ่งมนุษย์มีโอกาสเผชิญกับมันเป็นประจำอยู่แล้ว


ตัวอย่างเช่น

แผ่นดินยุบแผ่นดินไหวภูเขาสไลด์น้ำท่วมฉับพลัน

ร้อนจัดหนาวจัดลูกเห็บตกหิมะตกหนักพายุรุนแรง

ภัยธรรมชาติเหล่านี้เกิดที่ไหนก็หายนะที่นั่นเสมอ

แน่นอนว่าก่อนจะเกิดภัยนั้นไม่มีผู้ใดรู้ล่วงหน้าได้

อีกทั้งภัยเหล่านี้จะเกิดได้โดยไม่เลือกฤดูกาลด้วย


2.ยกระดับพลังอำนาจของดาวโลกดวงนี้ให้สูงขึ้น

โดยกระทำผ่าน #จิตสามนึกด้านบวก ของมนุษย์


ตัวอย่างเช่น

ทรงมีพระบัญชาให้เรารีบกลับมาเกิดก่อนกำหนด

เพื่อเร่งนำเอาแสงสว่างเข้ามายังโลกเสรีดวงนี้

พร้อมทั้งสอนวิธีการจุดตะเกียงส่องทางให้มนุษย์

โดยเฉพาะพวกที่ดุ่มเดินอยู่ท่ามกลางความมืดมิด

ซึ่งมองไม่เห็นหนทางที่ย่างเดินจึงเดินสะเปะสะปะ

จนพลัดตกลงไปในบึงไฟอันหมายถึง #นรกภูมิ

แถมยังลื่นไถลพลัดตกลงไปอยู่ใน #บ่อย่ำองุ่น 

อันหมายถึงติดอยู่ใน “สังสารวัฏ” จนมิอาจหลุดพ้น


แสงสว่างที่เรานำมาฝากท่านจากพระบิดาก็คือ

ความฉลาดทางจิตตปัญญาในการใช้สมองสองซีก

ด้วยการสอนและฝึกทักษะให้พวกท่านรู้นึกรู้คิดรู้ทำ

ตามมรรควิถีจิตจักรวาลตลอดช่วงอายุขัยที่เหลืออยู่

เพื่อยกระดับพลังอำนาจของจิตหยาบหรือจิตมนุษย์

ให้สูงขึ้นจาก 4 มิติจนเข้าถึง 5 และ 6 มิติให้จงได้

ซึ่งจะทำให้พลังงานจิตที่ได้จากการหมุนธรรมจักร

เป็นปริมาณสอดคล้องกับที่โลกต้องการได้มากขึ้น

เพราะทุกคนจะเป็นมนุษย์อย่างเต็มตัวมากขึ้นด้วย


ท่านทั้งหลายจึงต้องรู้ว่า

เพราะพวกท่านเป็นคนเกียจคร้านในการคิด

มีนิสัยชอบวานให้คนอื่นคิดแทนกันมาตลอด

รวมทั้งเป็นคนเกลียดกลัวปัญหาจนทำท่าสิ้นคิด

จิตหยาบของท่านจึงติดแหง็กอยู่ที่ “4 มิติ” 

จนไม่สามารถยกระดับแรงสั่นสะเทือนถึงห้ามิติได้

ในที่สุดการถูกกำหนดให้ต้องตายคือมี #อายุขัย

เพื่อตายแล้วกลับมาเริ่มต้นยกระดับใหม่ในชาติใหม่

ทำให้เสียเวลาไปอีกหนึ่งชาติในการเกิดอยู่ซ้ำซาก


ถ้าจะให้กล่าวอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ

โลกในยุคพลังงานเก่าซึ่งเป็นยุคปัจจุบันนี้นั้น

สมการพลังงานสามมิติจะแทนค่าด้วย 3-3-3

อ่านว่า “สาม สาม สาม” มิใช่ #สามร้อยสามสิบสาม


พระองค์จะทรงยกระดับพลังงานโลกให้สูงขึ้น

โดยแทนค่าด้วยสมการสามมิติเป็น 6-6-6

อ่านว่า “หก หก หก” มิใช่ #หกร้อยหกสิบหก


พลังอำนาจของโลกที่สูงขึ้นจากเดิมราว 1 เท่าตัวนี้

พระองค์ทรงกระทำผ่านจิตสามนึกพวกท่านเท่านั้น

แน่นอนว่ามันจะเป็นจริงได้ก็จะต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้

นั่นคือ


1.การมีสำนึกที่ถูกต้องตามครรลองของธรรมชาติ

2.การมีสำนึกแห่งการเป็นมนุษย์โลกเสรี

3.การมีสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ทางจิตวิญญาณ

อันพึงมีต่อตนเองและดาวโลกเสรีดวงนี้


4.การรู้วิธีที่จะปฏิบัติหน้าที่นั้นๆให้บรรลุเป้าประสงค์

5.การนำพาตนเองให้ห่างจากความงมงายโง่ง่าย

เพราะสามารถเข้าถึงพลังอำนาจในตนเองได้แล้ว


6.เป็นผู้ที่จำพระบิดาหรือพระเจ้าได้

จึงสามารถยึดเหนี่ยวพระองค์ไว้ด้วยสายสัมพันธ์

ยิ่งยึดมั่นถือมั่นในพระองค์ได้มากเท่าไหร่

ความมั่นคงในการเป็นมนุษย์ก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น


พลังอำนาจทางจิตสามนึกของมนุษย์ก็จะสูงตาม

สมการสามมิติจึงเปลี่ยนไปเป็น “หก หก หก” ได้


ที่ดาวเคราะห์โลกดวงนี้ต้องมีพลังอำนาจมากขึ้น

เพื่อที่จะให้มีพลังขับเคลื่อนกาแล็กซี่ธารสายน้ำนม

ซึ่งเป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของเอกภพเหวี่ยงหมุน

ด้วยอัตราเร็วที่สูงขึ้นจากยุคพลังงานเก่าที่ผ่านมา

เพราะระบบสุริยะจักรวาลของดาวเคราะห์โลกดวงนี้

มีดาวพลูโตทำหน้าที่เป็นเศษส่วนของเมอริเดี้ยน

ด้วยการโคจรกลับไปกลับมาระหว่างสองระบบสุริยะ

ที่ดำรงอยู่บนเส้นผ่านศูนย์กลางคือธารสายน้ำนมนี้

จะมีแรงเหวี่ยงเพื่อโล้ไปโล้มาในระดับสูงขึ้นอีกได้


3.กำจัด #ขยะ ที่รกโลกรกจักรวาลทิ้งให้หมด

เพื่อทำความสะอาดระบบเอกภพและระบบโลก

ให้พร้อมสำหรับจิตวิญญาณที่จะมาจากแดนสุญตา

ผู้ขันอาสาพระบิดาเข้ามาทำหน้าที่ “รับไม้” ต่อ

เพื่อช่วยกันหมุนธรรมจักรในบทบาทของคนสองมิติ

ในการใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลกและเอกภพกันต่อไป


คำว่า “ขยะ” ในที่นี้เราหมายถึง

1.ขยะในมิติโลกทางกายภาพ

จำพวกเกาะแก่งน้อยใหญ่ในทะเลและมหาสมุทร

ที่พระเจ้ามิได้ทรงเป็นผู้กำหนดสร้างมันขึ้นมา

แต่มันเกิดของมันขึ้นเองจากดินโคลนในทะเล

ที่เกิดการตกตะกอนเป็นเวลายาวนาน


เกาะแก่งน้อยใหญ่ที่จะถูกกำจัดทิ้ง

ให้มันจมหายหรือแตกสลายไปจากที่ ๆมันเคยอยู่

โดยมันกลายเป็นขยะที่รกโลกก็เพราะว่า

ขณะที่โลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองอย่างต่อเนื่องนั้น

น้ำทะเลที่เป็นน้ำเค็มแม้จะมีแรงตึงผิวค่อนข้างสูง

แต่ทำให้เกิดแรงเสียดทานกับบรรยากาศขณะหมุน

ในแบบที่ราบรื่นลื่นไหลตามพระประสงค์ไม่ได้


เพราะเกาะแก่งน้อยใหญ่เป็นตัวเพิ่มแรงเสียดทาน

ยังผลให้โลกเสียสมดุลจนต้องใช้พลังงานมากขึ้น

ขณะที่พี่น้องชาวดาวโลกกลับมีจิตสามนึกตกต่ำลง

ไม่อาจหมุนธรรมจักรด้วยรักเพื่อให้กันได้ง่ายๆด้วย

พลังงานจิตด้านบวกที่จะมอบให้โลกจึงยิ่งน้อยลง

ในยุคพลังงานเก่าที่ผ่านมานับวันจะเป็นแบบนี้

พระบิดาจึงต้องทรงปรับปรุงแก้ไขเสียใหม่


นอกจากนั้น

ขยะจำพวกวัตถุเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้น

ก็เป็นเป้าหมายที่จะถูกชำระออกไปจากระบบโลก

เช่น อาวุธยุทโธปกรณ์ ตึก อาคารใหญ่สูงเสียดฟ้า

สิ่งเหล่านี้ล้วนรกโลกจะต้องถูกกำจัดทิ้งทั้งสิ้น


2.ขยะที่เป็นจิตวิญญาณในมิติทางพลังงาน


พระองค์ทรงประทานกระบวนการ “ไซโคโชว์”

ให้จิตวิญญาณของเราถือติดตัวมาจากแดนสุญตา

เพื่อเข้ามากระตุ้นจิตสามนึกมนุษย์ที่มันตกต่ำย่ำแย่

เพราะหมุนได้แค่กรรมจักรและติดปลักอยู่ที่สี่มิติ

จนจิตวิญญาณทุกท่านไม่อาจหลุดพ้นกลับบ้านได้


แม้กระทั่งบัดนี้โลกสิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว

จิตหยาบต้องพาจิตวิญญาณออกจากเอกภพให้ได้

ถ้ากลับออกไปไม่ได้รูปธรรมนั้นก็เป็นขยะที่รกโลก

หลายคนยังหมุนธรรมจักรด้วยรักเพื่อให้ไม่เป็นก็มี


หลายคนแทนที่จะสนใจจิตสามนึกของตนเอง

แต่กลับไปวุ่นวายกับ #จิตใต้สามนึก แทนเสียนี่

ทั้งที่มนุษย์มีหน้าที่สั่นสะเทือนเพื่อใช้ #จิตสามนึก

เมื่อทำได้แล้วจิตใต้สามนึกก็จะทำหน้าที่ตามเอง

โดยไม่รู้ว่าถ้าอุตริไปสั่งจิตใต้สามนึกโดยตรงแล้ว

มันคือการทำลายอำนาจทางจิตวิญญาณของตน

จนไม่อาจสามารถเป็นมนุษย์ที่สมดุลกับเขาได้


ด้วยเหตุนี้เอง

โลกนี้จะมีคนตายจำนวนมากมายกว่าคนที่รอด

ตึกสูงใหญ่หลายชั้นที่สูงเสียดฟ้าทั้งหลาย

กับวัตถุเทคโนโลยีทุกชิ้นทุกแบบที่มนุษย์สร้างขึ้น

มันจะถูกทำลายจนหายไปจากโลกทั้งหมดทั้งสิ้น

จะถูกทำลายด้วยน้ำมือของช่างเทคนิคของพระเจ้า

โดยใช้ดินน้ำลมไฟของพระองค์เป็นเครื่องมือ


กราบพระบาทพระบิดาทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

#ปัญญาวิสุทธิ์

2/05/2568